LOGINอรอุมาหัวเราะ“หมายถึงดีใจที่สุดต่างหาก”ฮันเตอร์ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีส่วนวิกรมที่นั่งฟังสองแม่ลูกคุยกันมาตลอดกลับขมวดคิ้ว“เดี๋ยวนะ มีเรื่องอะไรที่ผมยังไม่รู้อีกไหมเนี่ย”อรอุมาหันไปมองสามี“คุณเฉยไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง”“อ้าว แล้วทำไมผมต้องรู้ทีหลังทุกที”วิกรมบ่น ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นภีมที่นั่งยิ้มอยู่เงียบ ๆ“นี่เราก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอ”ภีมยังไม่ทันได้ตอบ ฮันเตอร์ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน“ตัวดีเลยครับ ขี้ฟ้องตั้งแต่เด็กยันโต”“เฮ้ย กูยังไม่ได้ฟ้องอะไรเลยนะ”ภีมรีบแก้ตัวอรอุมาหันไปหาเขาทันที“ไม่ต้องไปสนใจมัน หมอภีมทำดีแล้ว”“เห็นไหม” ภีมหันไปยักคิ้วให้ฮันเตอร์ “อาอรยังเข้าข้างกู”ฮันเตอร์หัวเราะ“ครับ คนดีของแม่”“แน่นอน”บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แม้แต่วิกรมที่ยังไม่รู้เรื่องทั้งหมดก็ได้แต่ส่ายหน้าตามไปด้วยไม่นานไอวี่ก็เดินกลับออกมาอรอุมาเห็นเธอก็รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหา“จะกลับแล้วเหรอลูก”“ค่ะคุณป้า ดึกมากแล้ว เดี๋ยวอัยรบกวนคุณป้ากับคุณลุงนานเกินไป”“รบกวนอะไรกัน” อรอุมาจับมือเธอไว้ “คราวหน้ามาอีกนะลูก ป้าจะรอ”ไอวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน“ค่ะ”“สัญ
“บริษัทนั้นแม่หนูสร้างมากับมือ ป้าเองก็อยากเห็นหนูรักษามันเอาไว้ได้”ไอวี่นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มอ่อนลง“อัยจะพยายามค่ะ”“ป้าเชื่อว่าหนูทำได้”ฮันเตอร์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามมองสองคนเงียบ ๆส่วนวิกรมพยักหน้า“มีอะไรก็ถามฮันเตอร์มันได้ เรื่องธุรกิจมันพอใช้ได้อยู่”ฮันเตอร์เงยหน้าขึ้น“พอใช้ได้เองเหรอป๊า”“จะให้ชมมากเดี๋ยวเหลิง”ภีมหัวเราะออกมา“อันนี้จริงครับ”“กินข้าวไปเลยหมอ”บรรยากาศบนโต๊ะผ่อนคลายลงทันทีมีเพียงไอวี่ที่ยังรู้สึกแปลก ๆ ทุกครั้งที่สบตาหมอภีมเพราะทันทีที่เห็นเขา เธอก็นึกถึงวันนั้นที่โรงพยาบาลขึ้นมาโดยอัตโนมัติยิ่งอรอุมานั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยแล้ว เธอยิ่งกลัวว่าจะมีใครเผลอพูดอะไรออกมาอรอุมาสังเกตเห็นทุกอย่างและยิ่งมองก็ยิ่งสนุกเธอเหลือบมองชุดของไอวี่อีกครั้ง ก่อนหันไปมองลูกชายคราวนี้ฮันเตอร์สบตาแม่ตรง ๆอรอุมายิ้มน้อย ๆไม่ได้ถามไม่ได้พูดแต่ในใจกลับอดดีใจไม่ได้ เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่ฮันเตอร์ซ่อนเอาไว้ในห้องวันนั้นคือไอวี่อรอุมาก้มลงกินข้าวต่ออย่างอารมณ์ดีส่วนฮันเตอร์ที่เห็นสีหน้าของแม่ก็รู้ทันทีว่า—แม่ของเขารู้หมดแล้ว.............หลังมื้ออาหาร ไอวี่ยังคงนั่งคุยกับ
