Masukเช้าวันต่อมา
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ติ๊งต่อง... ไอวี่ขยี้ตาเบา ๆ ก่อนเดินงัวเงียไปเปิดประตู ทันทีที่เห็นคนยืนอยู่หน้าห้อง ดวงตาที่ง่วงงุนก็เป็นประกายขึ้น "ป้าลิน..." ยังไม่ทันที่ลลินจะพูดอะไร หญิงสาวก็รีบโผเข้าไปกอด พร้อมทำเสียงอ้อนทันที "ป้าลินขา..." ลลินส่ายหน้าพร้อมหัวเราะเบา ๆ "มาอ้อนแบบนี้ แสดงว่ารู้ตัวว่าทำผิด" ไอวี่ยิ้มแหย ๆ ไม่ตอบ ลลินเดินเข้าไปในห้อง ก่อนหันกลับมามองหลานสาวด้วยสีหน้าจริงจัง "ทำไมถึงไม่ไปเรียน" "ป๊าเราทั้งโทรหาป้า ทั้งฝากให้ป้ามาคุย" ไอวี่เม้มริมฝีปาก ก่อนตอบตามตรง "อัยไม่อยากเรียนที่เดียวกับเอวา" ลลินถอนหายใจ "แล้วหนีปัญหาแบบนี้ มันช่วยอะไร" "รู้ไหมว่าคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือใคร" ไอวี่นิ่งเงียบ "ก็สองแม่ลูกนั่นไง" ลลินพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ยิ่งเราไม่เอาการเอางาน ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ดูแลตัวเอง" "คนอื่นก็ยิ่งมองว่าเราไม่เหมาะสม" "วันหนึ่ง ถ้าทรัพย์สินที่แม่เราร่วมสร้างกับป๊า ถูกยกให้สองแม่ลูกนั่นทั้งหมด..." "หนูจะยอมเหรอ" ไอวี่ชะงัก คำพูดนั้นทำให้เธอนิ่งไป ความจริง...เธอไม่เคยสนใจเงิน แต่เธอไม่ยอมให้สิ่งที่แม่ของเธอร่วมสร้างมาทั้งชีวิต ตกไปอยู่ในมือคนอื่น ลลินเห็นสีหน้าของหลานสาว จึงยิ้มบาง ๆ "งั้นก็เลิกหนี" "ลุกไปอาบน้ำ แต่งตัว แล้วกลับไปเรียน" "พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ไอวี่ไม่ได้แพ้ใคร" หญิงสาวเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ "...ค่ะ" ไม่นานนัก ไอวี่ก็เดินออกมาจากห้องนอนในชุดนักศึกษาที่เรียบร้อย ผมยาวสีดำถูกรวบเป็นหางม้าอย่างเป็นระเบียบ ลลินมองหลานสาวแล้วอมยิ้มอย่างพอใจ "แบบนี้สิ...หลานป้า" .................. เช้าวันนั้น ไอวี่ขับรถสปอร์ตสีขาวเข้ามาจอดหน้าคณะรัฐศาสตร์ เธอดับเครื่องยนต์ แต่ยังนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย สายตามองอาคารเรียนตรงหน้าอย่างลังเล สองอาทิตย์... เธอหายไปจากมหาวิทยาลัยนานถึงสองอาทิตย์ ไม่รู้ว่างานจะตามทันหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเพื่อนหรืออาจารย์จะมองเธออย่างไร หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ "เอาน่า..." "ก็แค่กลับมาเรียน" เธอคว้ากระเป๋า รวบรวมความกล้า ในจังหวะเดียวกันนั้น รถสปอร์ตสีดำคันหรูก็ค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดข้าง ๆ ภายในรถ ฮันเตอร์โน้มตัวเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งข้างคนขับ กอหญ้า...