공유

เกมส์รักวิศวะร้าย
เกมส์รักวิศวะร้าย
작가: Camellia.ma

Prologue

작가: Camellia.ma
last update 게시일: 2026-07-09 19:48:50

            ภายในซอกตึกเก่าคร่ำครึย่านหลังมหาวิทยาลัยที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากถังขยะและแมวไร้บ้าน กลับซ่อนบานประตูเหล็กหนักอึ้งที่เป็นทางเข้าสู่โลกอีกใบ เสียงเบสหนัก ๆ ดังทะลุออกมาจากด้านในทันทีที่ประตูถูกผลักออก กลิ่นเหล้าผสมกับควันบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีแดงสลัวของ “BLACK VAULT” ผับใต้ดินที่พวกเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปแค่เดินผ่านยังไม่กล้ามอง อย่าว่าแต่จะก้าวเท้าเข้าไปข้างในเลย เพราะที่นี่มันคือแหล่งรวมของพวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด และพวกที่รักในความรุนแรงพอ ๆ กับรสชาติของแอลกอฮอล์

            แต่สำหรับพวกเขา... ที่นี่มันคือที่ประจำ

            เสียงเพลง EDM จังหวะหน่วง ๆ ที่กำลังกล่อมสารทนักท่องเที่ยวเงียบลงไปจังหวะหนึ่งตอนที่ร่างสูงในชุดเสื้อ ช็อปสีแดงห้าคนเดินลงบันไดวนเหล็กมาอย่างช้า ๆ ความสูงโปร่งและออร่าที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างดูเย็นเยียบขึ้นมาทันที เสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีรอยเปื้อนคราบจาง ๆ ของบางสิ่งที่ดูเหมือนเลือดสลับกับสัญลักษณ์เฟืองทองเหลืองบนอกเสื้อ มันเป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าที่บอกให้ทุกคนรู้ว่าอย่าเข้าไปวุ่นวายถ้าไม่จำเป็น

            "พวก RED มาว่ะ"

            ใครบางคนกระซิบเบา ๆ จากมุมโต๊ะด้านในขณะที่พยายามหดตัวให้เล็กลง

            "เชี่ย... คืนนี้กูว่าได้มีเรื่องแน่ ดูหน้าไอ้ขุนทัพดิ"

            "มึงเบาเสียงดิ เดี๋ยวขุนทัพได้ยินมันจะเดินมาเขกกระโหลกมึงเอา"

            พนักงานที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์รีบหลบสายตาทันทีตอนที่ ราม เดินผ่าน ลมหายใจของทุกคนติดขัด รามเดินนำหน้ากลุ่มด้วยใบหน้าเรียบเฉย มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด สายตาคมจัดมองตรงไปข้างหน้าข้ามหัวผู้คนรอบข้าง ความนิ่งและสันจมูกคมกริบสร้างแรงกดดันจนคนรอบตัวต้องก้มหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ บุหรี่ที่คาบไว้ตรงมุมปากยังคงนิ่งสงบ รอยแผลจาง ๆ ตรงหลังมือที่เป็นรอยเย็บยาวประมาณสองเซนติเมตรยิ่งตอกย้ำถึงความน่าเกรงขามในตัวเขาอย่างชัดเจน

            "โต๊ะเดิม" เขาบอกพนักงานสั้น ๆ แค่นั้น เสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบจนพนักงานคนนั้นต้องรีบก้มหัวรับ

            "ค...ครับพี่ราม เชิญทางนี้เลยครับ"

            พนักงานรีบเดินนำไปยังโซนวีไอพีที่ยกระดับสูงขึ้นมาจากพื้นปกติ ซึ่งเป็นมุมที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งร้าน แต่กลับไม่มีใครกล้ามองขึ้นมา

            ขุนทัพ เดินตามมาติด ๆ เขาคือคนที่ตัวใหญ่และดูดุดันที่สุดในกลุ่ม เสื้อช็อปถูกปลดกระดุมทิ้งไว้สองเม็ดเหมือนรำคาญความอึดอัด เผยให้เห็นรอยสักรูปเฟืองที่ต้นคอและรอยช้ำจาง ๆ ตรงไหปลาร้าที่ดูเหมือนเพิ่งไปฟัดกับใครมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาโยนกุญแจบิ๊กไบค์ลงโต๊ะเสียงดัง ปัง! ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังสีดำจนมันยุบลงไปตามแรงกระแทก

            "เหล้าเดิม" ขุนทัพส่งเสียงสั่งพนักงานที่ตามมาติด ๆ

            "เอาเหมือนเดิมทุกคนไหมพี่?"

