Masuk16 ปีที่แล้ว
พายุในวัยสิบสองปี เด็กชายรับรู้การทะเลาะของพ่อแม่มาตลอดและรู้ว่าพ่อของเขาเลี้ยงดูใครอีกคน จนวันที่แม่เขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุที่เขาคิดว่ามีคนจงใจ มันไม่ใช่อุบัติเหตุเป็นแน่ และทุก ๆ อย่างในบ้านก็เปลี่ยนไป เมื่อพ่อพาใครเข้ามาอีกคนพร้อมเด็กผู้หญิงวัยห้าขวบที่มีหน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู
“พายุ... พายุอยู่ไหนลูก” เสียงชายหนุ่มเอ่ยเรียกหาลูกชายตัวเอง กวาดสายตามองหาไปรอบบ้าน
“ครับพ่อ...” กระทั่งเด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาตามเสียงเรียก
“...ใครอะครับ” เงยหน้ามองภาพตรงหน้าก่อนจะทักถามผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย
“นี่แม่น้ำตาล แม่เขาจะมาอยู่บ้านเดียวกับเราและนี่น้องน้ำขิง จะมีน้องสาวกับเขาแล้ว ดีใจไหม” ภาคภูมิเดินไปจับไหล่ลูกชายแนะนำสมาชิกใหม่อย่างมีความสุข
“...” พายุเงียบมองหน้าผู้หญิงคนใหม่ของพ่อแล้วก้มมองเด็กน้อยตาเข้ม
“เป็นไรไป... ยุบ่นอยากได้น้องไม่ใช่เหรอ พ่อพาน้องมาให้แล้วนี่ไง” ภาคภูมิถามต่อเมื่อเห็นแววตาเกรี้ยวโกรธของลูกชาย
“ไม่!! เด็กนี่ไม่ใช่น้องผมและผมก็มีแม่ปิ่นมุกเพียงคนเดียว” พูดจบเด็กหนุ่มสะบัดไหล่จากการเกาะกุมและเดินหนีขึ้นห้องตัวเองทันที ไม่คิดว่าเหตุการณ์วันนี้จะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
หลังจากวันนั้นทุกอย่างในบ้านก็ไม่สงบสุขเหมือนเคย พายุทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้สองแม่ลูกอยู่ในบ้านอย่างมีความสุข จนในที่สุดน้ำตาลตัดสินใจส่งน้ำขิงลูกสาวคนเดียวของเธอไปอยู่กับยายที่ภูเก็ตและไม่ให้กลับมาบ้านหลังนี้อีกเลย
@ห้องนอนน้ำขิง
“ซวยชะมัด กลับมาวันแรกก็เจอแล้ว” น้ำขิงบ่นออกมาทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนอนตัวเอง
“ไหนแม่บอกหมอนั่นนาน ๆ ทีกลับบ้านไง” ใช่แม่ของเธอบอกคุณพายุไรนั่น นาน ๆ จะกลับ แต่นี่เธอเข้ามาอาศัยได้วันเดียวเขาก็มาบ้านทันที
ดวงจะสมพงศ์อะไรขนาดนั้น จริง ๆ เธอไม่ได้ต้องการหรืออยากมาอยู่บ้านหลังนี้เลยสักนิด บ้านหลังใหญ่แต่หาความสุขไม่ได้เลย ถ้าหากไม่มีเหตุจำเป็นไม่มีทางจะเข้ามาอยู่เด็ดขาด และเหตุผลเดียวคือตอนนี้ยังหาที่พักที่ใกล้กับสถานที่ประกอบการในการฝึกงานไม่ได้เลย
จำใจต้องมาอยู่ที่นี่ไปก่อน ความจำเป็นล้วน ๆ
“เฮ้อ!” น้ำขิงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเมื่อนึกถึงผลที่จะตามมาทางที่ดีเธอเองควรจะหาที่พักใหม่ให้เร็วที่สุดเพราะเธอเองก็ไม่อยากวุ่นวายกับคฤหาสน์หลังนี้อีกเช่นกัน
วันต่อมา
พายุเดินผ่านห้องอาหารที่มีพ่อและแม่เลี้ยงกำลังรับประทานอาหารเช้า แถมวันนี้ยังมีลูกเลี้ยงที่ห้อยติดมาด้วย คงมีความสุขมากสินะที่มาเป็นมารในบ้านของเขาได้
“พายุ เข้ามาหาพ่อก่อน” ภาคภูมิเหลือบไปเห็นลูกชายก็เอ่ยเรียกเอาไว้
“...” พายุชะงักยืนนิ่งก่อนจะตัดสินใจเดินต่อ
ทว่า...
