LOGINชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักโซฟาในมือยังถือแท็บเล็ต อ่านประวัติของผู้หญิงที่จะมาเป็นว่าที่เจ้าสาวหรือภรรยาของเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปู่พูดเรื่องแต่งงาน ก่อนหน้านี้ปู่ก็เคยแนะนำผู้หญิงคนนี้ให้เขามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นเขาเห็นภาพและโปรไฟล์ของเธอยังเป็นนักเรียนมัธยมอยู่เลย
‘ปู่จะให้ผมแต่งงานกับเด็กนี่นะ’
‘ตอนนี้เด็ก อีกไม่กี่ปีก็ไม่เด็กแล้ว’
‘ยังต้องเลี้ยงอีกหลายปีกว่าจะใช้งานได้’
‘ปู่เคยสู่ขอไว้ตั้งแต่ยัยหนูยังเด็ก ปู่ไม่อยากผิดคำสัญญา’
‘ปู่เป็นคนสัญญาไม่ใช่ผมนี่’
‘ไอ้หลานคนนี้ เดี๋ยวยึดมรดกคืนให้หมด!’
‘ก็เอาไปสิ คิดว่าบริหารจัดการเองได้ก็เอาไป ผมก็เหนื่อยทำงานแทนปู่แล้ว’
‘เจ้าดื้อหัวแข็ง!’
หลิวโม่โฉหัวเราะในลำคอเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว แน่นอนว่าเขาปฏิเสธและไม่กี่ปีต่อมาก็แต่งงานกับ ‘วิกตอเรีย โจนส์’ สาวสวยชาวอังกฤษที่เขารู้จักตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาโท การตัดสินใจแต่งงานกับวิกตอเรียเพราะเขามั่นใจว่า เธอรักเขาและสามารถอยู่เคียงข้างเขาได้ ทว่าหลังวิกตอเรียคลอดลูกชาย สุขภาพของเธอก็ย่ำแย่ลง ก่อนหน้านี้เธอดูอ่อนแออยู่แล้ว แต่เพื่อมีลูกคนนี้เธอยอมทำทุกอย่าง แต่เมื่อ ‘หลิวต้าเหนิง’ อายุได้เพียงสองขวบ วิกตอเรียก็จากไปทิ้งเขาให้อยู่กับลูกชายที่แสนน่ารัก
เขาไม่เคยคิดถึงการตายจากของวิกตอเรีย เขาสูญเสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่เขาอายุเพียงสิบห้า ทั้งสองเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก คุณปู่คุณย่าจึงเลี้ยงเขาแทนพ่อกับแม่ แต่ไม่นานหลังจากนั้นไม่กี่ปีคุณย่าก็จากไปด้วยโรคหัวใจ การเป็นมหาเศรษฐีทำได้แค่ยื้อความตายให้ช้าลงแต่ที่สุดแล้วเขาก็ยังสูญเสียอยู่ดี ถึงเขาจะทะเลาะกับปู่บ่อยแค่ไหน ก็ยังมีความเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย เมื่อเขาแต่งงานกับวิกตอเรียเขาคิดว่าจะได้พบคำว่า ‘ครอบครัว’ อีกครั้ง แต่ทุกอย่างมันก็ผ่านไปรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความปวดร้าวในอก
โลกนี้มีคนตายทุกวัน แต่ทำไมคนในครอบครัวถึงจากไปง่ายดายอย่างนี้ สิ่งที่เขาเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่ทรัพย์สินในตระกูลหลิว แต่เป็น ‘หลิวต้าเหนิง’ ลูกชายวัยห้าขวบของเขา หลังจากวิกตอเรียจากไป คุณปู่กลับมาพูดเรื่อง ‘แต่งงาน’ กับเขาอีกครั้ง
‘ปู่ให้ซินแสดูดวงชะตาแล้ว แม่หนูคนนี้จะช่วยตระกูลของเราได้’
‘ช่วยเรื่องอะไร ธุรกิจด้านไหน ระดับสกุลหลิวมีแต่คนมาขอให้เราช่วย’ เขาหัวเราะเยาะหยันกับความคิดของปู่
‘ก็ดูบ้านเราสิ มีแต่คนตาย’
‘โลกนี้ก็มีคนตายทุกวันนั้นแหละ’
‘ดวงของหนูปันปันจะช่วยให้ครอบครัวเราพ้นทุกข์ได้’
‘ไร้สาระ’
‘ครั้งที่แล้ว แกไม่แต่งงานตามที่ปู่สั่ง หนีไปแต่งหนูวิกกี้เข้ามา ปู่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเลยสักนิด แต่ตอนนี้วิกกี้ไม่อยู่แล้ว แกไม่คิดจะแต่งงานใหม่หาผู้หญิงดีๆ มาเป็นแม่ให้ต้าเหนิงหรือไง’
‘ผมหาผู้หญิงเองได้’
‘แต่คนนี้ปู่เลือกไว้แล้ว และปู่ก็เคยสัญญากับปู่ของหนูปันปันว่าจะให้หลานๆ ได้แต่งงานกัน แกจะไม่ช่วยให้ปู่สมหวังครั้งสุดท้ายหรือไง’
‘พูดอะไร ปู่แข็งแรงยังกับวัวจะมาพูดเรื่องความหวังครั้งสุดท้ายอะไรกัน’
‘นี่แกเห็นปู่เป็นวัวเรอะ!’