            "เออ เร็วหน่อย กูหงุดหงิด" ขุนทัพตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่บอกชัดว่าความอดทนเขามีจำกัด

            เด็กเสิร์ฟรีบพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีแทบไม่ทัน ขุนทัพปรายตามองไปทางโต๊ะข้าง ๆ ที่มีกลุ่มวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งดื่มอยู่ แล้วเขาก็ยิ้มมุมปากช้า ๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความใจดีเลยแม้แต่นิดเดียว

            "ถ้ามึงยังไม่เลิกมองน้องเขา กูจะควักลูกตามึงทิ้งนะ"

            เขาส่งเสียงพูดขึ้นลอย ๆ แต่แววตานิ่งสนิทจับจ้องไปที่ชายคนหนึ่งในโต๊ะนั้นที่เผลอมองตามร่างของรุ่นน้องผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะพวก RED ไป ผู้ชายคนนั้นสะดุ้งสุดตัวและรีบหันหน้าหนีไปอีกทางทันทีด้วยความกลัว

            "ข...ขอโทษพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ"

            ขุนทัพหัวเราะในลำคออย่างพอใจ "กลัวเป็นด้วยเหรอวะ นึกว่าเก่งแต่จ้อง"

            "มึงก็เล่นซะเขาจะฉี่ราดอยู่แล้ว" จอมขวัญ พูดขำ ๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบแต่ยังไม่ได้จุดเหมือนกัน เขาเป็นคนที่ดูมีชีวิตชีวาที่สุดในกลุ่ม รอยยิ้มเจ้าชู้และท่าทางขี้เล่นของเขาทำให้เขาดูเข้าถึงง่าย แต่ความจริงแล้วจอมขวัญคือคนประเภทที่ "ยิ้มฆ่าคน" ได้อย่างเลือดเย็นที่สุด

            "ก็กูรำคาญสายตา มองเหมือนไม่เคยเห็นคน" ขุนทัพบ่นอุบ

            "ใจเย็นดิ            มึงทำคนอื่นเขากลัวจนเหล้าจืดหมดแล้ว" วินทร์ พูดขึ้นพลางถอดแว่นสายตาออกมาเช็ดด้วยชายเสื้อช็อปอย่างช้า ๆ ท่าทางของเขาดูสุขุมและเป็นระเบียบที่สุด หน้าตาสะอาดสะอ้านเหมือนพวกนักศึกษาเกียรตินิยมทั่วไป แต่คนที่รู้จักวินทร์จะรู้ว่าคนนี้ร้ายลึกและฉลาดเป็นกรด เขาไม่จำเป็นต้องออกแรงใช้กำลังให้เหนื่อย แค่คำพูดนิ่ง ๆ ไม่กี่ประโยคกับแผนการที่วางไว้อย่างแยบยล ก็ทำให้คนฟังเสียสติหรือหายไปจากวงโคจรได้แล้ว

            "หรือมึงอยากให้เขารู้ว่ามึงเพิ่งต่อยกับไอ้พวกวิศวะไฟฟ้ามาเมื่อคืน" วินทร์พูดยิ้ม ๆ ขณะสวมแว่นกลับเข้าที่

            ขุนทัพแสยะยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน "ก็สมควรโดน"

            "เขาทำไรมึงอีกล่ะ" จอมขวัญถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

            "มองแรงใส่น้องปีหนึ่งคณะเราตอนเดินผ่านลานเกียร์"

            จอมขวัญหลุดหัวเราะออกมาทันที "เหตุผลเหี้ยมาก แค่มองแรงเนี่ยนะ?"

