LOGIN“แล้วก็...ปากคุณเลอะลิปสติกค่ะ”
ฮันเตอร์ชะงักเล็กน้อย ขณะที่ไอวี่หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่คิดจะหันกลับมา เขายกมือแตะริมฝีปากตัวเอง ก่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาสนใจยิ่งกว่าเดิม มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น "หยิ่งดี..." เขาพึมพำกับตัวเอง ปกติผู้หญิงที่เจอ มักเข้ามาทำความรู้จัก พยายามชวนคุย หรืออย่างน้อยก็แอบมองเขา แต่ผู้หญิงคนนี้... กลับทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน และนั่น... กลับทำให้เขาสนใจเธอมากกว่าผู้หญิงทุกคนที่เคยเจอ. ...................... ไอวี่นั่งเรียนตลอดช่วงเช้าด้วยความลำบาก บทเรียนที่อาจารย์สอนผ่านไปเร็วเกินกว่าที่เธอจะตามทัน หลังจากขาดเรียนไปถึงสองสัปดาห์ หลายวิชามีทั้งเนื้อหาใหม่ รายงาน และงานกลุ่มที่เธอไม่รู้เรื่องเลย หญิงสาวได้แต่นั่งจดทุกอย่างเท่าที่ทำได้ พร้อมตั้งใจว่าจะต้องตามบทเรียนให้ทันโดยเร็วที่สุด เมื่ออาจารย์กล่าวเลิกคลาส ไอวี่ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ "เหนื่อยชะมัด..." เธอเก็บหนังสือลงกระเป๋า ก่อนเดินออกจากห้องเรียน ทันทีที่พ้นประตู หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิท "อยู่ไหน" ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส "โรงอาหาร" ไอวี่ยิ้มบาง ๆ "เดี๋ยวไปหา" พูดจบก็วางสาย ก่อนมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารของคณะทันที ... เมื่อเดินมาถึง เธอก็เห็นคนสามคนนั่งจับจองโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว มายด์ มิริน และไทม์ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ทั้งสามคนเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจ ส่วนไอวี่เลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์ แม้จะแยกกันคนละคณะ แต่พวกเธอก็ยังนัดกินข้าวและเจอกันแทบทุกวัน ทันทีที่เห็นไอวี่เดินเข้ามา มายด์ก็รีบโบกมือเรียก "ไอวี่! ทางนี้!" ไอวี่ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน ก่อนเดินตรงไปหาเพื่อนทั้งสามคนทันที มายด์มองหน้าเพื่อนอย่างเป็นห่วง "เป็นไงบ้างแก" ไอวี่หยิบน้ำขึ้นมาดื่ม "ค่อนข้างแย่" "หายไปตั้งสองอาทิตย์ ตามบทเรียนแทบไม่ทัน" "แต่โชคดีที่อาจารย์ยังให้ทำงานเก็บคะแนน แล้วก็ให้สอบเหมือนคนอื่น" เธอหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ "แถมยังบอกว่ามีกิจกรรมให้ช่วยเป็นการแลกเปลี่ยนอีก" มิรินเลิกคิ้วอย่างสงสัย "กิจกรรมอะไรวะ" ไอวี่ส่ายหน้า "ยังไม่รู้เหมือนกัน" "อาจารย์บอกว่าเลิกเรียนให้ไปหาที่ชมรมกีฬา เดี๋ยวจะอธิบายรายละเอียดอีกที" เธอหันมองเพื่อนทั้งสามคน "พวกแกไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ" "ไม่งั้นฉันคงเกร็งตาย" "ได้สิ" มายด์ตอบทันที พร้อมยิ้มกว้าง "ชมรมกีฬา ผู้ชายหล่อ ๆ เยอะจะตาย" "ฉันชอบ" มิรินกลอกตา ก่อนส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ "ผู้ชายเยอะแล้วไง" "แกไปดูผู้ชายหรือไปเป็นเพื่อนไอวี่กันแน่" มายด์หัวเราะเสียงดัง "ก็ทำทั้งสองอย่างไง" "ถือว่าได้กำไร" ไทม์หัวเราะตาม ก่อนยกนิ้วโป้งให้ "สมเป็นมายด์" "ไม่เคยเปลี่ยน" ไอวี่อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ตั้งแต่กลับมาเรียน... นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นจริง ๆ หลังจากเจอเรื่องวุ่นวายมาตลอดทั้งเช้า ............................... ตกเย็น ไอวี่เดินออกจากคณะรัฐศาสตร์ด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ข้างกายมีมายด์ มิริน และไทม์ เดินคุยกันมาตลอดทาง ก่อนทั้งสี่จะมุ่งหน้าไปยังชมรมกีฬา ตามที่อาจารย์นัดไว้ ทันทีที่เดินเข้าไปในโรงยิม เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ นักกีฬาหลายคนกำลังซ้อมกันอย่างจริงจัง ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงกรี๊ดของสาว ๆ ที่ยืนมุงอยู่รอบสนาม "กรี๊ดดด! พี่ฮันเตอร์!" "โอ๊ย หล่อมาก!" "ชู้ตอีกแล้ว!" มายด์รีบคว้าแขนไอวี่ พลางชี้ไปกลางสนาม "เฮ้ย! นั่นพี่ฮันเตอร์ปะวะ" "โคตรหล่อเลย" "ยิ่งเล่นบาสแบบนี้ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่" ไอวี่หันไปตามนิ้วของเพื่อน ชายหนุ่มร่างสูงกำลังรับลูกบาส ก่อนกระโดดชู้ตจากนอกเส้นสามคะแนน ฟึ่บ! ลูกบาสลงห่วงอย่างแม่นยำ เสียงกรี๊ดดังขึ้นกว่าเดิม ไอวี่จำเขาได้ทันที ผู้ชายเจ้าของรถสปอร์ตสีดำ... คนที่เธอเพิ่งเจอเมื่อเช้า ตอนนั้นเธอมัวแต่รีบไปเรียน จึงไม่ได้สังเกตเขามากนัก แต่ตอนนี้... เมื่อได้เห็นเขาอยู่กลางสนามบาส ในชุดนักกีฬาที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่ามกลางแสงแดดยามเย็น ก็ต้องยอมรับว่า... เขาหล่อจริง ๆ แต่ก็แค่หล่อ... หญิงสาวเบนสายตาออกทันที ก่อนเอ่ยเรียบ ๆ "ก็ไม่ได้หล่อขนาดนั้น" มายด์หันมามองเพื่อนทันที "แกนี่สายตาสูงเกินไปแล้ว" "ขนาดพี่ฮันเตอร์ยังไม่หล่อ แล้วมหาวิทยาลัยนี้จะเหลือใครให้เรียกว่าหล่ออีก" ไอวี่หัวเราะเบา ๆ ไม่ตอบอะไร ขณะที่กลางสนาม... ฮันเตอร์ซึ่งเพิ่งชู้ตลูกสุดท้ายลงห่วง หันมาเห็นไอวี่ยืนอยู่หน้าชมรมพอดี รอยยิ้มมุมปากของเขาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง "เจอกันอีกแล้ว..." ไอวี่เห็นอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาพอดี จึงรีบเดินเข้าไปหา "อาจารย์คะ" อาจารย์หันมายิ้ม "อ้าว มาแล้วเหรอ" "ดีเลย" จากนั้นก็หันไปทางสนามบาส ก่อนตะโกนเรียก "ฮันเตอร์!" ชายหนุ่มที่กำลังซ้อมอยู่หันมาตามเสียง ก่อนส่งลูกบาสให้เพื่อนแล้ววิ่งเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นไอวี่ รอยยิ้มมุมปากก็ปรากฏขึ้นทันที อาจารย์มองทั้งสองคน ก่อนแนะนำ "ฮันเตอร์ นี่ไอวี่ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ปีหนึ่ง" "ส่วนไอวี่ นี่ฮันเตอร์ ประธานชมรมกีฬา นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีสี่" ฮันเตอร์พยักหน้าให้ พร้อมส่งยิ้มบาง ๆ "ยินดีที่ได้รู้จัก...