Share

บทที่ 2

last update Last Updated: 2026-01-23 19:50:31

จังฮูหยินก้มลงมองสีหน้าของบุตรสาวที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้ม คงจริงอย่างที่มีคนกล่าวไว้....เมื่อรู้ทุกข์จึงจะรู้สุข....

เมื่อวานนางคิดว่าตนเองต้องสูญเสียบุตรสาวเพียงคนเดียวไป หัวใจราวถูกควักออกมาจากอก ทว่าวันนี้ราวกับได้ของมีค่าที่สุดในโลกมนุษย์มาไว้ในกำมือ

ชิงหลานบุตรสาวคนเดียวของนาง นับตั้งแต่ตกลงไปในแม่น้ำยามฤดูหนาวปีที่อายุย่างแปดขวบ แม้จะช่วยชีวิตไว้ได้แต่ก็กลายเป็นเด็กป่วยกระเสาะกระแสะ จากเด็กหญิงร่าเริงและซุกซนกลับต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะร่างกายไม่อาจทนแดดทนลมได้ จังฮูหยินได้แต่มองความหงอยเหงาของบุตรสาวด้วยดวงใจทุกข์ตรม

เงินทองที่มีไม่มากนักถูกเอามาใช้เป็นค่ารักษาไปจนหมดสิ้น จังฮูหยินเจ็บปวดใจที่ไม่อาจพาบุตรสาวมารักษากับหมอในเมืองหลวงได้ มีเพียงท่านหมอฉินในอำเภอเฉินที่หยิบยื่นความช่วยเหลือ

ท่านหมอฉินแห่งอำเภอเฉินแม้จะมิได้มีวิชาแพทย์สูงส่งแต่กลับมีเมตตายิ่งใหญ่คอยหยิบยื่นยาสมุนไพรเพื่อพยุงอาการของบุตรสาวให้มิได้ขาด ทำให้ชิงหลานยังคงมีชีวิตสืบต่อมาได้

ก่อนหน้านี้ชิงหลานเคยฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์เหยียนบัณฑิตอาวุโสร่ำเรียนเขียนอ่านอยู่ในเรือนของนายอำเภอเฉินร่วมกับบุตรหลานผู้มีอันจะกิน ทว่าหลังจากอุบัติเหตุครานั้น หลานเอ๋อร์ก็จำต้องเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนมิได้ย่างเท้าออกไปที่ใดอีก

ห้าปีของความเจ็บป่วย เด็กหญิงทำได้เพียงนั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องนอนเพราะร่างกายนางอ่อนแอเกินจะโดนอากาศที่แปรปรวนภายนอกได้ อาศัยว่าจังฮูหยินเป็นผู้อ่านออกเขียนได้จึงสอนบุตรสาวจนนางเขียนอ่านได้คล่อง เวลาส่วนใหญ่ของชิงหลานจึงหมดไปกับการอ่านหนังสือที่อาจารย์เหยียนนำมาให้หยิบยืม

“หิวน้ำ...” เสียงแผ่วเบาแหบแห้งทำให้จังฮูหยินยิ้มออกมาได้ ในที่สุดบุตรสาวของนางก็ฟื้นเสียที

“หลานเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ฮูหยินลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความรักใคร่

“ท่านแม่ ข้าหิวน้ำ”

จังฮูหยินรีบรินน้ำชาใส่จอกเล็กๆ จ่อที่ริมฝีปากของชิงหลานทันที สองวันแล้วที่บุตรสาวของนางดื่มได้เพียงน้ำกับน้ำข้าว ไม่ว่าจะกินอาหารใดเข้าไปชิงหลานล้วนอาเจียนออกมาจนหมด

ยามนี้จังฮูหยินปล่อยให้จังเสี่ยวลิ่งไปกินข้าวอาบน้ำเสียก่อนแล้วค่อยมาผลัดเวรกันดูแลเด็กหญิง

“ข้าอยากกินข้าวกับหมูผัด” หลังจากดื่มน้ำไปสามจอก ชิงหลานก็เอ่ยออกมา จังฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็รีบละล่ำละลักรับปาก

“เจ้ารอแม่สักครู่ เดี๋ยวแม่ไปสั่งที่โรงเตี๊ยมข้างๆ ให้เจ้า”

เมื่อสตรีผู้นั้นออกจากห้องไป เผยมู่ซีจึงมองไปรอบๆ นับตั้งแต่ ลืมตาขึ้นมานางก็เห็นใบหน้างดงามนั้นเฝ้ามองด้วยความห่วงใย ครั้นยกมือสองข้างขึ้นดู มือของนางกลายเป็นมือของเด็กหญิงที่อายุยังไม่ถึงวัยปักปิ่น นางลุกขึ้นนั่ง มองซ้ายมองขวา ในห้องนี้ไม่มีกระจกให้ส่องดูใบหน้า เผยมู่ซีจึงสะบัดผ้าห่มออกมองดูขาของตน

‘ข้ามีขาและเท้า....ไม่ใช่ดวงวิญญาณอีกต่อไปแล้ว’

เมื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้ นางจะจำได้ว่าตนเองถูกแสงสีทองของผ้ายันต์ในมือเด็กหญิงดูดเข้าไป

...นี่นางเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหญิงผู้นั้นเสียแล้ว....

