Masukเป็นแฟนพี่ไหม?? คำถามในวันนั้นทำให้สถานะโสดสนิมเกาะของ "พิชชา" เปลี่ยนไป เมื่อ "ซิม"หนุ่มวิศวะสุดฮอตที่เบื่อกับการถูกสาวๆ ตามจีบ ได้เจอกับ "พิชชา" ที่อยู่ดีไม่ว่าดีก็โดนลากให้มาเป็นไม้กันหมาแบบงงๆ ท่าทางของเธอที่มีต่อเขาแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ในดวงตาคู่นั้นไม่มีคำว่า "ชอบ" เขาเลย ซึ่งก็ดีนะ!! เพราะมันทำให้เขาคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นมันมาจากความ" โสด" ดังนั้นเขาก็ทำตัวไม่ให้โสดซะก็จบเรื่อง "เรามาทำข้อตกลงกัน พี่ได้ความสบายใจ ส่วนน้องก็ได้เงินไปใช้ฟรีๆ วินๆ ทั้งสองฝ่าย" ดังนั้นภารกิจแฟนเดย์จึงเริ่มต้นขึ้น แต่เดี๋ยวก่อน...... เป็นแฟนคนหล่อมันไม่ง่ายอย่างที่คิด ดังนั้นมาเอาใจช่วย "พิชชา" นางเอกของเรากันนะคะว่าจะโดนความหล่อของพี่ซิมตก หรือพี่ซิมจะโดนน้องตกแบบไม่รู้ตัว แต่งานนี้ขอบอกว่ามีคนใจสั่นอย่างอย่างแน่นอน ก็นะ... ความใกล้ชิดไม่เคยปรานีใคร อยู่ที่ใครจะตกหลุม (รัก) ก่อนกัน!!
Lihat lebih banyakคนนั้นก็มีแฟน
คนนี้ก็มีแฟน โอ้ย!! เห็นแล้วหงุดหงิด พิชชาทำปากยื่น เมื่อถูกเพื่อนปล่อยลอยแพให้นั่งแกร่วอยู่คนเดียวหน้าโรงหนัง อุตส่าห์นัดกันดิบดี แต่พอถึงเวลาพวกมันกลับเห็นแฟนดีกว่าเธอซะงั้น น่าน้อยใจชะมัดเลย!! หญิงสาวพึมพำด้วยน้ำเสียงเซงๆ ก่อนจะส่งสติ้กเกอร์หมีน้อยชูป้าย "0K" กลับไปเป็นคำตอบ พิช กูคงไปไม่ได้แล้ว แฟนกูงอน อีพิช แฟนกูไม่สบาย กูขอบายก่อนนะ!! ข้อความแรกคือเหตุผลของ "เกมส์" หนุ่มหล่อ หน้าใส หัวใจโอปป้า ที่พอมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตนปุ๊บ เพื่อนสนิทก็กลายร่างเป็นหมาหัวเน่าปั๊บ ลมหายใจเข้าออกของมันมีแต่คำว่า "น้องกิ้ฟ" ที่ขยันงอนมันวันละสามเวลา แต่อย่างว่า ตัวเล็ก นมโต สเป็กเกมส์ พอลองได้หลง มันก็แทบโงหัวไม่ขึ้น หน้ามืดตามัวเปย์ไม่ยั้ง เข้าใจนะว่าบ้านมึงรวย แต่มึงก็ควรมีสติบ้าง ไม่ใช่พอแฟนงอนแล้วแม่ง!! ร้อนรนต้องสรรหาของมาง้อ และแต่ละอย่างที่มันซื้อคือแพงมากจริงๆ จนบางครั้งเธอต้องบอกว่า "เพลาๆ ลงบ้าง" แต่อย่างว่าพอได้รัก พอได้หลง ทั้งพูด ทั้งเตือนยังไง มันก็เหมือนแค่ลมบางเบาที่พัดผ่านหู เอาเถอะ!!! ปล่อยมัน เธอคิดอย่างนั้นก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาอ่านข้ออ้างของ "อีขิง" เพื่อนสาวที่สนิทไม่น้อยไปกว่าไอ้เกมส์ ไม่สบายเหี้ยอะไร!! หญิงสาวสบถ เมื่อวานเธอยังเห็นแฟนหนุ่มของอีขิงไปเพาะกล้ามอวดหุ่นที่ฟิตเนสเหงื่อแตกเป็นกะละมังอยู่เลย ซึ่งเธอก็พอจะเดาออกว่าที่อีขิงมาดูหนังไม่ได้ อาจเป็นเพราะพี่คิวหึงหวงมันเกินไปจนไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ไอ้เกมส์ถูกมองว่าเป็นกิ้กของอีขิง ก็นะ...