Masukหลังจากกลับจากงานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของพิมพ์มาดาเพื่อนสาวคนสนิท พายุมุ่งหน้าไปคอนโดของณิชาตามนัดหมายกันไว้ ณิชานางแบบสาวคนใหม่ที่เขากำลังเลี้ยงดูในฐานะคู่นอน และไม่คิดจะเปลี่ยนสถานะอื่นให้แค่เธอ ทว่าจู่ ๆ พายุก็เปลี่ยนใจเลี้ยวรถกลับไปยังคฤหาสน์หรูที่เขาไม่ได้กลับมานานนับหลายเดือน
บ้านที่ใคร ๆ ก็เรียกว่าความสุข บ้านที่อยู่แล้วสบายใจที่สุดแต่สำหรับพายุ เขาไม่เคยมีความสุขกับบ้านหลังนี้เลย ตั้งแต่ปิ่นมุกเสียชีวิต ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กว่าเขาจะอดทนรอให้ตัวเองโตพอที่จะออกจากบ้านคฤหาสน์หลังนั้นได้ ก็ทำให้เด็กหนุ่มกลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เมื่อเขาโตขึ้นพายุได้ย้ายไปอยู่คอนโดส่วนตัว นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับบ้าน มีเพียงหัวหน้าแม่บ้านคนเดียวที่ทำให้เขาอยากกลับไป นอกนั้นเหมือนกับอากาศธาตุที่ไม่อยู่ในสายตาของเขาเลยสักนิด
พายุ เจริญกุล ในวัยยี่สิบแปดปี ผู้ชายลุคมาดนิ่ง เข้าถึงตัวตนได้ยาก เจ้าคิดเจ้าวางแผน หากในกลุ่มเพื่อนมีปัญหาเขาคือมันสมองที่ดีที่สุดของกลุ่ม ตอนนี้เขาเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่รับตำแหน่งประธานต่อจากผู้เป็นพ่อ งานที่รับมาด้วยความไม่เต็มใจแต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้
เอี๊ยด~ เสียงรถสปอร์ตคันหรูหยุดนิ่งในลานจอดรถ เขาเดินมุ่งหน้าเข้ามาในบ้าน เวลาเที่ยงคืนแบบนี้ทุกคนคงหลับหมดแล้วและไม่มีใครรู้ว่าเขาจะกลับจึงไม่มีใครออกมาต้อนรับแม้แต่ละอองที่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของพายุ
เพล้ง!!“เสียงใคร” พายุเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้าน เหลียวหน้าตามเสียงที่ได้ยินจากทางห้องครัว
หญิงสาวร่างบางนั่งก้มเก็บบางอย่างบนพื้น ผมยาวสลวยปัดรวบไปไว้ด้านหน้าโชว์แผ่นหลังขาวเนียนเด่นชัดเห็นแต่ไกล
“ทำอะไร” พายุเอ่ยทักขึ้นทันทีที่เห็นร่างบางกำลังทำบางอย่างอยู่
“เอ่อ... ขอโทษค่ะที่เสียงดังจน...” เธอลุกขึ้นพร้อมกล่าวออกมาไม่ทันได้มองต้นเสียง จนกระทั่งดวงตาหวานเงยหน้าไปสบตากับร่างสูงเข้าจัง ๆ
พายุสำรวจหญิงสาวตรงหน้าที่มีใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยว ดวงตากลมโต จมูกเล็กโด่งรับกับปากอมชมพูอ่อนสวมใส่ชุดนอนสายเดี่ยว กระโปรงยาวคลุมเข่าสีครีม ส่งให้เจ้าตัวผิวสว่างขาวมากขึ้น แววตาที่เห็นมันช่างเซ็กซี่มากเหลือเกินแต่ในแววตานั้นทำไมมันถึงคุ้นเหมือนเขาเคยรู้จักเธอมาก่อน
“ขอโทษนะคะที่เสียงดัง พอดีทำแก้วน้ำตกอะค่ะ” หญิงสาวรีบบอกชายหนุ่มออกไป
“เธอเป็นใคร เด็กรับใช้ใหม่เหรอ” พายุถาม ทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่าไม่ใช่อย่างที่คิด
คือ...” เธออ้ำอึ้งไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
“คุณหนู...”
