LOGIN07:00 น.
อากาศยามเช้าหลังฝนตกหนักเมื่อคืนควรจะทำให้รู้สึกสดชื่น ทว่าสำหรับ ‘พาย’ มันกลับเป็นเช้าที่หนักอึ้งที่สุดในชีวิตนักศึกษา หญิงสาวก้าวเข้ามาในห้องทำงานของสโมสรนักศึกษาด้วยสภาพที่ดูภายนอกเรียบร้อยไร้ที่ติเหมือนเช่นทุกวัน เสื้อนักศึกษาพอดีตัวถูกติดกระดุมขึ้นมาจนถึงเม็ดบนสุด กระโปรงพลีทความยาวกรอมเท้าถูกนำมาใส่แทนกระโปรงทรงเอตัวเก่งเพื่อซ่อนรอยช้ำจางๆ ที่ต้นขา แว่นตากรอบใสอันใหม่ถูกหยิบมาสวมแทนอันเก่าที่ร้าวจากการถูกปัดตกพื้นเมื่อคืน
ทันทีที่ปิดประตูห้อง พายก็พรูลมหายใจยาวออกมา ความปวดหนึบที่ช่วงล่างแล่นปราดขึ้นมาจนเธอต้องนิ่วหน้า ทุกย่างก้าวที่เดินไปที่โต๊ะทำงานคือการตอกย้ำความทรงจำอันน่าอดสูที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
สภาพห้องสโมฯ ตอนนี้ถูกจัดเก็บเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน เธอใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการตามเก็บเศษกระดาษ เช็ดคราบหมึก และลบคราบ ‘ร่องรอย’ บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่จนสะอาดเอี่ยม โต๊ะที่เคยเป็นสถานที่ทำงานอันทรงเกียรติของเหรัญญิก ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวทุกครั้งที่มองเห็น
พายทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มือเล็กเอื้อมไปดึงแฟ้มพลาสติกสีน้ำเงินของคณะวิศวะที่วางอยู่มุมโต๊ะมาเปิดดู
เอกสารข้างในถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว แผนงาน PDCA ถูกพิมพ์มาใหม่อย่างละเอียดและเป็นระบบ มีการแนบใบเสนอราคาและใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องครบถ้วน ลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยในใบปะหน้าทำให้พายเดาได้ไม่ยากว่าไม่ใช่ผลงานของไอ้คนเถื่อนพรรค์นั้นแน่ๆ คงเป็นเพื่อนในกลุ่มของเขาที่จัดการให้
ตามหลักการแล้ว เอกสารชุดนี้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอแค่จรดปากกาเซ็นชื่อลงไป ทุกอย่างก็จบ
แต่ถ้าเธอเซ็นให้เขาง่ายๆ มันก็เท่ากับว่าเธอยอมศิโรราบให้กับ ‘วิธีสกปรก’ ของเขา
‘พรุ่งนี้เช้า... อย่าลืมเซ็นด้วยล่ะ ยัยเด็กบัญชี’
เสียงกระซิบแหบพร่าและสัมผัสหยาบโลนที่ฝากไว้บนร่างกายยังคงตามหลอกหลอน พายกำหมัดแน่น เธอโกรธเขาที่ใช้กำลังบังคับเธอ แต่ที่น่าโมโหกว่าคือการที่ร่างกายทรยศของเธอดันไปตอบสนองสัมผัสนั้นอย่างน่าไม่อาย
“คิดว่าเอาตัวเข้าแลกแล้วฉันจะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะไอ้หมาบ้า”
หญิงสาวปิดแฟ้มดังปั๊บ ดันมันออกไปให้พ้นสายตา ก่อนจะเปิดแล็ปท็อปเพื่อเริ่มทำงานอย่างอื่นเตรียมตัวสำหรับการประชุมเช้านี้ เธอคือพาย เหรัญญิกสโมสรนักศึกษาจอมเนี้ยบ เรื่องงานคือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว เธอจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดแค่คืนเดียวมาทำลายมาตรฐานการทำงานของตัวเองเด็ดขาด
---
08:30 น.