เผยมู่ซีคิดถึงนิยายที่นางเคยฝากบ่าวรับใช้ซื้อมาจากตรอกคนโฉด คุณชายท้ายตรอก[1]เคยเขียนเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด นางอ่านแล้วนึกสงสัยว่าชาติหน้ามีจริงหรือไม่ บัดนี้นางตายไปแล้วจริงๆ แต่วิญญาณกลับมิได้ไปเกิดใหม่อย่างที่คุณชายท้ายตรอกกล่าวไว้

ยามนี้มาอยู่ในร่างของเด็กหญิงผู้หนึ่ง...มิรู้ว่าเช่นนี้เรียกเกิดใหม่หรือไม่ แต่หากจะนับจริงๆ นี่ก็คือชาติที่สองของนาง

ร่างกายของชิงหลานผู้นี้ผอมบางนัก เรี่ยวแรงที่นางอยากจะใช้ให้ได้ดั่งใจก็ไม่มี เห็นทีนางคงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกพักใหญ่ สตรีที่เรียกตนเองว่าแม่ผู้นี้ดูแล้วใจดีมีเมตตา เผยมู่ซีคิดว่าคงจะอยู่กับท่านแม่ในชาติใหม่ได้อย่างมีความสุข

“คุณหนูฟื้นแล้ว นับว่าสวรรค์เมตตาจริงๆ” สาวใช้ที่เผยมู่ซีเห็นบนรถม้ากรากมาข้างเตียง

ชิงหลานที่มีเผยมู่ซีอยู่ในร่างได้แต่ยิ้มแห้งๆ มิได้ตอบกลับไป นางยังไม่รู้สาวใช้ผู้นี้มีชื่อใด ได้แต่รอให้พวกเขาเรียกชื่อกันและกันก่อน

บทบาทคนป่วยมิได้เล่นยาก ตอนที่นางอยู่จวนสกุลเผยก็เสแสร้งอยู่บ่อยๆ นางจึงทำท่าอ่อนแรง ยกมือขึ้นเกาะแขนสาวใช้เอาไว้

“คุณหนูเหนื่อยหรือเจ้าคะ นอนลงพักผ่อนก่อนเถิด ท่านไม่ได้กินอาหารตั้งสองวันก็คงจะไร้เรี่ยวแรง”

จังเสี่ยวลิ่งประคองคุณหนูผู้บอบบางแทบจะเห็นกระดูกลงนอน สายตาของสาวใช้เต็มไปด้วยความรักและเวทนาจนเผยมู่ซีรู้สึกได้

‘ร่างเดิมของข้าแหลกเหลวไปแล้ว เห็นทีคงต้องอาศัยร่างนี้อยู่อีกนานเลยเทียวหรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นเด็กคนนี้ไปเลย’

ครั้นนอนลง ชิงหลานก็หลับตา ดวงจิตเผยมู่ซีพิจารณาดูว่าในร่างกายนี้มีวิญญาณอื่นอยู่อีกหรือไม่ แต่กลับไม่พบผู้อื่นอยู่

วิญญาณของชิงหลานหายไปที่ใด หรือว่าจะหายไปเหมือนเยว่หยวนจุนที่นางไม่มีโอกาสได้บอกลา

เมื่อนางนอนนิ่งๆ ความทรงจำของเด็กหญิงก็ค่อยๆ พร่างพรูมาในหัวให้ได้รับรู้

ความสุข ความทุกข์ ความรัก ความชัง ความปรารถนาและความห่วงใยที่เกิดขึ้นในชีวิตของเด็กหญิงชิงหลาน ดวงวิญญาณเผยมู่ซีได้สัมผัสอย่างถึงแก่น ทำให้นางร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว

นางเคยคิดว่าชีวิตตนเองในตระกูลเผยน่าสงสารนัก...แท้จริงยังมีชีวิตของชิงหลานที่น่าสงสารยิ่งกว่า!

