หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70

หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70

last updateDernière mise à jour : 2026-03-03
Par:  sanvittayamEn cours
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
67Chapitres
1.4KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อมาเฟียสุดโหดต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหว่านซูฉี หญิงสาวอ่อนแอและขี้โรค อีกทั้งยังต้องแต่งงานกับผู้พันหนุ่มอนาคตไกล จะทำอย่างไรดีในเมื่อเธอมีความลับที่ซุกซ่อนอยู่

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 นายหญิงแห่งตลาดมืด

นายหญิงแห่งตลาดมืด

หว่านซูฉีสตรีร่างบาง ใบหน้างามหยดย้อยในวัยสิบเจ็ดปี นั่งดูสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายภายในสำนักงานแห่งหนึ่ง โดยข้างกายของเธอนั้นมีชายรูปร่างกำยำยืนนิ่งไม่พูดไม่จา

“เดือนนี้ยอดขายจากทางใต้มีไม่น้อยเลยนะ พี่ตู้หมิง” หญิงสาวผู้เป็นเจ้านายเอ่ยขึ้นมาอย่างพอใจเมื่อเห็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น

ลูกน้องคนสนิทได้แต่พยักหน้าตอบกลับ ใครจะคิดว่าเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดขวบในวันนั้นจะกลายเป็นนายหญิงซู ผู้ทรงอิทธิพลในเวลานี้ เวลาเพียงหกปี ทำให้เด็กน้อยในวันวานมีอำนาจได้ขนาดนี้ แม้แต่กองทัพยังต้องไว้หน้า

“นายหญิงควรจะระวังตัวไว้หน่อยนะครับ เวลานี้มีหลายกลุ่มกำลังตามสืบเบื้องหลังโรงน้ำชาซูเม่ย ตัวผมยังพอหลบเลี่ยงได้ แต่นายหญิง...” ตู้หมิงชายวัยสามสิบปี จากคนไร้บ้านและไร้อนาคตกลายมาเป็นมือขวาคนสนิทของนายหญิงซู เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นกังวล เนื่องจากการค้าบางอย่างของนายหญิงเป็นที่จับตามอง 

“คงไม่พ้นพวกที่ต้องการผลประโยชน์นั่นล่ะ เรื่องนี้พี่ไม่ต้องเป็นกังวล จะมีใครคิดกันล่ะว่าหญิงสาวผู้อ่อนแอจากบ้านหว่านจะเป็นนายหญิงซู และนายหญิงซูจะเป็นเพียงหญิงสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี แล้วเรื่องกลุ่มการค้าของนายท่านเป๋อล่ะ สืบไปถึงไหนแล้ว”

กลุ่มการค้าเป๋อของนายท่านเป๋อ หากจะพูดว่าทำการค้าจำพวกเดียวกันก็ไม่ผิด หว่านซูฉีไม่หวั่นหากใครคิดจะทำการค้าเหมือนกันกับเธอ ซึ่งเธอก็ยินดีที่จะคบค้าสมาคมด้วย

                                                                                                        

เวลานี้แม้เธอจะยังไม่เปิดเผยตัวตนก็ตาม แต่เพราะนายท่านเป๋อคิดการใหญ่เกินไป ตั้งใจจะล้มกลุ่มการค้าซูเม่ยเพื่อขึ้นมายืนแทน นี่จึงเป็นเรื่องที่หว่านซูฉีไม่อาจนิ่งนอนใจได้

“เรื่องนั้นอาจ้านกำลังสืบอยู่ ดูเหมือนว่านายท่านเป๋อต้องการหาตัวนายหญิงเพื่อเจรจาบางอย่าง ทว่าน่าแปลกใจตรงที่เวลานี้นายท่านเป๋อคบค้าสมาคมกับกลุ่มทหารแดงครับ”