‘ปู่พูดเองนะ ผมไม่ได้พูด’
‘ที่ปู่ให้แกเรียนภาษาไทยเพราะจะให้แต่งงานกับหลานของเพื่อนปู่ ครั้งนี้แกลองดูน้องก่อนได้ไหม’
‘จะดูอะไรอีก ก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง’
‘ตอนนั้นเด็ก ตอนนี้ไม่ใช่เด็กแล้ว เรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นคุณหมอด้วยนะ’
‘คุณหมอ?’
‘ปันปันจบแพทย์แผนไทยประยุกต์ ดูนี่สิ’ ปู่ยื่นแพ้มเอกสารที่มีประวัติว่าที่ลูกสะใภ้ให้เขาดู “ผลการเรียนยอดเยี่ยม พูดได้ตั้งสี่ภาษา หนูปันปันเรียนภาษาจีนและยังชอบเรื่องแพทย์แผนจีนด้วย ตอนนี้ก็กำลังขยายกิจการเกี่ยวกับยาสมุนไพรไทย’
เขาจำได้ว่าหยิบแฟ้มเอกสารของปู่มาดู รูปหญิงสาวที่เติบโตจากวันวานที่เขาเคยเห็น เป็นจริงอย่างที่ปู่พูดไว้ เธอไม่ใช่เด็กสาวที่เขาเคยเห็นในรูปเมื่อก่อนสิบปีก่อน โครงหน้าอ่อนหวาน แววตากระจ่าง และรอยยิ้มแสนสดใสราวกับไม่เคยเผชิญเรื่องเลวร้าย มุมปากเขากระตุกยิ้มหยัน เธอคงไม่ยังไม่เคยโลกที่โหดร้ายสินะ ไม่อย่างนั้นคงยิ้มแบบนี้ไม่ได้แน่นอน
‘ก็ได้’
‘อะไร?’
‘ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ก็ได้’
‘ทำไมง่ายนักล่ะ’
‘ไม่ดีหรือไง’
‘ก็ปู่ยังคิดว่าถ้ากล่อมแกไม่สำเร็จหาวิธีไหนมาขู่แกอีก’
‘ผมอายุสามสิบสองแล้ว ลูกก็มีแล้ว ว่าที่สะใภ้ของปู่จะรับผมได้เหรอ’
‘เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาหรอก แค่แกแต่งงานรับหนูปันปันเข้าบ้านเราอย่างถูกต้องก็พอ’
‘แค่นั้น?’