            "แต่มันสะใจดี มึงก็น่าจะรู้ว่ากูไม่ชอบให้ใครมาเบ่งใส่" ขุนทัพตอบพลางรับแก้วเหล้าจากพนักงานมาจิบ

            ภูผา นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ราม มือหนาหมุนแก้วเบียร์ไปมาอย่างช้า ๆ เขาแทบไม่ปริปากพูดเลยตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าผับมา แต่ความนิ่งของเขากลับทรงพลังอย่างประหลาด ภูผาเป็นคนตัวสูง ไหล่กว้าง และมีใบหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนอื่นในกลุ่ม เขาเป็นเหมือน "เบรก" ของกลุ่ม RED ENGINEERING คอยทำหน้าที่ห้ามทัพและตัดสินใจในเวลาที่เพื่อนคนอื่นกำลังเดือดจัด และเขาก็เป็นคนเดียวที่ขุนทัพยอมเกรงใจ

            "คืนนี้อย่ามีเรื่อง" ภูผาพูดขึ้นเรียบ ๆ สายตามองไปที่แก้วเบียร์ในมือ

            ขุนทัพยกไหล่แบบไม่หยี่ระ "ก็ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องก่อนอ่ะนะ"

            "แล้วถ้ามี?" วินทร์ลองเชิงถามนิ่ง ๆ

            ขุนทัพยิ้มช้า ๆ แววตาเป็นประกายวาววับ "ก็ซวยเอง ช่วยไม่ได้"

            "พนันกันป่ะ คืนนี้ต้องมีคนร้องไห้" จอมขวัญพูดขัดจังหวะขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเอนตัวพาดพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวสับไพ่ในมือเล่นไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทักษะการเล่นไพ่และการพนันของจอมขวัญคืออันดับหนึ่ง และเขาก็ใช้มันในการอ่านใจคนมานักต่อนัก

            "เมื่อคืนมึงก็ทำผู้หญิงร้องไห้ไปแล้วคนนึงไม่ใช่เหรอ" วินทร์แขวะนิ่ง ๆ พลางจิบเครื่องดื่มของตัวเอง

            จอมขวัญหัวเราะลั่นอย่างคนอารมณ์ดี "ช่วยไม่ได้ว่ะ คนสวยมักชอบคนเลว กูผิดตรงไหนล่ะ? ในเมื่อเขาเดินมาหากูเอง"

            "มึงไม่ได้เลว"

            จอมขวัญชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงของคนที่ไม่ค่อยพูดอย่างรามเอ่ยขึ้น ทุกคนในโต๊ะหันไปมองรามเป็นตาเดียว จอมขวัญเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

            "อ้าว แล้วไงวะไอ้ราม กูไม่ใช่คนเลวแล้วกูเป็นคนแบบไหน?"

            รามคีบบุหรี่ออกจากปากช้า ๆ พ่นควันจาง ๆ ออกมา (แม้ว่าผับจะห้ามสูบแต่สำหรับเขามันคือข้อยกเว้น) ก่อนจะสบตาจอมขวัญแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดแต่เจ็บแสบที่สุด

            "มึงมันเหี้ย"

            ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะไปเพียงวินาทีเดียว ก่อนที่ขุนทัพจะหลุดหัวเราะก๊ากออกมาคนแรก ตามด้วยวินทร์ที่ส่ายหน้าขำ ๆ แม้แต่ภูผายังแอบกระตุกยิ้มมุมปาก

            "เชี่ยราม! ฮ่า ๆ ๆ ๆ กูชอบว่ะ คำนี้แม่งโดน!" ขุนทัพตบเข่าฉาด

            จอมขวัญส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ แต่รอยยิ้มเจ้าชู้ยังไม่หายไปจากหน้า "เออ ขอบคุณสำหรับคำชมครับพ่อคนดี มึงนี่แม่ง... ปากหมาเหมือนเดิม"

            บทสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นการพักผ่อนของกลุ่มเพื่อนสนิทดำเนินไปท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...

            เพล้ง!