การที่นายท่านเป๋อคบหากับกลุ่มทหารแดง นั่นคงไม่ใช่เรื่องดีต่อนายหญิงนัก ทุกคนรู้ดีว่าตลาดมืดของนายหญิงถูกก่อกวนด้วยทหารแดงมาหลายครั้งแล้ว หากนายหญิงไม่ส่งอาหารเข้ากองทัพ ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ดวงตาคู่สวยของหว่านซูฉีฉายแววประกายเย็นชาขึ้นมาหลายส่วน ทว่าเพียงครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ ตู้หมิงอยู่ข้างกายหญิงสาวมาหกปี ทำไมจะไม่รู้ว่าเจ้านายกำลังคิดอะไร เรื่องอันตรายเช่นนี้เขาไม่ต้องการให้เจ้านายเข้าไปจัดการเอง เรื่องนี้เขารอเพียงคำสั่งเท่านั้น

ตู้หมิงรู้ดีว่าเมื่อเข้าวงการนี้แล้ว จะไม่มีวันถอยหลังได้อีก เวลานี้นายหญิงควรจะเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน

“มือคู่นี้ของฉันเปื้อนเลือดมานักต่อนักแล้ว และมันยังคงเปื้อนเลือดต่อไป กว่าเราจะมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายเลยนะพี่ตู้หมิง”

ดวงตาคู่สวยมองไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ระลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่แสนเจ็บปวด

เดิมทีเธอเป็นดวงวิญญาณจากยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นมาเฟียสาวที่เหี้ยมโหดและเย็นชา วันปะทะกับศัตรูเธอเกิดพลาดท่าสิ้นใจ ไม่คิดเลยว่าจะต้องเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กน้อยนามว่าหว่านซูฉีคนนี้

ชีวิตของหว่านซูฉีนั้นไม่ดีนัก เด็กน้อยมีร่างกายที่อ่อนแอและเป็นเด็กที่ขี้ขลาดไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น มักจะก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ อีกทั้งพ่อแม่ก็สิ้นใจไปนานแล้ว เหลือพี่ชายเพียงคนเดียวที่คอยเลี้ยงดูมาจนถึงสิบเอ็ดขวบ

ใครจะคิดกันล่ะว่าเด็กวัยนี้กลับโดนบ้านใหญ่ใช้งานอย่างหนัก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าหลานสาวคนนี้ร่างกายอ่อนแอ จนวันหนึ่งเด็กน้อยหว่านซูฉีป่วยไข้เนื่องจากโดนญาติผู้พี่อย่างหว่านหมี่ลี่ผลักตกน้ำ สามวันต่อมาเด็กน้อยทนพิษไข้ไม่ไหวสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาเธอ จนวิญญาณเธอเข้าร่างเด็กน้อยคนนี้

แต่เมื่อเธอฟื้นมาในร่างของเด็กคนนี้ กลับพบว่าตนเองได้มาอยู่มิติที่มีข้าวของมากมายติดตัวมาด้วย อีกทั้งยังสามารถเอาของในนั้นมาใช้ได้ไม่มีวันหมด

หว่านซูฉีในวัยสิบเอ็ดปีจึงคิดทำการค้า โดยเธอแอบเข้ามาค้าขายในตลาดมืดทุกครั้งที่มีโอกาส ผ่านไปไม่นานก็พบกับตู้หมิง ชายไร้บ้านคนนี้จึงได้ทดสอบความซื่อสัตย์และความสามารถของเขา

หลังจากเธอรู้ว่าเขามีทักษะการต่อสู้และไม่เคยคิดคดโกง จึงตัดสินใจเปิดร้านค้าในตลาดมืด ทั้งสองต่างช่วยกันฝ่าฟันทุกอุปสรรคจนมาพบจื่อหานอีกคน และในที่สุดเครือข่ายซูเม่ยก็ก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของกลุ่มการค้าใต้ดินได้

“แต่นายหญิงอย่าลืมว่าคนที่นายหญิงแต่งงานด้วยคือท่านผู้พันหยาง หากนายหญิงยังคงให้มือเปื้อนเลือดต่อไปแล้วชีวิตคู่ของนายหญิงจะเป็นเช่นไรล่ะครับ ผมขอเตือนนายหญิงในฐานะพี่ชายคนหนึ่งที่หวังดีต่อน้องสาว”

ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ตู้หมิงไม่คิดจะตีตนเสมอนาย แต่ครั้งนี้เขาจำเป็นต้องทำ ครั้งแรกที่มือนายหญิงเปื้อนเลือด เวลานั้นอายุเพียงสิบสองปีเท่านั้น ท่าทางที่ดุดัน แววตาที่เย็นชา และทักษะการต่อสู้ที่ยากจะหาใครเปรียบ เขาล้วนเจอมาหมดแล้ว

ทว่าสิ่งที่เขายังคงเป็นกังวลคือเรื่องที่นายหญิงกำลังจะแต่งงาน และว่าที่นายท่านมีตำแหน่งเป็นถึงผู้พันหนุ่มอนาคตไกล !!

ชีวิตของทั้งสองมีแต่จะเป็นเส้นขนานกัน หากนายหญิงยังคงลงมือเองจนมือต้องเปื้อนเลือดอีกครั้ง เขากลัวว่าชีวิตคู่ของนายหญิงจะสะดุด และอาจถึงขั้นหย่าร้าง หากว่ากันในฐานะพี่ชายเขาก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แม้จะในฐานะลูกน้องคนสนิท เขาก็ยังอยากให้นายหญิงของตนมีชีวิตแต่งงานที่ราบรื่น

“พี่ตู้หมิง พี่คิดว่าฉันยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ ซึ่งตัวฉันเองก็ยังไม่รู้เลย แต่ด้วยนิสัยของฉัน ฉันไม่ยอมให้ใครมาเล่นงานโดยไม่คิดโต้กลับ ส่วนเรื่องแต่งงาน พี่ก็รู้ว่าฉันไม่ได้ยินยอม แต่เพราะพี่ใหญ่เคยช่วยเหลือชายผู้นั้นไว้จึงได้นำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อให้แต่งงานกับฉัน

และการที่เขายอมแต่งกับสาวชาวบ้านร่างกายอ่อนแอ ก็เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณพี่ใหญ่ที่ช่วยชีวิตเขาเท่านั้น เราทั้งสองต่างไม่มีความรักให้กันและกัน และฉันคงไม่รักคนทำงานที่คล้ายจะเป็นศัตรูกับงานตัวเองหรอกนะ แต่งไปก็ต้องหย่าอยู่ดี” หว่านซูฉีกล่าวออกมาตามความคิดของตนเอง

ไม่แน่ว่าตัวของผู้พันหยางนั้นอาจจะมีคนรักอยู่แล้วก็ได้ ซึ่งเธอไม่ต้องการแยกคู่ยวนยางของใคร ชีวิตนี้หว่านซูฉีไม่คิดจะแต่งงานกับใคร และไม่รู้ด้วยว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นมันคืออะไรกันแน่

ตู้หมิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนใจนายหญิงอายุน้อยของตนเองได้ เพราะทุกครั้งที่หว่านซูฉีตัดสินใจแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนใจเด็ดขาด

มือใหญ่และหยาบกร้านของชายหนุ่มยื่นซองบางอย่างให้กับหว่านซูฉี ในนั้นมีข้อมูลของว่าที่สามีของเจ้านายทุกอย่าง โดยที่เขาสืบหาข้อมูลเอง ทว่าสิ่งที่เขากังวลคือแม่เลี้ยงของผู้พันหยางและหลานสาวของเธอ

หว่านซูฉียื่นมือรับเอกสารซองนี้ ก่อนจะมองหน้าคนสนิทเชิงตั้งคำถาม

“นี่คือข้อมูลทุกอย่างที่ผมสืบเรื่องของผู้พันหยางและครอบครัวของเขาครับ เมื่อนายหญิงแต่งเข้าไปจะได้รู้ว่าควรทำอย่างไร”

