เกมส์รักวิศวะร้าย

เกมส์รักวิศวะร้าย

last updateHuling Na-update : 2026-07-10
By:  Camellia.maOngoing
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
125Mga Kabanata
8views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เพราะการเดินเข้าไปในโกดังหลังคณะวิศวะวันนั้น ทำให้ "ขวัญข้าว" ได้รู้จักกับผู้ชายที่ทั้งมหา’ลัยต่างพากันพูดถึง "ราม" รุ่นพี่วิศวะเครื่องกลเจ้าของรถแข่งเบอร์ 27 ผู้ชายหน้านิ่ง พูดน้อย ดุจนใคร ๆ ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ภายใต้สายตาเย็นชาและโลกความเร็วที่ดูอันตรายนั้น กลับมีความอ่อนโยนในแบบของเขาซ่อนอยู่เสมอ จากคนแปลกหน้าที่แทบไม่เคยคุยกัน กลายเป็นคนที่คอยถามว่า "กินข้าวหรือยัง" คอยส่งข้อความมาบอกให้ "อย่าเดินคนเดียว" และกลายเป็นเซฟโซนที่เธอเผลอใจไปรักโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ สนามแข่ง และชีวิตมหา’ลัยที่วุ่นวาย ความสัมพันธ์ของเด็กนิเทศกับรุ่นพี่วิศวะค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ จนวันที่ขวัญข้าวได้รู้ว่า… ผู้ชายที่ใคร ๆ มองว่าน่ากลัวที่สุดในมหา’ลัย กลับอ่อนโยนกับเธอเพียงคนเดียว

view more

Kabanata 1

Prologue

            ภายในซอกตึกเก่าคร่ำครึย่านหลังมหาวิทยาลัยที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากถังขยะและแมวไร้บ้าน กลับซ่อนบานประตูเหล็กหนักอึ้งที่เป็นทางเข้าสู่โลกอีกใบ เสียงเบสหนัก ๆ ดังทะลุออกมาจากด้านในทันทีที่ประตูถูกผลักออก กลิ่นเหล้าผสมกับควันบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีแดงสลัวของ “BLACK VAULT” ผับใต้ดินที่พวกเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปแค่เดินผ่านยังไม่กล้ามอง อย่าว่าแต่จะก้าวเท้าเข้าไปข้างในเลย เพราะที่นี่มันคือแหล่งรวมของพวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด และพวกที่รักในความรุนแรงพอ ๆ กับรสชาติของแอลกอฮอล์

            แต่สำหรับพวกเขา... ที่นี่มันคือที่ประจำ

            เสียงเพลง EDM จังหวะหน่วง ๆ ที่กำลังกล่อมสารทนักท่องเที่ยวเงียบลงไปจังหวะหนึ่งตอนที่ร่างสูงในชุดเสื้อ ช็อปสีแดงห้าคนเดินลงบันไดวนเหล็กมาอย่างช้า ๆ ความสูงโปร่งและออร่าที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างดูเย็นเยียบขึ้นมาทันที เสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีรอยเปื้อนคราบจาง ๆ ของบางสิ่งที่ดูเหมือนเลือดสลับกับสัญลักษณ์เฟืองทองเหลืองบนอกเสื้อ มันเป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าที่บอกให้ทุกคนรู้ว่าอย่าเข้าไปวุ่นวายถ้าไม่จำเป็น

            "พวก RED มาว่ะ"

            ใครบางคนกระซิบเบา ๆ จากมุมโต๊ะด้านในขณะที่พยายามหดตัวให้เล็กลง

            "เชี่ย... คืนนี้กูว่าได้มีเรื่องแน่ ดูหน้าไอ้ขุนทัพดิ"

            "มึงเบาเสียงดิ เดี๋ยวขุนทัพได้ยินมันจะเดินมาเขกกระโหลกมึงเอา"

            พนักงานที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์รีบหลบสายตาทันทีตอนที่ ราม เดินผ่าน ลมหายใจของทุกคนติดขัด รามเดินนำหน้ากลุ่มด้วยใบหน้าเรียบเฉย มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด สายตาคมจัดมองตรงไปข้างหน้าข้ามหัวผู้คนรอบข้าง ความนิ่งและสันจมูกคมกริบสร้างแรงกดดันจนคนรอบตัวต้องก้มหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ บุหรี่ที่คาบไว้ตรงมุมปากยังคงนิ่งสงบ รอยแผลจาง ๆ ตรงหลังมือที่เป็นรอยเย็บยาวประมาณสองเซนติเมตรยิ่งตอกย้ำถึงความน่าเกรงขามในตัวเขาอย่างชัดเจน

