เข้าสู่ระบบไม่นานนักก็ถึงเวลาที่นัดหมายกับพนักงานในร้าน เพลงHappy birthdayก็ดังขึ้น พนักงานถือเค้กขนาดหนึ่งปอนด์เข้ามา เจ้าของวันเกิดยิ้มร่าด้วยไม่รู้ว่าเพื่อนแอบเซอร์ไพร์สเข้าให้ พวกเธอแบ่งเค้กกันกิน เจ้าของวันเกิดให้เอาเค้กไปให้นักร้องบนเวที นักดนตรีหนุ่มกล่าวคำขอบคุณพร้อมโปรยยิ้มหวานส่งสายตาหวานเชื่อมมาทางพรนับพันจนเพื่อนต่างกระแซะไหล่เป็นเชิงหยอกเย้า
“ก็หล่อดีนะ ใช้แก้ขัดไปก่อน”
“แก้ขัดอะไร” พรนับพันส่ายหน้าไปมา
“คืนนี้กลับยังไง” เพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“พี่ธารณ์มารับ”
“ว้าว! นี่พี่ธารณ์ยังอยู่บ้านเธออยู่เหรอ ฉันนึกว่าเขาเรียนจบไปทำงานข้างนอกแล้ว”
“อืม พี่ธารณ์ช่วยงานคุณพ่อนะ” พรนับพันดื่มเหล้าไปจนจำไม่ได้แล้วว่ากี่แก้ว
“คืนนี้ฟรีสไตล์มาแดนซ์กันก่อนแยกย้ายเถอะ”
เจ้าของวันเกิดพูดแล้วลุกขึ้นดึงแขนเพื่อนสาวให้ลุกขึ้นเต้น พรนับพันไม่เคยเต้นรำแต่เพราะเมามากและสนุกไปกับเพื่อนสนิทจึงโยกย้ายเรือนร่างตามจังหวะเสียงเพลง เธอไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว และยิ่งไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานหรือจะขับรถกลับไม่ไหวจึงเต้นรำไปพร้อมกับเพื่อนสาว โทรศัพท์มือถือของพรนับพันสั่น หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู เพราะแสงไฟวับแวบทำให้มองข้อความไม่ชัดนัก
“ผู้ปกครองโทรตามเหรอ”
“อื้ม” พรนับพันตอบเพื่อนทั้งที่ไม่แน่ใจนักว่าข้อความอะไร
“นี่มันเลยเที่ยงคืนแล้ว เราเช็กบิลกันดีกว่า”
“พวกเธอกลับยังไง” พรนับพันอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ “ฉันให้พี่ธารณ์ตระเวนขับรถส่งพวกเธอได้นะ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีราชรถมารับ” แป๋มหัวเราะร่า “พวกนี้กลับกับฉัน”
เพื่อนสาวต่างพยักหน้ารับเพราะตกลงกันไว้แล้ว เมื่อทั้งหมดตกลงกันว่าจะกลับจึงเรียกบริกรมาเช็กบิลค่าอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อนต่างตกลงกันว่าจะหารกันโดยไม่ให้เจ้าของวันเกิดต้องออกเงินแม้แต่บาทเดียว
“พวกแก”
“ไม่ต้องทำซึ้ง วันเกิดรอบหน้าก็ผลัดกันเลี้ยงเหมือนเดิม”
“ไปเข้าห้องน้ำกัน”
สาวๆ เดินประคองกันไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ พรนับพันทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงได้อ่านข้อความในมือถือ แล้วเธอก็โทรหาธารณ์
“พี่ธารณ์”
“ครับ”
“มารับปันปันหน่อยค่ะ” เสียงเธออ้อแอ้เต็มที่
“คุณปันปันรอตรงประตูนะครับ ผมจะไปรับไม่ต้องเดินมาที่ลานจอดรถ”
“อื้ม”
“ไหวไหมเนี้ย” แป๋มถามเพื่อนซี้
“ไหว”
“ไม่เคยเห็นปันปันเมามาก่อนเลย” ขวัญหัวเราะออกมา “อ้าว แฟนแป๋มมารับแล้ว”
“กลับไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่ธารณ์มาแล้ว” พรนับพันโบกมือไล่เพื่อน
“เอางั้นเหรอ”
“รถฉันจอดที่นี่ รอแค่คนขับรถมารับ”
“ต๊าย ฟังพูดเข้า เดี๋ยวพี่ธารณ์น้อยใจแย่ เป็นได้แค่คนขับรถ”
พรนับพันไม่เข้าใจที่เพื่อนพูด เธอดันไหล่ให้เพื่อนออกไป เธอโบกมือลาเพื่อนแล้วตั้งใจจะเดินไปทางประตูทางออก แต่เพราะเมามากไปหน่อยจนเดินไปชนกับใครเข้าก็ไม่รู้
“ขอโทษค่ะ” เธอพูดขึ้นแล้วขยับตัวถอยออกมา
“คุณนี่เอง”
“คะ?”
