เข้าสู่ระบบ-รุ่งเช้า-
หญิงสาวเดินเข้ามาในร้านกาแฟร้านหนึ่งข้างบริษัทที่ตัวเองฝึกงานอยู่ เธอตั้งใจมาทำงานก่อนเวลาเพราะเธอต้องการหนีหน้าตัวต้นเหตุที่เข้าไปก่อเรื่องในห้องเธอเมื่อคืนนี้
น้ำขิงหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาในร้านหลังจากสั่งคาปูชิโน่เย็นตามที่เธอชอบ ก่อนจะหยิบมือถือเครื่องบางออกมากดหาใครบางคน ไม่นานก็มีเสียงเอ่ยออกมาจากอีกฝ่าย
(ว่าไง ยายขิง)
“มะปรางตอนเย็นแกว่างปะ” มะปรางเป็นชื่อของเพื่อนสนิทเธอเองและน้ำขิงเองก็มีเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องให้เพื่อนรักช่วยเหลือ
(มีไรเปล่า) อีกฝ่ายเอ่ยถาม
“ฉันจะชวนแกไปหาหอพักเป็นเพื่อนหน่อยอะ” น้ำขิงบอกออกไป เพราะตั้งแต่เธอย้ายออกจากคฤหาสน์หลังนี้เธอก็ไม่เคยมากรุงเทพฯ อีกเลย จะให้ไปหาหอพักเอง เธอก็ไม่ค่อยรู้จักเส้นทางสักเท่าไรผิดกับอีกฝ่ายถึงแม้จะเป็นเพื่อนที่ภูเก็ต ทว่ามะปรางมักจะมาพักและเที่ยวที่นี่อยู่บ่อย ๆ
(ไหนแกบอกไปพักกับแม่ไง)
“ก็ใช่ แต่แค่ชั่วคราว”
(นาน ๆ จะได้อยู่ด้วยกัน ทำไมคิดจะย้ายออกล่ะ)
“ฉันอยากไปอยู่คนเดียวมากกว่า ตกลงแกเลิกงานกี่โมง” เมื่อโดนเพื่อนถามสาเหตุ น้ำขิงจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะเรื่องของแม่ เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟังส่วนเพื่อนสนิทก็รู้แค่แม่เธอแต่งงานมีครอบครัวใหม่ก็แค่นั้น
(ห้าโมงเย็น) มะปรางตอบกลับ
“โอเค ฉันเลิกก่อนให้ฉันไปรอแกที่ไหน”
(ร้านเบเกอรีข้างบริษัทฉันก็ได้)
“เอางั้นเหรอ” และเมื่อรู้ว่าต้องไปรอเพื่อนข้างบริษัทนั่น น้ำขิงถึงกับพึมพำอย่างลืมตัว
(ใช่ไง บอกให้มาฝึกที่เดียวกันก็ไม่ยอม)
“เลิกบ่นได้แหละ เจอกัน ๆ”
น้ำขิงตัดสายทิ้งทันทีเพราะขี้เกียจเถียงกับเพื่อนเรื่องฝึกงานอีก ขนาดเจอหน้าเจ้าของบริษัทเฉพาะตอนเย็นเธอยังต้องรีบย้ายออก ขืนเธอไปฝึกงานที่บริษัทมีหวังกว่าจะครบสี่เดือนเธอต้องกระโดดให้รถชนตายเป็นแน่!!