อีกครั้ง" ไอวี่สบตาเขานิ่ง ๆ เพียงครู่ ก่อนเอ่ยทักทายตามมารยาทด้วยน้ำเสียงเรียบ “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” อาจารย์มองทั้งคู่สลับกันไปมา ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ "อ้าว...รู้จักกันมาก่อนแล้วเหรอ" ฮันเตอร์ตอบพร้อมรอยยิ้ม "บังเอิญเจอกันนิดหน่อยครับ" ไอวี่พยักหน้ารับสั้น ๆ "เรื่องเล็กน้อยค่ะ"“สวัสดีค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”ไม่ว่าจะถูกถามเรื่องอะไร เธอก็ตอบอย่างมีมารยาทและวางตัวดี แม้จะเพิ่งเข้ามารับบทบาทนี้อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกก็ตามรูปลักษณ์ที่สวยสง่าและบุคลิกสุขุมของเธอดึงดูดสายตาคนในงานไม่น้อย หลายคนให้ความสนใจและเข้ามาทักทายด้วยตัวเองเอวาที่เดินตามอยู่ไม่ห่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจนักงานที่เธอคิดว่าตัวเองควรจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความสนใจ กลับกลายเป็นว่าแทบทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ไอวี่เพียงคนเดียวหลังจากเดินทักทายแขกอยู่พักใหญ่ ในที่สุดไอวี่ก็ได้กลับมานั่งพักที่โต๊ะของลลิน“เหนื่อยไหมลูก”“นิดหน่อยค่ะ”ลลินยิ้ม ก่อนหยิบแก้วน้ำส่งให้หลานสาว“ยิ้มจนเหนื่อยแล้วสินะ ดื่มน้ำก่อน”“ขอบคุณค่ะป้า”ลลินมองหลานอย่างสงสาร ก่อนเหลือบไปทางอีกโต๊ะซึ่งอธิปกำลังนั่งอยู่กับรสิกาและเอวาสีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที“ป๊าแกนี่ก็หน้าด้านจริง ๆ”ไอวี่แทบสำลักน้ำ“ป้าคะ...”“ก็จริงไหม บริหารบริษัทกันยังไงจนขาดสภาพคล่องตั้งสามสิบล้าน แล้วสุดท้ายโยนมาให้แกจัดการ”ไอวี่ถอนหายใจเบา ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ อัยจะพยายามแก้ให้ได้”ลลินหันกลับมามองหลาน“แล้วเรื่องเงิน แกคิดว่าจะคุยกับฮันเตอร์ได้ไ
ไอวี่นิ่งฟัง“ถ้าไม่ไหวก็เอาหุ้นคืนมาให้ป๊า ป๊าจะจัดการต่อเอง แล้วจะให้เงินอัยตามมูลค่าที่เหมาะสม อัยไม่จำเป็นต้องเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้”“ไม่ค่ะ”คำตอบของเธอมาแทบจะทันทีอธิปเลิกคิ้วไอวี่รวบเอกสารทั้งหมดขึ้นมากอดไว้กับตัว ก่อนลุกขึ้นยืน“อัยจะจัดการเอง”“แน่ใจ?”“ค่ะ”แววตาของเธอจริงจังขึ้น“ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่แม่สร้างไว้ อัยก็จะรักษามันเอง”“ถึงต้องไปคุยกับบ้านฮันเตอร์?”ไอวี่ชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนตอบ“ค่ะ”เธอกระชับแฟ้มเอกสารในมือ“อัยกลับแล้วนะคะ”พูดจบ ไอวี่ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมเอกสารหุ้นในมือทิ้งให้อธิปมองตามลูกสาวเงียบ ๆเพราะเขารู้ดีว่า—การได้หุ้นของแม่กลับคืนมา เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...........ที่บ้านของเจ้าสัววิกรมวิกรมเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมการ์ดเชิญใบหนึ่งในมือ ขณะที่อรอุมากำลังนั่งดูโทรทัศน์ ส่วนฮันเตอร์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม่ ก้มหน้าเซ็นเอกสารงานของบริษัทเงียบ ๆ“เสาร์นี้ไปงานแนะนำผู้ถือหุ้นใหม่ของอธิปกับผมหน่อยสิคุณ”วิกรมยื่นการ์ดเชิญให้ภรรยาอรอุมารับมาอ่านเพียงครู่เดียวก็วางลงบนโต๊ะ“ไม่ไป”“อ้าว ทำไมล่ะคุณ”“จะไปทำไม ดูก็รู้แล้วว่าเขาจัดงานน