“เพื่อนคุณเอาเค้กวันเกิดมาให้ผม”
“อ้อ...” พรนับพันพนักหน้าอย่างมึนงง แต่ก็พอนึกออกว่าเอาเค้กไปให้นักร้องบนเวที แต่เขาหน้าตาเป็นยังไง ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอเลยสักนิด เธอเบี่ยงตัวหลบเพื่อจะเดินไปด้านหน้าแต่อีกฝ่ายกลับขยับเท้ามาขวางเธอไว้ เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายแล้วทำเสียงดุใส่
“หลบไปนะ”
อาจเพราะเมาทำให้เสียงของเธอคนฟังอดยิ้มไม่ได้ เขาขยับเท้าเข้าไปใกล้ทำให้เธอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดผนังห้องอย่างไม่รู้ตัว
“ขู่เหมือนแมวเลย คืนนี้ไปห้องผมดีกว่านะ”
พรนับพันส่ายหน้าไปมา แม้จะเมาแต่ยังมีสติอยู่ เธอยื่นมือไปหมายจะผลักอีกฝ่ายแต่กลับไม่มีแรง เสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ฟังบาดหู เธออ้าปากจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่มือข้างหนึ่งยื่นมาจะปิดปากเธอไว้ ทว่าจู่ๆ ชายคนนั้นถูกกระชากไหล่จากด้านหลังจนผงะหงายหลังไปทันที
ริมฝีปากสวยอ้าปากค้าง ดวงตากลมจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบสีเข้มดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่พอใจนัก เขามองเหมือนรู้จักเธอ แต่เธอมั่นใจว่าไม่เคยเจอเขา หรือจะเป็นคนไข้ที่เธอเคยรักษา?
“เป็นผู้หญิงมากินเหล้าคนเดียวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”
“!”
“หรือออกมาหาผู้ชาย?”
“คุณ!”