“เฮ้อ!!” เสียงถอนหายใจดังออกมาเมื่อร่างบางนึกถึงหน้าเจ้าของบริษัทที่มะปรางฝึกงานอยู่และเป็นคนเดียวที่เข้าไปกลั่นแกล้งเธอเมื่อคืนนี้
@บริษัทเจริญกุล
“วันนี้ผมมีงานด่วนอะไรบ้าง” เสียงนิ่งเอ่ยถามเลขาสาวพร้อมก้าวเท้าเข้าแผนกต่าง ๆ เพื่อดูความเรียบร้อยตามสไตล์เขา ถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งท่านประธานแต่เขาไม่ปล่อยละเลยที่จะดูความเรียบร้อยของทุกแผนก
“คุณพายุมีประชุมทั้งช่วงเช้าและก็ช่วงบ่ายค่ะ” พิมลรายงานเจ้านายหนุ่ม
“...” ชายหนุ่มเดินมองไปรอบ ๆ แต่ยังคงฟังเลขาสาวต่อ
“โดนเฉพาะช่วงบ่ายเป็นโปรเจกต์ด่วนเรื่องไซต์งานที่ภูเก็ตค่ะ”
“เราจะบินไปดูงานวันไหน”
“ทางช่างแจ้งมาบอกว่าไม่เกินหนึ่งเดือน จะเร่งให้ทันเวลาค่ะ”
“หืม... เร่งได้แต่งานต้องออกมาดีด้วย”
“พิมลกำชับไปอย่างดีแล้วค่ะ”
ตึก ๆ...
“บริษัทเรามีเด็กฝึกงานชุดใหม่แล้วเหรอ” เขาหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นเด็กฝึกงานใหม่ในบริษัทก่อนจะเอ่ยถามเลขา
“ใช่ค่ะ เพิ่งมาฝึกเมื่อวานนี้เอง” เลขาบอก
“อืม ฝากดูแลด้วย” พายุมองไปยังเด็กฝึกงานที่ยืนเรียงรายประมาณสามสี่คน แล้วหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานตัวเอง
การที่เขาสั่งให้เลขาดูแลไม่ใช่ว่าเขารู้จักใครในกลุ่มนั่น แต่แค่ต้องการให้คนที่มาฝึกงานได้ประสบการณ์จริง ๆ กลับไปไม่ใช่แค่การมายืนถ่ายเอกสารหรือชงกาแฟตามแบบฉบับเด็กฝึกงานทั่วไป ทุกคนที่ผ่านการฝึกที่นี่ต้องได้เรียนรู้งานตามที่ตัวเองสนใจเท่านั้น
หลังเลิกงานน้ำขิงยืนรอรถเมล์สายที่ผ่านบริษัทมะปรางฝึกงาน ทว่าช่วงเย็นแบบนี้รถอาจจะเยอะแต่ทุกคันที่ผ่านมักมีผู้โดยสารเต็มคัน ไม่มีแม้แต่ที่จะให้ร่างบางอย่างเธอแทรกเข้าไปได้อีก
“มะปรางต้องรอแน่เลย” น้ำขิงบ่นออกมาและก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ลังเลว่าจะไปแท็กซี่ดีไหมเพราะนี่ก็เลยเวลานัดมาสักระยะแล้ว
จนกระทั่ง...
เอี๊ยด~
จู่ ๆ ก็มีรถหรูมาจอดด้านหน้าที่เธอยืนอยู่พร้อมกระจกรถที่เลื่อนลงและใบหน้าหล่อหวานก็ชะโงกหน้าออกมาเอ่ยถาม
“น้ำขิง ขึ้นรถเร็ว”
“เอ่อ... อย่าเลยดีกว่าค่ะ สักพักเดี๋ยวรถคงมา”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก”
“แต่...”