“คุณหนู คุณท่านเรียกเข้ามาด้านในก่อนสิคะ” ละอองไม่อยากเห็นพายุผิดใจกับภาคภูมิไปมากกว่านี้ก็เลยยอมเป็นฝ่ายเรียกพายุไว้เอง จนชายหนุ่มไม่สามารถปฏิเสธที่จะเดินต่อเลยจำยอมหมุนตัวกลับเข้ามายังห้องอาหาร
“นั่งก่อนสิ” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้น
“ไม่ครับ ผมรีบ” พายุปฏิเสธทันที
“กลับมานอนบ้านทำไมไม่บอกพ่อก่อน จะได้ให้แม่ครัวเตรียมของชอบแกไว้ให้”
“...” เขาเงียบไม่เอ่ยอะไรออกไป
“อะนี่น้องน้ำขิง จำได้ไหม” ภาคภูมิชี้ไปทางหญิงสาวร่างบางที่นั่งตรงข้ามแม่ตัวเอง
“จำไม่ได้และไม่จำเป็นต้องจำ” เขาตอบกลับเสียงแข็งก่อนจะเหลือบมองด้วยหางตา
“ไอ้ยุ!!” ภาคภูมิตะคอกเสียงดังอย่างไม่พอใจกับคำพูดลูกชาย
“คุณคะ อย่าเสียงดังเดี๋ยวอาการจะกำเริบเอาอีก” น้ำตาลเอ่ยบอกสามีไม่ให้ขึ้นเสียงใส่พายุ
“น้องจะอยู่บ้านเราชั่วคราวระหว่างฝึกงาน แกคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”
“นี่มันบ้านพ่อ มันเป็นสิทธิ์ของพ่ออยู่แล้ว”
“เราจะคุยกันดี ๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม” ภาคภูมิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาปนเศร้า
“เมื่อไหร่ที่สองแม่ลูกนี่ออกไป เราค่อยมาคุยกัน” พายุพูดเสร็จก็เดินออกไปทันทีโดยไม่หันมามองผู้เป็นพ่ออีกเลย
“ดูมันพูดสิ ไอ้ลูกคนนี้” เขาได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอากับความอวดดีของลูกชาย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สักวันพายุเขาต้องรับฉันกับลูกได้”
น้ำตาลพูดปลอบใจสามีทั้งที่ในใจรู้ดีว่าไม่มีวันนั้น
“ลุงขอโทษหนูน้ำขิงด้วย มาวันแรกก็เสียบรรยากาศเเล้ว”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขิงเข้าใจ เดี๋ยวถ้าหาที่อยู่ได้ขิงจะย้ายออกทันทีค่ะ”
“อยู่ที่นี่แหละ นาน ๆ จะได้อยู่กับแม่เหมือนคนอื่นเขา”
น้ำขิงไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มรับภาคภูมิ คนที่มีบุญคุณกับเธอและแม่ ถึงแม้ลูกชายของเขาจะรับในตัวแม่ของเธอไม่ได้ก็ตาม
1 ปีผ่านไป"อุแว้~""อุแว้~""อุแว้~""ภาคิน!!" พายุวิ่งเข้ามาหาลูกชายที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างร้อนรนพรึ่บ!"