มันสองคนเรียนอยู่คณะเดียวกัน แถมสนิทเล่นหัวกันตั้งแต่มอปลาย คนนอกที่มองจะแอบเข้าใจผิดมันก็ไม่แปลก ในเมื่อพวกมันชอบเรียกกันขำๆ ว่า "ที่รัก" หรือไม่ก็ "ฮันนี่จ๊ะ ฮันนี่จ๋า" พอเรียกบ่อยๆ มันก็เลยติดปากไง พอพี่คิวมาได้ยิน ก็เลยระเบิดลง ถึงขนาดเกือบต้องเลิกกันเพราะคิดในแง่ลบว่าอีขิงอยากจับปลาสองมือ พิชชาคิดพลันถอนหายใจ เพื่อนเธอทั้งสองคนเรียนอยู่คณะบริหาร ถึงจะคนละเมเจอร์แต่ก็เจอกันบ่อยจนน่าอิจฉาส่วนเธอนั้นเรียนคณะที่ตั้งห่างจากคณะอื่น เพราะเป็นคณะเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาพร้อมๆ กับมหาวิทยาลัย เป็นคณะที่สอบเข้าว่ายากแล้ว แต่คำว่า "เรียนจบ" ยิ่งยากกว่า แถมหนักกว่านั้นก็คือ.... เฮ้อ!!! หญิงสาวถอนหายใจยาว เมื่อนึกถึงวันที่เธอเดินเข้าไปในคณะที่ผู้ชายมีน้อยยิ่งกว่าหอยมด เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของนิสิตคณะนี้คือผู้หญิง ส่วนอีกสิบเปอร์เซ็นต์คือผู้ชายที่ซอยย่อยเป็นหลายประเภทแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนที่เป็นชายแท้ๆ หน้าตาดีๆ ก็โดนพวกสาวๆ คณะอื่นจับจองไปแดกหมด ส่วนที่เหลืออย่าให้ต้องเซด ยิ้มรับทั้งน้ำตาอ้าแขนเซมาเป็นเพื่อนสาวหัวใจมุ้งมิ้งกันซะดีๆ นี่คือชะตากรรมของสาวเภสัชที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ถ้าไม่อยากแห้งเหี่ยวเป็นต้นไม้เฉาๆ คาคณะ ก็จงใช้โอกาสทองตอนนี้ซะให้มันคุ้ม นี่คือความหวังดีของรุ่นพี่ที่ส่งต่อให้รุ่นน้อง พวกพี่รหัสบอกกับเธอว่า "ถ้าน้องพิชชาอยากมีแฟนก็ต้องรีบหาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ไม่อย่างนั้นได้แห้งเหี่ยวค้างเติ่งคาคณะแน่ๆ" คำพูดนั้นตอนแรกเธอฟังก็ขำๆ นะ แต่พอผ่านมาหกเดือน โอเค!! ตอนนี้เธอเริ่มขำไม่ออก เพราะคำพูดของพี่รหัสที่บอกคือเรื่องจริง ตัวอย่างก็มีให้เห็นเต็มสองตา เข้าใจว่ารุ่นพี่หวังดี แต่พี่ๆ คะ... พี่ต้องดูสภาพของหนูด้วย!! เธอยิ้มแห้งๆ ให้กับป้ารหัสที่คอยผลักดันเป็นกำลังใจให้เธอหาแฟนมาตลอดหกเดือน