“น้ำขิง”
“ก็ได้ค่ะ”
ว่าแล้วน้ำขิงก็ยอมขึ้นรถไปกับพอร์ชเพราะเธอไม่อยากให้เขาจอดรถอยู่ตรงนี้นาน กลัวคนในบริษัทจะเห็นและคิดไปไกล
“จะไปไหนเหรอ”
“ไปบริษัทเจริญกุลค่ะ”
“...” พอร์ชหันมองด้วยความสงสัย ทำไมเด็กฝึกงานของเขาดันไปบริษัทคู่แข่งได้ และไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเขาถึงได้จอดแวะรับร่างบางขึ้นมาทั้ง ๆ ที่เธอมาฝึกงานได้แค่สองวัน เพราะตั้งแต่เมื่อวานที่ผกาเลขาของเขาพามาแนะนำให้รู้จัก สายตาเขาก็ไม่อยากจะละจากหญิงสาวได้อีก
ผู้หญิงที่ตรงสเปกเขาทุกอย่างแต่ดันมาให้เขารู้จักในรูปแบบเด็กฝึกงานบริษัทตัวเองหากรู้จักในฐานะอื่นเขาจะไม่ปล่อยเวลาออกไปแม้แต่วินาทีเดียว ทว่าเขาก็ไม่ปล่อยโอกาสออกไปง่าย ๆ ทันทีที่ร่างบางแนะนำตัวกับเขาเสร็จพอร์ชก็บอกผกาให้ย้ายน้ำขิงมาเป็นผู้ช่วยเลขาทันที
“เพื่อนขิงฝึกงานที่นั่นอะค่ะ” ร่างบางอธิบายเจ้านายหนุ่ม
“อ้อครับ”
ระหว่างทางพอร์ชก็ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าชวนหญิงสาวพูดคุยตลอดทางเพื่อทำความรู้จักกันมากขึ้น และไม่นานรถก็มาจอดใกล้ ๆ กับบริษัทเจริญกุล
“ขอบคุณนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรครับ” พอร์ชมองใบหน้าหวานด้วยความรู้สึกบางอย่าง ส่วนน้ำขิงเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องหน้านานก็รีบหลบหน้าก่อนจะขอตัวไปหาเพื่อนตัวเอง
ตึก ตึก!
“ทำไมมาช้าวะ” มะปรางเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นเพื่อนสาว
“โทษทีว่ะ รถติด” น้ำขิงบอกเพื่อน
“เออลืมไปเลย รู้งี้น่าจะนัดกันที่อื่น...”
“...เอ่อว่าแต่ใครมาส่งวะ” มะปรางถามต่อทันที
“อ๋อ เจ้านายน่ะ”
“ฮะ!!” มะปรางทำตาโตตกใจขึ้นมา อะไรกันไปฝึกงานแป๊บเดียวถึงกับสนิทกับเจ้าของบริษัทแล้ว
“อะไรแก” จนน้ำขิงรีบถามกับท่าทีของมะปราง
“คุณพอร์ช!?” ชื่อเจ้านายตัวเองหลุดจากปากเพื่อนสนิท
“แกรู้จัก?”
“ใครไม่รู้จักบ้างวะ”
“ฉันไง เพิ่งรู้จักตอนฝึกงานบริษัทเขาเนี่ย” ใช่ เธอรู้แค่รายละเอียดการทำงานของบริษัทมาบ้างและรู้จักแค่ชื่อท่านประธานคนเก่าก่อนที่จะมอบตำแหน่งต่อให้ลูกชายคนโตอย่างพอร์ช
“แกนี่ดีเนอะ ได้เจอกับท่านประธานส่วนฉันเนี่ยไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอสักที”
“อย่าเจอเลย” น้ำขิงพึมพำแผ่วเบาเพราะรู้ว่าคนคนนั้นคือใคร
“แกว่าอะไรนะ”
“เปล่า... จะไปได้ยัง”
“เออ ๆ ไป” ว่าแล้วมะปรางก็ลากแขนน้ำขิงให้เดินข้ามถนนตามเธอไปเพื่อไปหาหอพักตามที่น้ำขิงต้องการ
ทว่า น้ำขิงไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเดินผ่านรถใครบางคนที่กำลังจ้องมองผ่านกระจกรถส่วนตัว ผู้หญิงที่กล้าหักหน้าเขาเมื่อคืนเดินจับมือไปกับเด็กฝึกงานในบริษัทเขา... จู่ ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้านิ่งคมทันที