            เสียงแก้วแตกละเอียดดังสนั่นมาจากบริเวณกลางร้านซึ่งเป็นโซนเต้น เสียงเพลงที่เคยดังดูเหมือนจะเบาลงไปทันทีในความรู้สึกของทุกคน ทุกสายตาในผับหันไปมองที่จุดเดียวกัน

            ที่ตรงนั้น หญิงสาวผมยาวในชุดเดรสสัดส่วนเป๊ะกำลังถูกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมกระชากแขนไว้อย่างแรงจนเธอแทบจะถลาไปตามแรงดึง ใบหน้าสวยของเธอซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด

            "บอกว่าไม่ไปไง! ปล่อยนะไอ้บ้า!" เสียงเธอสั่นเทาและพยายามขัดขืน

            "มึงเป็นเมียกู จะกลับกับกู!" ผู้ชายคนนั้นตะคอกกลับเสียงดังจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน เขาดูเหมือนคนเมาที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

            "ปล่อยนะ! เจ็บ! เราเลิกกันไปแล้วนะ!" เธอตะโกนใส่หน้าเขา

            ชายคนนั้นสบถคำหยาบคายออกมาอย่างน่ารังเกียจ ก่อนจะง้างมือขึ้นสูงตั้งท่าเหมือนจะตบลงบนใบหน้าขาวนั่นอย่างเต็มแรง ผู้คนรอบข้างเริ่มถอยห่าง ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเพราะกลัวจะโดนลูกหลง

            วินาทีต่อมา—

            โครม!

            เก้าอี้เหล็กที่วางอยู่ใกล้ ๆ กับโต๊ะของกลุ่มวิศวะถูกถีบกระเด็นไปปะทะกับกำแพงเสียงดังสนั่น รามลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อช็อปสีแดงดูน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างบอกไม่ถูก ดวงตานิ่งจัดของเขาจับจ้องไปที่ผู้ชายคนนั้นที่กำลังจะทำร้ายผู้หญิง ทั้งผับเงียบกริบจนไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงลมหายใจและการสั่นของลำโพง

            ขุนทัพยิ้มมุมปากทันที แววตาที่เคยหงุดหงิดเปลี่ยนเป็นประกายตื่นเต้นเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจะได้ออกล่า "เอาแล้วไง งานมาว่ะ"

            วินทร์ดันแว่นขึ้นช้า ๆ พลางถอนหายใจแบบไม่จริงจังนัก "กูนึกว่าจะจบคืนนี้แบบสงบ ๆ ซะอีก"

            จอมขวัญหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ พร้อมกับเก็บไพ่ที่สับอยู่อย่างรวดเร็ว "พนันชนะแล้วหนึ่ง บอกแล้วคืนนี้ต้องมีคนร้องไห้"

            ส่วนภูผา... เขาเพียงถอนหายใจยาวช้า ๆ แล้ววางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะด้วยน้ำหนักที่สม่ำเสมอ เขาไม่ได้ขัดศรัทธาเพื่อน แต่คำพูดถัดมาของเขามันคือคำอนุมัติกลาย ๆ

            "เบา ๆ มือหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวร้านเขาพังหมด"

            รามไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน เขาเพียงแค่ก้าวขาเดินลงจากโซนวีไอพีมุ่งหน้าตรงไปยังกลางร้านด้วยจังหวะที่มั่นคงและกดดัน ทุกฝีก้าวที่เขาก้าวผ่านทำให้นักเที่ยวรอบ ๆ ต้องถอยร่นเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ

            เพราะทุกคนในย่านนี้รู้ดีว่า... ถ้ารามลุกขึ้นจากโต๊ะเมื่อไหร่ แปลว่าความสงบสุขได้จบลงแล้ว และมันจะไม่มีวันจบลงง่าย ๆ จนกว่าเขาจะพอใจ

            และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดยั้งความคลั่งของพวก RED ENGINEERING ได้อีกต่อไปเมื่อเกียร์มันเริ่มหมุน

            รามเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังชายขี้เมาคนนั้น มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อมือของชายคนนั้นที่กำลังกำแขนหญิงสาวไว้ แรงบีบจากนิ้วเรียวของรามทำให้ชายคนนั้นถึงกับหน้านิ่ว

            "มึงเป็นใครวะ! อย่ามาเสือก!" ชายขี้เมาหันมาตะคอกใส่ราม

            รามไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่สายตาที่เขามองกลับไปมันว่างเปล่าจนน่าขนลุก เขาค่อย ๆ ออกแรงบีบข้อมืออีกฝ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบา ๆ

            "กูบอกให้ปล่อย..." รามพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด

            "ถ้ามึงไม่ปล่อย... กูจะทำให้มึงจำคืนนี้ไปจนตาย"

            บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะระเบิดออกมาในทุกวินาที นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความดาร์คและความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อเฟืองสีแดงเริ่มทำงาน... ทุกอย่างที่ขวางหน้าก็จะถูกบดขยี้ไม่เหลือซาก!

