Masukสายตาของซันลดต่ำลง มองริมฝีปากบางที่ยังคงบวมเจ่อเล็กน้อยจากการถูกเขาบดขยี้ เขาตั้งใจใช้เรื่องเมื่อคืนมาข่มขู่ หวังจะเห็นท่าทีลุกลนหรือความอับอายจากผู้หญิงจอมหยิ่งคนนี้
“ว่าไง” ซันกระซิบเสียงพร่า จงใจโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน “ติดใจจนอยากโดนทำโทษบนโต๊ะนี่อีกรอบหรือไง ถึงได้ยึกยักไม่ยอมเซ็น ร้องครางชื่อฉันซะเสียงหวานขนาดนั้น ไม่ยักรู้ว่าเหรัญญิกสโมฯ จะร่าน...”
“ถือซะว่าทำทานให้หมา”
ประโยคสั้นๆ แต่อานุภาพทำลายล้างสูงลิบหลุดออกจากปากพายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งการสั่นเครือ ไร้ซึ่งความลังเล
ซันชะงักงัน คำพูดที่เตรียมจะถากถางต่อถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที เขาเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองกำลังประมวลผลประโยคที่เพิ่งได้ยิน
“เธอ... ว่าไงนะ”
พายเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่กำลังสับสน “ฟังภาษาคนไม่ออกเหรอคะคุณซัน ฉันบอกว่าเรื่องเมื่อคืน ถือซะว่าทำทานให้หมาข้างถนนที่มันกำลังติดสัดก็แล้วกัน”
“พาย!!”
เสียงตวาดลั่นก้องไปทั่วห้อง ซันฟิวส์ขาดในเสี้ยววินาที ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับและลำคอปูดโปนจนเห็นได้ชัด อีโก้ความเป็นจ่าฝูง ความภาคภูมิใจในฐานะผู้ชายที่ใครๆ ก็ต้องยอมสยบ ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้าขยี้ทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี
หมางั้นเหรอ? ยัยนี่กล้าเปรียบเทียบเซ็กส์ที่ดุเดือดเร่าร้อนของเขา เป็นแค่การโยนเศษเนื้อให้หมาจรจัดกินเนี่ยนะ
“ปากดีนักนะมึง!”
ซันพุ่งอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหมายจะคว้าแขนเธอ แต่พายไวกว่า เธอผุดลุกขึ้นยืนแล้วถอยร่นไปด้านหลังก้าวหนึ่ง มือเล็กคว้าแฟ้มสีน้ำเงินขึ้นมากอดไว้แนบอกเป็นเกราะกำบัง
“จะทำไม จะใช้กำลังรังแกฉันอีกรอบเหรอ” พายเชิดหน้าท้าทาย แม้ในใจจะแอบเต้นระรัวกับท่าทีคุกคามของเขา แต่ใบหน้ากลับไม่แสดงออกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิด “เอาสิ เอาเลย คราวนี้ฉันจะแหกปากร้องให้คนทั้งตึกแห่กันเข้ามาดูเลย ว่าประธานค่ายอาสาวิศวะหน้าตัวเมียแค่ไหนที่ใช้กำลังบังคับผู้หญิงเพื่อแลกกับเงินอนุมัติค่าย”
ซันชะงักหมัดที่กำแน่นค้างอยู่กลางอากาศ หน้าอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ เขาอยากจะบีบคอแม่คนอวดดีนี่ให้แหลกคามือ อยากจะจับเธอกดลงบนโต๊ะแล้วกระแทกความดิบเถื่อนสั่งสอนให้หลาบจำว่าใครกันแน่ที่อยู่เหนือกว่า
แต่คำขู่ของเธอทำให้สติของเขาถูกดึงกลับมา ถ้ามีคนมาเห็นเข้าจริงๆ ค่ายอาสาของเขาพังพินาศแน่ๆ และไอ้พวกเพื่อนในลานเกียร์คงได้ด่าเขายันลูกบวชที่ทำให้เสียชื่อเสียงคณะ
ทั้งคู่ยืนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สายตาของซันวาวโรจน์ไปด้วยไฟแค้น ขณะที่สายตาของพายก็เย็นเหยียบราวกับน้ำแข็งที่พร้อมจะแช่แข็งทุกอย่าง
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงนาฬิกาข้อมือของพายดังเตือนเวลา 08:50 น. ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดลง หญิงสาวละสายตาจากคนตรงหน้า ก้มลงหยิบแล็ปท็อปและสมุดโน้ตขึ้นมาถือไว้ในแขนอีกข้างที่ไม่ได้กอดแฟ้ม