1 ปีผ่านไป"อุแว้~""อุแว้~""อุแว้~""ภาคิน!!" พายุวิ่งเข้ามาหาลูกชายที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างร้อนรนพรึ่บ!"โอ๋ๆ ไม่ร้องลูก ป๋ามาแล้ว" เขาอุ้มภาคินขึ้นมาแนบอกก่อนจะใช้มือหนาตบเบาๆที่ก้นลูกชายเพื่อให้ลูกชายนอนหลับต่อ"หลับไปแปบเดียวตื่นแล้วเหรอ เจ้าแสบ!!" แต่แล้วเมื่อพายุเอ่ยจบ ภาคินก็ร้องออกมาดังลั่นอีกครั้ง"อุแว้ อุแว้""อ้าวว ป๋ายังไม่ว่าอะไรเลย""หลับต่อนะ เดี๋ยวพาไปรับลมที่ระเบียง"แปะๆ แปะๆพายุตบเบาๆ ไปที่ก้น ก่อนจะพาลูกชายออกไปเดินเล่นริมระเบียงคอนโด เพราะวันนี้น้ำขิงออกไปทำธุระกับวงศกร ทำให้ท่านประธานอย่างพายุต้องรับหน้าที่ดูแลลูกชายเอง ไม่นานลูกชายตัวแสบก็หลับคาบ่าแกร่งของผู้เป็นพ่อ เขามองลูกชายด้วยสายตาที่ไม่ปกปิดความรู้สึกใดๆ เพราะภาคินคือลูกชายคนเดียวที่เป็นทุกอย่างในชีวิตเขา...หมับ!"เหนื่อยใช่ไหม" คนตัวเล็กกอดเอวหนาจากด้านหลัง"ไม่ เฮียทำได้" พายุหันหน้ามาบอกก่อนจะหันกลับไปล้างขวดนมลูกต่อพึ่บ!"ไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวขิงทำเอง" ว่าแล้วน้ำขิงจัดการแย่งขวดนมออกจากมือสามี"ไม่เป็นไร ขิงไปพักเถอะ กลับมาเหนื่อยๆ" แต่พายุไม่ยอมแย่งขวดกลับมาเพื่อล้างต่อทว่า..."มานี่
3 เดือนผ่านไปพิธีมงคลได้ถูกจัดขึ้นท่ามกลางแขกที่ได้รับเชิญจากทั้งสองฝั่ง ภายในงานเต็มไปด้วยนักธุรกิจมากหน้าหลายตาเพราะไม่ว่าจะเป็นฝั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวต่างก็เป็นลูกนักธุรกิจอสังหาฯกันทั้งนั้นเสียงเพลงบรรเลงดังแข่งกับเสียงคลื่นที่ถูกซัดเข้ามากระทบฝั่ง ธีมงานที่จัดสรรค์ด้วยไอเดียของเจ้าสาวที่เติบโตกับทะเลตั้งแต่เด็ก"เจ้าสาวมาแล้ว!!" เสียงแขกในงานตะโกนด้วยความตะลึงเป็นสายตาเดียวกัน เมื่อหญิงสาวหน้าหวานเดินเข้ามาในพิธีมงคลด้วยชุดราตรีสีฟ้าอ่อน แต่งเติมหน้าด้วยเครื่องสำอางพอเป็นสีสันพร้อมมงกุฎดอกไม้ที่ส่งให้เจ้าสาวสวยสง่าอย่างกับเจ้าหญิงหมับ!มือหนาเอื้อมมือไปจับมือบางมายืนตรงหน้า ทอดสายตามองไปยังเจ้าสาวของตัวเองที่ไม่ว่าจะมองนานแค่ไหนก็ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายสำหรับเขาเลยพายุล้วงกระเป๋าหยิบแหวนขนาดกระทัดรัดออกมา ก่อนที่คนตัวเล็กจะยื่นมือให้กับคนตรงหน้า ร่างสูงสวมใส่แหวนไปยังนิ้วนางก่อนจะก้มลงมาบรรจงจูบที่หัวแหวน"จูบเลย!! จูบเลย!!" เสียงเชียร์ดังก้องเพราะเหล่าบรรดาเเขกต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกันจ๊วบบ~ไม่รอให้แขกในงานได้รอนาน ร่างสูงเชยคางมนให้รับกับหน้าตัวเอง แล้วโน้มหน้าลงมาฉกร