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.124.ตอนพิเศษ 4 — LITTLE RACER

    กลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องจาง ๆ คือมู้ดประจำวันหยุดของบ้านเราในตอนนี้ ‘เรซ’ ลูกชายวัยห้าขวบกำลังอยู่ในวัยกำลังซนและติดคนเป็นพ่อแจ ชนิดที่ว่าพี่รามเดินไปไหน เด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมยีนส์ก็จะวิ่งเตาะแตะถือไขควงพลาสติกเดินตามหลังเป็นเงาตามตัว อย่างเช่นวันนี้ พี่รามกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เช็กความเรียบร้อยของรถอยู่ที่ลานจอดรถคอนโด โดยมีลูกชายตัวน้อยนั่งยอง ๆ อยู่ข้างล้อรถ พลางใช้ไขควงของเล่นเคาะล้อเบา ๆ ขะมักเขม้น “พ่อครับ... ล้อรถคันนี้ซิ่งได้รึยังครับ” เสียงเล็ก ๆ เจือยแจ้วถามขึ้น ใบหน้ากลมดิบที่ถอดแบบพี่รามมาเป๊ะยิ้มแฉ่งจนตาหยี พี่รามละมือจากหน้าห้องเครื่องรถ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวขาเดินมาหยุดตรงหน้าลูกชาย เขาทรุดตัวนั่งลงยอง ๆ ข้างลูก แววตาคู่คมกริบที่เคยดุดันเวลาอยู่ข้างนอก ตอนนี้กลับอ่อนโยนลงทันทีเมื่อจ้องมองไอ้ตัวแสบ “ยังครับ ต้องเช็กอีกนิดนึง” พี่รามตอบเสียงทุ้มเรียบ พลางเอื้อมมือหนาไปปัดคราบฝุ่นเปื้อนตรงแก้มยุ้ยของลูกเบา ๆ “เรซอยากซิ่งแล้วครับพ่อ พาเรซซิ่งหน่อย” เด็กชายตัวน้อยขยับเข้าไปกอดเข

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.123.ตอนพิเศษ 3 — THE WEDDING DAY

    เวลาหมุนผ่านไปเร็วมาก จากเด็กปีหนึ่งดื้อรั้นในวันนั้น ในที่สุดฉันก็เรียนจบและก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว และวันนี้คือวันที่ฉันตั้งตารอคอยมากที่สุดในชีวิต งานแต่งงานของเราถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่สวนหลังบ้านพักตากอากาศริมทะเล สถานที่ที่พี่รามเคยใช้สวมแหวนจองฉันไว้เมื่อหลายปีก่อน แขกในงานส่วนใหญ่มีเพียงญาติผู้ใหญ่และกลุ่มเพื่อนสนิทที่ร่วมฝ่าฟันมรสุมกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย “โอ๊ย ยัยขวัญ! มึงสวยมาก สวยจนกูอยากร้องไห้” เพลงเดินเข้ามาชมในห้องแต่งตัว พลางทำท่าซับน้ำตา “มึงก็เว่อร์ไปเพลง” ฉันหัวเราะขำในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แบบเรียบหรู “ไม่เว่อร์หรอก วันนี้เพื่อนกูขายออกอย่างเป็นทางการแล้ว” เจตเดินตามเข้ามาสมทบพร้อมคอปเตอร์ที่ถือกล้องเตรียมถ่ายรูปไม่หยุด เมื่อได้เวลาเริ่มงาน ฉันก้าวเดินออกไปท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มของทุกคน พี่ขุนทัพ วินทร์ พี่ภูผา และพี่จอมขวัญ ยืนส่งยิ้มยินดีมาให้จากฝั่งที่นั่งแขก และตรงปลายทางเดินนั้น... พี่รามในชุดสูทสากลสีดำสนิทกำลังยืนรอฉันอยู่ เขาต