หว่านซูฉีได้ยินอย่างนั้นจึงพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเปิดซองเอกสารและอ่านรายละเอียดด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-05-10 15:25:07
0
0
67
บทที่ 1 นายหญิงแห่งตลาดมืด
นายหญิงแห่งตลาดมืดหว่านซูฉีสตรีร่างบาง ใบหน้างามหยดย้อยในวัยสิบเจ็ดปี นั่งดูสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายภายในสำนักงานแห่งหนึ่ง โดยข้างกายของเธอนั้นมีชายรูปร่างกำยำยืนนิ่งไม่พูดไม่จา“เดือนนี้ยอดขายจากทางใต้มีไม่น้อยเลยนะ พี่ตู้หมิง” หญิงสาวผู้เป็นเจ้านายเอ่ยขึ้นมาอย่างพอใจเมื่อเห็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นลูกน้องคนสนิทได้แต่พยักหน้าตอบกลับ ใครจะคิดว่าเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดขวบในวันนั้นจะกลายเป็นนายหญิงซู ผู้ทรงอิทธิพลในเวลานี้ เวลาเพียงหกปี ทำให้เด็กน้อยในวันวานมีอำนาจได้ขนาดนี้ แม้แต่กองทัพยังต้องไว้หน้า“นายหญิงควรจะระวังตัวไว้หน่อยนะครับ เวลานี้มีหลายกลุ่มกำลังตามสืบเบื้องหลังโรงน้ำชาซูเม่ย ตัวผมยังพอหลบเลี่ยงได้ แต่นายหญิง...” ตู้หมิงชายวัยสามสิบปี จากคนไร้บ้านและไร้อนาคตกลายมาเป็นมือขวาคนสนิทของนายหญิงซู เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นกังวล เนื่องจากการค้าบางอย่างของนายหญิงเป็นที่จับตามอง “คงไม่พ้นพวกที่ต้องการผลประโยชน์นั่นล่ะ เรื่องนี้พี่ไม่ต้องเป็นกังวล จะมีใครคิดกันล่ะว่าหญิงสาวผู้อ่อนแอจากบ้านหว่านจะเป็นนายหญิงซู และนายหญิงซูจะเป็นเพียงหญิงสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี แล้วเรื่องกลุ่มการค้าของนายท่านเป๋อล่ะ
Read More
บทที่ 2 หว่านซูฉีผู้อ่อนแอ
หว่านซูฉีผู้อ่อนแอนายพลหยางเฟยคือบิดาของว่าที่สามีเธอ เขาแต่งงานใหม่หลังจากที่แม่ของหยางซีห่าวตายไป ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีลูกด้วยกัน เนื่องจากนายพลหยางประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีก แต่ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ นอกจากตัวของท่านนายพลและคนในตระกูลหยางทำให้แม่เลี้ยงอย่างเพ่ยจิงหลันต้องพาหลานสาวมาอยู่ด้วย เพราะต้องการให้หลานสาวแต่งกับลูกเลี้ยงของตน เนื่องจากรู้ดีว่าตนเองนั้นหมดหวังที่จะมีทายาทเพิ่มให้กับตระกูลหยางเพ่ยจีทำตัวไม่ต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่ ทั้ง ๆ ที่พื้นเพของเธอเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา โดยที่ตัวของเพ่ยจีเป็นลูกสาวของน้องชายเพ่ยจิงหลัน“น่าสนุกไม่น้อยนะ แต่งเข้าตระกูลหยางไปฉันคงไม่เหงาแล้วละ”หว่านซูฉียิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าสองคนนี้ไม่เข้ามาก้าวก่ายและวุ่นวายกับชีวิตเธอมากนัก ก็จะปล่อยให้อยู่อย่างสุขสบาย แต่ถ้าเมื่อไรที่ทั้งสองคนล้ำเส้นเข้ามา เธอจะทำให้อยู่ไม่สู้ตายเองแต่ถ้าสามีในอนาคตเกิดชอบพอกับหลานสาวแม่เลี้ยงขึ้นมาจริง ๆ เธอจะหาทางให้ทั้งสองได้ครองคู่กัน แถมด้วยใบหย่าและออกมาใช้ชีวิตกับครอบครัว ซึ่งเวลานี้เธอเหลือเพียงพี่ใหญ่และพี