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่โถงทางเดินหน้าห้องสโมฯ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
ซันเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าสดชื่นผิดกับเมื่อวานลิบลับ วันนี้เขาสวมเสื้อช็อปตัวใหม่สะอาดสะอ้าน รอยช้ำที่มุมปากจากการโดนเธอตบเมื่อคืนดูจางลงไปบ้าง ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างเล็กซึ่งนั่งหลังตรงพิมพ์งานอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่
มุมปากของจ่าฝูงวิศวะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกริ่ม เขาก้าวเข้ามายืนหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของพาย จงใจวางมือทั้งสองข้างลงบนพื้นโต๊ะตรงตำแหน่งเดียวกับที่เขายกตัวเธอขึ้นไปนั่งเมื่อคืน
“มาเช้าดีนี่” ซันเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวน สายตาคมกริบไล่มองตั้งแต่ใบหน้าเรียบตึงของเธอ ลงมาถึงคอเสื้อที่ติดกระดุมมิดชิด “ปิดซะมิดเชียว กลัวใครเห็นรอยหรือไง”
พายหยุดพิมพ์งาน เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านเลนส์แว่น นัยน์ตาสีเข้มไม่มีแววของความเขินอายหรือหวาดกลัวอย่างที่ซันคาดหวัง มันมีแต่ความเย็นชาและว่างเปล่าจนซันแอบขมวดคิ้ว
“มีธุระอะไร” พายถามเสียงเรียบ
“ก็มาทวงงานสิ” ซันเคาะนิ้วลงบนแฟ้มสีน้ำเงินที่วางอยู่มุมโต๊ะ “เอกสารแก้ให้หมดแล้ว ถูกระเบียบเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว แถมค่าจ้างก็จ่ายล่วงหน้าไปแล้วอย่าง ‘ถึงใจ’ ด้วย เมื่อไหร่จะเซ็น”
คำพูดหน้าด้านๆ ของเขาทำให้พายต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์อยากหยิบตลับหมึกปาใส่หน้าหล่อๆ นั่น เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ประสานมือไว้บนตัก
“ฉันยังไม่ได้ตรวจ”
“อะไรนะ!” ซันชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปทันที “แฟ้มก็วางอยู่ตรงหน้า จะบอกว่าตั้งแต่เช้ายังไม่ได้เปิดดูเนี่ยนะ พาย อย่ามาเล่นแง่กับฉันนะเว้ย ถ้าเก้าโมงเช้าไม่ได้เงินเบิกจ่าย ทุกอย่างคือพังหมด!”
“นั่นมันเรื่องของคุณ ไม่ใช่เรื่องของฉัน” พายตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก “ระเบียบการเบิกจ่ายระบุไว้ชัดเจนว่าต้องนำเอกสารเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติร่วมกัน ฉันไม่มีสิทธิ์เซ็นอนุมัติเงินหลักแสนโดยพลการ รอเข้าที่ประชุมวาระพิเศษตอนเก้าโมงตรง ถ้าที่ประชุมให้ผ่าน ฉันถึงจะเซ็นให้”
ซันกรามกระตุก เขากระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะเสียงดังปังจนแฟ้มเอกสารสะดุ้ง
“เธอแกล้งฉันใช่มั้ย!” ชายหนุ่มตะคอก โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ “เมื่อคืนตกลงกันแล้วไงว่าถ้าเอกสารเรียบร้อย เธอจะเซ็นให้เลย จะดึงเรื่องให้มันยุ่งยากเพื่ออะไรวะ หรือว่า... อยากให้ฉัน ‘ทบทวน’ ความจำให้ใหม่ฮะ”
ณ คอนโดมิเนียมของซันปัง!ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุม พายเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาอย่างแรง หญิงสาวยืนกอดอกหันหลังให้เขา ไหล่เล็กสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ข้างในมันคือความรู้สึก ‘หึง’ อย่างรุนแรงที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน…“เมียจ๋า... เค้าอธิบายได้นะ” ซันเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนอย่างออดอ้อน “เค้าไม่ได้เล่นด้วยเลยนะตัว เค้าพยายามปฏิเสธแล้ว ยัยนั่นเดินเข้ามาเอง