            "โต๊ะเดิม" เขาบอกพนักงานสั้น ๆ แค่นั้น เสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบจนพนักงานคนนั้นต้องรีบก้มหัวรับ

            "ค...ครับพี่ราม เชิญทางนี้เลยครับ"

            พนักงานรีบเดินนำไปยังโซนวีไอพีที่ยกระดับสูงขึ้นมาจากพื้นปกติ ซึ่งเป็นมุมที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งร้าน แต่กลับไม่มีใครกล้ามองขึ้นมา

            ขุนทัพ เดินตามมาติด ๆ เขาคือคนที่ตัวใหญ่และดูดุดันที่สุดในกลุ่ม เสื้อช็อปถูกปลดกระดุมทิ้งไว้สองเม็ดเหมือนรำคาญความอึดอัด เผยให้เห็นรอยสักรูปเฟืองที่ต้นคอและรอยช้ำจาง ๆ ตรงไหปลาร้าที่ดูเหมือนเพิ่งไปฟัดกับใครมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาโยนกุญแจบิ๊กไบค์ลงโต๊ะเสียงดัง ปัง! ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังสีดำจนมันยุบลงไปตามแรงกระแทก

            "เหล้าเดิม" ขุนทัพส่งเสียงสั่งพนักงานที่ตามมาติด ๆ

            "เอาเหมือนเดิมทุกคนไหมพี่?"

            "เออ เร็วหน่อย กูหงุดหงิด" ขุนทัพตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่บอกชัดว่าความอดทนเขามีจำกัด

            เด็กเสิร์ฟรีบพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีแทบไม่ทัน ขุนทัพปรายตามองไปทางโต๊ะข้าง ๆ ที่มีกลุ่มวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งดื่มอยู่ แล้วเขาก็ยิ้มมุมปากช้า ๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความใจดีเลยแม้แต่นิดเดียว

            "ถ้ามึงยังไม่เลิกมองน้องเขา กูจะควักลูกตามึงทิ้งนะ"

            เขาส่งเสียงพูดขึ้นลอย ๆ แต่แววตานิ่งสนิทจับจ้องไปที่ชายคนหนึ่งในโต๊ะนั้นที่เผลอมองตามร่างของรุ่นน้องผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะพวก RED ไป ผู้ชายคนนั้นสะดุ้งสุดตัวและรีบหันหน้าหนีไปอีกทางทันทีด้วยความกลัว

            "ข...ขอโทษพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ"

            ขุนทัพหัวเราะในลำคออย่างพอใจ "กลัวเป็นด้วยเหรอวะ นึกว่าเก่งแต่จ้อง"

            "มึงก็เล่นซะเขาจะฉี่ราดอยู่แล้ว" จอมขวัญ พูดขำ ๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบแต่ยังไม่ได้จุดเหมือนกัน เขาเป็นคนที่ดูมีชีวิตชีวาที่สุดในกลุ่ม รอยยิ้มเจ้าชู้และท่าทางขี้เล่นของเขาทำให้เขาดูเข้าถึงง่าย แต่ความจริงแล้วจอมขวัญคือคนประเภทที่ "ยิ้มฆ่าคน" ได้อย่างเลือดเย็นที่สุด

            "ก็กูรำคาญสายตา มองเหมือนไม่เคยเห็นคน" ขุนทัพบ่นอุบ

            "ใจเย็นดิ            มึงทำคนอื่นเขากลัวจนเหล้าจืดหมดแล้ว" วินทร์ พูดขึ้นพลางถอดแว่นสายตาออกมาเช็ดด้วยชายเสื้อช็อปอย่างช้า ๆ ท่าทางของเขาดูสุขุมและเป็นระเบียบที่สุด หน้าตาสะอาดสะอ้านเหมือนพวกนักศึกษาเกียรตินิยมทั่วไป แต่คนที่รู้จักวินทร์จะรู้ว่าคนนี้ร้ายลึกและฉลาดเป็นกรด เขาไม่จำเป็นต้องออกแรงใช้กำลังให้เหนื่อย แค่คำพูดนิ่ง ๆ ไม่กี่ประโยคกับแผนการที่วางไว้อย่างแยบยล ก็ทำให้คนฟังเสียสติหรือหายไปจากวงโคจรได้แล้ว

            "หรือมึงอยากให้เขารู้ว่ามึงเพิ่งต่อยกับไอ้พวกวิศวะไฟฟ้ามาเมื่อคืน" วินทร์พูดยิ้ม ๆ ขณะสวมแว่นกลับเข้าที่

            ขุนทัพแสยะยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน "ก็สมควรโดน"

            "เขาทำไรมึงอีกล่ะ" จอมขวัญถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

            "มองแรงใส่น้องปีหนึ่งคณะเราตอนเดินผ่านลานเกียร์"

            จอมขวัญหลุดหัวเราะออกมาทันที "เหตุผลเหี้ยมาก แค่มองแรงเนี่ยนะ?"

