Masukไอวี่หันมามอง“นอกจากเรื่องงาน คุยอะไรกันอีก”“ไม่ได้คุยค่ะ”ฮันเตอร์หรี่ตามองเธอนิ่ง ๆ ราวกับกำลังพยายามจับพิรุธจากสีหน้า“จริง?”“จริงค่ะ”“มันไม่ได้พูดอะไรเลย?”ไอวี่ชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ยังคงส่ายหน้า“ไม่ได้พูดค่ะ”ฮันเตอร์ยังจ้องเธอไม่เลิกไอวี่จึงรีบแกะมือเขาออก“จริง ๆ ค่ะ อัยไปอาบน้ำนะคะ”พูดจบก็รีบเดินหนีไปทางห้องนอนทันที ทิ้งให้ฮันเตอร์มองตามด้วยสายตาสงสัยอยู่ด้านหลังเมื่อประตูห้องนอนปิดลง ฮันเตอร์จึงละสายตากลับมา ก่อนหยิบรายละเอียดแผนงานของคีรันขึ้นมาดูอีกครั้งเขาไล่อ่านข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าค่อย ๆ จริงจังขึ้นต้องยอมรับว่าเป็นแผนที่ดีถ้าบริษัทของไอวี่ได้เข้าไปอยู่ในโปรเจกต์นี้จริง ไม่เพียงจะช่วยเปิดตลาดต่างประเทศ แต่ยังทำให้เธอมีช่องทางและเครือข่ายทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกมากและนั่นหมายความว่า...ต่อจากนี้เขาอาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่เธอมีอีกแล้วฮันเตอร์ถอนหายใจ ก่อนเอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างหงุดหงิดคีรันอาจไม่ได้มีฐานะหรืออำนาจทางธุรกิจเทียบเท่าเขา แต่ก็มีทั้งความสามารถ เครือข่าย และที่สำคัญ...มันกำลังพยายามเข้าหาไอวี่อย่างชัดเจนดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะเป็นคู่แข่งที่น่ารำคาญ
“หรือมีคนรอ”ไอวี่ชะงักไปนิดหนึ่ง“ค่ะ”คำตอบตรง ๆ ทำให้คีรันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถาม“ฮันเตอร์เหรอ”คราวนี้ไอวี่ไม่ได้เลี่ยง“ค่ะ”คีรันพยักหน้าช้า ๆ“สองคนคบกันอยู่?”คำถามนั้นทำให้ไอวี่ตอบไม่ถูกจะบอกว่าคบกันก็ไม่ใช่เพราะระหว่างเธอกับฮันเตอร์ตอนนี้มีเพียงข้อตกลงหนึ่งปีที่ไม่มีใครรู้“มัน...ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ”คีรันหัวเราะเบา ๆ“ฟังแบบนี้แปลว่ายังมีโอกาสอยู่หรือเปล่า”ไอวี่มองเขาทันที“พี่คีรัน”“พี่แค่ถาม”เขายกมือขึ้นเล็กน้อยอย่างยอมแพ้ แต่รอยยิ้มยังอยู่“ไม่กดดันครับ เรื่องงานก็ส่วนเรื่องงาน พี่แยกออก”คำตอบนั้นทำให้ไอวี่ผ่อนคลายลง“ขอบคุณค่ะ”“แต่เรื่องอื่น พี่ก็ไม่ได้บอกว่าจะยอมแพ้นะ”ไอวี่นิ่งไปคีรันกลับหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างสบาย ๆ ราวกับเพิ่งพูดเรื่องธรรมดาเธอจึงตัดสินใจไม่ต่อความเรื่องนี้“งั้นวันนี้อัยขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวรายละเอียดโปรเจกต์พี่ส่งให้อัยได้เลย”“ได้ครับ”คีรันเรียกพนักงานมาเช็กบิลไอวี่หยิบกระเป๋าขึ้นมา แต่เขากลับพูดขึ้นก่อน“มื้อนี้พี่เลี้ยง”“ไม่เป็นไรค่ะ หารกันก็ได้”“ถือว่าเลี้ยงต้อนรับพาร์ตเนอร์ใหม่”“อัยยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมเลยนะคะ”“งั้นถือว่าพี่ลงท