เค้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ”“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ!” พายสะบัดตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยแดงระเรื่อ “ตัวรู้ตัวไหมว่าตัวเองหล่อขึ้นแค่ไหน แล้วทำไมต้องใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมโชว์แผงอกไปนั่งให้ผู้หญิงคนอื่นมองด้วย เค้าหวงรู้ไหม! หวงจนอยากจะเดินเข้าไปหยุมหัวผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”ซันชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม ความกลัวตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความดีใจจนแทบเนื้อเต้น“นี่ตัว... หึงเค้าเหรอ?” ซันถามเ
บรรยากาศยามค่ำคืน ณ ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเดิม เสียงดนตรีสดจังหวะสนุกสนานผสมผสานกับเสียงพูดคุยเฮฮา โซนวีไอพีชั้นสองมุมสุดซึ่งเป็นทำเลทอง ถูกจับจองโดยกลุ่มแก๊ง ‘7’Days’ ที่มากันครบทีม ทั้งฝั่งหนุ่มๆ อย่าง มาร์ส ฟราย เธิร์ส และฝั่งสามสาวสายลุย มันเดย์ เวนส์ แซทเทิล แน่นอนว่าตรงกลางวงมีร่างสูงใหญ่ของ ‘ซัน’ จ่าฝูงไร้พ่ายนั่งอยู่ด้วยตั้งแต่ซันเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนคุ้นเคยที่อยู่ใน ‘สมุดบัญชีรัก’ ของเหรัญญิกสาวคณะบัญชีอย่าง ‘พาย’ ออร่าความหล่อและความสะอาดสะอ้านของเขาก็พุ่งทะลุปรอท จากที่เคยใส่เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ ตอนนี้พายจัดการจับเขาแต่งตัวใหม่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักที่ท่อนแขน บวกกับทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดี ทำให้จ่าฝูงวิศวะที่เคยดูเถื่อนๆ กลายเป็นหนุ่มหล่อแบดบอยที่ดูแพงขึ้นมาทันตาเห็นและนั่น... คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย“ไอ้ซัน มึงรู้ตัวป่ะว่าตั้งแต่เมียมึงจับแต่งตัวใหม่ สาวๆ โต๊ะข้างล่างมองมึงตาเป็นมันเลยว่ะ” ฟรา
พูดจบ ซันก็ฝังใบหน้าลงไปตวัดปลายลิ้นสากไล้เลียติ่งเนื้อเกสรสีสดอย่างแม่นยำ“อ๊าาา!! ซัน! อื้ออ... เค้าเสียว ไม่ไหวแล้ว!”พายกรีดร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจู่โจมด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด ซันใช้ริมฝีปากและเรียวลิ้นปรนเปรอเธออย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ เขาดูดดึงความนุ่มหยุ่นนั้นราวกับกำลังดื่มด่ำน้ำหวานที่อร่อยที่สุดในโลก สลับกับการใช้ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปภายในช่องทางรักที่คับแคบ ขยับเข้าออกเป็นจังหวะเพื่อเบิกทาง“อืมม... แฉะหมดแล้วเมียจ๋า” ซันเงยหน้าขึ้นมามองผลงานของตัวเอง น้ำหวานใสเปรอะเปื้อนอยู่ที่มุมปากหยักของเขา ยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่จนพายแทบจะบ้าตายพายหอบหายใจแฮ่ก ร่างกายบิดเร่าไปมา สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมด “ตัว... เข้ามาเถอะ... เค้าต้องการตัวแล้ว อ๊า!”คำเชิญชวนที่แสนยั่วยวนทำเอาเส้นความอดทนของซันแทบขาดผึง แต่จ่าฝูงจอมเจ้าเล่ห์กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งแล้วจัดการขยับพลิกตัว เปลี่ยนทิศทางสลับฝั่งกับคนใต้ร่าง“ใจเย็นสิครับเมียจ๋า เค้าเพิ่งจะชิมกำไรไปนิดเดียวเอง ตัวไม่อยากชิม ‘ต้นทุน’ ของเค้าบ้างเหรอ”