Read More
บทที่ 3 ต้องการแย่งชิงวาสนา
ต้องการแย่งชิงวาสนา“ไปเก็บผักแค่นี้ใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวัน พอแต่งงานเข้าตระกูลหยางไปแล้ว หวังว่าแกจะไม่ทำให้บ้านหว่านขายขี้หน้าไปทั้งบ้านหรอกนะ”ย่าหว่านพูดด้วยอารมณ์โมโห หญิงชราผู้นี้ยังขุ่นเคืองไม่หาย ตอนแรกไม่รู้ว่าใครต้องการมาสู่ขอหลานสาวไร้ประโยชน์คนนี้ แต่พอรู้ว่าเป็นถึงตระกูลท่านนายพลเลยขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็นหว่านหมี่ลี่หลานสาวคนโปรด แต่ทว่าฝ่ายของท่านนายพลหยางไม่ยอมอีกทั้งหลานชายคนโตจากบ้านรองก็ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าสาว ทำให้หญิงชราผู้นี้ไม่พอใจหลานชายและหลานสาวจากบ้านรองยิ่งกว่าที่เคยเป็น“ฉะ…ฉันมัวแต่เก็บผักจนลืมดูเวลาค่ะย่า ฉันขอโทษค่ะ”หว่านซูฉีก้มหน้าก้มตาเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ท่าทางของเธอเวลานี้ไม่ต่างกับลูกกวางที่กำลังเผชิญหน้ากับหมาป่า“ไป ๆ ไปให้พ้นหน้าฉัน เห็นหน้าแกแล้วช่างเสียสายตานัก อย่าลืมไปให้อาหารไก่ด้วยล่ะ” ย่าหว่านพูดจบก็เดินเข้าบ้านทันที เธอแทบจะไม่สนใจหลานสาวคนนี้อีกเลยภายใต้ท่าทางหวาดกลัวและการก้มหน้าก้มตาของหญิงสาว เธอกลับซุกซ่อนสายตาที่ดุดันเอาไว้ เวลานี้หว่านซูฉีรอเพียงถึงวันที่เธอแต่งงานเท่านั้น เพราะทุกคนจะได้หลุดพ้นจากที่
Read More
บทที่ 4 แผนร้าย
แผนร้ายก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน บริเวณนี้มีบ้านไม่กี่หลังเท่านั้น และเพราะมีความเกี่ยวพันในฐานะเครือญาติ การที่หว่านซูฉีจะมาที่นี่และต่อให้ใครพบเห็นเข้าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ชายรูปร่างกำยำเดินออกมาเปิด เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงทำความเคารพเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูให้เข้ามาด้านใน“ครับนายหญิง” ท่าทางของชายหนุ่มคนนี้นอบน้อมไม่น้อยเนื่องจากรู้ตัวตนของหญิงสาวตรงหน้านี้ดี และเขาคือคนสนิทอีกคนที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านโดยปลอมตัวเป็นพรานป่า“จับตาดูปี้เจียวและหมี่ลี่ไว้ด้วยนะพี่จื่อหาน”“ครับนายหญิง”จื่อหานตอบรับ การที่นายหญิงสั่งให้จับตาป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องนั่นหมายความว่าสองคนนี้ย่อมมีแผนการร้าย เนื่องจากที่ผ่านมาเขาแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านมาสี่ห้าปี ไม่มีสักครั้งที่นายหญิงจะให้จับตามองคนบ้านหว่าน“อีกไม่นานพี่จื่อหานไม่ต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้แล้วนะ พี่ช่วยคุยกับพี่ใหญ่หน่อยสิว่าให้ไปสมัครงานที่สำนักงานนายหญิงซู และพี่ไปพักอาศัยอยู่ในบ้านของพี่ใหญ่ด้วย พี่ใหญ่และพี่สะใภ้จะได้ไม่แปลกใจเรื่องบ้านหลังนั้น”หว่านเหวินเปียวมีความคุ้นเคยกั