แต่มันเป็นหกเดือนที่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย พี่ว่าน้องพิชน่ารักนะ!! คำชมที่มาพร้อมรอยยิ้มบางๆ นั้นบอกตามตรงว่าเธอเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะพอเธอมองตัวเองในกระจกทีไร ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาแรงๆ "ไม่มีตรงไหนน่าดึงดูดเลย" พิชชาอดตัดพ้อตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่ขึ้นมอสี่ เธอก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้งเรียน เรียน แล้วก็เรียน เพื่อที่จะสอบเข้าไปเรียนคณะที่ตัวเองใฝ่ฝัน ดังนั้นภาพลักษณ์ของเธอที่ผ่านมาก็เลยดูจืดสนิท แว่นตาหนาๆ กับผมที่รวบขึ้นแบบขอไปที มันทำให้เธอดูเป็นเด็กเรียนไม่เด่นสะดุดตา ซึ่งตอนนั้นเธอก็ชิวๆ ไม่ได้มายด์อะไร แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน.... เธออยากลองตกอยู่ในโหมดคนอินเลิฟบ้างอะไรบ้าง ไอ้เกมส์ก็เพิ่งมีแฟน ส่วนอีขิงก็แฟนหวงยิ่งกว่าอะไรดี ถึงปากบอกว่า "ไม่เป็นไร" แต่เอาตรงๆ ในใจเธอก็แอบเหงาอยู่เหมือนกัน ไว้ครั้งหน้ากูชดเชยให้นะ!! ไอ้เกมส์พิมพ์มาแทบพร้อมๆ กับขิงที่ส่งสติ้กเกอร์ขอโทษขอโพย เฮ้อ!! แล้วอย่างนี้ใครมันจะโกรธลง พิชชาคิดพลันปัดหน้าจอแชทกลุ่มทิ้ง เธอเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าสะพายข้างก่อนจะลุกขึ้นยืน วันนี้เธออุตส่าห์ลองปล่อยผม ถอดแว่น และลองแต่งหน้าเบาๆ ตามนิวทูป กะจะให้เพื่อนๆ ช่วยดูว่าลุคส์นี้ผ่านไหม แต่ดูท่าเธอจะแต่งตัวมาเก้อ เมื่อเพื่อนๆ ต่างพร้อมใจกันเทให้เธอยืนหัวโด่ที่โรงหนังคนเดียว หญิงสาวก้มมองนาฬิกาข้อมือ อีกแค่ไม่กี่นาทีหนังก็จะเริ่มฉายแล้ว เรื่องนี้รีวิวดีซะด้วย เธอยืนชั่งใจอยู่พักใหญ่ว่าจะเข้าไปดูคนเดียวดีไหม เฮ้อ...ตั๋วก็ซื้อแล้ว นั่งดูคนเดียวก็ได้วะ!! หญิงสาวบอกตัวเองที่เดินเข้าไปในโรงหนัง แอร์ด้านในทางเดินเย็นฉ่ำ เธอถือถังป็อบคอร์นรสคาราเมลและน้ำอัดลมแก้วใหญ่เข้าไปด้วย "โรงหนึ่ง" ก้มหน้ามองตั๋วอีกครั้ง และในจังหวะที่ไม่ทันระวังนั้นเธอก็เดินชนเข้ากับแผ่นหลังของผู้ชายคนหนึ่งดัง "ปึ่ก" ว่าจะชะโงกหน้าออกไปขอโทษ แต่ก็พูดไม่ออก เมื่อถูกสายตาของผู้หญิงที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงตรงหน้าจ้องเขม็งมาราวกับว่าโกรธเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน "เป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมคะที่ทำให้พี่เปลี่ยนไป ไม่สนใจใยดีน้ำเหมือนเดิม" ถามพลางชี้นิ้วมาทางพิชชาที่ถึงจะทำหน้างงๆ แต่เธอก็ฉลาดพอจะเดาจากคำพูดได้ว่าชายหญิงสองคนนี้เป็นอะไรกัน "ฉิบ***" หญิงสาวสบถเมื่ออยู่ๆ เธอก็ถูกดึงเข้าไปเอี่ยวในเรื่องที่เธอไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่เหี้ยอะไรเลย "มะ...