‘ห้ามทำร้ายหนูปันปัน ยังไงก็หลานของเพื่อนปู่’
‘ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง’ เขาโหดในแวดวงธุรกิจแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยทำร้ายผู้หญิงและเด็ก แต่ถ้าเขาถูกทำร้ายก่อนก็พร้อมใช้วิธีอื่นจัดการได้
หลังจากรับปากปู่เรื่องแต่งงานแล้ว เขาก็สั่งลูกน้องให้สืบข่าวรายงานเขา เขาไม่เชื่อว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ดีอะไรนัก ใครกันจะยอมแต่งงานกับคนที่ไม่เคยรู้จัก ยุคนี้แล้วยังต้องมาแต่งงานตามสัญญาของผู้ใหญ่อีกหรือ? เมื่อเขาได้ข้อมูลทุกอย่างแล้วจึงเดินทางมาเมืองไทยเพื่อแอบดูเธอด้วยตาตัวเอง แม้จะเป็นการแต่งงานที่ถูกวางไว้แล้ว แต่เขาก็ยังอยากรู้เรื่องทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของเขา ที่สำคัญเธอคือคนที่จะมาเป็นนายหญิงของตระกูลหลิวและเป็นแม่เลี้ยงให้ลูกชายของเขาด้วย ถ้าเธอคิดรังแกลูกของเขาก็คงได้เห็นดีกัน
คืนนี้เขาได้รับรายงานว่าพรนับพันออกจากบ้านในเวลากลางคืน หลายสัปดาห์ที่เขาส่งนักสืบตามติดความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนี้แทบหาจุดบกพร่องไม่ได้ แต่คืนนี้ก็มาถึง เขาจึงแอบตามเธอมามาถึงร้านอาหารกึ่งผับ ตามที่ลูกน้องรายงาน เธอมางานวันเกิดของเพื่อนสนิท แต่เมื่อเขาเข้าไปในร้านก็ทันเห็นเธอเอาเค้กไปให้นักดนตรี เขาเค้นเสียงหัวเราะ นี่นะหรือผู้หญิงดีๆของปู่ และยังได้เห็นเธอดื่มเหล้าเต้นรำกับเพื่อนผู้หญิงของเธอ
วิกตอเรียเป็นผู้หญิงเข้าสังคมเก่ง แต่เป็นงานสังคมชั้นสูง เธอไม่มาโยกย้ายเรือนร่างในสถานที่บันเทิงอย่างนี้ หลิวโม่โฉได้แต่ยิ้มเยาะ ตามรายงานของปู่ เธอช่างเป็นผู้หญิงแสนดีราวกับนางฟ้า แต่นี่คงเป็นด้านที่คุณปู่ไม่รู้
“นี่คงเปลี่ยนใจแกไม่ได้แล้วใช่ไหม” พ่อพูดขึ้น“ค่ะ จ๋าตั้งใจแล้ว”“ไม่เคยเห็นแกดื้อขนาดนี้เลยนะ” แม่ส่ายหน้าไปมา “เอาเถอะ เจ็บมาก็กลับบ้านก็แล้วกัน”“แต่เรื่องของแกกับแฟนนี่ พ่อกับแม่ต้องขอดูอีกหน่อยนะ”“ดูนานๆก็ได้ครับ อุ้ย!” กัมปนาถเผลอทำตัวเป็นเด็ก ปกติอยู่บ้านพูดล้อเล่นกับพ่อแม่ตัวเองได้จนเคยปากเสียแล้ว“พ่อกับแม่ยังไม่ได้ยอมรับหรอกนะ แต่ยังไงก็พาไปที่บ้านบ้าง” พ่อพูดเสียงดุเหมือนเดิม“ขอบคุณครับ คุณพ่อคุณแม่”จารวีรู้ดีว่านี่เป็นคำพูดที่ดีที่สุดของแม่และพ่อแล้ว หญิงสาวกลั้นน้ำตาแล้วหันไปยิ้มให้กัมปนาถ รู้สึกขอบคุณที่เขายอมอดทนและนั่งอยู่ข้างเธอแบบนี้ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพ่อกับแม่ก็ขอตัวกลับ ย้ำกำชับให้จารวีพากัมปนาถไปที่บ้านของพวกเขา“วันหยุดคราวหน้าพวกเราจะไปครับ”กัมปนาถยกมือไหว้พ่อกับแม่ของคนรัก ยืนส่งจนรถเก๋งเคลื่อนออกไปแล้วก็หันไปยิ้มและยักคิ้วให้จารวี “อะไรคะ” จารวีหรี่ตามอง ยิ้มแบบนี้มีเรื่องทุกที“ผมเก่งไหมล่ะ? ผ่านด่านคุณพ่อกับคุณแม่คุณได้แล้วนะ”“เข้าใจผิดแล้วล่ะ” เธอตบแก้มเขาเบาๆเหมือนหยอกล้อ “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง”“ยังไงก็ได้เริ่มแล้วละน่า” เขาช