โอ๋ๆ ไม่ร้องลูก ป๋ามาแล้ว" เขาอุ้มภาคินขึ้นมาแนบอกก่อนจะใช้มือหนาตบเบาๆที่ก้นลูกชายเพื่อให้ลูกชายนอนหลับต่อ"หลับไปแปบเดียวตื่นแล้วเหรอ เจ้าแสบ!!" แต่แล้วเมื่อพายุเอ่ยจบ ภาคินก็ร้องออกมาดังลั่นอีกครั้ง"อุแว้ อุแว้""อ้าวว ป๋ายังไม่ว่าอะไรเลย""หลับต่อนะ เดี๋ยวพาไปรับลมที่ระเบียง"แปะๆ แปะๆพายุตบเบาๆ ไปที่ก้น ก่อนจะพาลูกชายออกไปเดินเล่นริมระเบียงคอนโด เพราะวันนี้น้ำขิงออกไปทำธุระกับวงศกร ทำให้ท่านประธานอย่างพายุต้องรับหน้าที่ดูแลลูกชายเอง ไม่นานลูกชายตัวแสบก็หลับคาบ่าแกร่งของผู้เป็นพ่อ เขามองลูกชายด้วยสายตาที่ไม่ปกปิดความรู้สึกใดๆ เพราะภาคินคือลูกชายคนเดียวที่เป็นทุกอย่างในชีวิตเขา...หมับ!"เหนื่อยใช่ไหม" คนตัวเล็กกอดเอวหนาจากด้านหลัง"ไม่ เฮียทำได้" พายุหันหน้ามาบอกก่อนจะหันกลับไปล้างขวดนมลูกต่อพึ่บ!"ไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวขิงทำเอง" ว่าแล้วน้ำขิงจัดการแย่งขวดนมออกจากมือสามี"ไม่เป็นไร ขิงไปพักเถอะ กลับมาเหนื่อยๆ" แต่พายุไม่ยอมแย่งขวดกลับมาเพื่อล้างต่อทว่า..."มานี่
3 เดือนผ่านไปพิธีมงคลได้ถูกจัดขึ้นท่ามกลางแขกที่ได้รับเชิญจากทั้งสองฝั่ง ภายในงานเต็มไปด้วยนักธุรกิจมากหน้าหลายตาเพราะไม่ว่าจะเป็นฝั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวต่างก็เป็นลูกนักธุรกิจอสังหาฯกันทั้งนั้นเสียงเพลงบรรเลงดังแข่งกับเสียงคลื่นที่ถูกซัดเข้ามากระทบฝั่ง ธีมงานที่จัดสรรค์ด้วยไอเดียของเจ้าสาวที่เติบโตกับทะเลตั้งแต่เด็ก"เจ้าสาวมาแล้ว!!" เสียงแขกในงานตะโกนด้วยความตะลึงเป็นสายตาเดียวกัน เมื่อหญิงสาวหน้าหวานเดินเข้ามาในพิธีมงคลด้วยชุดราตรีสีฟ้าอ่อน แต่งเติมหน้าด้วยเครื่องสำอางพอเป็นสีสันพร้อมมงกุฎดอกไม้ที่ส่งให้เจ้าสาวสวยสง่าอย่างกับเจ้าหญิงหมับ!มือหนาเอื้อมมือไปจับมือบางมายืนตรงหน้า ทอดสายตามองไปยังเจ้าสาวของตัวเองที่ไม่ว่าจะมองนานแค่ไหนก็ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายสำหรับเขาเลยพายุล้วงกระเป๋าหยิบแหวนขนาดกระทัดรัดออกมา ก่อนที่คนตัวเล็กจะยื่นมือให้กับคนตรงหน้า ร่างสูงสวมใส่แหวนไปยังนิ้วนางก่อนจะก้มลงมาบรรจงจูบที่หัวแหวน"จูบเลย!! จูบเลย!!" เสียงเชียร์ดังก้องเพราะเหล่าบรรดาเเขกต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกันจ๊วบบ~ไม่รอให้แขกในงานได้รอนาน ร่างสูงเชยคางมนให้รับกับหน้าตัวเอง แล้วโน้มหน้าลงมาฉกร