ไม่" กำลังจะบอกว่า "ไม่ใช่" กำลังจะอธิบายว่า "เข้าใจผิด" แต่คนที่ยืนหน้าเธอกลับตอบแทนด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ไม่ได้ดูเดือดร้อนอะไรว่า "ใช่!!" บรรลัยเกิด!! หญิงสาวตาโตเมื่อได้ยินคำตอบของผู้ชายที่เธอเห็นแค่แผ่นหลัง หน้าตาเป็นยังไงเธอยังไม่รู้เลย แล้วมาบอกว่าเธอคือเหตุผลที่ทำให้ต้องเลิกกันนี่นะ อะ...ไอ้ผู้ชายปากเปราะ หญิงสาวส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวัน กำลังจะอ้าปากบอกว่า "ไม่ใช่" แต่อนิจจา..... ฝ่ามือที่ฟาดลงมาตรงแก้มดัง "เพี้ย" มันทำเธอลืมหมดสิ้นทุกอย่างจริงๆ อารมณ์คนโดนตบจนหน้าหันเป็นยังไง เธอเพิ่งรู้ซึ้งก็วันนี้นี่เอง คำด่าของผู้หญิงคนนั้นยังคงพรั่งพรูจนพิชชาแทบจับใจความไม่ได้ ผู้ชายที่หันหลังให้เธอยังคงปิดปากยืนเงียบ ไม่ได้แก้ตัวหรือแก้ต่าง ดูท่าว่าเรื่องนี้คงจะยังไม่จบง่ายๆ ถ้าเธอยังยืนอยู่นี่ต่อ มีหวังโดนตบอีกครั้งแน่ๆ "ฉะ...ฉันไปก่อนนะ" ไม่อยากยุ่งก็เลยพูดเบาๆ กับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักกระทั่งชื่อ แต่ดูท่าวันนี้คงเป็นวันซวยของเธอ เพราะพอทำท่าจะเดินหนี เจ้าของเสียงทุ้มต่ำนั้นก็คว้าข้อมือของเธอไว้ "อะ....ไอ้#&@" หญิงสาวหลับตา ข่มคำด่าไว้ในใจ เมื่อข้อมือที่ถูกคว้าไว้นั้นสะบัดไม่หลุดสักที โอ้ย!!! จะให้ฉันต้องโดนตบฟรีอีกครั้งรึยังไงถึงสาแก่ใจ หญิงสาวคิดก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่หาเรื่องให้เธอต้องเจ็บตัว "นี่นาย...." คำด่าที่กำลังจะหลุดมาจากริมฝีปากได้รูปถูกกลืนลงคอ เมื่อเห็นหน้าของผู้ชายที่คว้าข้อมือของเธอไว้เต็มตา นะ....นี่มันพี่ซิมนี่!! โดนตบว่าตกใจแล้ว เห็นหน้าผู้ชายคือตกใจกว่า พี่ซิมคือรุ่นพี่วิศวะปีสามที่ดังมาก ดังแบบสุดๆ เธอมั่นใจเลยว่าแทบไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ แน่นอนว่าเธอเคยเห็นรูปพี่ซิมในเพจของมหาวิทยาลัย ในใจตอนนั้นว่าหล่อแล้ว แต่ตัวจริงหล่อกว่า ออร่าแสบตาจนต้องกระพริบปริบๆ "พวกเราไม่เคยเป็นอะไรกัน