ดาวคณะบริหารที่เขาเพิ่งรู้จักเมื่อคืนในผับ หลังจากดื่มด้วยกัน ทั้งคู่ก็ต่อที่คอนโดของหญิงสาว ก่อนจะมาพร้อมกันในเช้าวันนี้ ริมฝีปากของทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่มและอ้อยอิ่ง ก่อนค่อย ๆ ผละออกจากกันอย่างเสียดาย "แล้วเจอกันตอนเย็นนะ" ฮันเตอร์ยิ้มมุมปาก กอหญ้ายิ้มหวาน พลางพยักหน้า "ค่ะ" เธอผลักประตูรถลงพร้อมกับที่ไอวี่เปิดประตูรถของตัวเอง ปึก! ประตูรถทั้งสองคันกระแทกเข้าหากันเสียงดัง กอหญ้าสะดุ้ง ก่อนรีบก้มลงมองทันที "โอ๊ย!" "นี่เธอทำอะไรเนี่ย!" เธอรีบใช้นิ้วลูบบริเวณที่ประตูชนกัน ก่อนหันไปจ้องไอวี่เขม็ง "เห็นไหม รถแฟนฉันเป็นรอยแล้ว!" ไอวี่ขมวดคิ้ว ก่อนก้มมองรอยเล็ก ๆ บนขอบประตูทั้งสองคัน เธอเงยหน้าขึ้นอย่างใจเย็น "ก็ชนพร้อมกัน" "ประตูรถฉันก็เป็นรอยเหมือนกัน" กอหญ้ากอดอก สีหน้าไม่พอใจ "แต่เธอเปิดแรงกว่า" "รู้ไหมว่ารถคันนี้ราคาเท่าไหร่" ไอวี่ปรายตามองรถสปอร์ตสีดำ ก่อนตอบเรียบ ๆ "รถฉันก็ราคาไม่ต่างกัน" ไอวี่ก้มมองรอยเล็ก ๆ บนประตูรถ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองกอหญ้า "แต่เดี๋ยวนะ..." "เจ้าของรถเขายังไม่พูดอะไรเลย" "แล้วเธอโวยวายแทนทำไม" กอหญ้ากอดอกทันที "ก็ฉันเป็นแฟนเจ้าของรถ" ไอวี่ยักไหล่ "งั้นก็เรียกแฟนเธอลงมาคุยสิ" ภายในรถ ฮันเตอร์ที่นั่งมองเหตุการณ์มาตลอด ยกยิ้มมุมปากอย่างสนใจ ผู้หญิงคนนี้... ทั้งสวย ทั้งใจเย็น แถมยังไม่ยอมเสียเปรียบ เขาผลักประตูรถลง ก่อนก้าวเดินเข้ามา ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งสะดุดตา ผิวขาวละเอียด ดวงตากลมโต และใบหน้าหวานที่ดูมั่นใจโดยไม่ต้องพยายาม ไอวี่หันมาสบตาเขาพอดี เมื่อเห็นสายตาเจ้าชู้ที่มองสำรวจเธอไม่ปิดบัง หญิงสาวก็ยกยิ้มบาง ๆ "ว่าไงคะ" "รถเป็นรอย" ฮันเตอร์ก้มมองรอยเล็ก ๆ บนประตู ก่อนหัวเราะเบา ๆ "ไม่เป็นไร" "แค่นิดเดียวเอง" กอหญ้าหันมามองอย่างตกใจ "แต่ฮันเตอร์..." เขาหันไปมองเธอ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ "รีบไปเรียนเถอะ" "เดี๋ยวสาย" "เรื่องนี้ผมจัดการเอง" กอหญ้าเม้มริมฝีปากแน่น แม้จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดต่อ ได้แต่สะบัดหน้าก่อนเดินจากไป ไอวี่เห็นว่าเรื่องจบแล้ว จึงหมุนตัวเตรียมเดินเข้าคณะ "เดี๋ยวก่อน" เสียงทุ้มของฮันเตอร์ดังขึ้นจากด้านหลัง ไอวี่หยุดเดิน ก่อนหันกลับมามอง "ไม่ทิ้งเบอร์ไว้หน่อยเหรอ" เธอเลิกคิ้ว "ไว้ติดต่อเรื่องรถ" ฮันเตอร์ยิ้มมุมปาก "เผื่อคุณอยากให้ผมช่วยอะไร" ไอวี่มองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้ามาใกล้จนเหลือระยะเพียงก้าวเดียว เธอส่งยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ไม่ต้องค่ะ" "ฉันคิดว่า..." ไอวี่มองเขานิ่ง ๆ ก่อนยกยิ้มบาง “ฉันคิดว่า...