Share

เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย
เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย
Author: เอสเต้/ซีฟางกั๋วเจีย

บทที่ 1

last update Huling Na-update: 2026-01-23 19:50:23

...ข้าตายแล้ว! ข้าตายแล้วจริงๆ หรือนี่ ....

รถม้าที่แยกส่วนเป็นเสี่ยงๆ อยู่ตรงหน้ายังไม่น่ากลัวเท่าร่างของนางในชุดเจ้าสาวสีแดงที่พาดฟุบอยู่บนโขดหินเบื้องหน้า

เลือดสดๆ ไหลอาบทั่วร่าง ใบหน้าบิดเบี้ยวจนแทบจะมองเค้าเดิมไม่ออก สองแขนห้อยเหมือนไร้กระดูก เท้าสองข้างบิดกลับหลัง ศพของนางกระเด็นออกจากรถม้าไปไม่ไกลนักคงจะเป็นเพราะการกระแทกกับก้อนหินบริเวณนี้

พลันนางจึงนึกขึ้นได้ว่าในรถม้าคันนี้มีสาวใช้ประจำตัวที่นั่งมาด้วย

“หยวนจุน! หยวนจุน!” นางส่งเสียงร้อง พยายามมองหาสาวใช้ประจำตัว รอบข้างช่างเงียบงันนัก นางขยับออกไปไกลกว่าเดิม ยามนี้ใกล้จะฟ้าสางแล้วทำให้พอมองเห็นได้รางๆ

นางก้มลงมองตนเองยิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าตั้งแต่หัวเข่าจนถึงปลายเท้าของตน ไม่มีอยู่แล้ว ร่างของนางคล้ายลอยไปตามที่จิตตั้งความปรารถนา

...จริงสิ! ข้าตายไปแล้ว นี่เป็นเพียงวิญญาณเท่านั้น

ความรู้สึกเจ็บปวดที่จำได้เลือนรางเพียงไม่กี่อึดใจนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่ นางจำได้ว่าอนุสติสุดท้ายได้ยินเสียงรถม้ากระทบกับก้อนหินดังลั่น ร่างของนางถูกอัดอย่างแรง หน้าอกถูกกระแทกคราหนึ่งบีบแน่นจนหายใจไม่ออก จากนั้นความรู้สึกก็วูบดับไป รู้ตัวอีกทีก็มายืน ไม่สิ...ลอยนิ่งๆ อยู่เบื้องหน้าเศษซากรถม้านั่นแล้ว!

นางลอยไปรอบๆ จนพบศพสตรีอีกผู้หนึ่งที่กระเด็นไปติดอยู่ในซอกหินใหญ่ริมแม่น้ำ ใบหน้าของเยว่หยวนจุนเละไปซีกหนึ่ง แขนขาห้อยรุ่งริ่งสลับกลับข้างอย่างน่ากลัว ร่างของสาวใช้คนสนิทผู้นี้ก็แหลกเหลวไม่ต่างจากศพของนาง

“หยวนจุน ข้าขอโทษที่พาเจ้ามาตายอนาถเช่นนี้”

เผยมู่ซีมองไปรอบๆ แล้ววิญญาณของหยวนจุนเล่า เหตุใดนางจึงไม่เห็นวิญญาณของสาวใช้คนสนิท ทั้งๆ ที่เป็นคนตายเหมือนกันแท้ๆ นางจึงตะโกนร้องเรียกอีกครั้งเผื่อวิญญาณของหยวนจุนจะได้ยิน

....แปลกจริง! หรือว่า วิญญาณหยวนจุนจะถูกยมทูตพาไปก่อนแล้ว

เวิ้งแม่น้ำนี้มีแต่โขดหินระเกะระกะ หินขนาดใหญ่น้อยวางทับซ้อนกันอยู่เป็นบริเวณกว้าง มองเลยออกไปเป็นหน้าผาสูงชัน นางแหงนมองจนรู้สึกปวดคอ อยากจะตะโกนร้องให้คนช่วย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองคือดวงวิญญาณที่ออกจากร่างจึงได้แต่สลดใจ

เผยมู่ซีสงสัยว่าจากนี้นางต้องทำอย่างไร หรือต้องรอให้มียมฑูตมารับนางไปยมโลกอย่างที่เคยอ่านในบันทึกเก่าแก่ จากนั้นก็ไปเข้าแถวดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อให้ลืมชาติที่แล้วเป็นการเตรียมไปเกิดใหม่

เสียงฝีเท้าม้าก้องไปทั่วหุบเขา เผยมู่ซีรู้สึกใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น มีคนผ่านมาทางนี้แล้ว หากว่านางยังคงนั่งรอเฝ้าศพตนและหยวนจุนอยู่ที่นี่ก็คงไม่มีประโยชน์อันใดสู้ขึ้นไปดักข้างบนจะดีกว่า

รถม้าของนางเองก็ตกมาจากข้างบนนั่น นางหันกลับไปมองซากรถและศพของตนเองอย่างเศร้าใจ

...แปลกจริง! ไม่มีซากม้าแม้สักตัว...