พลันเผยมู่ซีรู้สึกว่าตนเองนึกอยากจะใช้ชีวิตในร่างของชิงหลานผู้นี้ให้ดีและทำให้ชีวิตของจังฮูหยินและเสี่ยวลิ่งสาวใช้ผู้แสนดีสุขสบายยิ่งกว่าเดิม

“หลานเอ๋อร์หลับไปแล้วหรือ ” จังฮูหยินหิ้วเอาปิ่นโตไม้มาด้วย

เสี่ยวลิ่งที่ซับน้ำตาให้คุณหนูด้วยความเป็นห่วงหันไปมองผู้เป็นนายแล้วส่ายหน้า จังฮูหยินถลาเข้าไปวางปิ่นโตไม้ลงกับพื้น

“หลานเอ๋อร์ เจ้าเจ็บที่ใด บอกแม่เร็วเข้า!”

ชิงหลานลืมตาขึ้นมองสตรีตรงหน้าด้วยความเห็นใจ ความทรงจำของชิงหลานทำให้เผยมู่ซีรู้จักคนรอบตัวเด็กน้อยผู้นี้ไปโดยปริยาย

จังฮูหยินกับบุตรสาวถูกขับไล่ให้ออกมาอยู่เรือนเดิมของสกุลชิงที่อำเภอเฉิน เรือนแห่งนี้เก่าแก่และทรุดโทรมยิ่ง เสื้อผ้า อาหารและเครื่องนอนล้วนไม่สมบูรณ์ อาศัยว่าจังฮูหยินได้รับการถ่ายทอดวิชาปักผ้าจากสกุลเดิม เถ้าแก่เนี้ยสกุลจางเห็นฝีมือแล้วพอใจจึงได้ว่าจ้างจังฮูหยินทำงาน ทำให้จังฮูหยินมีรายได้ประคับประคองครอบครัวเล็กๆ

เดิมทีจวนเก่าสกุลชิงมีผู้ดูแลสามคน แต่หลังจากผลักดันสองแม่ลูกมาอยู่ที่นี่ก็เหลือบ่าวรับใช้ไว้เพียงคนเดียว นั่นคือ พ่อบ้านลู่ ยังดีที่เขามีใจเมตตาคอยช่วยเหลือตัดฟืนเผาถ่านและตักน้ำให้ จังเสี่ยวลิ่งจึงไม่ต้องลำบากไปทำงานหนักเหล่านั้นเอง

“ข้าไม่เจ็บหรอก...ท่าน...แม่...” ชิงหลานเรียกออกมาอย่างยากเย็น

จู่ๆ ต้องมาเรียกหญิงแปลกหน้าด้วยสรรพนามเช่นนี้เผยมู่ซีอดจะกระดากมิได้ แต่ยังดีกว่าตอนเป็นเผยมู่ซีที่ได้เคารพเพียงป้ายวิญญาณของมารดา

จังฮูหยินรีบหยิบเอาชามข้าวและชามหมูผัดออกมาจากปิ่นโตไม้ “แม่เอาข้าวกับหมูผัดมาให้เจ้าแล้ว กินเสียสิ”

ตั้งแต่เมื่อวาน ในท้องชิงหลานมีเพียงน้ำ ครั้นได้กลิ่นข้าวหอมกรุ่นมีไอร้อนลอยวนพร้อมทั้งกลิ่นหมูผัดอันเย้ายวนจึงกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

“หอมจริง ข้าจะกินให้หมดเลยเจ้าค่ะ”

จังฮูหยินกำลังจะตักป้อนนางแต่บุตรสาวกลับลุกขึ้นนั่ง มองหน้ามารดาด้วยแววตาห่างเหิน

“ท่านแม่ ข้าอยากกินเองเจ้าค่ะ”

“เจ้าไหวหรือ หลานเอ๋อร์”

“ให้เสี่ยวลิ่งช่วยถือชามหมูผัดให้ข้าก็พอเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นว่าร่างกายนี้ไม่อาจขยับลงจากเตียงได้อย่างที่คิด ชิงหลานจึงเปลี่ยนวิธี

เสี่ยวลิ่งรีบกุลีกุจอเข้ามานั่งใกล้ฉวยเอาชามหมูผัดจากจังฮูหยินไปถือไว้เสียเอง

“ฮูหยินไปพักเถิดเจ้าค่ะ ให้ข้าถือช่วยคุณหนูดีกว่า ท่านยังไม่ได้พักผ่อนตั้งแต่เมื่อคืนคงจะเพลียแย่”

จังฮูหยินพยักหน้าแล้วฝากให้สาวใช้ดูแล ส่วนนางก็ออกไปยังห้องพักในโรงเตี๊ยมที่เปิดเอาไว้เป็นนอนพักผ่อนและอาบน้ำ