Read More
บทที่ 5 หยางซีห่าว
หยางซีห่าวทางด้านผู้พันหยาง หลังจากพบหน้าว่าที่ภรรยาแล้ว ชายหนุ่มจึงกลับมายังคฤหาสน์เพื่อทักทายผู้เป็นบิดา เดินเข้ามายังไม่ทันพ้นประตู กลับมีเสียงแหลมร้องเรียกด้วยความดีใจ และตั้งท่าจะเดินเข้ามาคล้องแขน แต่ทว่าซีห่าวเบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็ว การกระทำของชายหนุ่มทำให้เพ่ยจีหน้าเสียไม่น้อย“พี่กลับมาแล้ว คุณลุงเขยบ่นคิดถึงไม่หยุดเลยค่ะ” หญิงสาวปรับสีหน้ารวดเร็ว ก่อนจะจีบปากจีบคอพูดโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรหยางซีห่าวเลือกที่จะเดินหนี วันนี้เขาตั้งใจจะเข้ามาหาบิดาเพื่อพูดคุยเรื่องงานแต่งเท่านั้น โดยปกติหากไม่ไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ เขามักจะนอนในค่ายทหาร นาน ๆ ถึงจะกลับมานอนที่คฤหาสน์หลังนี้สักครั้งหยางซีห่าวคือบุตรชายคนเดียวของนายพลหยาง ชายหนุ่มเข้าเป็นทหารตอนอายุสิบหก เวลานั้นเขาเพิ่งจบมัธยมปลายและเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย แต่เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานั้น ทำให้เขาเลือกที่จะเรียนควบคู่กับการฝึกซ้อมทหารไปด้วยชายหนุ่มไต่เต้าขึ้นมาโดยใช้ความสามารถของตนเองจนมาถึงตำแหน่งผู้พันในปัจจุบัน ไม่มีการใช้เส้นสายของบิดาช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อยดังนั้นหลายตระกูลใหญ่ต่างก็อยากจะเกี่ยวดองกั
Read More
บทที่ 6 ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ
ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะวันเวลาล่วงเลยมาอีกสามวัน หว่านซูฉีก็ยังไม่มีความคืบหน้าของสองแม่ลูกอย่างปี้เจียวและหมี่ลี่ จื่อหานบอกเพียงว่าปี้เจียวส่งจดหมายถึงใครบางคนเท่านั้น ส่วนหว่านหมี่ลี่ใช้ชีวิตปกติ และเธอไม่ได้พบคนแปลกหน้าที่ไหนจื่อหานยังบอกอีกว่า วันสองวันนี้เขามักจะเห็นคนแปลกหน้าคอยแอบดูหว่านซูฉีอยู่เสมอ แต่กลับมีคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นอยู่กับผู้พันหยาง ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่านั่นคือคนของหยางซีห่าว“ท่านผู้พันน่าจะส่งคนมาดูแลความปลอดภัยให้นายหญิง หากเป็นเช่นนั้นจริง ผมคิดว่าท่านผู้พันคงไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องของงานแต่งงาน ไม่แน่ท่านอาจจะทราบแล้วว่าบ้านหว่านต้องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว” จื่อหานคาดคะเนถึงสาเหตุที่ผู้พันหยางส่งคนมาคอยดูนายหญิงของตน“หากคนพวกนั้นไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราก็ปล่อยไปเถอะ ส่วนเรื่องของหมี่ลี่ สามวันที่ผ่านมานี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ฉันว่ามันแปลกเกินไป และวันงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างสองแม่ลูกจะถอดใจ”“หรือว่าพวกนั้นติดต่อกันทางจดหมายครับนายหญิง” จื่อหานเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับเขาชะล่าใจเกินไป เลยมองข้ามจุดนี้หว่านซูฉีครุ่นคิดก