เราต่างคนต่างอยู่ดีกว่าค่ะ” พูดจบ เธอก็ยกนิ้วชี้ไปที่ริมฝีปากของเขาเขาตอบสั้น ๆ ด้วยเสียงแหบเล็กน้อย “พี่ไปส่ง” ไอวี่พยักหน้า แต่ไม่กล้าสบตาเขาอีก เธอรีบลุกจากเตียง ขาที่ยังอ่อนแรงทำให้เธอเซเล็กน้อย ฮันเตอร์เผลอจะยื่นมือเข้าไปประคอง แต่เมื่อเห็นไอวี่เบี่ยงตัวหลบออกไปเพียงเล็กน้อย ฮันเตอร์ก็ชะงัก มือที่กำลังจะเอื้อมไปประคองเธอค่อย ๆ ลดลงข้างลำตัว ก่อนจะเก็บทุกความรู้สึกไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง ไอวี่ค่อย ๆ เดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ ส่วนฮันเตอร์ยืนอยู่ที่เดิม หลับตาอีกครั้ง พลางถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบกุญแจรถเดินตามเธอออกไป โดยเว้นระยะห่างไว้เงียบ ๆ ฮันเตอร์ขับรถมาตลอดทางโดยไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศภายในรถเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ ไอวี่เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามหลบสายตาของเขา ส่วนฮันเตอร์ก็ปล่อยให้ความเงียบนั้นดำเนินต่อไป ไม่นาน รถก็แล่นมาจอดหน้าคอนโดของไอวี่ ฮันเตอร์ปลดล็อกประตู ก่อนหันมามองเธอ “ถึงแล้ว” ไอวี่พยักหน้ารับเบา ๆ “ขอบคุณนะคะ” เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนรีบเปิดประตูลงจากรถ “ไอวี่...” ฮันเตอร์เรียกไว้ แต่หญิงสาวกลับชะงักเพียงเสี้ยววินาที แล้วเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในล็อบบี้โดยไม่หันกลับมา ฮ
ฮันเตอร์ยืนมองเธอเงียบ ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักติดอยู่บนใบหน้าของเขาหายไป เหลือเพียงสายตาที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “ตอนหลับ...ดูไม่ดื้อเหมือนตอนตื่นเลยนะ” เขาพูดกับตัวเองเบา ๆ ปอยผมเส้นหนึ่งตกลงมาปรกแก้มของเธอ ฮันเตอร์ยื่นมือไปอย่างลังเล ก่อนใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมนั้นทัดไว้ข้างหูอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธออีกครั้ง ยิ่งมอง...ก็ยิ่งละสายตาไม่ได้ เขาเผลอโน้มตัวลงไปเล็กน้อย ราวกับถูกความรู้สึกบางอย่างดึงเอาไว้ แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็ชะงัก ฮันเตอร์หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนบังคับตัวเองให้ถอยออกมาหนึ่งก้าว “พอแล้ว...” เขาพึมพำกับตัวเอง “อย่าเริ่ม เดี๋ยวหยุดไม่อยู่” เขาหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ หยิบผ้าสะอาดชุบน้ำ บิดจนหมาด ก่อนเดินกลับมาที่ข้างเตียง เพื่อดูแลให้เธอรู้สึกสบายขึ้น เขาเช็ดใบหน้าและมือของเธอเบา ๆ เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น ไม่นานนัก ไอวี่เริ่มขยับตัว “หนาว...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว ฮันเตอร์จึงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้ถึงไหล่ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง “เป็นไงบ้าง” “มึนหัวหรือเปล่า” ไอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้