หญิงสาวทำตาโต เขาเป็นใครกล้ามาต่อว่าเธอ พ่อกับแม่ยังไม่เคยตำหนิเธอแบบนี้เลย แล้วนี่คนไม่รู้จักมาตัดสินกันได้ยังไง
“คุณปันปัน” ธารณ์สาวเท้าเข้ามาหาอย่างรีบร้อน “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”
“ปันปันไม่มี แต่มีคนจะหาเรื่องปันปัน” เธอพูดน้ำเสียงแทบฟังไม่รู้เรื่อง
ธารณ์เองก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นพรนับพันเมามายขนาดนี้ เขาโอบร่างเล็กไว้ในวงแขน ไม่สนใจใครทั้งนั้นแล้วพาเธอเดินออกมาไปที่รถยนต์ที่จอดรออยู่
“คุณปันปัน นั่งดีๆ ครับ” ธารณ์ประคองให้หญิงสาวนั่งในรถ แต่เพราะเธอเมามายจึงให้นั่งที่เบาะหลัง ร่างเล็กร่วงผล็อยนอนกอดหมอนที่อยู่ในรถทันที
“ทำไมเมาขนาดนี้นะ” ธารณ์พูดกับตัวเองแล้วเดินกลับไปที่ฝังคนขับ เห็นที่ต้องปลุกให้แม่พาคุณปันปันขึ้นห้องนอนแล้ว
ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูยืนมองทั้งสองจนกระทั่งรถยนต์เคลื่อนผ่านไป เขาประหลาดใจที่เห็นเธอมีชายหนุ่มขับรถมารับ
“โสดไม่ใช่เหรอ แล้วนั้นใคร” เขาเอ่ยถามชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“รู้สึกว่าจะชื่อธารณ์ เป็นลูกของแม่บ้านครับ” ลูกน้อยรายงานไปตามจริง
“ท่าทางไม่เหมือนลูกน้องกับเจ้านาย” เขาหัวเราะในลำคอ ท่าทางเมามายและเต้นรำในร้านยังเป็นภาพติดตาเขาอยู่
นี่นะหรือ? พรนับพัน ว่าที่เจ้าสาวที่คุณปู่บังคับให้เขาแต่งงานด้วย
“นี่คงเปลี่ยนใจแกไม่ได้แล้วใช่ไหม” พ่อพูดขึ้น“ค่ะ จ๋าตั้งใจแล้ว”“ไม่เคยเห็นแกดื้อขนาดนี้เลยนะ” แม่ส่ายหน้าไปมา “เอาเถอะ เจ็บมาก็กลับบ้านก็แล้วกัน”“แต่เรื่องของแกกับแฟนนี่ พ่อกับแม่ต้องขอดูอีกหน่อยนะ”“ดูนานๆก็ได้ครับ อุ้ย!” กัมปนาถเผลอทำตัวเป็นเด็ก ปกติอยู่บ้านพูดล้อเล่นกับพ่อแม่ตัวเองได้จนเคยปากเสียแล้ว“พ่อกับแม่ยังไม่ได้ยอมรับหรอกนะ แต่ยังไงก็พาไปที่บ้านบ้าง” พ่อพูดเสียงดุเหมือนเดิม“ขอบคุณครับ คุณพ่อคุณแม่”จารวีรู้ดีว่านี่เป็นคำพูดที่ดีที่สุดของแม่และพ่อแล้ว หญิงสาวกลั้นน้ำตาแล้วหันไปยิ้มให้กัมปนาถ รู้สึกขอบคุณที่เขายอมอดทนและนั่งอยู่ข้างเธอแบบนี้ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพ่อกับแม่ก็ขอตัวกลับ ย้ำกำชับให้จารวีพากัมปนาถไปที่บ้านของพวกเขา“วันหยุดคราวหน้าพวกเราจะไปครับ”กัมปนาถยกมือไหว้พ่อกับแม่ของคนรัก ยืนส่งจนรถเก๋งเคลื่อนออกไปแล้วก็หันไปยิ้มและยักคิ้วให้จารวี “อะไรคะ” จารวีหรี่ตามอง ยิ้มแบบนี้มีเรื่องทุกที“ผมเก่งไหมล่ะ? ผ่านด่านคุณพ่อกับคุณแม่คุณได้แล้วนะ”“เข้าใจผิดแล้วล่ะ” เธอตบแก้มเขาเบาๆเหมือนหยอกล้อ “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง”“ยังไงก็ได้เริ่มแล้วละน่า” เขาช