            "แต่มันสะใจดี มึงก็น่าจะรู้ว่ากูไม่ชอบให้ใครมาเบ่งใส่" ขุนทัพตอบพลางรับแก้วเหล้าจากพนักงานมาจิบ

            ภูผา นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ราม มือหนาหมุนแก้วเบียร์ไปมาอย่างช้า ๆ เขาแทบไม่ปริปากพูดเลยตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าผับมา แต่ความนิ่งของเขากลับทรงพลังอย่างประหลาด ภูผาเป็นคนตัวสูง ไหล่กว้าง และมีใบหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนอื่นในกลุ่ม เขาเป็นเหมือน "เบรก" ของกลุ่ม RED ENGINEERING คอยทำหน้าที่ห้ามทัพและตัดสินใจในเวลาที่เพื่อนคนอื่นกำลังเดือดจัด และเขาก็เป็นคนเดียวที่ขุนทัพยอมเกรงใจ

            "คืนนี้อย่ามีเรื่อง" ภูผาพูดขึ้นเรียบ ๆ สายตามองไปที่แก้วเบียร์ในมือ

            ขุนทัพยกไหล่แบบไม่หยี่ระ "ก็ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องก่อนอ่ะนะ"

            "แล้วถ้ามี?" วินทร์ลองเชิงถามนิ่ง ๆ

            ขุนทัพยิ้มช้า ๆ แววตาเป็นประกายวาววับ "ก็ซวยเอง ช่วยไม่ได้"

            "พนันกันป่ะ คืนนี้ต้องมีคนร้องไห้" จอมขวัญพูดขัดจังหวะขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเอนตัวพาดพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวสับไพ่ในมือเล่นไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทักษะการเล่นไพ่และการพนันของจอมขวัญคืออันดับหนึ่ง และเขาก็ใช้มันในการอ่านใจคนมานักต่อนัก

            "เมื่อคืนมึงก็ทำผู้หญิงร้องไห้ไปแล้วคนนึงไม่ใช่เหรอ" วินทร์แขวะนิ่ง ๆ พลางจิบเครื่องดื่มของตัวเอง

            จอมขวัญหัวเราะลั่นอย่างคนอารมณ์ดี "ช่วยไม่ได้ว่ะ คนสวยมักชอบคนเลว กูผิดตรงไหนล่ะ? ในเมื่อเขาเดินมาหากูเอง"

            "มึงไม่ได้เลว"

            จอมขวัญชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงของคนที่ไม่ค่อยพูดอย่างรามเอ่ยขึ้น ทุกคนในโต๊ะหันไปมองรามเป็นตาเดียว จอมขวัญเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

            "อ้าว แล้วไงวะไอ้ราม กูไม่ใช่คนเลวแล้วกูเป็นคนแบบไหน?"

            รามคีบบุหรี่ออกจากปากช้า ๆ พ่นควันจาง ๆ ออกมา (แม้ว่าผับจะห้ามสูบแต่สำหรับเขามันคือข้อยกเว้น) ก่อนจะสบตาจอมขวัญแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดแต่เจ็บแสบที่สุด

            "มึงมันเหี้ย"

            ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะไปเพียงวินาทีเดียว ก่อนที่ขุนทัพจะหลุดหัวเราะก๊ากออกมาคนแรก ตามด้วยวินทร์ที่ส่ายหน้าขำ ๆ แม้แต่ภูผายังแอบกระตุกยิ้มมุมปาก

            "เชี่ยราม! ฮ่า ๆ ๆ ๆ กูชอบว่ะ คำนี้แม่งโดน!" ขุนทัพตบเข่าฉาด

            จอมขวัญส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ แต่รอยยิ้มเจ้าชู้ยังไม่หายไปจากหน้า "เออ ขอบคุณสำหรับคำชมครับพ่อคนดี มึงนี่แม่ง... ปากหมาเหมือนเดิม"

            บทสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นการพักผ่อนของกลุ่มเพื่อนสนิทดำเนินไปท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...

            เพล้ง!