“หนูไอวี่?”สีหน้าของวิกรมเต็มไปด้วยความแปลกใจก่อนหน้านี้อรอุมาบอกเขาเองว่า วันนี้ฮันเตอร์จะพา ผู้หญิงของตัวเอง มาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักเขาจึงนึกว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนสักคนที่ลูกชายกำลังคบหาอยู่แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับเป็นไอวี่ไอวี่ยกมือไหว้ทันที“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีลูก”วิกรมรับไหว้ แต่สีหน้ายังคงงุนงง ก่อนหันไปมองภรรยา“ไหนคุณบอกว่าฮันเตอร์จะพา—”“ก็หนูไอวี่ไงคุณ”อรอุมารีบตัดบททันทีวิกรมชะงัก“หืม?”อรอุมาส่งสายตาให้สามีอย่างมีความหมาย ก่อนย้ำอีกครั้ง“หนูไอวี่ไง”วิกรมมองหน้าภรรยา แล้วหันไปมองไอวี่ จากนั้นจึงเลื่อนไปมองลูกชายตัวเองฮันเตอร์ยืนอยู่ข้างไอวี่ด้วยสีหน้าอารมณ์ดี มุมปากยกขึ้นตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่ากำลังสนุกกับอาการตกใจของทุกคนวิกรมขมวดคิ้วนิด ๆแม้จะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นสายตาของภรรยาก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ควรถามต่อ“อ๋อ...หนูไอวี่”เขาพยักหน้าไปอย่างนั้น ทั้งที่สีหน้ายังงงอยู่ไม่น้อย“ครับป๊า”ฮันเตอร์ตอบกลั้วรอยยิ้มวิกรมหันไปมองลูกชายอีกครั้งยิ่งเห็นหน้าระรื่นของมันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองน่าจะพลาดเรื่องสำคัญอะไรไปสักอย่างส่วนอรอุมาเพียงยิ้มอย่างอา
ไอวี่มองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาอย่างระแวง“ทำไมต้องยิ้มแบบนั้นด้วยคะ”“เปล่า”“พี่ต้องคิดอะไรอยู่แน่ ๆ”“คิดว่าจะนัดวันไหนดีไง”ฮันเตอร์ตอบหน้าตาเฉย ก่อนลุกขึ้นจากเตียงสายตาของเขาเหลือบไปยังบรรดาชุด รองเท้า และกระเป๋าที่เพิ่งซื้อมาให้เธอซึ่งวางอยู่ไม่ไกลเขานิ่งมองอยู่ครู่หนึ่งมุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างชัดเจน ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออกไอวี่มองตามอย่างระแวง“พี่ยิ้มอะไรอีกแล้วคะ”“เปล่า”ฮันเตอร์หันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่รอยยิ้มตรงมุมปากกลับยังไม่หายไป...........สามวันต่อมาฮันเตอร์โทรหาแม่ในช่วงบ่าย“แม่ครับ เย็นนี้อยู่บ้านไหม”“อยู่ ทำไม”“จะพาคนไปกินข้าวด้วย”อรอุมาที่กำลังดูเอกสารอยู่หยุดมือทันที“ใคร”“ผู้หญิงที่แม่อยากเจอไง”ปลายสายเงียบไปชั่วครู่“คนที่อยู่ในห้องแกวันนั้น?”ฮันเตอร์หัวเราะ“ผมไม่ได้พูดนะว่าเป็นคนเดียวกัน”“ไอ้ฮันเตอร์”“เอาเป็นว่า คนที่ผมพาไปหาหมอภีม”อรอุมานั่งตัวตรงทันที“จริง?”“ครับ”“อย่ามาหลอกแม่นะ”“ถ้าแม่ไม่เชื่อก็นัดหมอภีมมากินข้าวด้วยสิ จะได้ถามเองว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า”“ได้”อรอุมา