“...คุณหนูจริง ๆ ด้วย” หญิงวัยกลางคนเอ่ยทักดีใจรีบสาวเท้าเข้ามาในห้องครัวเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู
“...” พายุยังคงนิ่งมองหน้าร่างบางไม่วางตา
“คุณหนูมาทำไมไม่บอกป้าก่อนคะ”
“ป้าละออง ตื่นขึ้นมาทำไมครับ” เสียงเรียบและอบอุ่นมีเพียงละอองคนเดียวเท่านั้นที่พายุจะคุยด้วย ละอองเธอเป็นพี่เลี้ยงพายุตั้งแต่เกิดและเป็นคนรับใช้คนโปรดของปิ่นมุกแม่ของพายุเช่นกัน
“ป้าได้ยินเสียงรถของคุณหนูอะค่ะ เลยรีบลุกขึ้นมาหา นาน ๆ จะกลับบ้านป้าคิดถึงจังเลยค่ะ” ละอองเดินเข้าไปกอดร่างสูงที่เป็นเสมือนหัวแก้วหัวแหวนของเธอ จนกระทั่งเหลือบมองไปเห็นใครบางคนด้านหลังพายุ
“แล้วนี่เธอมายืนทำไรตรงนี้” ละอองตะเบ็งเสียงไม่พอใจทันที
“พอดีขิงลงมาดื่มน้ำอะค่ะ แต่มือไปปัดโดนแก้วน้ำ”
“ซุ่มซ่าม! แล้วดูแต่งตัวจะลงมาอ่อยใครยะ” เอ่ยเสร็จพร้อมมองด้วยแววตาสมเพช
“ใครครับป้า!?” พายุถามหลังจากสงสัยตั้งแต่แรกเห็น
“คุณหนูไปนั่งที่โซฟาดีกว่า ยืนอยู่ตรงนี้เสียลูกตาหมด” ละอองไม่ยอมบอก ลากมือหนาให้เดินตามออกจากห้องครัวแทน ถึงพายุจะยอมเดินออกไปแต่สายตายังคงจับจ้องร่างบางไม่ยอมวางตา หญิงสาวหลบหน้าไม่กล้าสบตาตอบ ละความสนใจก้มลงไปเก็บเศษเเก้วต่อก่อนจะรีบกลับไปห้องนอนตัวเอง
“ตกลงใครครับ” เขาหย่อนตัวนั่งลงโซฟารับแขกแล้วเอ่ยถามอย่างคาใจ
“ลูกยายน้ำตาลน่ะค่ะ สงสัยเตรียมลูกสาวมาจับคุณท่านอีกคน” ละอองเดิมที่ไม่ชอบน้ำตาลอยู่แล้วก็รีบใส่ไฟสองแม่ลูกทันที เพราะละอองเธอเป็นเพื่อนและคนรับใช้สนิทของแม่พายุจึงรู้เรื่องทุกอย่างของครอบครัวนี้เป็นอย่างดี
“ไหนบอกจะไม่ให้มาเหยียบที่นี่อีกไง” เมื่อรู้ว่าร่างบางคือใคร พายุถึงกับกัดฟันแน่น เเค่ทนเห็นหน้าผู้หญิงที่ทำลายครอบครัวของเขาพังแค่คนเดียวพายุแทบไม่อยากกลับบ้านหลังนี้ แต่เวลานี้กลับดึงลูกสาวมาอยู่ร่วมชายคาด้วยอีกคน คงอยากได้ทุกอย่างจากเขาไปจริง ๆ สินะ เห็นทีเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้จบสิ้นสักที
“คงหวังให้มากอบโกยสมบัติของคุณท่าน คุณท่านก็ไม่รู้หลงอะไรแม่นั่นนักหนา เชื่อไปหมดทุกอย่าง” ได้ทีป้าแม่บ้านรีบใส่ไฟต่อ
“ไม่ต้องห่วง... ผมไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาได้ทุกอย่างแน่นอน!!” พายุนั่งประสานมือมองไปยังห้องครัวที่มีใครบางคนอยู่ด้วยแววตาแดงก่ำ เกมนี้จะไม่มีแค่แม่ของเขาคนเดียวที่แพ้ เพราะเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเรียกชัยชนะกลับคืนมา
1 ปีผ่านไป"อุแว้~""อุแว้~""อุแว้~""ภาคิน!!" พายุวิ่งเข้ามาหาลูกชายที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างร้อนรนพรึ่บ!"โอ๋ๆ ไม่ร้องลูก ป๋ามาแล้ว" เขาอุ้มภาคินขึ้นมาแนบอกก่อนจะใช้มือหนาตบเบาๆที่ก้นลูกชายเพื่อให้ลูกชายนอนหลับต่อ"หลับไปแปบเดียวตื่นแล้วเหรอ เจ้าแสบ!!" แต่แล้วเมื่อพายุเอ่ยจบ ภาคินก็ร้องออกมาดังลั่นอีกครั้ง"อุแว้ อุแว้""อ้าวว ป๋ายังไม่ว่าอะไรเลย""หลับต่อนะ เดี๋ยวพาไปรับลมที่ระเบียง"แปะๆ แปะๆพายุตบเบาๆ ไปที่ก้น ก่อนจะพาลูกชายออกไปเดินเล่นริมระเบียงคอนโด เพราะวันนี้น้ำขิงออกไปทำธุระกับวงศกร ทำให้ท่านประธานอย่างพายุต้องรับหน้าที่ดูแลลูกชายเอง ไม่นานลูกชายตัวแสบก็หลับคาบ่าแกร่งของผู้เป็นพ่อ เขามองลูกชายด้วยสายตาที่ไม่ปกปิดความรู้สึกใดๆ เพราะภาคินคือลูกชายคนเดียวที่เป็นทุกอย่างในชีวิตเขา...หมับ!"เหนื่อยใช่ไหม" คนตัวเล็กกอดเอวหนาจากด้านหลัง"ไม่ เฮียทำได้" พายุหันหน้ามาบอกก่อนจะหันกลับไปล้างขวดนมลูกต่อพึ่บ!"ไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวขิงทำเอง" ว่าแล้วน้ำขิงจัดการแย่งขวดนมออกจากมือสามี"ไม่เป็นไร ขิงไปพักเถอะ กลับมาเหนื่อยๆ" แต่พายุไม่ยอมแย่งขวดกลับมาเพื่อล้างต่อทว่า..."มานี่
3 เดือนผ่านไปพิธีมงคลได้ถูกจัดขึ้นท่ามกลางแขกที่ได้รับเชิญจากทั้งสองฝั่ง ภายในงานเต็มไปด้วยนักธุรกิจมากหน้าหลายตาเพราะไม่ว่าจะเป็นฝั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวต่างก็เป็นลูกนักธุรกิจอสังหาฯกันทั้งนั้นเสียงเพลงบรรเลงดังแข่งกับเสียงคลื่นที่ถูกซัดเข้ามากระทบฝั่ง ธีมงานที่จัดสรรค์ด้วยไอเดียของเจ้าสาวที่เติบโตกับทะเลตั้งแต่เด็ก"เจ้าสาวมาแล้ว!!" เสียงแขกในงานตะโกนด้วยความตะลึงเป็นสายตาเดียวกัน เมื่อหญิงสาวหน้าหวานเดินเข้ามาในพิธีมงคลด้วยชุดราตรีสีฟ้าอ่อน แต่งเติมหน้าด้วยเครื่องสำอางพอเป็นสีสันพร้อมมงกุฎดอกไม้ที่ส่งให้เจ้าสาวสวยสง่าอย่างกับเจ้าหญิงหมับ!มือหนาเอื้อมมือไปจับมือบางมายืนตรงหน้า ทอดสายตามองไปยังเจ้าสาวของตัวเองที่ไม่ว่าจะมองนานแค่ไหนก็ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายสำหรับเขาเลยพายุล้วงกระเป๋าหยิบแหวนขนาดกระทัดรัดออกมา ก่อนที่คนตัวเล็กจะยื่นมือให้กับคนตรงหน้า ร่างสูงสวมใส่แหวนไปยังนิ้วนางก่อนจะก้มลงมาบรรจงจูบที่หัวแหวน"จูบเลย!! จูบเลย!!" เสียงเชียร์ดังก้องเพราะเหล่าบรรดาเเขกต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกันจ๊วบบ~ไม่รอให้แขกในงานได้รอนาน ร่างสูงเชยคางมนให้รับกับหน้าตัวเอง แล้วโน้มหน้าลงมาฉกร