“ท่านแม่ไม่ต้องห่วงข้า มีเสี่ยวลิ่งคอยดูแลก็พอแล้ว หากท่านแม่ยังไม่ยอมกินยอมนอนอีกล่ะก็พวกเราอาจจะต้องอยู่เฝ้าท่านล้มป่วยต่อนะเจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินบุตรสาวเอ่ยเช่นนั้นจังฮูหยินก็ยิ้มน้อยๆ “เจ้าอาการดีแล้วจริงๆ จึงได้กล้าเย้าแม่ เช่นนั้นแม่ขอไปอาบน้ำนอนพักสักหน่อย”

จังเสี่ยวลิ่งได้แต่มองคุณหนูของตนกินอย่างเอร็ดอร่อยจนตาค้าง ข้าวถ้วยแรกหมดแล้วคุณหนูก็ยังอยากจะขออีกถ้วย สาวใช้จึงออกไปสั่งข้าวมาเพิ่มให้

“เห็นคุณหนูกินได้เยอะเช่นนี้ อีกไม่นานก็คงจะได้ออกไปวิ่งเล่นนอกเรือนแล้วเจ้าค่ะ”

[1] คุณชายท้ายตรอก นามปากกาในการเขียนนิยายของพระเอกเรื่องท่านหญิงจีจอมพลัง
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 55

    “คนส่งเจ้าไปนรกอย่างไรเล่า” เหล่าลู่เอ่ยพร้อมชักกระบี่ออกมา คนร้ายมุ่งสังหารเหล่าลู่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่เหล่าลู่กลับพยายามล่อให้มันถอยออกจากบริเวณหลังเรือนนอนของฮูหยินไปต่อสู้กันหลังจวน ยามนั้นชิงหลานที่กำลังนอนครุ่นคิดถึงวิธีการกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อแก้แค้นทั้งคนสกุลเผยและคนสกุ

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 54

    องค์ชายสิบห้าที่หน้าเหวอ ชิงหลานเงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตรของคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ พอเห็นเขาหน้าเสีย นางก็รีบเอ่ยกลบเกลื่อน “วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังจากวาดฝาผนังเสร็จหม่อมฉันจะวาดภาพองค์ชายให้ก็แล้วนะกันเพคะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับพู่กันกล่องนี้” “อืม...ดี!” หมิงเฉิงอวี่เห็

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 53

    องค์ชายทอดพระเนตรปลาเปรี้ยวหวานตัวใหญ่ในจานเปลบนโต๊ะกับหมูผัดผักก็แปลกพระทัย พระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยคำถาม ต้นพระขนงเลิกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจ้าของบ้านก็รีบอธิบาย “วันนี้เหล่าลู่ตกปลาตัวใหญ่ได้มาสองตัวเพคะ หม่อมฉันก็เลยทำปลาเปรี้ยวสำหรับถวายองค์ชายและอีกตัวก็ให้คนตกได้ ส่ว

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 52

    ชิงหลานตัวปลอมหัวเราะหึๆ ตอบเช่นกัน “หากว่าข้ารู้จักเล่า ท่านลองบอกมาสิ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะเคยอ่านเจอเรื่องของช่างผู้นี้ก็ได้ ว่าแต่...ข้าดูอย่างไร กระบี่เล่มนี้ก็มิได้ทำมาจากร้านเดียวกันกับมีดสั้นที่ท่านให้ข้า”“เจ้าสายตาแหลมคมมาก กระบี่นี้เป็นฝีมือช่างสายสกุลอ๋าว”“สกุลอ๋าวเชี่ยวชาญการตีกระบี่ยาว ม

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 51

    ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม ชิงหลานก็วางพู่กัน เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่ต้องทำความสะอาดออกไปนอกอาคาร ท่าทางบีบนวดมือ โยกศีรษะผ่อนคลายนั้นทำให้องค์ชายสิบห้าลุ้นว่านางจะยังเจ็บมืออยู่หรือไม่ ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวลิ่งไปกันเถอะ ป่านนี้ศิษย์พี่คงรอแล้ว” “เจ้าค่ะ” เสี

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 50

    “เช่นนั้น พ่อบ้านลู่ผู้นี้ก็เก่งกว่าหัวหน้ามือปราบหลิว น่าสนใจอย่างที่เจ้าบอกจริงๆ ด้วยกังซือเฉิน...เจ้ากับจงเหยียนไปสืบฐานะของเหล่าลู่ผู้นี้ให้ชัดเจนที” “พะย่ะค่ะ” “นอกจากมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว จั๋วเหรินหาวมิได้ให้สิ่งอื่นกับนางอีกใช่หรือไม่” กังซือเฉินที่กำลังคิดเรื่องพ่อบ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status