ครืดด ครืดด~"อื้อ~" คนตัวเล็กรู้สึกตัวขึ้นมาด้วยความงัวเงียและปวดเมื่อยไปทั้งตัวเพราะกว่าจะได้นอนก็เล่นเอาเกือบเช้า เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือหัวเตียงพร้อมขยับมือหนาออกจากเอว หันไปมองใบหน้าคมที่ยังคงหลับสนิทอยู่ ก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงไปอย่างเงียบที่สุดตื๊ด!"ค่ะ คุณพ่อ"(พ่อได้ข่าวว่าเรากลับมาแล้ว อยู่ไหนกลับมาทำไมไม่บอกพ่อก่อน)"เอ่อ..คุณพ่อรู้ได้ไงคะ"(อย่าลืมสิว่าพ่อเป็นใคร)"..." ไม่เคยลืม ยังไงอนันต์พัฒน์ก็ต้องรู้ความเคลื่อนไหวเจริญกุลทุกอย่าง ไม่แปลกที่วงศกรจะรู้ว่าเธอและพายุกลับมาแล้ว(อยู่ไหนพ่อจะเข้าไปหา)"เดี๋ยวขิงแวะเข้าไปหาคุณพ่อเองดีกว่าค่ะ"(เอางั้นเหรอ)"ค่ะ"(งั้นพ่อไม่กวนแล้วดีกว่า พักผ่อนต่อเถอะ)ตื้ด!! คนตัวเล็กได้แต่ยืนคิดว่าจะไปหาวงศกรยังไงดี แต่แล้วเสียงฝีเท้าของอีกคนทำให้เธอหมุนตัวกลับไปตามเสียงตึกตึก..."ใครโทรมาแต่เช้า" คนตัวสูงเข้าไปประชิดคนตัวเล็กทันที"คุณพ่อ...เอ่อ..คุณวงศกรค่ะ" เธอเอ่ยออกมาไม่เต็มเสียงนัก"..." ทำให้คนตัวสูงเงียบไป"คุณโอเครึเปล่า" น้ำขิงเงยหน้าถามอีกครั้ง ก่อนจะสบสายตาคู่นั้น"อืม เรียกพ่อเหมือนเดิมเถอะ" แต่แล้วพายุก็ปรับสีหน้
ก๊อกๆ ก๊อกๆ"เข้ามาเลยจ้า ประตูไม่ได้ล็อค" คนตัวเล็กตะโกนออกไปทันทีเมื่อมีเสียงเคาะดังจากด้านนอก"มีไรรึเปล่าคะ" เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือร่างสูงคุ้นเคย เธอจึงถามกลับไป"จัดของเสร็จแล้วเหรอ""ค่ะ ขิงไม่ได้เอากลับมาเยอะ"พายุพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินตรงไปยืนข้างๆ คนตัวเล็ก"หื้ม!?" น้ำขิงเงยมองหน้าคมด้วยความสงสัย"คืนนี้เดี๋ยวเฮียพาไปเจอเพื่อนเฮียนะ" พายุก้มลงมองใบหน้าหวาน"คืนนี้เลยเหรอคะ" เมื่อรู้ว่าต้องไปเจอเพื่อนๆ เขา ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกประหม่าขึ้นมา"ยังเหนื่อยกับเดินทางรึเปล่า ไว้วันอื่นก็ได้" พายุที่สังเกตเห็นสีหน้าก็เลยเอ่ยออกมา"เปล่าคะ วันไหนก็เหมือนกัน วันนี้ก็ได้ค่ะ" แต่แล้วเธอก็ตอบตกลงทันที เพราะยังไงแล้วเธอก็ต้องได้เจอพวกเขาอยู่ดีจุ๊บ!"อื้อ!""น่ารักจัง"พายุก้มลงจูบเบาๆ ที่ปากบางก่อนจะเอ่ยชมทั้งๆที่ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ มือหนาโน้มตัวเข้ากอดคนตัวเล็กไว้แนบอกอย่างอบอุ่น@ผับหรูเอเดนเอี๊ยดดด!! รถหรูจอดนิ่งสนิทเมื่อถึงที่ประจำของตัวเอง ก่อนจะปลดเข็มขัดออกเพื่อลงจากรถ ทว่ากลับต้องหยุดนิ่งเมื่อมองไปยังคนข้างๆ ที่นั่งนิ่งไม่ยอมลงจากรถ"เป็นไร!?""เอ่อ...เพื่อนคุณน่ากลัวไหม