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.122.ตอนพิเศษ 2: DRIVING LESSON (2/2)

    “ไม่ชนครับ” “แต่หนูว่าใกล้มากเลยนะ” “ขวัญข้าว” “คะ” “มองไปไกล ๆ อย่าจ้องแค่หน้ารถ” ฉันเม้มปากนิดหนึ่งก่อนพยายามทำตาม รถค่อย ๆ เลี้ยวผ่านกรวยแรกไปได้จริง ๆ “เก่งมากครับ” ฉันหันไปมองเขาทันที “จริงเหรอ” “อือ” “หนูขับเก่งไหม” พี่รามนิ่งคิดเหมือนกำลังประเมินจริงจัง ก่อนตอบเรียบ ๆ “เก่งกว่าไอ้จอมขวัญตอนหัดแรก ๆ เยอะ” ฉันหลุดหัวเราะลั่นทันที “พี่ราม!” “จริงครับ วันแรกมันขับชนกรวยไปสามอัน” “แล้วพี่ว่าเขารอดมาได้ยังไง” “บุญมันเยอะ” ฉันหัวเราะจนแทบจับพวงมาลัยไม่อยู่ ส่วนพี่รามก็หลุดยิ้มชัดขึ้นตามไปด้วย หลังจากนั้นฉันลองขับวนอยู่ในสนามอีกหลายรอบ จากตอนแรกที่มือสั่นจนจับพวงมาลัยแทบไม่อยู่ ตอนนี้เริ่มกะระยะได้ดีขึ้นนิดหน่อยแล้ว พี่รามคอยนั่งสอนอยู่ข้าง ๆ ตลอด เวลาเข้าโค้งเขาจะคอยบอกจังหวะ เวลาฉันเริ่มตื่น เขาจะเอื้อมมือมาจับมือฉันเบา ๆ เหมือนส่งสัญญาณว่าไม่ต้องกลัว จนสุดท้ายฉันเริ่มผ่อนคลายลงจริง ๆ รถค่อย ๆ แ

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.121.ตอนพิเศษ 2: DRIVING LESSON (1/2)

    “พี่ราม! หนูบอกให้เหยียบเบรกไง!” ฉันร้องเสียงหลงพร้อมรีบคว้าสายคาดนิรภัยไว้แน่นจนตัวแทบติดเบาะ ขณะที่รถสปอร์ตสีดำพุ่งโค้งผ่านกรวยยางในสนามซ้อมหลังอู่ด้วยความเร็วที่สำหรับพี่รามอาจเรียกว่าธรรมดา แต่สำหรับฉันมันเร็วเกินไปจนหัวใจแทบหยุดเต้น “พี่เหยียบแล้วครับขวัญข้าว” คนขับตอบเสียงเรียบ หน้าตานิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือหนาหมุนพวงมาลัยหักหลบกรวยยางได้อย่างแม่นยำราวกับรถทั้งคันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา ฉันหันไปมองด้วยสีหน้าจะร้องไห้ “นี่เรียกว่าเหยียบเบรกแล้วเหรอคะ!” เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นในลำคอเบา ๆ ทันที “ถ้าพี่ไม่เบรก ป่านนี้เราหมุนไปกอดเสาแล้วครับ” “พี่ราม!” เขายิ่งหัวเราะกว่าเดิม ส่วนฉันได้แต่นั่งหน้าบูด มือเย็นเฉียบเพราะโดนลากมานั่งรถเล่นในสนามซ้อมแบบไม่ทันตั้งตัว จริง ๆ จุดเริ่มต้นมันเกิดจากตอนบ่าย ฉันนั่งดูพี่รามกับพี่ขุนทัพเซ็ตรถอยู่ในอู่ แล้วเผลอพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่าอยากลองหัดคุมรถดูบ้าง เพราะเวลานั่งมองผู้ชายพวกนี้ทำงานกับรถแข่งทีไร มันดูเท่มากทุกครั้ง

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.120. ตอนพิเศษ 1: FIRST VALENTINE (2/2)