            เสียงแก้วแตกละเอียดดังสนั่นมาจากบริเวณกลางร้านซึ่งเป็นโซนเต้น เสียงเพลงที่เคยดังดูเหมือนจะเบาลงไปทันทีในความรู้สึกของทุกคน ทุกสายตาในผับหันไปมองที่จุดเดียวกัน

            ที่ตรงนั้น หญิงสาวผมยาวในชุดเดรสสัดส่วนเป๊ะกำลังถูกผู้ชายร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมกระชากแขนไว้อย่างแรงจนเธอแทบจะถลาไปตามแรงดึง ใบหน้าสวยของเธอซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด

            "บอกว่าไม่ไปไง! ปล่อยนะไอ้บ้า!" เสียงเธอสั่นเทาและพยายามขัดขืน

            "มึงเป็นเมียกู จะกลับกับกู!" ผู้ชายคนนั้นตะคอกกลับเสียงดังจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน เขาดูเหมือนคนเมาที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

            "ปล่อยนะ! เจ็บ! เราเลิกกันไปแล้วนะ!" เธอตะโกนใส่หน้าเขา

            ชายคนนั้นสบถคำหยาบคายออกมาอย่างน่ารังเกียจ ก่อนจะง้างมือขึ้นสูงตั้งท่าเหมือนจะตบลงบนใบหน้าขาวนั่นอย่างเต็มแรง ผู้คนรอบข้างเริ่มถอยห่าง ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเพราะกลัวจะโดนลูกหลง

            วินาทีต่อมา—

            โครม!

            เก้าอี้เหล็กที่วางอยู่ใกล้ ๆ กับโต๊ะของกลุ่มวิศวะถูกถีบกระเด็นไปปะทะกับกำแพงเสียงดังสนั่น รามลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อช็อปสีแดงดูน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างบอกไม่ถูก ดวงตานิ่งจัดของเขาจับจ้องไปที่ผู้ชายคนนั้นที่กำลังจะทำร้ายผู้หญิง ทั้งผับเงียบกริบจนไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงลมหายใจและการสั่นของลำโพง

            ขุนทัพยิ้มมุมปากทันที แววตาที่เคยหงุดหงิดเปลี่ยนเป็นประกายตื่นเต้นเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจะได้ออกล่า "เอาแล้วไง งานมาว่ะ"

            วินทร์ดันแว่นขึ้นช้า ๆ พลางถอนหายใจแบบไม่จริงจังนัก "กูนึกว่าจะจบคืนนี้แบบสงบ ๆ ซะอีก"

            จอมขวัญหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ พร้อมกับเก็บไพ่ที่สับอยู่อย่างรวดเร็ว "พนันชนะแล้วหนึ่ง บอกแล้วคืนนี้ต้องมีคนร้องไห้"

            ส่วนภูผา... เขาเพียงถอนหายใจยาวช้า ๆ แล้ววางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะด้วยน้ำหนักที่สม่ำเสมอ เขาไม่ได้ขัดศรัทธาเพื่อน แต่คำพูดถัดมาของเขามันคือคำอนุมัติกลาย ๆ

            "เบา ๆ มือหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวร้านเขาพังหมด"

            รามไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน เขาเพียงแค่ก้าวขาเดินลงจากโซนวีไอพีมุ่งหน้าตรงไปยังกลางร้านด้วยจังหวะที่มั่นคงและกดดัน ทุกฝีก้าวที่เขาก้าวผ่านทำให้นักเที่ยวรอบ ๆ ต้องถอยร่นเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ

            เพราะทุกคนในย่านนี้รู้ดีว่า... ถ้ารามลุกขึ้นจากโต๊ะเมื่อไหร่ แปลว่าความสงบสุขได้จบลงแล้ว และมันจะไม่มีวันจบลงง่าย ๆ จนกว่าเขาจะพอใจ

            และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดยั้งความคลั่งของพวก RED ENGINEERING ได้อีกต่อไปเมื่อเกียร์มันเริ่มหมุน

            รามเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังชายขี้เมาคนนั้น มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อมือของชายคนนั้นที่กำลังกำแขนหญิงสาวไว้ แรงบีบจากนิ้วเรียวของรามทำให้ชายคนนั้นถึงกับหน้านิ่ว

            "มึงเป็นใครวะ! อย่ามาเสือก!" ชายขี้เมาหันมาตะคอกใส่ราม

            รามไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่สายตาที่เขามองกลับไปมันว่างเปล่าจนน่าขนลุก เขาค่อย ๆ ออกแรงบีบข้อมืออีกฝ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบา ๆ

            "กูบอกให้ปล่อย..." รามพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด

            "ถ้ามึงไม่ปล่อย... กูจะทำให้มึงจำคืนนี้ไปจนตาย"

            บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะระเบิดออกมาในทุกวินาที นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความดาร์คและความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อเฟืองสีแดงเริ่มทำงาน... ทุกอย่างที่ขวางหน้าก็จะถูกบดขยี้ไม่เหลือซาก!