เพียงจิตปรารถนาจะขึ้นไปข้างบน ร่างของนางก็ลอยละลิ่วตรงขึ้นไปตามหน้าผา รถม้าคันใหญ่วิ่งมาช้าๆ เพราะหนทางนั้นสูงชัน

เผยมู่ซีถูกดึงดูดจนร่างของนางลอยหวือเข้าไปแปะติดอยู่ข้างรถม้า จากนั้นก็วูบเข้าไปข้างใน นางมองเห็นเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มอายุประมาณสิบขวบนอนหายใจรวยริน ข้างๆ มีสตรีงดงามผู้หนึ่งนั่งกุมมืออยู่และอีกข้างมีสาวใช้คอยใช้ผ้าซับเหงื่อ

“หลานเอ๋อร์! เจ้าอดทนหน่อยเถิด อีกไม่นานก็ถึงโรงหมอแล้ว!” โฉมงามผู้นั้นปลอบใจเด็กหญิงด้วยสีหน้าอมทุกข์

เผยมู่ซีก้มลงมองคนทั้งคู่ในรถม้าด้วยความเห็นใจ ใบหน้าของเด็กหญิงที่ถูกเรียกว่าหลานเอ๋อร์ซีดขาว ริมฝีปากเผือดสี แตกเป็นเกล็ด ลอกออกมาหลายส่วน ร่างกายดูอ่อนระโหยโรยแรงคล้ายคนเจ็บป่วยมาเป็นเวลานาน

หญิงสาวรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเห็นช่างเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งจึงอยากจะออกจากรถม้าคันนี้ แต่ตั้งจิตปรารถนาจะออกไปเท่าใดก็ไม่เป็นผล

‘เอ๊ะ! รถม้านี้มีสิ่งใดกันทำให้ข้าออกไปมิได้’

ระหว่างที่เผยมู่ซีกำลังใคร่ครวญหาเหตุผล เสียงของสตรีที่เฝ้าอยู่ข้างเด็กหญิงก็ดังขึ้น

“กำยันต์เอาไว้หลานเอ๋อร์! แม่ไปขอมาจากวัดหยกสวรรค์[1]ที่ร่ำลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เทพยดาฟ้าดินจะต้องช่วยเจ้าได้” น้ำเสียงนั้นเจื้อสะอื้น

เผยมู่ซีตะลึงมองหน้ามารดาของหลานเอ๋อร์ที่กำลังยัดผ้ายันต์สีเหลืองผืนเล็กใส่ในมือของบุตรสาว

เด็กหญิงกำมือแน่น มิได้ตอบสนองต่อคำพูดของมารดา

“ไม่ได้การเจ้าค่ะนายหญิง เดี๋ยวข้าช่วยเอง” สาวใช้มีสีหน้าตกใจ นางช่วยฮูหยินแกะมือน้อยนั้นออก

ครั้นฮูหยินกุมมือของบุตรสาวที่มียันต์เอาไว้ แสงสีทองก็ทอประกายเจิดจ้าออกจากกำมือของเด็กหญิงผู้นั้น

เผยมู่ซีที่มัวแต่มองอยู่ ถูกแสงนั้นเข้า พลันรู้สึกว่าร่างกายของตนเองวูบวาบ พอก้มลงมองช่วงขาก็ได้เห็นว่าร่างของตนเองถูกดูดเข้าไปในกำมือของหลานเอ๋อร์

‘โอ๊ะ! อ๊ะ! นี่เกิดอะไรขึ้น’

เด็กหญิงที่นอนดิ้นกระสับกระส่ายอยู่เมื่อครู่ แน่นิ่งไป สาวใช้เห็นเช่นนั้นก็รีบอังนิ้วที่ปลายจมูกของผู้ป่วยตัวน้อย

“นายหญิง คุณหนูไม่หายใจแล้วเจ้าค่ะ!” สีหน้าของสาวใช้ซีดเผือด

ฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนอ้าปากค้าง นางส่ายศีรษะเหมือนจะไม่เชื่อก่อนจะยื่นนิ้วไปวางเหนือริมฝีปากบนของบุตรสาว ทว่า....ทุกอย่างกลับเงียบสงบ

สตรีทั้งสองที่เฝ้าอยู่รถม้าร้องเรียกหลานเอ๋อร์ออกมาพร้อมกับส่งเสียงคร่ำครวญออกมาพร้อมกัน

“หลานเอ๋อร์! อย่าจากแม่ไป! ฮือๆ ฮือๆ”