สมุดบัญชีปกดำที่เต็มไปด้วยความทรงจำร่วงหล่นลงบนเบาะโซฟาหนังอย่างเงียบเชียบ ทว่าไม่มีใครในห้องนี้สนใจมันอีกต่อไป เมื่อความสนใจทั้งหมดถูกหลอมรวมอยู่ในอ้อมกอดและริมฝีปากที่กำลังแนบชิดกันอย่างดูดดื่มจูบที่เริ่มต้นด้วยความหวานละมุนเพื่อถ่ายทอดความรัก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ซันบดเบียดกลีบปากหยักลงบนริมฝีปากนุ่มของพายอย่างโหยหา เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอย่างช่ำชอง เขาไม่ได้ตะกรุมตะกรามหรือบังคับขู่เข็ญเหมือนในอดีต แต่เป็นการชักนำที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความเว้าวอนจนพายแทบจะหลอมละลายคาอกกว้าง“อืมม... ซัน...” พายครางเครือในลำคอ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น สอดปลายนิ้วเข้าขยุ้มกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความหวามไหวซันค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองใครต่อใครด้วยความแข็งเกล้า บัดนี้ทอประกายหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกรั้นของคนบนตักเบาๆ“เมียจ๋า...” ซันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “เค้าสัญญาแล้วนะว
ทว่าเมื่อเปิดหน้าแรกออก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงภายในสมุดบัญชีเล่มนั้น ไม่ได้มีตารางรายรับรายจ่าย ไม่ได้มีตัวเลขน่าปวดหัว แต่มันคือ ‘สมุด Scrapbook’ ที่ถูกตกแต่งด้วยความพยายามอย่างถึงที่สุดของลูกผู้ชายสายเถื่อนหน้าแรกถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินลายมือขยุกขยิกของซันว่า ‘หมวดหมู่: ต้นทุนหัวใจ’ ด้านล่างของข้อความนั้น มี ‘โพสต์อิทสีเหลืองแผ่นแรก’ ที่เขาเคยเขียนฝากข้าวกล่องหมูทอดทงคัตสึมาให้เธอ แปะเอาไว้อย่างทะนุถนอมพายมือสั่นเล็กน้อยขณะเปิดหน้าถัดไป...หน้าสองเขียนว่า ‘หมวดหมู่: ค่าเสื่อมราคา (ที่ยอมจ่าย)’ สิ่งที่แปะอยู่คือ ‘ตั๋วหนังสองใบ’ จากการเดตอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา ที่วันนั้นซันยอมแต่งตัวเนี้ยบใส่เสื้อเชิ้ตไปดูหนังรักโรแมนติกที่เขาเกลียดแสนเกลียดจนหลับคาโรงหนัง แต่ก็ยังเก็บตั๋วหนังเอาไว้หน้าต่อๆ ไปเต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... มีทั้ง ‘กระดาษทิชชูร้านกาแฟ’ ที่พายเคยเผลอวาดรูปล้อเลียนหน้าซันตอนเขากำลังเผลอ ‘พลาสเตอร์ยา’ ลายกา
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ ‘จ่าฝูงวิศวะ’ อย่างซัน ก้าวเข้ามาประกาศสถานะความเป็นเจ้าของเหรัญญิกสาวสุดเนี้ยบกลางร้านเหล้า ฤดูกาลของมหาวิทยาลัยผลัดเปลี่ยนจากช่วงเวลาแห่งการสอบที่เคร่งเครียด เข้าสู่ช่วงปลายภาคเรียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ซัน’ และ ‘พาย’ ไม่ได้เป็นความลับหรือสิ่งทึมเทาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘วิน-วิน’ อีกต่อไป ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักที่โด่งดังที่สุดในมหาวิทยาลัย การจับคู่กันระหว่างความดิบเถื่อนสายบวกของวิศวะโยธา และความเจ้าระเบียบเย็นชาของคณะบัญชี ดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมที่ขัดแย้ง แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาดใจแน่นอนว่าการคบกันของคนที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้วไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรก พวกเขายังคงมีการปะทะคารมกันบ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘วิธีการ’ ในการแก้ปัญหาซันเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ร้อนดั่งไฟของตัวเอง เมื่อใดที่รู้สึกว่าความโกรธกำลังจะปะทุ เขาจะเลือกเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ แทนที่จะสาดคำพูดทำร้ายจิตใจใส่เธอเหมือนในอดีต เขากลายเป็นผู้ชายที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และรู้จักที่จะเอ