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
125 Kabanata
Prologue
ภายในซอกตึกเก่าคร่ำครึย่านหลังมหาวิทยาลัยที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากถังขยะและแมวไร้บ้าน กลับซ่อนบานประตูเหล็กหนักอึ้งที่เป็นทางเข้าสู่โลกอีกใบ เสียงเบสหนัก ๆ ดังทะลุออกมาจากด้านในทันทีที่ประตูถูกผลักออก กลิ่นเหล้าผสมกับควันบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีแดงสลัวของ “BLACK VAULT” ผับใต้ดินที่พวกเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปแค่เดินผ่านยังไม่กล้ามอง อย่าว่าแต่จะก้าวเท้าเข้าไปข้างในเลย เพราะที่นี่มันคือแหล่งรวมของพวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด และพวกที่รักในความรุนแรงพอ ๆ กับรสชาติของแอลกอฮอล์ แต่สำหรับพวกเขา... ที่นี่มันคือที่ประจำ เสียงเพลง EDM จังหวะหน่วง ๆ ที่กำลังกล่อมสารทนักท่องเที่ยวเงียบลงไปจังหวะหนึ่งตอนที่ร่างสูงในชุดเสื้อ ช็อปสีแดงห้าคนเดินลงบันไดวนเหล็กมาอย่างช้า ๆ ความสูงโปร่งและออร่าที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างดูเย็นเยียบขึ้นมาทันที เสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีรอยเปื้อนคราบจาง ๆ ของบางสิ่งที่ดูเหมือนเลือดสลับกับสัญลักษณ์เฟืองทองเหลืองบนอกเสื้อ มันเป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าที่บอกให้ทุกคนรู้ว่าอย่าเข้าไปวุ่นวายถ้าไม่จำเป็น
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP:1— เผชิญหน้า
ฉันพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติขณะนั่งมองแก้วน้ำในมือ ความเย็นของน้ำแข็งไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดที่ติดค้างอยู่ในใจจางลงไปได้เลย ภาพแววตาที่ว่างเปล่าของคนชื่อ ราม ที่เพิ่งยืนประจันหน้ากันตรงทางเดินหน้าห้องน้ำยังคงฉายชัดอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา มันไม่ใช่ความกลัวในเชิงชู้สาว แต่มันคือความรู้สึกหวาดหวั่นต่อพฤติกรรมที่ดูไร้หัวใจของเขา คนอะไรจะพูดเรื่องความรู้สึกของคนอื่นได้เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศแบบนั้น “มึงเป็นอะไรไปขวัญ ทำไมเงียบจัง นึกว่าโดนใครฉุดไปแล้ว” เพลง สะกิดแขนฉันพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด “เปล่า แค่เริ่มมึนหัวน่ะ คนเยอะจัด” ฉันตอบปัดไปเพราะไม่อยากเล่าเรื่องความเย็นชาของผู้ชายคนนั้นให้เพื่อนที่กำลังสนุกอยู่ต้องเสียบรรยากาศ “แน่ใจนะ? ถ้าไม่ไหวบอกพวกกูได้นะเว้ย เดี๋ยวไปส่งที่หอ” เจต พูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง แม้สายตาของมันจะยังคอยมองไปทางกลุ่มผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ อยู่ก็ตาม “กูโอเค มึงกินไปเถอะ” ฉันยืนยันคำเดิม แต่จังหวะที่ฉันกำลังจะวางแก้วลง สายตาเจ้ากรรมกลับเหลือบไปเห็นกลุ่มคนเดินออกมาจากทางเดินห้องน้ำ ผู้
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP: 2 — โลกคนละฝั่ง (1/3)
หลังคืนที่ผับย่านรังสิตผ่านพ้นไป ชีวิตมหาวิทยาลัยของฉันก็เหวี่ยงกลับเข้าสู่โหมดเดิมเร็วอย่างน่าประหลาด เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลับใต้ดินวันนั้นเป็นเพียงภาพฟิล์มวูบหนึ่งที่ฉายผ่านตาแล้วจบลงไปพร้อมกับเสียงเพลงเบสหนัก ๆ และแสงไฟนีออนสลัวที่ชวนให้มึนหัวจนแทบประคองสติไม่อยู่ เช้าวันจันทร์ ฉันตื่นแทบไม่ทันเข้าเรียนเหมือนเดิม แสงแดดจัดจ้าที่ลอดผ่านม่านหอพักเข้ามาทำให้รู้ตัวว่าความพ่ายแพ้ต่อความง่วงกำลังคืบคลานเข้ามาทักทาย เสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มคณะในแอปพลิเคชันไลน์ดังรัวไม่หยุดตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ทั้งข้อความตามงานกลุ่มที่ค้างคามาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ตารางนัดประชุมเชียร์ที่รุ่นพี่นัดกันแบบสายฟ้าแลบจนตั้งตัวไม่ติด แล้วก็ข้อความบ่นชีวิตจากเพลงเพื่อนสนิทตัวดีที่ส่งมาระบายตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เพลง : กูไม่อยากไปมหาลัยเลยว่ะมึง ใจกูอยู่ที่เตียง ขวัญข้าว : แต่มึงต้องไป คาบเช้าอาจารย์เช็กชื่อตั้งแต่นาทีแรกนะจ๊ะ เพลง : กูลาออกตอนนี้ทันไหม หรือกูควรแกล้งตายดี ฮือออ ฉันหลุดขำออกมาเบา ๆ กับความคร่ำครวญของเพื่อน ก่
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP: 3— โลกคนละฝั่ง (2/3)
“มึง... ขวัญข้าว ดูนั่นดิ” มันพยักหน้าไปทางทางเข้าโรงอาหาร กลุ่มนักศึกษาวิศวะหลายคนเดินเข้ามาพร้อมกัน เสื้อช็อปสีแดงเข้มของพวกเขาเด่นชัดมาแต่ไกลจนไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามาจากคณะไหน รังสีความนิ่งและขรึมแผ่ออกมาจนน่าประหลาด เสียงคุยรอบ ๆ โรงอาหารที่เคยดังกลับเบาลงไปนิดหนึ่งทันที เหมือนทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง “นั่นทีมREDป่ะวะนั่น ครบกลุ่มเลยนะนั่น” “เออ น่าจะใช่ พี่วินทร์เดินนำมาอย่างหล่อเลยมึง”เสียงซุบซิบจากโต๊ะข้าง ๆ ดังขึ้น เพลงรีบชะเง้อมองทันทีที่ได้ยินชื่อคนหล่อ “ไหนมึง ไหน ๆ พี่วินทร์ของกู” ฉันหลุดขำกับสภาพมัน “มึงนี่เหมือนติ่งดาราที่รอตามกรี๊ดหน้าเวทีเลยนะเพลง” “เอ้า ก็มนุษย์ป่ะวะมึง หล่อระดับเทพบุตรขนาดนั้นกูจะพลาดได้ไง” คอปเตอร์หัวเราะชอบใจในความชัดเจนและเปิดเผยของเพื่อนสาว ฉันหันไปมองตามแบบผ่าน ๆ เพื่อไม่ให้ดูเสียมารยาทเกินไป กลุ่มรุ่นพี่วิศวะเดินไปนั่งโต๊ะยาวด้านในสุดของโรงอาหาร ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ประจำของพวกเขาที่ไม่มีใครกล้าไปนั่งทับที่ เสียงเด็กหลายโต๊ะเริ่มกลับมาดังขึ้นอีกครั้งแต่หัวข้อบทสนทนาก็ยังวนเวี
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP: 4— โลกคนละฝั่ง (3/3)
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังแว่วมาเป็นระยะจนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้น เด็กวิศวะหลายคนใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมูเดินสวนกันวุ่นวาย สายตาที่พวกเขามองมาที่เด็กต่างคณะอย่างพวกเราที่แบกลังพร็อพมามันดูนิ่ง ขรึม และกดดันจนเพลงเริ่มเดินเบียดติดแขนฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะสิงร่างกัน ยิ่งเดินเข้าใกล้โซนโกดังที่อยู่ด้านหลังอาคารลึกสุด เสียงเครื่องมือช่างก็ยิ่งดังถนัดหูชัดเจนขึ้น เสียงเจียรเหล็กกระทบกันจนประกายไฟวูบวาบทำให้เจตดูจะตื่นเต้นเหมือนเด็กที่เพิ่งเคยเห็นของแปลกใหม่ แต่น่าแปลกที่โกดังวิศวะยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแบบนี้กลับดูขรึม ขลัง และลึกลับอย่างบอกไม่ถูก พอประตูโกดังขนาดใหญ่ที่เป็นสังกะสีหนาถูกเลื่อนเปิดออก ฉันก็เห็นรถหลายคันจอดอยู่ด้านในทันที ทั้งรถยนต์แต่งซิ่งที่ดูราคาแพงและบิ๊กไบค์รุ่นท็อปที่จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ บางคันถูกเปิดฝากระโปรงทิ้งไว้ให้เห็นเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน บางคันก็เหลือแค่โครงเหล็กเปลือย ๆ ที่มีคนกำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่างอยู่ท่ามกลางคราบน้ำมันและแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ และแล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากฝั่งขวาสุดของโกดังที
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP.5 — โกดังวิศวะ (1/2)