เสียงร่ำไห้น่าเวทนานั้นดังอยู่ไม่ขาดกระทั่งรถม้าจอดหน้าโรงหมอ

ท่านหมอเกาเคยอยู่ที่หัวเมืองของแคว้นหมิงแต่เพราะฝีมือการรักษาเป็นที่เลื่องลือ ฮ่องเต้จึงได้มีพระราชโองการจัดตั้งโรงหมอในเมืองหลวงและให้หมอเกา[2]มาดูแล

ผู้ช่วยร่างใหญ่ของหมอเกาขึ้นไปบนรถม้าช่วยอุ้มเด็กหญิงที่สิ้นสติลงมา ท่านหมอมองดูร่างระทดระทวยของเด็กหญิงด้วยสายตาเวทนา

“พานางเข้าไปนอนข้างใน”

“ท่านหมอ! ช่วยลูกสาวข้าที นางไม่หายใจแล้ว!”

“ท่านวางใจ...ข้ารักษาผู้ป่วยทุกคนเต็มที่อยู่แล้ว” หมอเกาเดินลิ่วตามไป เขานั่งลงตรวจชีพจรของเด็กหญิงอยู่ครู่หนึ่ง “ฮูหยินชีพจรของบุตรสาวท่านอ่อนมากก็จริงแต่ยังพอมีความหวัง”

สตรีทั้งสองที่ยืนสะอื้นฮักๆ เมื่อครู่บนรถม้าเห็นอยู่ชัดๆ ว่าหลานเอ๋อร์ไม่หายใจแล้ว คนทั้งสองหันมาจับมือกันด้วยสีหน้ายินดีเปี่ยมล้น

“ท่านหมอ บุตรสาวของข้ามีโอกาสจะฟื้นใช่หรือไม่ ”

“คิดว่าเป็นเช่นนั้น” หมอเกาหันไปเทยาลูกกลอนเล็กๆ ในขวดกระเบื้องสีน้ำตาลใส่ปากเด็กหญิงสองสามเม็ดก่อนจะป้อนน้ำตามไป “ร่างกายของนางยังตอบสนองดีอยู่ ท่านดูสิว่านางยังกลืนได้ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี เดี๋ยวข้าจะไปต้มยาให้นางก่อน พวกท่านดูแลนางให้ดีเถิด”

เหงื่อของเด็กหญิงผุดออกมาไม่ขาดสาย เปลือกตาของนางเริ่มขยุกขยิก ใบหน้าส่ายไปมา ฮูหยินดีใจยิ่งนักที่เห็นบุตรสาวเคลื่อนไหวอีกครั้ง

“นายหญิงสวรรค์เมตตาจริงๆ เจ้าค่ะ ดีที่เรามาพบหมอเกา คุณหนูมีหวังจะหายแล้ว” สาวใช้สีหน้าแช่มชื่น

“อืม! ไม่เสียทีที่ข้าจ้างรถม้าพาหลานเอ๋อร์มาถึงที่นี่”

จังฮูหยินทอดถอนใจ เงินเก็บของนางมิได้มีมากนัก ที่ผ่านมาเงินที่สามีให้คนนำมามอบให้เป็นครั้งคราว เจียดออกมาเก็บได้สักหน่อยก็ต้องใช้พาบุตรสาวไปหาหมอ แต่ค่าใช้จ่ายในคราวนี้หนักหนานัก คงต้องรับจ้างปักผ้าเพิ่มขึ้นอีกมาก

สินเดิมที่นางนำติดตัวมาด้วยถูกสตรีร้ายกาจผู้นั้นใช้เล่ห์กลยึดเอาไว้ส่วนหนึ่ง สิ่งที่นางซุกซ่อนออกมาจากจวนได้ก็ถูกนำมาขายประทังชีวิต กระทั่งได้พบกับเถ้าแก่เนี้ยใจดีคอยหยิบยื่นงานเย็บปักให้ จึงมีรายได้พอเลี้ยงบุตรสาวและดูแลสาวใช้ที่ติดตามอย่างจงรักภักดี

“นายหญิงท่านอย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ ท่านหมอเกามีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ย่อมช่วยชีวิตคุณหนูได้แน่ กลับไปข้าจะขยันช่วยท่านเย็บปักงานให้เยอะกว่าเดิม พวกเราจะได้มีเงินพอใช้จ่าย”

“เสี่ยวลิ่งที่ผ่านมาเจ้าเองก็ยอมอยู่ดูแลพวกเราทั้งๆ ที่ไม่อาจจ่ายค่าจ้างได้ ข้าละอายใจอย่างยิ่ง นับตั้งแต่หลานเอ๋อร์เจ็บป่วยเจ้าเองก็ต้องเหน็ดเหนื่อยช่วยข้าหาเงินอีก เพียงเท่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะชดเชยเจ้าอย่างไรไหว” จังฮูหยินหน้าสลดลง นางเป็นเจ้านายที่สร้างความลำบากให้กับสาวใช้อย่างน่าละอาย