ครืดด ครืดด~"อื้อ~" คนตัวเล็กรู้สึกตัวขึ้นมาด้วยความงัวเงียและปวดเมื่อยไปทั้งตัวเพราะกว่าจะได้นอนก็เล่นเอาเกือบเช้า เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือหัวเตียงพร้อมขยับมือหนาออกจากเอว หันไปมองใบหน้าคมที่ยังคงหลับสนิทอยู่ ก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงไปอย่างเงียบที่สุดตื๊ด!"ค่ะ คุณพ่อ"(พ่อได้ข่าวว่าเรากลับมาแล้ว อยู่ไหนกลับมาทำไมไม่บอกพ่อก่อน)"เอ่อ..คุณพ่อรู้ได้ไงคะ"(อย่าลืมสิว่าพ่อเป็นใคร)"..." ไม่เคยลืม ยังไงอนันต์พัฒน์ก็ต้องรู้ความเคลื่อนไหวเจริญกุลทุกอย่าง ไม่แปลกที่วงศกรจะรู้ว่าเธอและพายุกลับมาแล้ว(อยู่ไหนพ่อจะเข้าไปหา)"เดี๋ยวขิงแวะเข้าไปหาคุณพ่อเองดีกว่าค่ะ"(เอางั้นเหรอ)"ค่ะ"(งั้นพ่อไม่กวนแล้วดีกว่า พักผ่อนต่อเถอะ)ตื้ด!! คนตัวเล็กได้แต่ยืนคิดว่าจะไปหาวงศกรยังไงดี แต่แล้วเสียงฝีเท้าของอีกคนทำให้เธอหมุนตัวกลับไปตามเสียงตึกตึก..."ใครโทรมาแต่เช้า" คนตัวสูงเข้าไปประชิดคนตัวเล็กทันที"คุณพ่อ...เอ่อ..คุณวงศกรค่ะ" เธอเอ่ยออกมาไม่เต็มเสียงนัก"..." ทำให้คนตัวสูงเงียบไป"คุณโอเครึเปล่า" น้ำขิงเงยหน้าถามอีกครั้ง ก่อนจะสบสายตาคู่นั้น"อืม เรียกพ่อเหมือนเดิมเถอะ" แต่แล้วพายุก็ปรับสีหน้
ก๊อกๆ ก๊อกๆ"เข้ามาเลยจ้า ประตูไม่ได้ล็อค" คนตัวเล็กตะโกนออกไปทันทีเมื่อมีเสียงเคาะดังจากด้านนอก"มีไรรึเปล่าคะ" เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือร่างสูงคุ้นเคย เธอจึงถามกลับไป"จัดของเสร็จแล้วเหรอ""ค่ะ ขิงไม่ได้เอากลับมาเยอะ"พายุพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินตรงไปยืนข้างๆ คนตัวเล็ก"หื้ม!?" น้ำขิงเงยมองหน้าคมด้วยความสงสัย"คืนนี้เดี๋ยวเฮียพาไปเจอเพื่อนเฮียนะ" พายุก้มลงมองใบหน้าหวาน"คืนนี้เลยเหรอคะ" เมื่อรู้ว่าต้องไปเจอเพื่อนๆ เขา ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกประหม่าขึ้นมา"ยังเหนื่อยกับเดินทางรึเปล่า ไว้วันอื่นก็ได้" พายุที่สังเกตเห็นสีหน้าก็เลยเอ่ยออกมา"เปล่าคะ วันไหนก็เหมือนกัน วันนี้ก็ได้ค่ะ" แต่แล้วเธอก็ตอบตกลงทันที เพราะยังไงแล้วเธอก็ต้องได้เจอพวกเขาอยู่ดีจุ๊บ!"อื้อ!""น่ารักจัง"พายุก้มลงจูบเบาๆ ที่ปากบางก่อนจะเอ่ยชมทั้งๆที่ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ มือหนาโน้มตัวเข้ากอดคนตัวเล็กไว้แนบอกอย่างอบอุ่น@ผับหรูเอเดนเอี๊ยดดด!! รถหรูจอดนิ่งสนิทเมื่อถึงที่ประจำของตัวเอง ก่อนจะปลดเข็มขัดออกเพื่อลงจากรถ ทว่ากลับต้องหยุดนิ่งเมื่อมองไปยังคนข้างๆ ที่นั่งนิ่งไม่ยอมลงจากรถ"เป็นไร!?""เอ่อ...เพื่อนคุณน่ากลัวไหม