"เมื่อไหร่จะเรียกเฮียว่าเฮียล่ะ" มือหนาเข้ามาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังทำอาหารอยู่หน้าเตา"ออกไปก่อนค่ะ ตรงนี้มันร้อน" เสียงหวานๆตอบกลับไป"ไม่เอาตอบมาก่อน" แต่แล้วพายุก็ยังดื้อไม่ยอมปล่อยมือจากเอวบาง"คุณพายุ!! อย่าดื้อ ออกไปรอขิงด้านนอกก่อนค่ะ""จะไม่เรียกจริงๆ ใช่ไหม""..." น้ำขิงไม่สนใจคำถามจากคนตัวสูงพรึ่บ"อืม งั้นเฮียไปรอด้านนอกก็ได้" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์น้อยใจ ถึงแม้คนตัวเล็กจะยอมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองแล้ว ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ยอมเรียกเขาแบบที่เขาอยากได้ยินตึกตึก....คนตัวเล็กยกอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะ ก่อนจะวางจานข้าวให้กับชายหนุ่มที่นั่งหน้ามุ่ย"ทานสิคะ" เมื่อเห็นว่าเขายังคงหันหน้าไปทางอื่นไม่สนใจอาหารตรงหน้า น้ำขิงจึงเอ่ยทัก"คุณพายุ!!""...""โกรธเหรอ""...""งอนเป็นเด็กๆ ไปได้ เรียกยังไงมันก็เหมือนกันแหละค่ะ""ไม่เหมือน" เขาหันกลับมาเอ่ยกับคนตัวเล็กทันที"พูดได้แล้วเหรอคะ!?""นะๆ เรียกเฮียว่า...อุ้ป!" พายุไม่ทันเอ่ยจบก็โดนคนตรงหน้าตักข้าวยัดเข้าปากไปซะก่อน"กินข้าวเถอะค่ะ ขิงหิวแล้ว" ไม่รอให้พายุได้พูดคุย น้ำขิงเลือกที่จะสนใจอาหารแทนการพูดคุย ทำให้พายุยอมทานอย่างเงียบๆ
ร่างสูงอุ้มคนตัวเล็กวางบนเตียงพร้อมขึ้นคร่อมเธอไว้ทันที"เดี๋ยวๆ นี่มันกลางวันนะ" เธอบอกออกไปก่อนจะผลักอกออกห่างแต่แล้วพายุกลับก้มลงไปฉกริมฝีปากไม่ให้อิสระได้เอ่ยต่อ ลิ้นร้อนเข้าไปตวัดหยอกล้ออย่างเพลิดเพลินจ๊วบบ!!"อื้ออ~...คุณพายุ!! เดี๋ยวยายกลับมา" เมื่อเธอเป็นอิสระอีกครั้งจึงเอ่ยห้ามเอาไว้"ไม่มาหรอก" เสียงนิ่งเอ่ยบอกคนใต้ร่าง"หมายความว่า!?" น้ำขิงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่พายุบอก"หึ" ก่อนที่คนด้านบนจะหัวเราะด้วยความเจ้าเล่ห์ แล้วก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวกัดเม้นอย่างโหยหา"นี่! คุณร่วมมือกับยายงั้นเหรอ""จุ๊ๆ" เขาเงยหน้าอีกครั้งแล้วใช้นิ้วเรียวแตะปากบาง"เฮียคิดถึง...""...เฮียขอนะ" พายุไม่พูดพร่ำทำเพลงนานจัดการถอดเสื้อผ้าคนตัวเล็กทันที จนไม่นานทั้งคู่ก็เปลือยกายเหมือนกัน มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะเคล้าเต้าใหญ่ทั้งสองมือพร้อมดูดกินอย่างมูมมาม"อื้ออ! อย่ากัด!!" เธอประท้วงขึ้นมาทันทีที่รู้สึกเจ็บแสบบริเวณหน้าอก"อื้ออ อ้ะ! บอกว่าอย่ากัดไง""อดใจไม่ไหว" ว่าแล้วร่างสูงจัดการจับเรียวขาของน้ำขิงแยกออกจากกัน จนเห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มมีอารมณ์ร่วม น้ำใสๆไหลออกมาจากบริเวณตรงนั่นอย่