สุดท้ายจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอน ปล่อยฮันเตอร์เอาไว้อยู่บนโซฟาตามลำพังเช้าวันต่อมา ไอวี่เปิดประตูห้องนอนออกมาด้วยอาการงัวเงียเมื่อคืนเธอพยายามไม่สนใจฮันเตอร์ที่นอนอยู่บนโซฟาด้านนอก แต่กลับพลิกตัวไปมาอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบเช้าทว่าตอนนี้โซฟากลับว่างเปล่าเขาไม่อยู่แล้วไอวี่มองไปรอบ ๆ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่โทรศัพท์ของตัวเองซึ่งถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะเธอหยิบขึ้นมา และเห็นข้อความจากฮันเตอร์ที่ส่งเข้ามาเมื่อไม่นานHunter: ถึงคอนโดแล้ว ไม่ต้องคิดถึงHunter: จูบเมื่อคืนพี่ชอบนะ...ถ้ายังอยากได้อีก บอกได้นะ พี่ยินดี 😏ไอวี่อ่านจบก็เม้มริมฝีปากทันที“ไอ้บ้านี่...”แต่เพียงนึกถึงจูบเมื่อคืนขึ้นมา ใบหน้ากลับร้อนวูบอย่างห้ามไม่ได้เธอกดบล็อกเขาทันที ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด แล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องไปอาบน้ำ................หลายวันผ่านไปฮันเตอร์นั่งอยู่หน้าคณะ สายตามองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ข้อความที่เขาลองส่งหาไอวี่ยังคงส่งไม่ผ่านเหมือนเดิมเธอบล็อกเขามาหลายวันแล้วแถมตลอดอาทิตย์นี้ยังไม่เห็นหน้าเธอในมหาวิทยาลัยอีกเลยฮันเตอร์ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี
“พี่ฮันเตอร์ อัยขับเองได้”“รู้”“รู้แล้วก็จอดสิคะ”ฮันเตอร์เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง“นั่งเฉย ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวถึงคอนโดแล้วพี่ลงเอง”ไอวี่มองเขาอย่างหงุดหงิด แต่รู้ดีว่าเถียงต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ จึงหันหน้าหนีไปทางกระจกส่วนฮันเตอร์ก็ขับรถต่อไปเงียบ ๆเมื่อรถมาถึงคอนโด ฮันเตอร์ก็ลงจากรถพร้อมกับไอวี่เธอกดล็อกรถ ก่อนเดินตรงเข้าไปด้านในโดยไม่คิดจะสนใจเขาอีกฮันเตอร์ยืนมองแผ่นหลังเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเข้าไปอย่างหน้าตาเฉยกระทั่งประตูลิฟต์กำลังจะปิด ไอวี่จึงเพิ่งเห็นว่าเขาเดินเข้ามาด้วยเธอขมวดคิ้วทันที“พี่ตามมาทำไม”“ไม่ได้ตาม”“แล้วขึ้นมาทำไมคะ”“มาหาเพื่อน”ฮันเตอร์ตอบสั้น ๆ ก่อนหันหน้าไปอีกทางราวกับไม่ใช่เรื่องของเธอไอวี่มองเขาอย่างไม่เชื่อ แต่ก็ขี้เกียจเถียงด้วยอีกทันทีที่ลิฟต์เปิดเมื่อขึ้นมาถึงชั้นของเธอ ไอวี่ก็รีบเดินออกมา ตรงไปยังห้องของตัวเอง ก่อนเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปทว่ายังไม่ทันปิด—มือของฮันเตอร์ก็ยันประตูเอาไว้“พี่ฮันเตอร์!”เขาแทรกตัวเข้ามาด้านในหน้าตาเฉย“พี่เข้ามาทำไม ไหนบอกว่ามาหาเพื่อนไง”ฮันเตอร์ไม่ได้ตอบทันที สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างแนบเนียนเงียบสนิทไม่ม