“ใกล้เวลาประชุมแล้ว” พายปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการ ก้าวเดินออกจากหลังโต๊ะทำงานอย่างมั่นคงแม้ขาจะยังปวดระบม เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากซันเพียงก้าวเดียว ปรายตามองคนตัวโตที่ยังยืนกำหมัดแน่นด้วยหางตา
“จะเอาไหมเงินน่ะ” เธอถามเสียงเรียบติดจะรำคาญ “ถ้าอยากได้ ก็ทำตัวให้มันมีอารยธรรม แล้วเดินตามเข้าห้องประชุมมา ถ้ามัวแต่ยืนแยกเขี้ยวอยู่ตรงนี้ ฉันจะถือว่าวิศวะสละสิทธิ์การรับงบประมาณ”
พูดจบ พายก็เดินเชิดหน้าผ่านร่างสูงใหญ่ของซันไปอย่างไม่แยแส ทิ้งกลิ่นน้ำหอมปรับผ้านุ่มจางๆ เอาไว้ให้คนข้างหลังดูต่างหน้า
ซันยืนนิ่งอยู่กับที่ หันไปมองแผ่นหลังเล็กๆ ที่เดินลิ่วๆ ออกจากห้องสโมฯ ไปอย่างฉุนเฉียว มือหนายกขึ้นเสยผมอย่างหัวเสียจนมันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม เขาเตะขาโต๊ะทำงานของเธอเต็มแรงเพื่อระบายความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในอก
“โธ่เว้ย! ยัยตัวแสบ มึงเจอกูแน่!”
จ่าฝูงแห่งวิศวะโยธาสบถลั่น ก่อนจะจำใจก้าวเท้ายาวๆ เดินตามผู้หญิงที่เขาเพิ่งตราหน้าว่าเกลียดที่สุดในชีวิตไปยังห้องประชุม แม้ในใจจะรุ่มร้อนดั่งไฟสุม แต่ลึกๆ แล้ว ซันกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... แววตาดื้อรั้นที่ไม่ยอมจำนนของยัยเด็กบัญชีคนนั้น มันช่างดึงดูดและท้าทายสัญชาตญาณนักล่าของเขาอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำได้มาก่อน
ณ คอนโดมิเนียมของซันปัง!ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุม พายเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาอย่างแรง หญิงสาวยืนกอดอกหันหลังให้เขา ไหล่เล็กสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ข้างในมันคือความรู้สึก ‘หึง’ อย่างรุนแรงที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน…“เมียจ๋า... เค้าอธิบายได้นะ” ซันเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนอย่างออดอ้อน “เค้าไม่ได้เล่นด้วยเลยนะตัว เค้าพยายามปฏิเสธแล้ว ยัยนั่นเดินเข้ามาเอง เค้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ”“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ!” พายสะบัดตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยแดงระเรื่อ “ตัวรู้ตัวไหมว่าตัวเองหล่อขึ้นแค่ไหน แล้วทำไมต้องใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมโชว์แผงอกไปนั่งให้ผู้หญิงคนอื่นมองด้วย เค้าหวงรู้ไหม! หวงจนอยากจะเดินเข้าไปหยุมหัวผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”ซันชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม ความกลัวตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความดีใจจนแทบเนื้อเต้น“นี่ตัว... หึงเค้าเหรอ?” ซันถามเ