แล้วก็เลิกยุ่งวุ่นวายกับชีวิตพี่สักที" นี่คงเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่พิชชาได้ยินจากริมฝีปากหยักนั้น ข้อมือเล็กๆ ของเธอยังคงถูกกำไว้แน่น ซึ่งมันหมายถึงว่าพี่เขายังอยากให้เธอยืนอยู่ตรงนี้ "ไปกันเถอะ" ชายหนุ่มหันมาพูดกับคนที่ยืนน้ำท่วมปากเป็นครั้งแรก และเมื่ออีกฝ่ายถูกชายหนุ่มเมินไม่สนใจ ความโมโหที่กักเก็บไว้ก็ประทุเดือดขึ้นมาอีกรอบ และแน่นอนว่าพิชชารู้สึกได้ "ซวยแน่ๆ" หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง เมื่อแก้วน้ำที่เธอถืออยู่ถูกแย่งไป และในชั่วพริบตาเธอก็รู้สึกได้ถึงความเย็นที่ไล่มาตั้งแต่หน้าจรดปลายตีน "เป็นบ้าอะไรเนี่ย??" พิชชาสบถเสียงต่ำ น้ำอัดลมหวานๆ ที่สาดเข้ามาเต็มๆ ทำความอดทนที่มีขาดลงทันที ถังป๊อปคอร์นในมือตอนนี้สั่น แน่นอนว่าเธอไม่ได้หนาว แต่เธอแค่พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ระเบิดด้วยการนับหนึ่งถึงสามในใจ แต่บ้าเอ้ย!! มันทำไม่ได้ สุดท้ายถังป็อบคอร์นที่เธอถือไว้ก็สาดใส่หน้าของผู้หญิงมารยาททรามไปเต็มๆ เสียงร้องโวยวายดังลั่น "ถ้ายังไม่เงียบ..." "ทำไม แกจะทำไมฉัน" คนที่โดนเอาคืนถอยหลังตั้งหลักเมื่อเห็นคู่กรณีที่เธอสาดน้ำอัดลมใส่อยู่ๆ ก็เดินตรงเข้ามาหา และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ว่า "จะตบให้ปากเจ่อเลย" สีหน้าและแววตาเอาจริงทำให้อีกฝ่ายเริ่มลังเล และหันไปทางชายหนุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือราวกับว่าตัวเองคือผู้ถูกกระทำ มารยาที่มีตอนนี้กลายเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะๆ "ซิมเห็นไหมว่ามันขู่น้ำ" พิชชาเบ้ปาก กรอกตาวน เมื่อถูกโยนความผิดให้แบบหน้าด้านๆ แต่แล้วไงล่ะ เธอไม่สน มือเรียวหยิบทิชชูในกระเป๋าขึ้นมาเช็ดหน้าที่เปียกโชก ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์ที่จะดูหนังแล้วบอกตรง เธอเดินดุ่มๆ ออกจากโรงหนังไป โดยไม่สนใจเสียงทุ้มต่ำที่เรียกเธอให้รอเลย "เดี๋ยวก่อน" ในที่สุดซิมก็เดินตามคนตัวเล็กทัน เขาคว้าข้อมือเธอให้หยุด ก่อนจะถามเธอว่า "ชื่ออะไรน่ะเรา" "จะรู้ไปทำไมคะ" ตอนนี้พิชชาโมโหเกินกว่าที่จะตอบ "พี่ชื่อซิมนะ" โอ้ย!! ฉันรู้ตั้งแต่เห็นหน้าแล้วไหม หญิงสาวคิดในใจแต่ทว่าก็ไม่ได้ตอบออกไป เธอแค่พยักหน้าเบาๆ เป็นพิธี "มีแฟนยัง" คำถามที่ไม่ควรถามสำหรับคนที่เจอหน้ากันครั้งแรกทำเอาดวงตาคู่สวยเบิกโต