ไอวี่หันขวับมองเขาทันที“พี่ฮันเตอร์!”แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจเขามองชายตรงหน้าด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างกวน ๆ“มีอะไรอีกไหม จะกลับแล้ว”ชายคนนั้นชะงัก ก่อนหันไปมองกลุ่มเพื่อนของตัวเองไม่นานเพื่อนอีกสามสี่คนก็พากันเดินเข้ามาฮันเตอร์ไม่ได้ขยับหนีแม้แต่น้อย เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าไม่แสดงความกังวล ราวกับจำนวนคนตรงหน้าไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรเลยแต่เมื่อหนึ่งในกลุ่มนั้นเดินเข้ามาใกล้และเห็นหน้าฮันเตอร์ชัด ๆ เขาก็ชะงักทันที“พี่ฮันเตอร์?”ฮันเตอร์เหลือบมอง“รู้จักกูด้วย?”“ครับพี่...ผมอยู่วิศวะปีสอง”อีกฝ่ายตอบ ก่อนรีบหันไปดึงแขนเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วกระซิบเสียงเบา“พอเหอะมึง อย่าไปมีเรื่องกับพี่เขา”“ทำไมวะ”“ฮันเตอร์ วิศวะปีสี่ นักกีฬามหา’ลัย...มึงไม่รู้จักจริงดิ”อีกฝ่ายนิ่งไปชื่อของฮันเตอร์เป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อยในมหาวิทยาลัย ทั้งจากกลุ่มนักกีฬา รุ่นพี่วิศวะ และเพื่อนฝูงที่มีอยู่แทบทุกคณะ ที่สำคัญ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใครก่อน แต่ถ้ามีคนเข้ามาหาเรื่อง เขาก็ไม่เคยเป็นฝ่ายถอยเหมือนกัน“กลับเหอะ” รุ่นน้องคนนั้นบอกเพื่อนอีกครั้ง ก่อนหันมาทางฮันเตอร์ “ขอโท
มุมปากของฮันเตอร์ก็ยกขึ้นนิด ๆเขาสบตาเธอนิ่ง ก่อนยกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วไล้ผ่านริมฝีปากตัวเองช้า ๆ อย่างจงใจไอวี่ชะงักไปทันทีเธอรู้ว่าเขากำลังสื่อถึงอะไรภาพเหตุการณ์ด้านหลังผับเมื่อครู่ย้อนกลับเข้ามาในความคิด ทั้งจูบร้อนแรงและสัมผัสที่ทำให้เธอเผลอใจอ่อนให้เขาอีกครั้งไอวี่รีบเบือนหน้าหนี แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่แต่เพียงไม่นานก็เผลอเหลือบกลับไปอีกฮันเตอร์ยังมองอยู่แถมคราวนี้มุมปากของเขายังยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำให้เธอนึกถึงอะไร และพอใจไม่น้อยที่เห็นเธอเสียอาการเพราะเขาไอวี่เม้มริมฝีปากแน่นกวนประสาท...เธอพยายามไม่สนใจอยู่พักหนึ่ง แต่ยิ่งนั่งอยู่ตรงนี้ก็ยิ่งรู้สึกถึงสายตาของเขาที่มองมาไม่หยุดสุดท้ายจึงหันไปหามายด์ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง“มายด์”“หืม?”“เปลี่ยนที่กับเราหน่อย”มายด์เลิกคิ้ว“ทำไม”“อยากนั่งฝั่งนั้น”มายด์มองหน้าเพื่อน ก่อนเหลือบไปทางโต๊ะของฮันเตอร์ แล้วเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาทันที“อ๋อ...ได้”เธอลุกขึ้นอย่างว่าง่ายไอวี่จึงย้ายไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะ หันหลังให้ฮันเตอร์เสียเลยและการเปลี่ยนที่ครั้งนี้ก็ทำให้คนที่มานั่งข้างไทม์แทนกลายเป็นมาย