ชีวิตของฉันก็ถูกเหวี่ยงกลับเข้าสู่กงล้อแห่งความวุ่นวายในฐานะเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งอีกครั้ง ราวกับโลกสองใบที่เพิ่งไปเหยียบมาถูกกำแพงล่องหนกั้นแยกออกจากกันโดยสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบในหอพักกลายเป็นเพียงความทรงจำชั่วคราว เพราะทันทีที่แสงอาทิตย์ของวันใหม่สาดส่อง ฉันต้องดีดตัวตื่นขึ้นมาเพื่อวิ่งให้ทันเข้าเรียนวิชาเช้าที่แสนทรมาน พอตกบ่าย กิจกรรมของคณะนิเทศศาสตร์ก็เริ่มรุกคืบเข้ามาประชุมงานครั้งแล้วครั้งเล่าจนหัวหมุน กว่าจะถึงช่วงเย็นที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อน ฉันกลับต้องไปซ้อมกิจกรรมจนขาสองข้างแทบลากกลับหอพักด้วยความอ่อนล้า ทุกอย่างหมุนวนเป็นลูปซ้ำซากจนน่าปวดหัว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มหกรรมงานเฟรชชี่มหาวิทยาลัยรวบยอดเข้ามาใกล้ คณะนิเทศศาสตร์ของฉันจึงแทบจะแปรสภาพกลายเป็นศูนย์อพยพของเหล่าคนอดนอนที่สภาพร่วงโรยไม่ต่างจากซอมบี้ “ขวัญ… ช่วยดูสคริปต์ตรงนี้หน่อยดิ” เสียงหมดแรงของ เพลง ดังขึ้นพร้อมกับที่นางยื่นปึกกระดาษยับยู่ยี่มาให้ ทั้งที่เจ้าตัวยังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะประชุมไม้ใต้ตึกคณะ ฉันรับมันมาคลี่ดูเงียบ ๆ ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันแทบจะทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่า
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP.6 — โกดังวิศวะ (2/2)
ฉันยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากแสดงความคิดเห็น เสียงหนึ่งที่คุ้นหูเหลือเกินก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของโกดังที่มืดกว่า “ขุน ส่งเบอร์สิบสองให้หน่อย” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเรียบนิ่งนั้นสะกดให้ฉันหันไปมองตามโดยอัตโนมัติ แล้วหัวใจของฉันก็เหมือนจะหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่งเมื่อเห็นเจ้าของเสียงนั้นชัด ๆ พี่ราม เขายืนอยู่ข้างรถแข่งสีดำคันดุในชุดเสื้อยืดสีดำเรียบ ๆ ที่มีรอยคราบน้ำมันเปื้อนอยู่ประปราย แขนเสื้อถูกพับขึ้นไปถึงข้อศอก เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ขึ้นรูปชัดเจนจากการทำงานหนัก มือข้างหนึ่งของเขาถือประแจเหล็กเอาไว้แน่น ส่วนอีกข้างกำลังใช้เศษผ้าเช็ดคราบดำบนหลังมืออย่างไม่ใส่ใจ แสงไฟสีส้มสลัวภายในโกดังตกลงบนโครงหน้าคมคายของเขาพอดี ทำให้เขาดูดุดันและมีเสน่ห์ร้ายกาจยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ นี่คือภาพที่ต่างจากทุกครั้งที่ฉันเคยเจอเขา เขาไม่ได้อยู่ในแสงสีวูบวาบของผับ ไม่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านที่พยายามจะเข้าหา แต่เขากำลังยืนอยู่ในพื้นที่ของเขาจริง ๆ พื้นที่ที่เขาเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ “พวกมึงจะเหม่ออะไรกันนักหนาวะ” เสียงของ ขุนทัพ ดังขึ้น
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP:7 — คนที่ไม่ควรเข้าใกล้ (1/2)
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นที่โกดังวิศวะจบลง ชีวิตของฉันก็ถูกเหวี่ยงกลับเข้าสู่ความวุ่นวายในฐานะเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งอีกครั้ง ราวกับโลกสองใบที่เพิ่งไปเหยียบมาถูกกำแพงล่องหนกั้นแยกออกจากกันโดยสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบในหอพักกลายเป็นเพียงความทรงจำชั่วคราว เพราะทันทีที่แสงอาทิตย์ของวันใหม่สาดส่อง ฉันต้องดีดตัวตื่นขึ้นมาเพื่อวิ่งให้ทันเข้าเรียนวิชาเช้าที่แสนทรมาน แต่สิ่งเดียวที่สัมผัสได้ว่ามันเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ คือ... ชื่อของ “RED ENGINEERING” เริ่มโผล่เข้ามาพัวพันในชีวิตประจำวันของฉันบ่อยเกินไป มากจนเริ่มรู้สึกว่ามันน่ารำคาญและคุกคามพื้นที่ส่วนตัวอย่างบอกไม่ถูก “มึงรู้ไหม พี่จอมขวัญตัวจริงหล่อกว่าในไอจีอีกนะขวัญ ดูสิ รูปเนี้ย ดาเมจแรงมากแม่!” เพลงพูดขึ้นพลางทำตาเคลิ้มฝันระหว่างที่เรานั่งกินข้าวเที่ยงอยู่ใต้ตึกคณะ พร้อมกับเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มาจ่อตรงหน้าฉัน เป็นรูปผู้ชายคนหนึ่งในชุดแข่งดริฟต์สีดำแดงสลับลวดลายเท่ ๆ เขากำลังยืนพิงรถแข่งคู่ใจอยู่ใน Paddock ท่ามกลางแสงแดดจ้าที่ขับให้ใบหน้าดูโดดเด่น “กูว่าเฉย ๆ” ฉันตอบปัดพลางก้มหน้าเคี้
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP:8 — คนที่ไม่ควรเข้าใกล้ (2/2)
พวกเราเดินผ่านเต็นท์ของทีมต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางเสียงรัวชัตเตอร์ของช่างภาพและเสียงคุยกันจอแจ จนมาหยุดตรง Garage ขนาดใหญ่ที่มีโลโก้หัวกะโหลกไขว้สไตล์ RED ENGINEERING สีแดงฉานติดอยู่เด่นชัดด้านหน้า และทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป... ฉันก็เห็น พี่ราม ทันที เขายืนอยู่ข้างรถแข่งสีดำดุดันคาดลายแดงหมายเลข 27 ในชุดเสื้อทีมสีดำเข้ารูปที่ขับให้ไหล่เขากว้างขึ้น มือข้างหนึ่งถือวิทยุสื่อสารสีดำสนิท อีกข้างกำลังชี้หน้าจอแท็บเล็ตเพื่อดูข้อมูลบางอย่างคู่กับวินทร์ที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ข้าง ๆ ขุนทัพกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เช็กระบบช่วงล่างรถอย่างขะมักเขม้น ส่วนภูผายืนคุยกับทีมช่างด้านหลังด้วยท่าทางสุขุมทุกคนดูยุ่งกันจนแทบไม่ละสายตาจากงานตรงหน้า ภาพเหล่านี้มันต่างจากภาพลักษณ์เด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาดูเหมือนมืออาชีพที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่สงครามมากกว่าการมาซ้อมเล่น ๆ “พี่จอม!” เพลงรีบโบกมือทักทายทันทีเมื่อเห็นจอมขวัญเดินออกมาจากหลังรถอีกฝั่ง ชายหนุ่มจอมกะล่อนฉีกยิ้มกว้างตามสไตล์เดิมทันทีที่เห็นพวกเรา “มากันแล้วเหรอพวกเรา” “โห ที่นี่
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
EP.9 — สนาม (1/3)
เสียงเครื่องยนต์ของรถแข่งหมายเลข 27 แผดคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วอัฒจันทร์สนามแข่ง ทันทีที่รามกดคันเร่งจมมิดเพื่อพาเจ้าคันเร่งสีดำคาดแดงพุ่งทะยานออกจาก Pit Lane มวลอากาศร้อนระอุที่ถูกรีดผ่านท่อไอเสียปะทะเข้ากับกระแสลมเย็นยามเย็น จนเกิดเป็นลมกรรโชกแรงที่พัดพากลิ่นยางและไอความร้อนเข้าจู่โจมบริเวณ Paddock ที่พวกเรายืนอยู่ ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาจับจ้องไปที่เงารูปทรงโฉบเฉี่ยวที่ค่อย ๆ เล็กลงตามระยะทางที่ไกลออกไปบนแทร็กปูน ถึงแม้ฉันจะไม่ได้มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกหรือเทคนิคการขับขี่มากนัก แต่เพียงแค่เห็นความเร็วที่เหนือจินตนาการตรงหน้า ก็เพียงพอจะทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าคนพวกนี้ไม่ได้ทำเพื่อความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันคือการทุ่มเทที่จริงจังเกินกว่าจะเรียกว่า “งานอดิเรก” ทั่วไป “โค้งสามเมื่อกี้โคตรเนียน เข้า Apex ได้เป๊ะชิบหาย” คอปเตอร์พึมพำเบา ๆ ราวกับตกอยู่ในภวังค์ ขณะที่ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่บนหน้าจอมอนิเตอร์ส่วนกลางซึ่งกำลังถ่ายทอดภาพจาก Onboard Camera ที่ติดอยู่ภายในรถของราม บรรยากาศภายใน Garage เต็มไปด้วยความตึงเครียดที
last updateHuling Na-update : 2026-07-09
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status