Read More
บทที่ 7 เก็บกวาดหลักฐานไม่ให้เหลือ
เก็บกวาดหลักฐานไม่ให้เหลือจื่อหานสะกดรอยตามมาจนเจอ เขาแอบซุ่มดูอยู่บนต้นไม้ว่านายหญิงของตนเองจะได้รับอันตรายหรือไม่ แต่เมื่อเห็นจำนวนของฝ่ายตรงข้ามก็คลายกังวล เนื่องจากรู้ดีว่านายหญิงซูนั้นเก่งกาจเรื่องการต่อสู้ทุกแขนงมากแค่ไหนทว่าสิ่งที่เขากังวลใจกลับเป็นท่านผู้พันหยางเสียมากกว่า คราวนี้ท่านผู้พันคงรู้แล้วว่าเจ้าสาวของตนเองไม่ใช่คนอ่อนแอหรือขี้ขลาดอย่างที่เห็นและได้ข่าวมา“รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ช่าง แต่วันนี้เธอไม่มีทางหลุดรอดไปจากมือของพวกเราแน่” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างย่ามใจ“มันต้องดูต่อว่าพวกพี่ชายสามารถรักษาลมหายใจของตนเองได้หรือไม่ เพราะฉันไม่เคยใจดีกับคนที่คิดร้ายหรือจ้องทำลายฉัน จำไว้ !!” ประโยคสุดท้ายช่างเย็นชายิ่งนักหว่านซูฉีไม่คิดจะรีรออะไรอีก เพราะมันจะเสียเวลา และไม่มีใครรู้ว่าหว่านซูฉีเอามีดมาจากไหน กว่าที่กลุ่มชายจะฉกรรจ์รู้ตัวอีกที ก็เมื่อมีดที่แหลมคมปาดเข้าที่คอพวกเขาแล้วการกระทำของหว่านซูฉีเป็นไปอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ไม่นานชายทั้งห้าก็ล้มลง เอามือกุมลำคอตนเองพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หายไป“ถ้าอยากรอด ช่วยบอกฉันได้ไหมว่าใครสั่งมา” หว่านซูฉีเวลานี้ไม่ต่างจากยมทูตท
Read More
บทที่ 8 ขอแยกบ้าน
ขอแยกบ้านทางด้านหว่านหมี่ลี่ หลังจากที่แกล้งวิ่งออกมาด้วยความกลัว เธอก็รีบขึ้นเกวียนเพื่อกลับเข้าหมู่บ้านทันที“เป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนหรือไม่” ปี้เจียวเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกสาว“ค่ะแม่ แต่เรื่องนี้เราจะไม่บอกย่าจริงหรือคะ” หว่านหมี่ลี่ตอบกลับก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ตนเองกังวล“อืม เรื่องนี้เราต้องเก็บเป็นความลับ หากย่าแกถามก็บอกเพียงว่าพลัดหลงกันก็พอ”ปี้เจียวไม่ต้องการให้แม่สามีรู้เรื่องนี้ ต่อให้แม่สามีจะไม่ชอบหลานบ้านรอง แต่นางก็ยังเป็นสายเลือดของลูกชายที่ตายไป และถ้าเธอบอกว่าขายนางให้กับพวกใต้ดินแล้ว ไม่แน่เธออาจจะถูกจับเข้าคุกและถูกหย่าพร้อมกับส่งกลับบ้านเดิม ปี้เจียวจึงไม่อยากเสี่ยงกับความรู้สึกของแม่สามีตอนนี้“ละ…แล้ว...”“แกไม่ต้องพูดอะไรต่อ เงินที่ได้จากการขายนังซูฉีมากถึงสามร้อยหยวน แกไปหาร้านตัดชุดดี ๆ ตัดชุดแต่งงานเตรียมไว้ได้เลย อย่างไรเจ้าสาวของผู้พันหยางต้องเป็นลูกคนสวยของฉันเท่านั้น”ปี้เจียววาดฝันว่าวันแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ย่อมเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจากลูกสาวของเธอ“จริงหรือคะแม่ ฉันตัดชุดแต่งงานสวย ๆ ได้ใช่ไหม” เมื่อได้ยินผู้เป็นแม่พูดถึงเร