จังเสี่ยวลิ่งเห็นสีหน้าจังฮูหยินดูหมองคล้ำลงก็รีบยื่นมือไปกุมอีกฝ่ายเอาไว้

“ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ข้าเป็นเด็กกำพร้าที่สกุลจังเมตตาชุบเลี้ยง ขอเพียงมีที่อยู่ที่กินให้ข้า เบี้ยหวัดย่อมไม่จำเป็นต้องให้ ข้ายินดีตอบแทนพระคุณท่านไปชั่วชีวิต”

จังฮูหยินถอนหายใจเฮือกใหญ่ สบตากับเสี่ยวลิ่งด้วยความซาบซึ้ง

“หากไม่มีเจ้า ข้าสองคนแม่ลูกคงไม่อาจจะอยู่ดีมีสุขมาจนป่านนี้ ความจริงพวกเราต่างหากที่ได้พึ่งพาเจ้า”

[1] วัดหยกสวรรค์ จากเรื่อง ท่านหญิงจีจอมพลัง

[2] ท่านหมอเกา จากเรื่อง ซือซือฮองเฮาพันโฉม
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 55

    “คนส่งเจ้าไปนรกอย่างไรเล่า” เหล่าลู่เอ่ยพร้อมชักกระบี่ออกมา คนร้ายมุ่งสังหารเหล่าลู่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่เหล่าลู่กลับพยายามล่อให้มันถอยออกจากบริเวณหลังเรือนนอนของฮูหยินไปต่อสู้กันหลังจวน ยามนั้นชิงหลานที่กำลังนอนครุ่นคิดถึงวิธีการกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อแก้แค้นทั้งคนสกุลเผยและคนสกุ

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 54

    องค์ชายสิบห้าที่หน้าเหวอ ชิงหลานเงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตรของคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ พอเห็นเขาหน้าเสีย นางก็รีบเอ่ยกลบเกลื่อน “วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังจากวาดฝาผนังเสร็จหม่อมฉันจะวาดภาพองค์ชายให้ก็แล้วนะกันเพคะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับพู่กันกล่องนี้” “อืม...ดี!” หมิงเฉิงอวี่เห็

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 53

    องค์ชายทอดพระเนตรปลาเปรี้ยวหวานตัวใหญ่ในจานเปลบนโต๊ะกับหมูผัดผักก็แปลกพระทัย พระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยคำถาม ต้นพระขนงเลิกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจ้าของบ้านก็รีบอธิบาย “วันนี้เหล่าลู่ตกปลาตัวใหญ่ได้มาสองตัวเพคะ หม่อมฉันก็เลยทำปลาเปรี้ยวสำหรับถวายองค์ชายและอีกตัวก็ให้คนตกได้ ส่ว

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 52

    ชิงหลานตัวปลอมหัวเราะหึๆ ตอบเช่นกัน “หากว่าข้ารู้จักเล่า ท่านลองบอกมาสิ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะเคยอ่านเจอเรื่องของช่างผู้นี้ก็ได้ ว่าแต่...ข้าดูอย่างไร กระบี่เล่มนี้ก็มิได้ทำมาจากร้านเดียวกันกับมีดสั้นที่ท่านให้ข้า”“เจ้าสายตาแหลมคมมาก กระบี่นี้เป็นฝีมือช่างสายสกุลอ๋าว”“สกุลอ๋าวเชี่ยวชาญการตีกระบี่ยาว ม

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 51

    ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม ชิงหลานก็วางพู่กัน เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่ต้องทำความสะอาดออกไปนอกอาคาร ท่าทางบีบนวดมือ โยกศีรษะผ่อนคลายนั้นทำให้องค์ชายสิบห้าลุ้นว่านางจะยังเจ็บมืออยู่หรือไม่ ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวลิ่งไปกันเถอะ ป่านนี้ศิษย์พี่คงรอแล้ว” “เจ้าค่ะ” เสี

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 50

    “เช่นนั้น พ่อบ้านลู่ผู้นี้ก็เก่งกว่าหัวหน้ามือปราบหลิว น่าสนใจอย่างที่เจ้าบอกจริงๆ ด้วยกังซือเฉิน...เจ้ากับจงเหยียนไปสืบฐานะของเหล่าลู่ผู้นี้ให้ชัดเจนที” “พะย่ะค่ะ” “นอกจากมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว จั๋วเหรินหาวมิได้ให้สิ่งอื่นกับนางอีกใช่หรือไม่” กังซือเฉินที่กำลังคิดเรื่องพ่อบ้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status