เด็กหนุ่มหัวเราะแล้วหันไปยกมือไหว้พ่อแม่พี่สาวก่อนจะวิ่งตามไปรวมกลุ่มเพื่อนนักเรียนทุนที่จะขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่นพร้อมกัน กัมปนาถปลุกกำลังใจให้ตัวเองก่อนหันไปยิ้มให้พ่อกับแม่ของคนรัก“ไปทานอาหารกันไหมครับ ผมรู้จักร้านอร่อยนั่งสบายแถวๆนี้”“ดี เหมือนเรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะ” แม่ของจารวีเชิดหน้าขึ้น“ครับ ที่ร้าน... คุณพ่อกับคุณแม่รู้รู้จักไหมครับ ขับรถออกไปสิบนาทีน่าจะถึง ยังไงผมขับรถผมนำไปก่อนนะครับ” เขาบอกชื่อร้านกับทางที่ไป คุณพ่อพยักหน้ารับแล้วหนุ่มสาวก็แยกออกมาก่อน“ไหวไหมคะคุณเคน” จารวีล้อเขา ถ้าเขาถอดใจเธอก็ไม่ว่าอะไรหรอก“ไหวซิครับ ยังไงก็ต้องไหว รักลูกสาวเค้าแล้วนี่”กัมปนาถยิ้มให้กำลังใจตัวเอง ก็แน่ล่ะจะมีใครสักกี่คนที่เข้ามาและรักเขาในสิ่งที่เขาเป็นได้ล่ะ เมื่อพบแล้วก็อยากจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรักได้มีความสุขและสบายใจด้วยเหมือนกัน ไม่นานนักเขาก็มาถึงที่หมาย จารวีสั่งอาหารที่พ่อกับแม่ชอบไว้รอ เมื่อพ่อกับแม่มาถึง อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟพอดี“ปลาค่ะ ของโปรดพ่อกับแม่”“ยังจำได้อยู่เรอะ” คุณพ่อทำเสียงดุ มีความน้อยใจและประชดในน้ำเสียงนั้น“โธ่! พ่อคะ ไว้หน้าจ๋าบ
“ผมบอกไม่ได้หรอกว่ารักตรงไหน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมเป็นคุณต่างหากที่ผมรัก”“ปากหวาน” เธอก้มหน้ายิ้มเขิน แล้วลุกขึ้นจากตักของเขา แต่ชายหนุ่มอ้าปากค้างสีหน้างุนงง“จ๋าจะจัดของเข้าตู้เย็น แล้วไปช่วยป้าอมรกับน้องอรค่ะ” เธอพูดไม่หันมามองเขา “บ่ายวันเสาร์คุณเคนสะดวกไหมคะ พาจ๋าไปส่งน้องชายที่สนามบินหน่อยซิ”“ได้ครับ ผมว่าง” ตอบเหมือนไม่ต้องคิดเพราะมันวันหยุดงานของเขาอยู่แล้ว“แต่คุณต้องเจอพ่อแม่จ๋าด้วยนะคะ”“ได้ครับ ยินดีและดีใจที่สุดเลยครับ”...................“คุณเคน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” จารวีเคาะประตูห้อง 301 หลายครั้งจนหงุดหงิด อึดใจต่อมาประตูค่อยๆเปิดออกแล้วคนที่อยู่หลังบานประตูโผล่หน้าออกมา หญิงสาวขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง“เราต้องไปส่งแจ็คที่สนามบินนะคะ ถ้าออกช้ากว่านี้ไปถึงเครื่องคงออกแล้ว” จารวีท้วงแล้วออกแรงดันประตูเข้าไป “เกิดอะไรขึ้นคะ”“ผมแค่ไม่มั่นใจว่าจะทำตัวถูกใจพ่อแม่ของคุณหรือเปล่า” ชายหนุ่มยืนถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้ จารวีถอยหลังครึ่งก้าว มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาสวมเสื้อยืดคอวีสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้ม กางเกงยีนส์สีน้ำเงิ