เด็กหนุ่มหัวเราะแล้วหันไปยกมือไหว้พ่อแม่พี่สาวก่อนจะวิ่งตามไปรวมกลุ่มเพื่อนนักเรียนทุนที่จะขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่นพร้อมกัน กัมปนาถปลุกกำลังใจให้ตัวเองก่อนหันไปยิ้มให้พ่อกับแม่ของคนรัก“ไปทานอาหารกันไหมครับ ผมรู้จักร้านอร่อยนั่งสบายแถวๆนี้”“ดี เหมือนเรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะ” แม่ของจารวีเชิดหน้าขึ้น“ครับ ที่ร้าน... คุณพ่อกับคุณแม่รู้รู้จักไหมครับ ขับรถออกไปสิบนาทีน่าจะถึง ยังไงผมขับรถผมนำไปก่อนนะครับ” เขาบอกชื่อร้านกับทางที่ไป คุณพ่อพยักหน้ารับแล้วหนุ่มสาวก็แยกออกมาก่อน“ไหวไหมคะคุณเคน” จารวีล้อเขา ถ้าเขาถอดใจเธอก็ไม่ว่าอะไรหรอก“ไหวซิครับ ยังไงก็ต้องไหว รักลูกสาวเค้าแล้วนี่”กัมปนาถยิ้มให้กำลังใจตัวเอง ก็แน่ล่ะจะมีใครสักกี่คนที่เข้ามาและรักเขาในสิ่งที่เขาเป็นได้ล่ะ เมื่อพบแล้วก็อยากจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรักได้มีความสุขและสบายใจด้วยเหมือนกัน ไม่นานนักเขาก็มาถึงที่หมาย จารวีสั่งอาหารที่พ่อกับแม่ชอบไว้รอ เมื่อพ่อกับแม่มาถึง อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟพอดี“ปลาค่ะ ของโปรดพ่อกับแม่”“ยังจำได้อยู่เรอะ” คุณพ่อทำเสียงดุ มีความน้อยใจและประชดในน้ำเสียงนั้น“โธ่! พ่อคะ ไว้หน้าจ๋าบ
“ผมบอกไม่ได้หรอกว่ารักตรงไหน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมเป็นคุณต่างหากที่ผมรัก”“ปากหวาน” เธอก้มหน้ายิ้มเขิน แล้วลุกขึ้นจากตักของเขา แต่ชายหนุ่มอ้าปากค้างสีหน้างุนงง“จ๋าจะจัดของเข้าตู้เย็น แล้วไปช่วยป้าอมรกับน้องอรค่ะ” เธอพูดไม่หันมามองเขา “บ่ายวันเสาร์คุณเคนสะดวกไหมคะ พาจ๋าไปส่งน้องชายที่สนามบินหน่อยซิ”“ได้ครับ ผมว่าง” ตอบเหมือนไม่ต้องคิดเพราะมันวันหยุดงานของเขาอยู่แล้ว“แต่คุณต้องเจอพ่อแม่จ๋าด้วยนะคะ”“ได้ครับ ยินดีและดีใจที่สุดเลยครับ”...................“คุณเคน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” จารวีเคาะประตูห้อง 301 หลายครั้งจนหงุดหงิด อึดใจต่อมาประตูค่อยๆเปิดออกแล้วคนที่อยู่หลังบานประตูโผล่หน้าออกมา หญิงสาวขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง“เราต้องไปส่งแจ็คที่สนามบินนะคะ ถ้าออกช้ากว่านี้ไปถึงเครื่องคงออกแล้ว” จารวีท้วงแล้วออกแรงดันประตูเข้าไป “เกิดอะไรขึ้นคะ”“ผมแค่ไม่มั่นใจว่าจะทำตัวถูกใจพ่อแม่ของคุณหรือเปล่า” ชายหนุ่มยืนถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้ จารวีถอยหลังครึ่งก้าว มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาสวมเสื้อยืดคอวีสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้ม กางเกงยีนส์สีน้ำเงิ