ครืดด ครืดด~"อื้อ~" คนตัวเล็กรู้สึกตัวขึ้นมาด้วยความงัวเงียและปวดเมื่อยไปทั้งตัวเพราะกว่าจะได้นอนก็เล่นเอาเกือบเช้า เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือหัวเตียงพร้อมขยับมือหนาออกจากเอว หันไปมองใบหน้าคมที่ยังคงหลับสนิทอยู่ ก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงไปอย่างเงียบที่สุดตื๊ด!"ค่ะ คุณพ่อ"(พ่อได้ข่าวว่าเรากลับมาแล้ว อยู่ไหนกลับมาทำไมไม่บอกพ่อก่อน)"เอ่อ..คุณพ่อรู้ได้ไงคะ"(อย่าลืมสิว่าพ่อเป็นใคร)"..." ไม่เคยลืม ยังไงอนันต์พัฒน์ก็ต้องรู้ความเคลื่อนไหวเจริญกุลทุกอย่าง ไม่แปลกที่วงศกรจะรู้ว่าเธอและพายุกลับมาแล้ว(อยู่ไหนพ่อจะเข้าไปหา)"เดี๋ยวขิงแวะเข้าไปหาคุณพ่อเองดีกว่าค่ะ"(เอางั้นเหรอ)"ค่ะ"(งั้นพ่อไม่กวนแล้วดีกว่า พักผ่อนต่อเถอะ)ตื้ด!! คนตัวเล็กได้แต่ยืนคิดว่าจะไปหาวงศกรยังไงดี แต่แล้วเสียงฝีเท้าของอีกคนทำให้เธอหมุนตัวกลับไปตามเสียงตึกตึก..."ใครโทรมาแต่เช้า" คนตัวสูงเข้าไปประชิดคนตัวเล็กทันที"คุณพ่อ...เอ่อ..คุณวงศกรค่ะ" เธอเอ่ยออกมาไม่เต็มเสียงนัก"..." ทำให้คนตัวสูงเงียบไป"คุณโอเครึเปล่า" น้ำขิงเงยหน้าถามอีกครั้ง ก่อนจะสบสายตาคู่นั้น"อืม เรียกพ่อเหมือนเดิมเถอะ" แต่แล้วพายุก็ปรับสีหน้
ก๊อกๆ ก๊อกๆ"เข้ามาเลยจ้า ประตูไม่ได้ล็อค" คนตัวเล็กตะโกนออกไปทันทีเมื่อมีเสียงเคาะดังจากด้านนอก"มีไรรึเปล่าคะ" เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือร่างสูงคุ้นเคย เธอจึงถามกลับไป"จัดของเสร็จแล้วเหรอ""ค่ะ ขิงไม่ได้เอากลับมาเยอะ"พายุพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินตรงไปยืนข้างๆ คนตัวเล็ก"หื้ม!?" น้ำขิงเงยมองหน้าคมด้วยความสงสัย"คืนนี้เดี๋ยวเฮียพาไปเจอเพื่อนเฮียนะ" พายุก้มลงมองใบหน้าหวาน"คืนนี้เลยเหรอคะ" เมื่อรู้ว่าต้องไปเจอเพื่อนๆ เขา ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกประหม่าขึ้นมา"ยังเหนื่อยกับเดินทางรึเปล่า ไว้วันอื่นก็ได้" พายุที่สังเกตเห็นสีหน้าก็เลยเอ่ยออกมา"เปล่าคะ วันไหนก็เหมือนกัน วันนี้ก็ได้ค่ะ" แต่แล้วเธอก็ตอบตกลงทันที เพราะยังไงแล้วเธอก็ต้องได้เจอพวกเขาอยู่ดีจุ๊บ!"อื้อ!""น่ารักจัง"พายุก้มลงจูบเบาๆ ที่ปากบางก่อนจะเอ่ยชมทั้งๆที่ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ มือหนาโน้มตัวเข้ากอดคนตัวเล็กไว้แนบอกอย่างอบอุ่น@ผับหรูเอเดนเอี๊ยดดด!! รถหรูจอดนิ่งสนิทเมื่อถึงที่ประจำของตัวเอง ก่อนจะปลดเข็มขัดออกเพื่อลงจากรถ ทว่ากลับต้องหยุดนิ่งเมื่อมองไปยังคนข้างๆ ที่นั่งนิ่งไม่ยอมลงจากรถ"เป็นไร!?""เอ่อ...เพื่อนคุณน่ากลัวไหม