เมื่อเดินออกมาหน้าคอนโด รถสปอร์ตสีดำคันหรูของฮันเตอร์ก็จอดรออยู่ เธอเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ก่อนคาดเข็มขัดเรียบร้อย ฮันเตอร์เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง วันนี้เธอดูสวยกว่าตอนกลางวันเสียอีก “อยากกินอะไร” ไอวี่หันมายิ้มบาง ๆ “เราไปดื่มกันไหมคะ” “ดื่มเหรอ” “ค่ะ” เธอพยักหน้า “คืนนี้อัยอยากดื่ม” ฮันเตอร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมองนาฬิกา “ที่ไหนดี” “ผับ XXX ตรงข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ” ฮันเตอร์ส่ายหน้าเบา ๆ “ไปอีกที่ดีกว่า” “เดี๋ยวพี่พาไป” พูดจบ เขาก็ออกรถทันที ......................... ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา รถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าผับหรูแห่งหนึ่ง แสงไฟนีออนส่องสว่างตัดกับบรรยากาศยามค่ำคืน รถสปอร์ตและรถหรูจอดเรียงรายอยู่เต็มลาน ฮันเตอร์ดับเครื่อง ก่อนหันมามองเธอ “เคยมาที่นี่ไหม” ไอวี่ส่ายหน้า “ไม่เคยค่ะ” “อัยเที่ยวแต่แถวคอนโด จะได้กลับง่าย ๆ” ฮันเตอร์ยิ้มมุมปาก “งั้นวันนี้ลองที่นี่” “รับรอง...ชอบแน่” เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ ก่อนพาเดินเข้าไปด้านใน ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเข้าผับ พนักงานทุกคนต่างโค้งทักทายฮันเตอร์อย่างนอบน้อม “สวัสดีครับคุณฮ
เด็กดื้อคนนี้ ยังพอฟังกันบ้าง ตลอดการซ้อม ไอวี่ตั้งใจ เดินกลางแดดก็ไม่บ่นสักคำ จนกระทั่งการซ้อมสิ้นสุดลง นักกีฬาทยอยเดินออกจากสนาม ไอวี่กำลังจะเก็บของเตรียมกลับ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเอวาเดินตรงเข้ามาทางฮันเตอร์ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเขา “พี่ฮันเตอร์คะ” ฮันเตอร์หันมาตามเสียงเรียก “ขอถ่ายรูปไปทำรายงานได้ไหมคะ” “ได้สิ” เขาพยักหน้ารับ ก่อนขยับเข้ามายืนข้างเธอ ไอวี่ยกโทรศัพท์ขึ้น แต่แกล้งทำหน้าลำบากใจ “พี่ถือโทรศัพท์ให้หน่อยได้ไหมคะ แบบนี้อัยหน้าใหญ่มากเลย” ฮันเตอร์หัวเราะเบา ๆ “เรื่องเยอะจริง” เขารับโทรศัพท์จากมือเธอ แล้วหันกล้องกลับมาเตรียมถ่ายเซลฟี จังหวะนั้นเอง ไอวี่ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนแกล้งเสียหลัก “อุ๊ย!” ร่างบางเอนเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากแตะแก้มของฮันเตอร์เพียงเสี้ยววินาที ฮันเตอร์ชะงักไปทันที เขาหันมามองเธออย่างตกใจ ส่วนไอวี่ก็รีบถอยออก สีหน้าตื่นไม่แพ้กัน “ขอโทษค่ะ!” เธอยกมือปิดปากตัวเอง “อัยเซ…ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” ฮันเตอร์มองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี “ไม่เป็