กัมปนาถลุกขึ้นไปเปิดโทรทัศน์ เปิดโปรแกรมต่างๆ ครู่ใหญ่ก็เอาเครื่องบังคับเกมส์มาให้เธอ ร่างสูงกำลังจะนั่งลงก็นึกอะไรได้ รีบวิ่งไปในครัวแล้วกลับมาด้วยน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยว “แบบนี้มันถึงจะครบสูตร”จารวีนั่งไหล่ชิดกับคนรัก เขาสอนเธอเล่นเกมส์ แรกๆ เธอแพ้เขา พอเล่นคล่องก็เริ่มสนุก เสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาวทำให้คนเป็นพ่อแม่และปู่ย่าแง้มประตูออกมาดูโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นคู่รักนั่งเหยียดขายาวบนพื้น หลังพิงโซฟาและหัวเราะยิ้มให้กัน“รู้สึกเหมือนได้ลูกสาวเพิ่มเลยค่ะ” คุณแม่พูดยิ้มๆ“คงได้เลี้ยงหลานแล้วละมั้ง ว่าไงย่า ไหวไหม” ปู่หันไปถามย่า“ก่อนเลี้ยงหลานคงต้องเตรียมสินสอดก่อนละมั้ง” คุณพ่อส่ายหน้าไปมา“ไปเถอะ ปล่อยเด็กๆ เค้าอยู่ด้วยกัน” ย่าปรามให้ทุกคนกลับเข้าห้องตัวเองคืนนั้นสองหนุ่มสาวหลับไปที่ห้องรับแขกทั้งคู่ จารวีมารู้สึกตัวตอนเช้าตรู่ เขินอายที่เผลอหลับไปแล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เตรียมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แผนเดิมที่จะมาแค่วันเดียวกลายเป็นค้างคืนอย่างไม่ตั้งใจ เช้านี้เลยต้องรีบกลับ หญิงสาวออกจากห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนของกัมปนาถแล้วก็รู้สึกว่ามี
“ก็นิดหน่อยค่ะ”“ตาเปรมเป็นเพื่อนตาเคนมาตั้งแต่เด็ก ก็เด็กผู้ชายนั้นนะ เค้าก็เคยเห็นเพื่อนอกหักก็เลยเป็นห่วงเพื่อน อย่าไปโกรธตาเปรมเลยนะ”“ค่ะ หนูเข้าใจ”“อึดอัดใหม่ อยู่กับคนแก่คนเฒ่าแบบนี้”“ไม่ค่ะไม่ หนูไม่รู้สึกอึดอัดหรอกค่ะ หนูโตมากับพ่อแม่พี่น้องไม่ได้อยู่กับญาติผู้ใหญ่ค่ะ ท่านเสียไปนานแล้ว”“ตาเคนเค้านิสัยเหมือนเด็ก แถมติดครอบครัวอีก ขนาดย้ายไปทำงานไกลๆ ก็กลับมาบ้านทุกเดือน ยกเว้นถ้าไปทำงานต่างจังหวัดล่ะ”“ค่ะ ดูเค้างานยุ่งตลอด”จารวีกลั้นหัวเราะ ภายในใต้เสื้อเชิ้ตเรียบกริบและเนกไทสีเดียวกับกางเกง แต่พอเลิกงานทีไหร่ เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบเล่นเกมส์ออนไลน์ ไปร้านหนังสือก็อยู่ตรงมุมการ์ตูนญี่ปุ่น เสื้อยืดของเขาก็เป็นเสื้อลายซูปเปอร์ฮีโร่ แน่ละที่รู้เพราะเธอเป็นคนซักเสื้อให้เขานี่นะ“มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากัน ไม่เข้าใจกันก็ถาม อย่าเก็บไปคิดคนเดียว” คนเป็นย่าให้กำลังใจ“คุณปู่กับคุณย่าแต่งงานมากี่ปีแล้วค่ะ”“โอ๊ย! หกสิบปีแล้ว ปู่อยากโสดย่าก็ไม่ยอมทิ้งปู่เสียที” คนเป็นปู่พูดขึ้นเรียกเสียงหัวเราะจากคนฟัง“ก็แก่ขนาดนี้ไม่มีใครเอา ย่าก็เลยต้องอุทิศตัวเองดูแลปู่ไงล่ะ” ย่าหัว