“ค่ะ จะรีบกลับ”คราวนี้สีหน้าของฮันเตอร์ถึงค่อยผ่อนลงเล็กน้อยโดยเฉพาะเมื่อคิดได้ว่า ต่อให้เย็นนี้ไอวี่จะไปกินข้าวกับคีรัน...สุดท้ายคืนนี้เธอก็กลับมาหาเขาอยู่ดี...........ช่วงเย็น ไอวี่เดินเข้ามาในร้านอาหารหรูใจกลางเมืองตามเวลาที่นัดไว้คีรันมาถึงก่อนแล้ว เขานั่งอยู่โต๊ะด้านในติดกระจก เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นทันที“มาแล้วเหรอครับ”“ขอโทษนะคะ พอดีประชุมเพิ่งเสร็จ”“ไม่เป็นไรครับ พี่เองก็เพิ่งมาไม่นาน”คีรันเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ ก่อนกลับไปนั่งฝั่งตรงข้าม“ประชุมเป็นยังไงบ้างครับ”“ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ อย่างน้อยแผนที่อัยเสนอก็ได้รับอนุมัติให้ลองทำก่อน”“งั้นก็ถือว่าเริ่มต้นดีนะครับ”ไอวี่ยิ้มน้อย ๆ“ค่ะ เกือบไม่ดีเหมือนกัน”ถ้าฮันเตอร์ไม่เข้ามาในตอนนั้น เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องรับมือกับคำถามเหล่านั้นอีกนานแค่ไหนคีรันไม่ได้ถามต่อ เพียงหยิบแท็บเล็ตที่เตรียมมาเปิดเอกสารขึ้นมา“งั้นคุยเรื่องที่พี่โทรหาอัยดีกว่า”ท่าทีของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที“บริษัทพี่กำลังทำโปรเจกต์ร่วมกับพาร์ตเนอร์ในสิงคโปร์กับฮ่องกง เรามีช่องทางจำหน่ายอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเน้นวัตถุดิบกับอัญ
“ปกติอาไม่เคยเห็นฮันเตอร์เข้าประชุมบริษัทนี้เลยนะลูก วันนี้มาเองเลยเหรอ”“ครับ” ฮันเตอร์ตอบเรียบ ๆ “ช่วงนี้ปรับแผนนิดหน่อยครับ ขาดทุนเยอะแล้ว”อธิปนิ่งไปทันทีแม้ฮันเตอร์จะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่คำว่า ขาดทุนเยอะแล้ว ก็ชัดพอว่าเขาหมายถึงการบริหารที่ผ่านมารสิกาเห็นบรรยากาศเริ่มไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง“งั้นวันนี้ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันไหมลูก เดี๋ยวน้าโทรให้เอวามาที่นี่เลย จะได้ไปพร้อมกัน”“ขอโทษครับ”ฮันเตอร์ปฏิเสธแทบจะทันที“วันนี้ผมมีนัดแล้ว”“นัดเหรอจ๊ะ”“ครับ ขอตัวก่อนนะครับ”เขาพยักหน้าให้อธิปกับรสิกาเล็กน้อย ก่อนเดินผ่านทั้งคู่ไปตอนเดินผ่านหน้าห้องทำงานของไอวี่ ฮันเตอร์เหลือบมองเข้าไปเพียงนิดเดียว แต่ไม่ได้หยุดหรือเรียกเธอ ก่อนเดินตรงไปยังลิฟต์ไอวี่ที่เห็นเขาเดินผ่านไปมองตามอย่างสงสัยไม่นานเสียงข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเธอหยิบขึ้นมากดดูHunter: ลงมา เจอกันที่รถไอวี่เม้มริมฝีปากทันทีสีหน้าที่เมื่อครู่ยังผ่อนคลายหลังผ่านการประชุมกลับกลายเป็นลำบากใจขึ้นมาเพราะเธอมีนัดแล้วก่อนเริ่มประชุมวันนี้ คีรันโทรมาหาเธอ เขาพูดถึงโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทที่กำลังจะขยายตลาดไปต่า
