登入เธอตอบเรียบ ๆ ก่อนเบนสายตาไปทางอาจารย์ ทำเอาฮันเตอร์ยิ่งอมยิ้มกับท่าทีรักษาระยะห่างของเธอมากกว่าเดิม
อาจารย์หันมองไอวี่ ก่อนเอ่ยขึ้น "อาจารย์เรียกเธอมาก็เพราะเรื่องนี้" "ปีนี้มหาวิทยาลัยกำลังจะจัดการแข่งขันกีฬาประเพณี" "ฝ่ายกีฬากำลังหาตัวแทนถือป้ายของมหาวิทยาลัย" ไอวี่ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างไม่แน่ใจ "หนูเหรอคะ" อาจารย์พยักหน้า "ใช่" "อาจารย์เสนอชื่อเธอไปแล้ว แล้วฝ่ายกีฬาก็เห็นชอบ" “หน้าที่ก็ไม่มีอะไรมาก แค่มาซ้อมเดินกับขบวนพาเหรด แล้วก็ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน” ไอวี่ชะงักไป “เอ่อ…อาจารย์คะ หนูขอไม่ทำได้ไหมคะ” อาจารย์ยิ้มบาง ๆ “ได้สิ แต่เธอขาดเรียนไปตั้งสองอาทิตย์ ก็ต้องหากิจกรรมอย่างอื่นมาชดเชยคะแนน” “คิดออกหรือยังว่าจะทำอะไร” ไอวี่เม้มริมฝีปาก ก่อนเงียบไป “งั้นก็มาซ้อมพรุ่งนี้นะ” “…ค่ะ” อาจารย์หันไปหาฮันเตอร์ "ส่วนฮันเตอร์ ในฐานะประธานชมรมกีฬาและผู้ดูแลการจัดงานปีนี้ ฝากดูแลน้องด้วย" ฮันเตอร์ยิ้มอย่างพอใจ "ได้ครับอาจารย์" อาจารย์พยักหน้า "พรุ่งนี้หลังเลิกเรียน มาซ้อมกับทีมที่ชมรมกีฬา" "เดี๋ยวฮันเตอร์จะอธิบายรายละเอียดทั้งหมด" "ค่ะ..." ไอวี่ตอบรับอย่างเสียไม่ได้ อาจารย์ยิ้ม ก่อนเดินไปคุยกับนักกีฬาคนอื่น เมื่อเหลือกันเพียงสองคน ฮันเตอร์ยกยิ้มมุมปาก "งั้น...พรุ่งนี้เจอกันนะครับ น้องไอวี่" ไอวี่ฝืนยิ้มบาง ๆ "ค่ะ" ตอบสั้น ๆ ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปหาเพื่อนทันที มายด์รีบเดินเข้ามากอดแขน "ดีออก!" ไอวี่ถอนหายใจ "ไม่เห็นจะดีเลย" "ทำไมจะไม่ดี" มายด์ทำตาเป็นประกาย "แกได้อยู่ใกล้พี่ฮันเตอร์เชียวนะ" "ผู้หญิงทั้งมหา'ลัยอยากได้โอกาสนี้กันทั้งนั้น" ไอวี่ส่ายหน้า "ท่าทางเจ้าชู้จะตาย" "เมื่อเช้าฉันเจอเขามากับผู้หญิง" "ลงจากรถด้วยกัน แถมปากยังเลอะลิปสติกลงมาอีก" มายด์ยกมือทาบอก ทำตาโต "โอ๊ย...แบบนี้แหละดี" "โคตรแซ่บ" ไอวี่หัวเราะหึ “แซ่บก็แซ่บไปคนเดียวเถอะแก คนหื่นที่ไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่…ไม่ใช่สเปกฉัน” ทั้งสี่คนพากันเดินออกจากโรงยิม จู่ ๆ มิรินก็สะกิดแขนไอวี่ "เฮ้ย..." "นั่นน้องต่างแม่แกหรือเปล่า" ไอวี่หันไปตามสายตาของมิริน เอวากำลังยืนอยู่ข้างสนาม ในมือมีขวดน้ำเย็น ก่อนจะยื่นส่งให้ฮันเตอร์พร้อมรอยยิ้มหวาน ฮันเตอร์รับน้ำไป พลางพูดอะไรบางอย่างจนเอวาหัวเราะออกมา ทั้งสองคนดูสนิทกันไม่น้อย ไทม์ขมวดคิ้ว "แฟนกันเหรอวะ" ไอวี่มองภาพตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ สายตาจับจ้องไปที่ทั้งคู่ ก่อนจะพึมพำเบา ๆ "...ไม่รู้สิ" แต่ภาพที่เห็น... ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นอะไรกันแน่. ................. เที่ยงวันต่อมา ทั้งสี่คนนั่งกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารตามปกติ จู่ ๆ มิรินก็วางช้อนลง พลางยิ้มอย่างคนมีข่าวเด็ด "ได้เรื่องมาแล้วนะ" มายด์รีบหันมาทันที "เรื่องอะไร" มิรินยิ้มกว้าง "ฉันไปสืบมา" "เอวาพูดกับคนไปทั่วมหา'ลัย ว่าอีกไม่นานจะหมั้นกับพี่ฮันเตอร์" ไอวี่ชะงักมือที่กำลังตักข้าว "หมั้นเหรอ" มิรินพยักหน้า "ใช่" "ได้ยินว่าเป็นการหมั้นที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ เพราะครอบครัวรู้จักกันมานาน" ไอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง แปลก... ทำไมเธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน มิรินพูดต่อ "เพื่อนสนิทพี่ฮันเตอร์เป็นคนบอกเอง" "ไม่น่าพลาด" มายด์รีบถาม "แล้วเขาคบกันจริงหรือเปล่า" "เห็นว่าคบกัน" มิรินพยักหน้า “เอวาบอกใคร ๆ ว่าพี่ฮันเตอร์เป็นแฟน” “แล้ววันนี้มันก็น่าจะไปที่ชมรมกีฬาเหมือนทุกวัน” ไอวี่เงยหน้าขึ้น “เป็นแฟนกันเหรอ…” เธอนิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ผู้หญิงที่ลงมาจากรถพร้อมฮันเตอร์… ก็ประกาศตัวว่าเป็นแฟนของเขาเหมือนกัน ไอวี่นิ่วหน้าทันที เธอขอตัวจากเพื่อน ก่อนเดินออกมามุมเงียบ ๆ แล้วกดโทรหาลลิน ปลายสายรับอย่างรวดเร็ว “ว่ายังไงตัวแสบ” “ป้าลินขา อัยมีเรื่องจะถาม” “ว่ามาสิ” “ป้าได้ข่าวหรือเปล่าคะ…ว่าลูกสาวบ้านนั้นกำลังจะหมั้น” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “แกรู้มาจากไหน” ไอวี่เม้มริมฝีปาก “แสดงว่าเป็นเรื่องจริง” ลลินถอนหายใจ “ยังไม่จริงหรอก” “คือป๊าแกอยากเชื่อมความสัมพันธ์กับเจ้าสัววิกรม” “จำได้ไหม เพื่อนสนิทของป๊าแก” “ตอนนี้ธุรกิจเขาใหญ่กว่าบ้านเราไปแล้ว” “แล้วเขาก็มีลูกชาย…” ลลินนิ่งคิด “ชื่ออะไรนะ…” “ฮันเตอร์หรือเปล่าคะ” “ใช่! นั่นแหละ” ลลินหัวเราะเบา ๆ “แกรู้จักเหรอ” “เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันค่ะ” “ป๊าแกเลยแนะนำให้เอวารู้จักเขา” “แต่ยังไม่ได้ตกลงเรื่องหมั้นอะไรหรอก” “อย่างมากก็แค่ผู้ใหญ่กำลังดู ๆ กันอยู่” ไอวี่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ “ก็ดีนะคะ” “ป๊าก็คงอยากให้ลูกของตัวเองได้สิ่งที่ดีที่สุด” ลลินได้ยินแล้วก็ใจหาย “ไม่ต้องเสียใจนะ” “ยังไงป้าก็รักอัยเสมอ” ไอวี่หัวเราะเบา ๆ “อัยไม่ได้เสียใจค่ะ” “แค่มีป้าลิน…อัยก็ไม่เสียใจแล้ว” ลลินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจพูด “แต่ป้าอยากให้แกทำใจไว้หน่อย” ไอวี่ขมวดคิ้ว “เรื่องอะไรคะ” “ถ้าเอวากับฮันเตอร์ลงเอยกันจริง…” “คนที่ป๊าแกอาจเลือกให้มาดูแลกิจการต่อ” “…อาจเป็นเอวา” ไอวี่ชะงัก ลลินรีบพูดต่อ “แต่ไม่เป็นไรนะ” “มาอยู่กับป้าก็ได้” “สิ่งที่ป้ามีอาจไม่มากเท่าป๊าแก” “แต่ก็พอให้แกใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก” ปลายสายเงียบไปหลายวินาที ก่อนเสียงของไอวี่จะดังขึ้นเบา ๆ “รักป้าลินนะคะ” “อัยแค่อยากบอก…” พูดจบ เธอก็กดวางสายเขาตอบสั้น ๆ ด้วยเสียงแหบเล็กน้อย “พี่ไปส่ง” ไอวี่พยักหน้า แต่ไม่กล้าสบตาเขาอีก เธอรีบลุกจากเตียง ขาที่ยังอ่อนแรงทำให้เธอเซเล็กน้อย ฮันเตอร์เผลอจะยื่นมือเข้าไปประคอง แต่เมื่อเห็นไอวี่เบี่ยงตัวหลบออกไปเพียงเล็กน้อย ฮันเตอร์ก็ชะงัก มือที่กำลังจะเอื้อมไปประคองเธอค่อย ๆ ลดลงข้างลำตัว ก่อนจะเก็บทุกความรู้สึกไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง ไอวี่ค่อย ๆ เดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ ส่วนฮันเตอร์ยืนอยู่ที่เดิม หลับตาอีกครั้ง พลางถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบกุญแจรถเดินตามเธอออกไป โดยเว้นระยะห่างไว้เงียบ ๆ ฮันเตอร์ขับรถมาตลอดทางโดยไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศภายในรถเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ ไอวี่เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามหลบสายตาของเขา ส่วนฮันเตอร์ก็ปล่อยให้ความเงียบนั้นดำเนินต่อไป ไม่นาน รถก็แล่นมาจอดหน้าคอนโดของไอวี่ ฮันเตอร์ปลดล็อกประตู ก่อนหันมามองเธอ “ถึงแล้ว” ไอวี่พยักหน้ารับเบา ๆ “ขอบคุณนะคะ” เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนรีบเปิดประตูลงจากรถ “ไอวี่...” ฮันเตอร์เรียกไว้ แต่หญิงสาวกลับชะงักเพียงเสี้ยววินาที แล้วเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในล็อบบี้โดยไม่หันกลับมา ฮ
ฮันเตอร์ยืนมองเธอเงียบ ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักติดอยู่บนใบหน้าของเขาหายไป เหลือเพียงสายตาที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “ตอนหลับ...ดูไม่ดื้อเหมือนตอนตื่นเลยนะ” เขาพูดกับตัวเองเบา ๆ ปอยผมเส้นหนึ่งตกลงมาปรกแก้มของเธอ ฮันเตอร์ยื่นมือไปอย่างลังเล ก่อนใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมนั้นทัดไว้ข้างหูอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธออีกครั้ง ยิ่งมอง...ก็ยิ่งละสายตาไม่ได้ เขาเผลอโน้มตัวลงไปเล็กน้อย ราวกับถูกความรู้สึกบางอย่างดึงเอาไว้ แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็ชะงัก ฮันเตอร์หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนบังคับตัวเองให้ถอยออกมาหนึ่งก้าว “พอแล้ว...” เขาพึมพำกับตัวเอง “อย่าเริ่ม เดี๋ยวหยุดไม่อยู่” เขาหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ หยิบผ้าสะอาดชุบน้ำ บิดจนหมาด ก่อนเดินกลับมาที่ข้างเตียง เพื่อดูแลให้เธอรู้สึกสบายขึ้น เขาเช็ดใบหน้าและมือของเธอเบา ๆ เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น ไม่นานนัก ไอวี่เริ่มขยับตัว “หนาว...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว ฮันเตอร์จึงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้ถึงไหล่ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง “เป็นไงบ้าง” “มึนหัวหรือเปล่า” ไอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้