“กูกลัวมึงโดนผู้หญิงหลอก มึงมันใจอ่อนโดนหลอกมากี่หนแล้ว”กัมปนาถลดหมัดลงแล้วทิ้งลงข้างตัว “นั้นมันหลายปีแล้ว แล้วก็ตั้งแต่สมัยเรียนด้วย”“ก็กูเป็นห่วงมึง”“ขอบใจ แต่กูดูแลตัวเองได้ แล้วกูมั่นใจว่าจ๋าไม่ใช่คนแบบนั้น หรือถ้าวันหนึ่งจะเป็นจริงๆ ก็เป็นเพราะกูเต็มใจเอง” “กูอยากขอโทษผู้หญิงของมึง”“ไม่เป็นไร กูบอกเอง มึงกลับไปก่อนแล้วกัน กูไม่รู้กูจะอารมณ์ดีได้นานแค่ไหน”เปรมมองไปทางที่เห็นจารวีเดินไป แล้วพยักหน้าอย่างยอมรับ เขามองผู้ใหญ่ในบ้านแล้วยกมือไหว้เดินคอตกออกไปเงียบๆ พ่อตบไหล่ลูกชายเบาๆ“ดีแล้วลูก เคนก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะได้มาดูแฟนตัวเอง”“ครับพ่อ”กัมปนาถวิ่งขึ้นชั้นบนของบ้าน หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ของตัวเองแล้ววิ่งไปอาบน้ำล้างคราบโคลนออก ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยใจร้อนรนก่อนจะวิ่งลงมา พ่อพยักหน้าให้อย่างรู้ทัน สายตาเขากวาดไปในห้อง ก็ตะลึงงันไปกับภาพที่เห็น หญิงสาวตัวเล็กในชุดผ้านุ่งสีสดใสกับเสื้อผ้าฝ้ายแขนกุด ผมยาวยังชื้นน้ำอยู่ แม่ส่งเสียงกระแอมไอทำให้ลูกได้สติ ยิ้มเขินๆเดินเข้าไปใกล้“เสื้อผ้าของแม่สมัยสาวๆ เอาให้หนูจ๋าใส่ไปก่อน” แม่พูดยิ้มๆแม้จะผ่า
พรนับพันมองข้อมือตัวเองแล้วมองหน้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ดึงเธอไว้ “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ฉันง่วงมากคงคุยกับคุณไม่รู้เรื่อง เอาอย่างนี้ได้ไหม ตอนเช้าคุณอย่าเพิ่งหนีฉันไปไหนนะ ฉันมีเรื่องต้องเจรจากับคุณ” ถ้าเป็นเวลาทำงาน เธอเต็มที่ถึงไหนถึงกัน แต่ถ้าเธอได้หลับและถูกรบกวนก่อนถึงเวลาต
หลิวโม่โฉวเห็นแววตามุ่งมั่นของอีกฝ่ายแล้วก็ยิ้มมุมปาก ท่าทางเหมือนนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ไม่เหมือนหมอเลยสักนิด ถึงจะเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ก็เถอะ เขายังจำตอนที่เดินเข้าไปนั่งให้เธอตรวจได้ดี มีความอ่อนโยนและจริงใจที่เขาสัมผัสได้ ในวินาทีนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจยอมรับเธอเป็นภรรยาตามที่ปู่เสนอแล้ว
“ถ้าพูดเร็วๆ ฉันก็ฟังไม่ทันเหมือนกันค่ะ” เธอยิ้มแล้วก็...ยิ้ม ห้องเธอกว้างขวางอย่างกับห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทของโรงแรมหรูห้าดาวที่เธอไม่เคยพัก แต่เคยค้นข้อมูลเวลาจะจองห้องพักไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว “ดิฉันเตรียมน้ำชาและของว่างไว้ให้ คุณผู้หญิงสามารถรับประทานได้เลยนะคะ อาหารเย็นจะพร้อมปร
“แต่ก่อนที่ดินพื้นนี้รกร้างว่างเปล่า ตระกูลหลิวเป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อตั้งใจลงหลักปักฐานที่นี่ก็ทุ่มเทสุดกำลัง ตระกูลหลิวของเรายึดมั่นเรื่องคำสัตย์สัญญา ปู่ของหนูคงเคยเล่าแล้วว่าเคยช่วยปู่ไว้ ปู่สัญญาว่าจะให้ลูกหลานของเราแต่งงานเพื่อกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ปู่ของหนูมีแต่ลูกชาย ปู่เองก็