Read More
บทที่ 9 ปะทะคารมตลอดทาง  
ปะทะคารมตลอดทาง ด้านของหว่านซูฉีและผู้พันหยาง สองคนนั่งรถยนต์ไปด้วยกันโดยมีผู้พันหยางเป็นคนขับรถยนต์คันนี้แล่นเข้าสู่เมืองใหญ่ และจุดหมายคือห้างสรรพสินค้าของรัฐหว่านซูฉีนั่งเงียบพร้อมกับเหม่อมองไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดไม่จา จนซีห่าวเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนน่าอึดอัดนี้ “ฉีเอ๋อร์หิวหรือยัง จะแวะหาอะไรกินก่อนไหม"“พี่ซีห่าวหิวแล้วหรือคะ” หญิงสาวละสายตาจากข้างทางหันมาพูดกับชายหนุ่ม แม้จะไม่อยากเรียกพี่ก็ตาม“ยังครับ ฉีเอ๋อร์ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมเรื่องแต่งงานของเรา” ดูคล้ายจะเป็นการถามลองเชิงและลองใจของหว่านซูฉีว่าเธอจะตอบอย่างไร“ถ้าฉันบอกว่าไม่เต็มใจ คุณจะยกเลิกงานแต่งหรือไม่ล่ะท่านผู้พัน”คราวนี้หว่านซูฉีไม่มีท่าทีอ่อนแอหรือหวาดกลัวใด ๆ ในสายตาอีก เพราะเธอยังไม่ต้องการแต่งงาน และไม่อยากใช้ชีวิตกับชายคนไหนนอกจากครอบครัวของเธอ หยางซีห่าวกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะหมดความอดทนได้เร็วขนาดนี้“ปิดบังตัวตนกับครอบครัวตั้งหลายปี ทำไมกับผมแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงกลับหมดความอดทนเสียล่ะครับ แบบนี้ก็หมดสนุกน่ะสิ” จากชายหนุ่มผู้เย็นชาต่อหญิงสาวที่เข้าใกล้ วันนี้หยางซีห่าว
Read More
บทที่ 10 ลองชุดแต่งงาน
ลองชุดแต่งงานหลังจากพนักงานเดินจากไป หว่านซูฉีมองค้อนชายหนุ่มอีกครั้ง“ฝึกการต่อสู้แบบนั้นมาจากไหน”“พี่จื่อหานสอนให้ค่ะ” หว่านซูฉีเลือกที่จะตอบว่าจื่อหานสอนให้ แทนหว่านเหวินเปียวผู้เป็นพี่ชายหยางซีห่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย ใครกันนะสอนการต่อสู้ได้เฉียบขาดเช่นนี้ หากได้มาเป็นทหารคงดีไม่น้อยพอเห็นว่าอีกฝ่ายดูสนใจจึงอธิบายว่า ชายที่เธอพูดถึงนั้นเป็นใคร“พี่จื่อหานเคยเป็นทหารเก่า แต่เพราะมีปัญหากับทางบ้าน เลยลาออกจากราชการพาน้องสาวมาอยู่ในหมู่บ้านค่ะ และน้องสาวของพี่จื่อหานคือพี่สะใภ้ฉันเอง ฉันมีเนื้อกินก็เพราะพี่จื่อหานนี่แหละ แต่หลังจากฉันแต่งงานกับคุณ...” เมื่อเห็นสายตาคมเข้มมองมาอย่างตำหนิ เธอจึงเปลี่ยนคำพูดอีกครั้ง “หลังจากที่ฉันแต่งงานกับพี่แล้ว พี่จื่อหานคงย้ายออกมาจากหมู่บ้าน และชวนพี่ใหญ่และพี่สะใภ้มาด้วย แต่ไม่รู้ว่าบ้านหว่านจะยอมหรือไม่”คิดถึงเรื่องนี้หว่านซูฉีมีแววตากังวลเล็กน้อย หากเรื่องที่เธอให้พี่จื่อหานไปจัดการไม่เป็นผล คงต้องขอความช่วยเหลือจากคนตรงหน้าแทน เนื่องจากเวลากระชั้นชิดเข้ามาแล้ว หากบ้านหว่านไม่ยอมให้แยกบ้านคงแย่หยางซีห่าวดูคล้ายจะเข้าใจในสิ่งที่หว่านซูฉีพูด เขา
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status