พูดจบ ไอวี่ก็ขึ้นรถ ก่อนขับออกไปทันที เอวาได้แต่ยืนฮึดฮัดขัดใจ ระหว่างทางกลับ ภาพในอดีตค่อย ๆ ย้อนกลับมา วันที่รสิกากับเอวาเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน ต่อหน้าพ่อ… ทั้งคู่ทำตัวอ่อนโยนกับเธอ พูดดี ยิ้มให้ และทำเหมือนอยากเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เมื่อไม่มีพ่ออยู่… ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป คำพูดเสียดสี การกลั่นแกล้งเล็ก ๆ น้อย ๆ และการทำให้เธอรู้สึกว่า… เธอไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนั้น สุดท้ายไอวี่จึงเลือกออกมาอยู่คอนโดของแม่ เพราะอย่างน้อย… ที่นี่ไม่มีใครทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นคนนอก ……………………… วันต่อมาไอวี่เลิกเรียนเร็ว จึงมาถึงชมรมกีฬาก่อนเวลา เธอนั่งรออยู่บนอัฒจันทร์ พร้อมหยิบ MacBook ขึ้นมาทำรายงานกิจกรรมส่งอาจารย์ ไม่นานฮันเตอร์ก็เดินเข้ามา “วันนี้มาเร็ว” “เลิกเรียนเร็วค่ะ” เขาเหลือบมองหน้าจอ “ทำอะไรอยู่” “ทำรายงานกิจกรรมค่ะ” ฮันเตอร์ก้มดู ก่อนถาม “ทำผิดอะไร ถึงต้องมาทำกิจกรรมเพิ่ม” “อัยหยุดเรียนไปเกือบสองอาทิตย์ค่ะ” “แล้วทำไมไม่มาเรียน” ไอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง “ตอนนั้น…อัยยังจัดการตัวเองไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้วค่ะ” ฮันเตอร์เห็นแวว
ไอวี่กำโทรศัพท์แน่นสายตาที่เคยเรียบนิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่ไม่ได้…สิ่งที่แม่ลำบากสร้างมากับป๊า…เธอจะไม่มีวันยอมให้ตกไปอยู่ในมือเมียน้อยกับลูกของเมียน้อยเด็ดขาด……………ตกเย็นไอวี่เดินมาถึงชมรมกีฬาพร้อมไทม์วันนี้มายด์กับมิรินติดธุระ จึงฝากไทม์มาเป็นเพื่อนเธอฮันเตอร์ที่กำลังคุยกับนักกีฬา หันมาเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาพอดีสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ไทม์มากับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว…หรือว่า…เป็นแฟนกันมิน่าล่ะ ถึงได้ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนไอวี่เดินตรงเข้ามาหาฮันเตอร์เหลือบมองนาฬิกา“ช้านะเรา”“ทุกคนรอกันอยู่”ไอวี่รีบอธิบาย“อัยไม่รู้ว่าต้องเริ่มซ้อมกี่โมง”“แวะกินข้าวเสร็จก็รีบมาทันทีเลยค่ะ”ฮันเตอร์พยักหน้าเบา ๆ หันไปบอกทุกคนให้ตั้งแถวเริ่มซ้อมก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบกับไอวี่“จะบอกว่าตัวเองไม่ผิดงั้นสิ”ไอวี่รีบส่ายหน้า“ไม่ได้บอกว่าไม่ผิดค่ะ”“แต่อัย…”เธอพูดไม่ออกฮันเตอร์ตัดบท“ครั้งหน้ามีความรับผิดชอบกว่านี้หน่อย”“ในเมื่อรับปากอาจารย์แล้ว ก็ควรตรงเวลา”ไอวี่เม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้ารับ“…ค่ะ”ฮันเตอร์มองใบหน้าที่กำลังงอนิด ๆ แล้วแอบยิ้มมุมปากเวล