เขาหยิบเอกสารแผนงานที่วางเตรียมไว้สำหรับผู้ถือหุ้นขึ้นมาเปิดอ่านทั้งที่แทบทุกบรรทัดในนั้นเขาเห็นมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วฮันเตอร์พลิกเอกสารอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองไอวี่“มั่นใจแค่ไหนครับ ว่าจะทำได้ตามแผนนี้”ไอวี่สบตาเขาคราวนี้เธอไม่ได้รีบตอบ“อัยไม่คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะสถานการณ์จริงต้องมีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว”ฮันเตอร์นิ่งฟัง“แต่อัยมั่นใจว่ารู้ว่าบริษัทกำลังมีปัญหาตรงไหน และสามเดือนแรกควรแก้อะไรก่อน ถ้าตัวเลขจริงไม่เป็นไปตามที่คาด อัยก็จะปรับแผนตามสถานการณ์ ไม่ใช่ฝืนทำต่อเพียงเพราะมันเขียนอยู่ในเอกสารค่ะ”มุมปากของฮันเตอร์ยกขึ้นน้อย ๆตอบดีนี่“แล้วถ้าสามเดือนแรกไม่ดีขึ้นล่ะครับ”“อัยจะเอาผลจริงกลับมาทบทวนค่ะ ว่าปัญหาอยู่ที่แผนหรือการบริหาร ถ้าอัยผิด อัยก็แก้ ไม่ใช่เอาเงินใส่เพิ่มเพื่อกลบปัญหาเดิม”คราวนี้ฮันเตอร์พยักหน้า“ดีครับ”เขาปิดแฟ้มลง“งั้นผมเห็นด้วย”ทุกคนในห้องชะงัก“ลองทำเลยครับ”รสิกาหันมาทันที“ทำไมตกลงง่ายแบบนี้ล่ะคะ”ฮันเตอร์หันไปมองเธออธิปเองก็พูดขึ้น“นั่นสิ อาว่าลองคิดดูอีกทีดีกว่า ไม่ใช่ว่าอาไม่ไว้ใจไอวี่นะ แต่น้องไม่เค
คงไม่คิดจะไม่มาจริง ๆ หรอกนะ...กระทั่งถึงเวลาประชุม ฮันเตอร์ก็ยังไม่ปรากฏตัวไอวี่จึงไม่มีทางเลือก นอกจากเริ่มประชุมโดยไม่มีเขาอีกด้านหนึ่ง ฮันเตอร์เพิ่งก้าวออกจากลิฟต์ในอีกยี่สิบนาทีต่อมาเขาก้มมองนาฬิกาบนข้อมือ สีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีรีบร้อนแม้แต่น้อยเขารู้ดีว่าตัวเองมาสายและตั้งใจส่วนหนึ่งเพราะหมั่นไส้เด็กดื้อที่เมื่อเช้าเขาชวนมาด้วยกันดี ๆ แต่กลับยืนยันว่าจะมาก่อนเองแต่อีกเหตุผลหนึ่งสำคัญกว่าฮันเตอร์อยากให้ไอวี่ลองรับมือด้วยตัวเองเมื่อคืนเขาสอนเธอได้แค่ว่าต้องเตรียมอะไร ต้องตอบคำถามอย่างไร และควรมองตัวเลขตรงไหนแต่สิ่งหนึ่งที่เขาสอนแทนไม่ได้ คือแรงกดดันจากคนในห้องประชุมจริง ๆถ้าไอวี่คิดจะรักษาบริษัทของแม่เอาไว้ เธอก็ต้องเรียนรู้ด้วยว่าโลกธุรกิจไม่ได้ใจดีกับเธอเพียงเพราะเธอยังเด็กภายในห้องประชุม ไอวี่ยังคงยืนอธิบายแผนงานของตัวเองอยู่ด้านหน้าอธิปกับรสิกานั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยซึ่งถือหุ้นรวมกันอีกหกเปอร์เซ็นต์นั่งอยู่อีกด้าน“ในช่วงสามเดือนแรก อัยจะเน้นควบคุมกระแสเงินสดก่อนค่ะ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และยังไม่ขยายการลงทุนเพิ่มจนกว่าสภาพคล่องจะ