"เมื่อไหร่จะเรียกเฮียว่าเฮียล่ะ" มือหนาเข้ามาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังทำอาหารอยู่หน้าเตา"ออกไปก่อนค่ะ ตรงนี้มันร้อน" เสียงหวานๆตอบกลับไป"ไม่เอาตอบมาก่อน" แต่แล้วพายุก็ยังดื้อไม่ยอมปล่อยมือจากเอวบาง"คุณพายุ!! อย่าดื้อ ออกไปรอขิงด้านนอกก่อนค่ะ""จะไม่เรียกจริงๆ ใช่ไหม""..." น้ำขิงไม่สนใจคำถามจากคนตัวสูงพรึ่บ"อืม งั้นเฮียไปรอด้านนอกก็ได้" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์น้อยใจ ถึงแม้คนตัวเล็กจะยอมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองแล้ว ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ยอมเรียกเขาแบบที่เขาอยากได้ยินตึกตึก....คนตัวเล็กยกอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะ ก่อนจะวางจานข้าวให้กับชายหนุ่มที่นั่งหน้ามุ่ย"ทานสิคะ" เมื่อเห็นว่าเขายังคงหันหน้าไปทางอื่นไม่สนใจอาหารตรงหน้า น้ำขิงจึงเอ่ยทัก"คุณพายุ!!""...""โกรธเหรอ""...""งอนเป็นเด็กๆ ไปได้ เรียกยังไงมันก็เหมือนกันแหละค่ะ""ไม่เหมือน" เขาหันกลับมาเอ่ยกับคนตัวเล็กทันที"พูดได้แล้วเหรอคะ!?""นะๆ เรียกเฮียว่า...อุ้ป!" พายุไม่ทันเอ่ยจบก็โดนคนตรงหน้าตักข้าวยัดเข้าปากไปซะก่อน"กินข้าวเถอะค่ะ ขิงหิวแล้ว" ไม่รอให้พายุได้พูดคุย น้ำขิงเลือกที่จะสนใจอาหารแทนการพูดคุย ทำให้พายุยอมทานอย่างเงียบๆ
ร่างสูงอุ้มคนตัวเล็กวางบนเตียงพร้อมขึ้นคร่อมเธอไว้ทันที"เดี๋ยวๆ นี่มันกลางวันนะ" เธอบอกออกไปก่อนจะผลักอกออกห่างแต่แล้วพายุกลับก้มลงไปฉกริมฝีปากไม่ให้อิสระได้เอ่ยต่อ ลิ้นร้อนเข้าไปตวัดหยอกล้ออย่างเพลิดเพลินจ๊วบบ!!"อื้ออ~...คุณพายุ!! เดี๋ยวยายกลับมา" เมื่อเธอเป็นอิสระอีกครั้งจึงเอ่ยห้ามเอาไว้"ไม่มาหรอก" เสียงนิ่งเอ่ยบอกคนใต้ร่าง"หมายความว่า!?" น้ำขิงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่พายุบอก"หึ" ก่อนที่คนด้านบนจะหัวเราะด้วยความเจ้าเล่ห์ แล้วก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวกัดเม้นอย่างโหยหา"นี่! คุณร่วมมือกับยายงั้นเหรอ""จุ๊ๆ" เขาเงยหน้าอีกครั้งแล้วใช้นิ้วเรียวแตะปากบาง"เฮียคิดถึง...""...เฮียขอนะ" พายุไม่พูดพร่ำทำเพลงนานจัดการถอดเสื้อผ้าคนตัวเล็กทันที จนไม่นานทั้งคู่ก็เปลือยกายเหมือนกัน มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะเคล้าเต้าใหญ่ทั้งสองมือพร้อมดูดกินอย่างมูมมาม"อื้ออ! อย่ากัด!!" เธอประท้วงขึ้นมาทันทีที่รู้สึกเจ็บแสบบริเวณหน้าอก"อื้ออ อ้ะ! บอกว่าอย่ากัดไง""อดใจไม่ไหว" ว่าแล้วร่างสูงจัดการจับเรียวขาของน้ำขิงแยกออกจากกัน จนเห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มมีอารมณ์ร่วม น้ำใสๆไหลออกมาจากบริเวณตรงนั่นอย่