ในแววตานั้นมีความไม่พอใจวูบไหวอยู่เบาๆ เธอมองหน้าคมเข้มนั้นชั่วอึดใจ พลันคิดว่าถ้าหล่อแต่ไร้มารยาทก็ไม่ไหวจะเคลียร์นะบอกตรง "......" พิชชาเลือกที่จะไม่ตอบ เธอพยายามสะบัดข้อมืออยู่หลายครั้ง แต่ในเมื่อมันไม่หลุดสักที เธอก็เลยใช้แรงที่มีทั้งหมดเหยียบรองเท้าผ้าใบของชายหนุ่มไปแบบสุดแรง "โอ้ย!!" คนตัวโตสะดุ้งโหยง เขามองหน้าของหญิงสาวที่ทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้ แต่แทนที่จะโกรธ เขากลับหัวเราะ ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเลยที่แสดงท่าทีรำคาญใส่เขา เธอเป็นคนแรก และมันก็นะ... น่าสนใจชะมัด!! ท่าทีของเธอที่มีต่อเขามันแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ในดวงตาคู่นั้นไม่มีคำว่า "ชอบ" เขาเลย ซึ่งก็ดีนะ!! เพราะมันทำให้เขาคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ ปัญหาของเขาคือพอโสดก็โดนผู้หญิงเข้ามาจีบจนวุ่นวาย ดังนั้นถ้าเขาอยากใช้ชีวิตสบายๆ ชิวๆ ก็ทำตัวให้ไม่โสดซะก็จบเรื่อง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดที่มุมปากหยักได้รูป นัยน์ตาคมเข้มสีนิลเป็นประกายขณะจับจ้องใบหน้ารูปไข่ ที่ผ่านมาเขาเบื่อกับการต้องมานั่งอธิบายอะไรซ้ำๆ กับผู้หญิงที่เข้ามาตีสนิท ทั้งที่บอกกับเขาเองว่าจะเป็นแค่ "เพื่อน" แต่สุดท้ายก็จบลงที่หึงหวงไม่เข้าท่า!! เขาใช้เวลาคิดไม่นานก่อนจะตัดสินใจถามอีกฝ่ายที่ทำหน้าราวกับว่าอยากหนีไปให้พ้นๆ จากเขาสักที "ถ้ายังไม่มีใคร" "ทำไมคะ" พิชชาแทรกขัดจังหวะขึ้นมาด้วยความรำคาญ เพราะไม่เข้าใจว่าจะมารั้งเธอให้อยู่ต่อเพื่ออะไร ดวงตาคู่สวยหรี่มองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะร้อง "ห๊ะ!! " ในใจเมื่อได้ยินประโยคถัดไปที่ทำเอาเธอถึงกับตาโต "มาเป็นแฟนกับพี่ไหมครับ""พี่ซิมจะไปไหน พิชจะกลับหอ"คนตัวเล็กโวยวายเมื่อเห็นรุ่นพี่ขับรถผ่านหน้ามหาวิทยาลัยไป เธอจ้องหน้าคนขับที่แสร้งทำหูทวนลม และบอกกับเธอเหมือนกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาว่า"พี่หิวข้าว""ก็ไปส่งพิชที่หอก่อน แล้วพี่ค่อยไปกิน""กินคนเดียวไม่อร่อย""โอ้ย!! ก็ไปชวนเพื่อนพี่สิคะ""ไม่เอาเดี๋ยวพวกมันสงสัย"ซิมส่ายหัว เพราะเขารู้นิสัยของไอ้พวกนั้นดี พอเขามีแฟนปุ๊บ ต่อมเสือกของพวกมันก็ทำงานปั๊บ อยากรู้ไปซะหมดว่า "ผู้หญิง" ที่มาเป็นแฟนเขาคือใคร เรียนปีไหน