เมื่อเดินออกมาหน้าคอนโด รถสปอร์ตสีดำคันหรูของฮันเตอร์ก็จอดรออยู่ เธอเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ก่อนคาดเข็มขัดเรียบร้อย ฮันเตอร์เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง วันนี้เธอดูสวยกว่าตอนกลางวันเสียอีก “อยากกินอะไร” ไอวี่หันมายิ้มบาง ๆ “เราไปดื่มกันไหมคะ” “ดื่มเหรอ” “ค่ะ” เธอพยักหน้า “คืนนี้อัยอยากดื่ม” ฮันเตอร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมองนาฬิกา “ที่ไหนดี” “ผับ XXX ตรงข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ” ฮันเตอร์ส่ายหน้าเบา ๆ “ไปอีกที่ดีกว่า” “เดี๋ยวพี่พาไป” พูดจบ เขาก็ออกรถทันที ......................... ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา รถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าผับหรูแห่งหนึ่ง แสงไฟนีออนส่องสว่างตัดกับบรรยากาศยามค่ำคืน รถสปอร์ตและรถหรูจอดเรียงรายอยู่เต็มลาน ฮันเตอร์ดับเครื่อง ก่อนหันมามองเธอ “เคยมาที่นี่ไหม” ไอวี่ส่ายหน้า “ไม่เคยค่ะ” “อัยเที่ยวแต่แถวคอนโด จะได้กลับง่าย ๆ” ฮันเตอร์ยิ้มมุมปาก “งั้นวันนี้ลองที่นี่” “รับรอง...ชอบแน่” เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ ก่อนพาเดินเข้าไปด้านใน ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเข้าผับ พนักงานทุกคนต่างโค้งทักทายฮันเตอร์อย่างนอบน้อม “สวัสดีครับคุณฮ
เด็กดื้อคนนี้ ยังพอฟังกันบ้าง ตลอดการซ้อม ไอวี่ตั้งใจ เดินกลางแดดก็ไม่บ่นสักคำ จนกระทั่งการซ้อมสิ้นสุดลง นักกีฬาทยอยเดินออกจากสนาม ไอวี่กำลังจะเก็บของเตรียมกลับ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเอวาเดินตรงเข้ามาทางฮันเตอร์ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเขา “พี่ฮันเตอร์คะ” ฮันเตอร์หันมาตามเสียงเรียก “ขอถ่ายรูปไปทำรายงานได้ไหมคะ” “ได้สิ” เขาพยักหน้ารับ ก่อนขยับเข้ามายืนข้างเธอ ไอวี่ยกโทรศัพท์ขึ้น แต่แกล้งทำหน้าลำบากใจ “พี่ถือโทรศัพท์ให้หน่อยได้ไหมคะ แบบนี้อัยหน้าใหญ่มากเลย” ฮันเตอร์หัวเราะเบา ๆ “เรื่องเยอะจริง” เขารับโทรศัพท์จากมือเธอ แล้วหันกล้องกลับมาเตรียมถ่ายเซลฟี จังหวะนั้นเอง ไอวี่ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนแกล้งเสียหลัก “อุ๊ย!” ร่างบางเอนเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากแตะแก้มของฮันเตอร์เพียงเสี้ยววินาที ฮันเตอร์ชะงักไปทันที เขาหันมามองเธออย่างตกใจ ส่วนไอวี่ก็รีบถอยออก สีหน้าตื่นไม่แพ้กัน “ขอโทษค่ะ!” เธอยกมือปิดปากตัวเอง “อัยเซ…ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” ฮันเตอร์มองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี “ไม่เป็