“แต่เท่าที่แม่ฟังจากหมอภีม ผู้หญิงคนนี้ดูท่าจะไม่ใช่เด็กเหลวไหล แล้วเหมือนจะไม่ค่อยประสาเรื่องพวกนี้ด้วย”อรอุมามองเขานิ่ง“ถ้าแกไม่ได้จริงจัง ก็อย่าไปทำให้เขาคิดเกินเลย เข้าใจไหม”ฮันเตอร์นิ่งไปจริงจังเหรอ...เขาเหลือบมองไปทางประตูห้องนอนโดยไม่รู้ตัวถ้าจะมีใครไม่จริงจังกับความสัมพันธ์นี้ ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงที่แอบอยู่ในห้องมากกว่าคนที่ย้ำกับเขาเองว่าอยู่ด้วยกันเพราะข้อตกลงไม่ต้องเจอกันทุกวันไม่ต้องรู้ว่าเธอไปไหนแถมยังพยายามกลับคอนโดตัวเองทุกครั้งที่มีโอกาสฮันเตอร์ถอนหายใจเบา ๆ“ไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิดหรอกครับ”อรอุมาหรี่ตามอง“งั้นก็พามาเจอครอบครัวได้แล้ว”“ขอผมคุยกับเขาก่อน” ฮันเตอร์ตอบ “ถ้าเขาโอเค เดี๋ยวผมพาไป”คำตอบนั้นกลับทำให้อรอุมามองลูกชายอย่างแปลกใจ“เดี๋ยวนะ”“อะไรอีกครับ”“ผู้หญิงคนนั้นรู้ไหมว่าแกเป็นใคร”“รู้ครับ”“รู้ด้วยว่าครอบครัวแกเป็นใคร?”“รู้ครับ”คราวนี้อรอุมานิ่งจริง ๆเธอหันไปมองประตูห้องนอนอีกครั้งด้วยความสงสัยรู้ว่าฮันเตอร์เป็นใคร รู้ว่าครอบครัวเขาเป็นใคร แถมตอนนี้ยังอยู่ในห้องนอนลูกชายเธอ แต่กลับไม่ยอมออกมาให้เห็นหน้าแปลกกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก“ง
ยิ่งเขาขวาง เธอก็ยิ่งแน่ใจว่ามีอะไรอยู่ด้านใน“แกซ่อนใครไว้ในห้องหรือเปล่า”ฮันเตอร์ยิ้มแต่ไม่ตอบท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้อรอุมาจ้องเขาเขม็งส่วนอีกด้านของประตู ไอวี่ที่ยืนฟังบทสนทนาอยู่แทบไม่กล้าหายใจหัวใจเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอรอุมาใกล้เข้ามาโดยเฉพาะประโยคเมื่อครู่แกซ่อนใครไว้ในห้องหรือเปล่าเธอก้มมองตัวเอง ก่อนรีบถอยห่างจากประตูอีกนิดด้านนอก ฮันเตอร์ยังคงยืนขวางแม่เอาไว้ด้วยสีหน้าสบาย ๆ“ผมขอเข้าไปแต่งตัวก่อน เดี๋ยวออกมาคุยด้วย”อรอุมามองเขาอย่างจับผิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ“ไปสิ”ฮันเตอร์ยิ้ม“ครับ”เขาหมุนตัวเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ก่อนปิดประตูตามหลังทันทีที่ลูกชายหายเข้าไป อรอุมาก็หันกลับมามองบรรดาของที่วางอยู่เต็มห้องอีกครั้งเธอเดินเข้าไปหยิบถุงหนึ่งขึ้นมาดูชุดกระโปรงผู้หญิงอีกถุงเป็นรองเท้าส้นสูงอีกกล่องเป็นกระเป๋าผู้หญิงอรอุมาหยิบขึ้นมาดูทีละอย่าง ก่อนถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงคำตอบของลูกชายเมื่อครู่ซื้อมาใส่เอง“เชื่อตายละ...”เธอวางกระเป๋าลง ก่อนหันไปมองประตูห้องนอนอีกครั้งด้วยสายตารู้ทันเปลี่ยนรหัสประตูไม่ยอมให้เข้าห้องนอนแถมมีของผู้หญิงอยู่เต็มห้องข