กัมปนาถลุกขึ้นไปเปิดโทรทัศน์ เปิดโปรแกรมต่างๆ ครู่ใหญ่ก็เอาเครื่องบังคับเกมส์มาให้เธอ ร่างสูงกำลังจะนั่งลงก็นึกอะไรได้ รีบวิ่งไปในครัวแล้วกลับมาด้วยน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยว “แบบนี้มันถึงจะครบสูตร”จารวีนั่งไหล่ชิดกับคนรัก เขาสอนเธอเล่นเกมส์ แรกๆ เธอแพ้เขา พอเล่นคล่องก็เริ่มสนุก เสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาวทำให้คนเป็นพ่อแม่และปู่ย่าแง้มประตูออกมาดูโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นคู่รักนั่งเหยียดขายาวบนพื้น หลังพิงโซฟาและหัวเราะยิ้มให้กัน“รู้สึกเหมือนได้ลูกสาวเพิ่มเลยค่ะ” คุณแม่พูดยิ้มๆ“คงได้เลี้ยงหลานแล้วละมั้ง ว่าไงย่า ไหวไหม” ปู่หันไปถามย่า“ก่อนเลี้ยงหลานคงต้องเตรียมสินสอดก่อนละมั้ง” คุณพ่อส่ายหน้าไปมา“ไปเถอะ ปล่อยเด็กๆ เค้าอยู่ด้วยกัน” ย่าปรามให้ทุกคนกลับเข้าห้องตัวเองคืนนั้นสองหนุ่มสาวหลับไปที่ห้องรับแขกทั้งคู่ จารวีมารู้สึกตัวตอนเช้าตรู่ เขินอายที่เผลอหลับไปแล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เตรียมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แผนเดิมที่จะมาแค่วันเดียวกลายเป็นค้างคืนอย่างไม่ตั้งใจ เช้านี้เลยต้องรีบกลับ หญิงสาวออกจากห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนของกัมปนาถแล้วก็รู้สึกว่ามี
“ก็นิดหน่อยค่ะ”“ตาเปรมเป็นเพื่อนตาเคนมาตั้งแต่เด็ก ก็เด็กผู้ชายนั้นนะ เค้าก็เคยเห็นเพื่อนอกหักก็เลยเป็นห่วงเพื่อน อย่าไปโกรธตาเปรมเลยนะ”“ค่ะ หนูเข้าใจ”“อึดอัดใหม่ อยู่กับคนแก่คนเฒ่าแบบนี้”“ไม่ค่ะไม่ หนูไม่รู้สึกอึดอัดหรอกค่ะ หนูโตมากับพ่อแม่พี่น้องไม่ได้อยู่กับญาติผู้ใหญ่ค่ะ ท่านเสียไปนานแล้ว”“ตาเคนเค้านิสัยเหมือนเด็ก แถมติดครอบครัวอีก ขนาดย้ายไปทำงานไกลๆ ก็กลับมาบ้านทุกเดือน ยกเว้นถ้าไปทำงานต่างจังหวัดล่ะ”“ค่ะ ดูเค้างานยุ่งตลอด”จารวีกลั้นหัวเราะ ภายในใต้เสื้อเชิ้ตเรียบกริบและเนกไทสีเดียวกับกางเกง แต่พอเลิกงานทีไหร่ เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบเล่นเกมส์ออนไลน์ ไปร้านหนังสือก็อยู่ตรงมุมการ์ตูนญี่ปุ่น เสื้อยืดของเขาก็เป็นเสื้อลายซูปเปอร์ฮีโร่ แน่ละที่รู้เพราะเธอเป็นคนซักเสื้อให้เขานี่นะ“มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากัน ไม่เข้าใจกันก็ถาม อย่าเก็บไปคิดคนเดียว” คนเป็นย่าให้กำลังใจ“คุณปู่กับคุณย่าแต่งงานมากี่ปีแล้วค่ะ”“โอ๊ย! หกสิบปีแล้ว ปู่อยากโสดย่าก็ไม่ยอมทิ้งปู่เสียที” คนเป็นปู่พูดขึ้นเรียกเสียงหัวเราะจากคนฟัง“ก็แก่ขนาดนี้ไม่มีใครเอา ย่าก็เลยต้องอุทิศตัวเองดูแลปู่ไงล่ะ” ย่าหัว