พูดจบ ไอวี่ก็ขึ้นรถ ก่อนขับออกไปทันที เอวาได้แต่ยืนฮึดฮัดขัดใจ ระหว่างทางกลับ ภาพในอดีตค่อย ๆ ย้อนกลับมา วันที่รสิกากับเอวาเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน ต่อหน้าพ่อ… ทั้งคู่ทำตัวอ่อนโยนกับเธอ พูดดี ยิ้มให้ และทำเหมือนอยากเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เมื่อไม่มีพ่ออยู่… ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป คำพูดเสียดสี การกลั่นแกล้งเล็ก ๆ น้อย ๆ และการทำให้เธอรู้สึกว่า… เธอไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนั้น สุดท้ายไอวี่จึงเลือกออกมาอยู่คอนโดของแม่ เพราะอย่างน้อย… ที่นี่ไม่มีใครทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นคนนอก ……………………… วันต่อมาไอวี่เลิกเรียนเร็ว จึงมาถึงชมรมกีฬาก่อนเวลา เธอนั่งรออยู่บนอัฒจันทร์ พร้อมหยิบ MacBook ขึ้นมาทำรายงานกิจกรรมส่งอาจารย์ ไม่นานฮันเตอร์ก็เดินเข้ามา “วันนี้มาเร็ว” “เลิกเรียนเร็วค่ะ” เขาเหลือบมองหน้าจอ “ทำอะไรอยู่” “ทำรายงานกิจกรรมค่ะ” ฮันเตอร์ก้มดู ก่อนถาม “ทำผิดอะไร ถึงต้องมาทำกิจกรรมเพิ่ม” “อัยหยุดเรียนไปเกือบสองอาทิตย์ค่ะ” “แล้วทำไมไม่มาเรียน” ไอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง “ตอนนั้น…อัยยังจัดการตัวเองไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้วค่ะ” ฮันเตอร์เห็นแวว
ไอวี่กำโทรศัพท์แน่นสายตาที่เคยเรียบนิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่ไม่ได้…สิ่งที่แม่ลำบากสร้างมากับป๊า…เธอจะไม่มีวันยอมให้ตกไปอยู่ในมือเมียน้อยกับลูกของเมียน้อยเด็ดขาด……………ตกเย็นไอวี่เดินมาถึงชมรมกีฬาพร้อมไทม์วันนี้มายด์กับมิรินติดธุระ จึงฝากไทม์มาเป็นเพื่อนเธอฮันเตอร์ที่กำลังคุยกับนักกีฬา หันมาเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาพอดีสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ไทม์มากับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว…หรือว่า…เป็นแฟนกันมิน่าล่ะ ถึงได้ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนไอวี่เดินตรงเข้ามาหาฮันเตอร์เหลือบมองนาฬิกา“ช้านะเรา”“ทุกคนรอกันอยู่”ไอวี่รีบอธิบาย“อัยไม่รู้ว่าต้องเริ่มซ้อมกี่โมง”“แวะกินข้าวเสร็จก็รีบมาทันทีเลยค่ะ”ฮันเตอร์พยักหน้าเบา ๆ หันไปบอกทุกคนให้ตั้งแถวเริ่มซ้อมก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบกับไอวี่“จะบอกว่าตัวเองไม่ผิดงั้นสิ”ไอวี่รีบส่ายหน้า“ไม่ได้บอกว่าไม่ผิดค่ะ”“แต่อัย…”เธอพูดไม่ออกฮันเตอร์ตัดบท“ครั้งหน้ามีความรับผิดชอบกว่านี้หน่อย”“ในเมื่อรับปากอาจารย์แล้ว ก็ควรตรงเวลา”ไอวี่เม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้ารับ“…ค่ะ”ฮันเตอร์มองใบหน้าที่กำลังงอนิด ๆ แล้วแอบยิ้มมุมปากเวล