ชื่ออะไร และที่สำคัญคือพวกมันชอบจับผิด เขาขี้เกียจจะต้องมานั่งตอบคำถามว่า "เมื่อคืนเป็นไงวะ" ก็เลยจบปัญหาด้วยการหนีหน้าพวกมันไปหนึ่งวันถ้วน ซิมคิดก่อนจะพูดกับคนหน้าหงิกต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ฟังรื่นหูแต่อยู่ๆ กลับกระตุกหัวใจคนฟังให้เต้นแรงว่า"พี่อยากไปกินข้าวกับแฟน"คำพูดที่มาพร้อมรอยยิ้มจับหัวใจนั้นทำเอาพิชชาพูดไม่ออก หัวมันเบลอไปชั่วขณะ กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอก็นะ....เผลอเคลิ้มไปกับคำว่า "แฟน" เกือบห้าวินาทีได้"แฟนปลอมๆ ค่ะ"พิชชาย้ำเสียงเข้ม ก่อนจะผินหน้าไปทางหน้าต่าง แกล้งทำเหมือนว่าชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆ ถ้าไม่เมาค้าง...ก็คงนอนน้อยเกินไป!!หญิง
ความวุ่นวายไม่ได้มีแค่ใน Sbook เพราะพอพิชชาก้าวเท้าเข้าคณะ เพื่อนๆ และรุ่นพี่ที่สนิทก็รุมเข้ามาหาเธอประหนึ่งกำลังถูกฝูงผึ้งโจมตีจริงเหรอน้องพิชกูอิจฉาตาไหม้แล้วเนี่ยฟาดของแรร์ไอเท็มเลยนะอีพิชซึ่งแน่นอนว่าคำถามที่ออกมาจากปากคนสนิทส่วนใหญ่ก็จะเป็นไปในแนวที่ดี พิชชายิ้มเขินๆ เมื่อแต่ละคนยิงคำถามมาให้เธอตอบรัวๆ เอาน่ะ! เธอเองก็เตรียมคำตอบไว้แล้ว ดังนั้นบทนิยายรักน้ำเน่าจึงได้เริ่มต้นเล่าอีกครั้ง ทุกคนทำตาโต เชื่อไหมไม่รู้ แต่เธอก็พยายามเล่าให้เนียนไม่ให้หลุดโบ๊ะที่สุดแล้วจริงๆ"พี่ว่าแล้วเชียว!!!!"พอถูกขัดปุ๊บ คำว่า "แย่แล้ว!!" ก็ผุดขึ้นมาในใจของพิชชาปั๊บ ถ้ารุ่นพี่จับได้ว่าเธอโกหกเงินหกหมื่นได้หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาแน่ๆ หญิงสาวคิดเมื่อถูกสายตาของรุ่นพี่จ้องมองมาราวกับว่ากำลังจับผิดเธอ และความอึดอัดนี้มันก็ทำให้ลำคอของเธอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงไป"วะ...ว่าอะไรคะ"พิชชาฝืนยิ้มถามออกไปทั้งที่ใจคือแบบระแวงหนักมาก "ก็คิดอยู่ว่าทำไมน้องพิชชาถึงได้สวยขึ้นผิดหูผิดตาขนาดนี้ ที่แท้กำลังมีความรักนี่เอง"คำแซวของรุ่นพี่ทำเอาพิชชาลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่แท้...เธอก็คิดมากไปเอง