"เมื่อไหร่จะเรียกเฮียว่าเฮียล่ะ" มือหนาเข้ามาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังทำอาหารอยู่หน้าเตา"ออกไปก่อนค่ะ ตรงนี้มันร้อน" เสียงหวานๆตอบกลับไป"ไม่เอาตอบมาก่อน" แต่แล้วพายุก็ยังดื้อไม่ยอมปล่อยมือจากเอวบาง"คุณพายุ!! อย่าดื้อ ออกไปรอขิงด้านนอกก่อนค่ะ""จะไม่เรียกจริงๆ ใช่ไหม""..." น้ำขิงไม่สนใจคำถามจากคนตัวสูงพรึ่บ"อืม งั้นเฮียไปรอด้านนอกก็ได้" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์น้อยใจ ถึงแม้คนตัวเล็กจะยอมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองแล้ว ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ยอมเรียกเขาแบบที่เขาอยากได้ยินตึกตึก....คนตัวเล็กยกอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะ ก่อนจะวางจานข้าวให้กับชายหนุ่มที่นั่งหน้ามุ่ย"ทานสิคะ" เมื่อเห็นว่าเขายังคงหันหน้าไปทางอื่นไม่สนใจอาหารตรงหน้า น้ำขิงจึงเอ่ยทัก"คุณพายุ!!""...""โกรธเหรอ""...""งอนเป็นเด็กๆ ไปได้ เรียกยังไงมันก็เหมือนกันแหละค่ะ""ไม่เหมือน" เขาหันกลับมาเอ่ยกับคนตัวเล็กทันที"พูดได้แล้วเหรอคะ!?""นะๆ เรียกเฮียว่า...อุ้ป!" พายุไม่ทันเอ่ยจบก็โดนคนตรงหน้าตักข้าวยัดเข้าปากไปซะก่อน"กินข้าวเถอะค่ะ ขิงหิวแล้ว" ไม่รอให้พายุได้พูดคุย น้ำขิงเลือกที่จะสนใจอาหารแทนการพูดคุย ทำให้พายุยอมทานอย่างเงียบๆ
ร่างสูงอุ้มคนตัวเล็กวางบนเตียงพร้อมขึ้นคร่อมเธอไว้ทันที"เดี๋ยวๆ นี่มันกลางวันนะ" เธอบอกออกไปก่อนจะผลักอกออกห่างแต่แล้วพายุกลับก้มลงไปฉกริมฝีปากไม่ให้อิสระได้เอ่ยต่อ ลิ้นร้อนเข้าไปตวัดหยอกล้ออย่างเพลิดเพลินจ๊วบบ!!"อื้ออ~...คุณพายุ!! เดี๋ยวยายกลับมา" เมื่อเธอเป็นอิสระอีกครั้งจึงเอ่ยห้ามเอาไว้"ไม่มาหรอก" เสียงนิ่งเอ่ยบอกคนใต้ร่าง"หมายความว่า!?" น้ำขิงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่พายุบอก"หึ" ก่อนที่คนด้านบนจะหัวเราะด้วยความเจ้าเล่ห์ แล้วก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวกัดเม้นอย่างโหยหา"นี่! คุณร่วมมือกับยายงั้นเหรอ""จุ๊ๆ" เขาเงยหน้าอีกครั้งแล้วใช้นิ้วเรียวแตะปากบาง"เฮียคิดถึง...""...เฮียขอนะ" พายุไม่พูดพร่ำทำเพลงนานจัดการถอดเสื้อผ้าคนตัวเล็กทันที จนไม่นานทั้งคู่ก็เปลือยกายเหมือนกัน มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะเคล้าเต้าใหญ่ทั้งสองมือพร้อมดูดกินอย่างมูมมาม"อื้ออ! อย่ากัด!!" เธอประท้วงขึ้นมาทันทีที่รู้สึกเจ็บแสบบริเวณหน้าอก"อื้ออ อ้ะ! บอกว่าอย่ากัดไง""อดใจไม่ไหว" ว่าแล้วร่างสูงจัดการจับเรียวขาของน้ำขิงแยกออกจากกัน จนเห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มมีอารมณ์ร่วม น้ำใสๆไหลออกมาจากบริเวณตรงนั่นอย่