“กูกลัวมึงโดนผู้หญิงหลอก มึงมันใจอ่อนโดนหลอกมากี่หนแล้ว”กัมปนาถลดหมัดลงแล้วทิ้งลงข้างตัว “นั้นมันหลายปีแล้ว แล้วก็ตั้งแต่สมัยเรียนด้วย”“ก็กูเป็นห่วงมึง”“ขอบใจ แต่กูดูแลตัวเองได้ แล้วกูมั่นใจว่าจ๋าไม่ใช่คนแบบนั้น หรือถ้าวันหนึ่งจะเป็นจริงๆ ก็เป็นเพราะกูเต็มใจเอง” “กูอยากขอโทษผู้หญิงของมึง”“ไม่เป็นไร กูบอกเอง มึงกลับไปก่อนแล้วกัน กูไม่รู้กูจะอารมณ์ดีได้นานแค่ไหน”เปรมมองไปทางที่เห็นจารวีเดินไป แล้วพยักหน้าอย่างยอมรับ เขามองผู้ใหญ่ในบ้านแล้วยกมือไหว้เดินคอตกออกไปเงียบๆ พ่อตบไหล่ลูกชายเบาๆ“ดีแล้วลูก เคนก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะได้มาดูแฟนตัวเอง”“ครับพ่อ”กัมปนาถวิ่งขึ้นชั้นบนของบ้าน หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ของตัวเองแล้ววิ่งไปอาบน้ำล้างคราบโคลนออก ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยใจร้อนรนก่อนจะวิ่งลงมา พ่อพยักหน้าให้อย่างรู้ทัน สายตาเขากวาดไปในห้อง ก็ตะลึงงันไปกับภาพที่เห็น หญิงสาวตัวเล็กในชุดผ้านุ่งสีสดใสกับเสื้อผ้าฝ้ายแขนกุด ผมยาวยังชื้นน้ำอยู่ แม่ส่งเสียงกระแอมไอทำให้ลูกได้สติ ยิ้มเขินๆเดินเข้าไปใกล้“เสื้อผ้าของแม่สมัยสาวๆ เอาให้หนูจ๋าใส่ไปก่อน” แม่พูดยิ้มๆแม้จะผ่า
“ไม่ได้ลำบาก” เขาขับรถมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่นัดหมายไว้ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที แต่น้ำท่วมถนนอย่างนี้ รถเคลื่อนตัวได้ช้า “รถเราสูงก็จริงแต่เพื่อไม่ให้รถดับ พี่ต้องปิดแอร์รถนะ”“ค่ะ”“เรานี่พูดน้อยจริงๆ” ตุลาเคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถเล่น ก่อนเข้ามารับขวัญข้าวเขาแวะซื้อของที่ต้องเอา
หลิวโม่โฉวไม่อยากเสียเวลาให้คนสารเลวนี่อีกแล้ว เขาอุ้มพรนับพันออกมาด้านนอกก็พบเลขาอุ้มลูกชายของเขาอยู่ “ปันปัน” เด็กน้อยร้องไห้จ้า “คุณพ่อต้องช่วยปันปันนะครับ” พรนับพันได้ยินเสียงต้าเหนิงจึงผงกศีรษะขึ้นมองเห็นเด็กน้อยไม่เป็นอะไรก็เบาใจ เธอซุกในอกอุ่นของเขา ปล่อย
“น่าจะชอบนะครับ” เขาก็ไม่แน่ใจ ปกติพรนับพันแทบไม่เคยไปเที่ยวไหน ชีวิตเธอมีแค่เรียนกับทำงาน แล้วก็มีแค่ช่วงที่เป็นแพทย์อาสาที่ต้องไปต่างจังหวัดนานหลายเดือน“ว๊า! นึกว่าคุณลุงจะรู้เสียอีก ไม่เป็นไร ผมไปถามคุณพ่อก็ได้” เด็กชายวัยห้าขวบแย้มยิ้มจนดวงตาหยีเล็ก “แย่จริงๆ ผมมารบกวนคุณลุงแล้ว อาหารกลางวั
“แต่ก่อนที่ดินพื้นนี้รกร้างว่างเปล่า ตระกูลหลิวเป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อตั้งใจลงหลักปักฐานที่นี่ก็ทุ่มเทสุดกำลัง ตระกูลหลิวของเรายึดมั่นเรื่องคำสัตย์สัญญา ปู่ของหนูคงเคยเล่าแล้วว่าเคยช่วยปู่ไว้ ปู่สัญญาว่าจะให้ลูกหลานของเราแต่งงานเพื่อกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ปู่ของหนูมีแต่ลูกชาย ปู่เองก็