บรรยากาศยามค่ำคืน ณ ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเดิม เสียงดนตรีสดจังหวะสนุกสนานผสมผสานกับเสียงพูดคุยเฮฮา โซนวีไอพีชั้นสองมุมสุดซึ่งเป็นทำเลทอง ถูกจับจองโดยกลุ่มแก๊ง ‘7’Days’ ที่มากันครบทีม ทั้งฝั่งหนุ่มๆ อย่าง มาร์ส ฟราย เธิร์ส และฝั่งสามสาวสายลุย มันเดย์ เวนส์ แซทเทิล แน่นอนว่าตรงกลางวงมีร่างสูงใหญ่ของ ‘ซัน’ จ่าฝูงไร้พ่ายนั่งอยู่ด้วยตั้งแต่ซันเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนคุ้นเคยที่อยู่ใน ‘สมุดบัญชีรัก’ ของเหรัญญิกสาวคณะบัญชีอย่าง ‘พาย’ ออร่าความหล่อและความสะอาดสะอ้านของเขาก็พุ่งทะลุปรอท จากที่เคยใส่เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ ตอนนี้พายจัดการจับเขาแต่งตัวใหม่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักที่ท่อนแขน บวกกับทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดี ทำให้จ่าฝูงวิศวะที่เคยดูเถื่อนๆ กลายเป็นหนุ่มหล่อแบดบอยที่ดูแพงขึ้นมาทันตาเห็นและนั่น... คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย“ไอ้ซัน มึงรู้ตัวป่ะว่าตั้งแต่เมียมึงจับแต่งตัวใหม่ สาวๆ โต๊ะข้างล่างมองมึงตาเป็นมันเลยว่ะ” ฟรา
พูดจบ ซันก็ฝังใบหน้าลงไปตวัดปลายลิ้นสากไล้เลียติ่งเนื้อเกสรสีสดอย่างแม่นยำ“อ๊าาา!! ซัน! อื้ออ... เค้าเสียว ไม่ไหวแล้ว!”พายกรีดร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจู่โจมด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด ซันใช้ริมฝีปากและเรียวลิ้นปรนเปรอเธออย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ เขาดูดดึงความนุ่มหยุ่นนั้นราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำหวานที่อร่อยที่สุดในโลก สลับกับการใช้ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปภายในช่องทางรักที่คับแคบ ขยับเข้าออกเป็นจังหวะเพื่อเบิกทาง“อืมม... แฉะหมดแล้วเมียจ๋า” ซันเงยหน้าขึ้นมามองผลงานของตัวเอง น้ำหวานใสเปรอะเปื้อนอยู่ที่มุมปากหยักของเขา ยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่จนพายแทบจะบ้าตายพายหอบหายใจแฮ่ก ร่างกายบิดเร่าไปมา สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมด “ตัว... เข้ามาเถอะ... เค้าต้องการตัวแล้ว อ๊า!”คำเชิญชวนที่แสนยั่วยวนทำเอาเส้นความอดทนของซันแทบขาดผึง แต่จ่าฝูงจอมเจ้าเล่ห์กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งแล้วจัดการขยับพลิกตัว เปลี่ยนทิศทางสลับฝั่งกับคนใต้ร่าง“ใจเย็นสิครับเมียจ๋า เค้าเพิ่งจะชิมกำไรไปนิดเดียวเอง ตัวไม่อยากชิม ‘ต้นทุน’ ของเค้าบ้างเหรอ”
สมุดบัญชีปกดำที่เต็มไปด้วยความทรงจำร่วงหล่นลงบนเบาะโซฟาหนังอย่างเงียบเชียบ ทว่าไม่มีใครในห้องนี้สนใจมันอีกต่อไป เมื่อความสนใจทั้งหมดถูกหลอมรวมอยู่ในอ้อมกอดและริมฝีปากที่กำลังแนบชิดกันอย่างดูดดื่มจูบที่เริ่มต้นด้วยความหวานละมุนเพื่อถ่ายทอดความรัก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ซันบดเบียดกลีบปากหยักลงบนริมฝีปากนุ่มของพายอย่างโหยหา เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างช่ำชอง เขาไม่ได้ตะกรุมตะกรามหรือบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต แต่เป็นการชักนำที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความเว้าวอนจนพายแทบจะหลอมละลายคาอกกว้าง“อืมม... ซัน...” พายครางเครือในลำคอ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น สอดปลายนิ้วเข้าขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความหวามไหวซันค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองใครต่อใครด้วยความแข็งเกล้า บัดนี้ทอประกายหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกรั้นของคนบนตักเบาๆ“เมียจ๋า...” ซันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “เค้าสัญญาแล้วนะว
ทว่าเมื่อเปิดหน้าแรกออก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงภายในสมุดบัญชีเล่มนั้น ไม่ได้มีตารางรายรับรายจ่าย ไม่ได้มีตัวเลขน่าปวดหัว แต่มันคือ ‘สมุด Scrapbook’ ที่ถูกตกแต่งด้วยความพยายามอย่างถึงที่สุดของลูกผู้ชายสายเถื่อนหน้าแรกถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินลายมือขยุกขยิกของซันว่า ‘หมวดหมู่: ต้นทุนหัวใจ’ ด้านล่างของข้อความนั้น มี ‘โพสต์อิทสีเหลืองแผ่นแรก’ ที่เขาเคยเขียนฝากข้าวกล่องหมูทอดทงคัตสึมาให้เธอ แปะเอาไว้อย่างทะนุถนอมพายมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดหน้าถัดไป...หน้าสองเขียนว่า ‘หมวดหมู่: ค่าเสื่อมราคา (ที่ยอมจ่าย)’ สิ่งที่แปะอยู่คือ ‘ตั๋วหนังสองใบ’ จากการเดตอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา ที่วันนั้นซันยอมแต่งตัวเนี้ยบใส่เสื้อเชิ้ตไปดูหนังรักโรแมนติกที่เขาเกลียดแสนเกลียดจนหลับคาโรงหนัง แต่ก็ยังเก็บตั๋วหนังเอาไว้หน้าต่อๆ ไปเต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... มีทั้ง ‘กระดาษทิชชูร้านกาแฟ’ ที่พายเคยเผลอวาดรูปล้อเลียนหน้าซันตอนเขากำลังเผลอ ‘พลาสเตอร์ยา’ ลายกา
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ ‘จ่าฝูงวิศวะ’ อย่างซัน ก้าวเข้ามาประกาศสถานะความเป็นเจ้าของเหรัญญิกสาวสุดเนี้ยบกลางร้านเหล้า ฤดูกาลของมหาวิทยาลัยผลัดเปลี่ยนจากช่วงเวลาแห่งการสอบที่เคร่งเครียด เข้าสู่ช่วงปลายภาคเรียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ซัน’ และ ‘พาย’ ไม่ได้เป็นความลับหรือสิ่งทึมเทาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘วิน-วิน’ อีกต่อไป ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักที่โด่งดังที่สุดในมหาวิทยาลัย การจับคู่กันระหว่างความดิบเถื่อนสายบวกของวิศวะโยธา และความเจ้าระเบียบเย็นชาของคณะบัญชี ดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมที่ขัดแย้ง แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาดใจแน่นอนว่าการคบกันของคนที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรก พวกเขายังคงมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘วิธีการ’ ในการแก้ปัญหาซันเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ร้อนดั่งไฟของตัวเอง เมื่อใดที่รู้สึกว่าความโกรธกำลังจะปะทุ เขาจะเลือกเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ แทนที่จะสาดคำพูดทำร้ายจิตใจใส่เธอเหมือนในอดีต เขากลายเป็นผู้ชายที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และรู้จักที่จะเอ