ใครอ่ะไม่เห็นจะรู้จักไม่จริงใช่ไหมและอีกบลา บลา บลาซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าล้วนแต่เป็นคอมเม้นท์เชิงลบ พิชชามองจำนวนเพื่อนที่แอดมาหาแล้วก็ถอนหายใจ คือมึงงงง!! พอพี่ซิมแท็กมาไม่ถึงชั่วโมงจากเพื่อนใน Sbook ที่มีแค่หลักร้อย ตอนนี้ใครก็ไม่รู้แอดมาขอเป็นเฟรนด์เกือบหลักพัน ดูก็รู้ว่าสายเผือก อยากเสือก ไม่ได้อยากรู้จักเธอจริงๆ หรอก อ่อ!! ลืมบอกไปว่าเธอไม่ได้หยิ่งนะแต่แค่ชอบความเป็นส่วนตัวเฉยๆ ดังนั้นคนที่แอดมารัวๆ ก็เชิญอยากรู้จนนอนไม่หลับไปเลยอีพิชชชชช!!ข้อความที่เด้งมาในไลน์ ดึงความสนใจจากพิชชาที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ก้มลงมอง เป็นอีขิงที่พิมพ์มาหา ตามมาติดๆ ด้วยไอ้เกมส์ที่ส่งสติ้กเกอร์หน้าหมีตกใจ ถึงจะยังไม่มีใครถามเปิดประเด็น แต่เธอก็พอจะเดาออกว่าเพราะสาเหตุอะไรพวกมันถึงได้พร้อมใจกันส่งข้อความมาหาเธอในเวลานี้กูมีแฟนแล้ว!!นี่คือคำตอบที่พิชชาคิดเตรียมไว้สำหรับเพื่อนสนิท อันที่จริงไม่ได้อยากโกหก แต่เพื่อความสมจริง จะต้องไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยสักคน เพราะในข้อตกลงบอกไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า "ห้ามให้ใครรู้" ดังนั้นถึงจะเป็นเพื่อนเธอก็ต้องปิดปากเงียบไว้ก่อนเมื่อไหร่ตอนไหน
"ไม่ค่ะ!!"พิชชาตอบแบบไม่ต้องคิด ในเมื่อเธอไม่ได้ชอบก็ไม่มีเหตุผลที่จะคบกับผู้ชายที่หาเรื่องให้เธอ และอีกอย่างคือพี่เขาดูดีเกินไป หล่อจนน่ากลัว ถ้าลองคบกันมีหวังเธอได้นอนชอกช้ำระกำทรวงเพราะคงมีผู้หญิงหลายคนจ้องรอเสียบอยู่แน่ๆ พิชชาคิดหวั่นใจขณะมองหน้าหล่อๆ ของรุ่นพี่คณะวิศวะที่อยู่ๆ ก็เกิดเป็นบ้าอะไรไม่รู้ถึงได้มาขอคบกับเธอ เอาตรงๆ มันไม่เมคเซ้นท์เลยจริงๆ คนเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงชั่วโมง จะให้คบกันทันทีบอกเลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ "ไม่คิดหน่อยเหรอ"เขาย้อนถามคนตัวเล็กยิ้มๆ และเธอก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่า "ไม่" ซึ่งเขาก็ไม่ได้ผิดหวังหรือแปลกใจ เพราะที่ขอคบเธอ เขาไม่ได้คิดจะให้เธอมาเป็นแฟนจริงๆ สักหน่อย ก็แค่อยากหาคนที่ช่วยคอยกันท่าพวกผู้หญิงที่เข้ามาจีบ มาเกาะแกะเขาก็แค่นั้น ซึ่งคำตอบของเธอเป็นคำตอบที่เขาต้องการ เพราะนั่นแสดงว่าเธอไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียว"งั้นถ้าพี่เสนอเงินให้ล่ะ"ว้อท!!!!นี่เธอหูไม่ได้ฝาดใช่ไหม หญิงสาวคิดพลันย่นหัวคิ้ว หรี่ตามองคนที่อยู่ๆ ก็เสนอเงินให้เธออย่างไม่น่าไว้ใจ คำพูดของพี่เขาพอลองเอามารวมเข้าด้วยกัน มันทำให้เธอคิดได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ...."ฉันไม่