    “พวกไอ้ขุนทัพบอกว่า วันนี้เขาฮิตให้ดอกไม้กัน” พี่รามเงยหน้าขึ้นสบตาฉันตรงๆ “แต่พี่คิดว่า ดอกไม้มันอยู่ได้ไม่กี่วันก็เหี่ยว พี่เลยเอาสิ่งที่มีค่าที่สุดของพี่มาให้เราแทน” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น มองเกียร์ตรงข้อมือตัวเองนิ่งๆ มันไม่ใช่เกียร์ใหม่เอี่ยม ตรงขอบมีรอยขีดข่วนเล็กๆ จากการใช้งานจริง สีเงินบางจุดเริ่มด้านลงตามเวลา แต่กลับยิ่งทำให้รู้ทันทีว่ามันสำคัญกับเขามากแค่ไหน สำหรับเด็กวิศวะ เกียร์ไม่ใช่แค่เครื่องประดับธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของชีวิตช่วงมหาวิทยาลัย เป็นทั้งความทรงจำ ความผูกพัน และความภูมิใจของคนคนนั้น ยิ่งเป็นเกียร์ที่ผ่านการใช้งานจริงมาตลอดหลายปีแบบนี้ มันยิ่งมีค่ามากกว่าเดิมหลายเท่า “ฝากดูแลด้วยนะขวัญข้าว” น้ำตาฉันแทบไหลออกมาทันที ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่ดูไม่โรแมนติกที่สุดในโลกคนนี้ จะเลือกของขวัญชิ้นนี้ให้กับฉัน ไม่มีดอกไม้ ไม่มีคำหวาน แต่กลับเป็นสิ่งที่มีค่ากับเขาที่สุดจริงๆ ฉันขยับเข้าไปกอดรอบคอเขาแน่นทันที พี่รามชะงักไปนิด ก่อนยกแขนขึ้นกอดตอบช้าๆ อ้อมแขนของเขายังคงอบอุ่นและมั่นคงเสมอ อุ่นจนความเหนื่อย

  • เกมส์รักวิศวะร้าย   EP.119. ตอนพิเศษ 1: FIRST VALENTINE (1/2)

    หลังจากเรื่องราวฟ้องร้องฝั่ง Falcon จบลง ชีวิตนักศึกษาปีสองของฉันก็หมุนวนอยู่กับตารางเรียน คณะนิเทศศาสตร์เริ่มปล่อยบทเรียนหินๆ ออกมาทักทาย ไหนจะงานกลุ่ม โปรเจกต์ ถ่ายคลิป ตัดต่อ ไปจนถึงกิจกรรมคณะสารพัดจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ส่วนพี่รามก็อยู่ในช่วงพักการแข่งขันอย่างจริงจัง เขาแวะเวียนเข้าอู่ RED ENGINEERING ทุกวัน แต่ขยับบทบาทจากคนหลังพวงมาลัยมาเป็นคนคุมทีม คุมงานเซ็ตรถ และดูแลช่างฝึกงานรุ่นใหม่แทน ถึงไม่ได้ลงสนามแข่งเองแล้ว แต่ชื่อ “ราม RED ENGINEERING” ก็ยังคงเป็นที่พูดถึงในวงการ ยิ่งหลังจบแมตช์ FINAL RACE วันนั้น คนทั้งวงการแทบไม่มีใครไม่รู้จักเขา แต่สำหรับฉัน รามในตอนนี้ต่างจากภาพจำของคนอื่นโดยสิ้นเชิง เวลาอยู่อู่เขาอาจจะดูนิ่ง ดุ และจริงจัง แต่เวลาอยู่กับฉันสองคน ผู้ชายคนนี้กลับกลายเป็นคนอบอุ่นอย่างน่าตกใจ เขาชอบมารับฉันหลังเลิกเรียนแทบทุกวัน วันไหนอู่ยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ ก็ยังโทรมาถามเสมอว่ากินข้าวหรือยัง เหนื่อยไหม หรือบางครั้งก็แอบซื้อโกโก้เย็นแก้วโปรดมาวางไว้ให้หน้าตาย ยัยเพลงชอบบ่นอยู่บ่อยๆ ว่า “มึงรู้ตัวมั้ย ว่าพี่รามแม่

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status