หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70

หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-03
Oleh:  sanvittayamOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
67Bab
1.4KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อมาเฟียสุดโหดต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหว่านซูฉี หญิงสาวอ่อนแอและขี้โรค อีกทั้งยังต้องแต่งงานกับผู้พันหนุ่มอนาคตไกล จะทำอย่างไรดีในเมื่อเธอมีความลับที่ซุกซ่อนอยู่

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 นายหญิงแห่งตลาดมืด

妊娠6ヶ月の時、妹が交通事故に遭い、至急輸血が必要になった。

検査の結果、条件に合う血液型は私しかいなかった。

しかし、私はすでに酷いつわりで心身ともに疲弊し、痩せ細っていたため、断るしかなかった。

それなのに、家族は私を無理やり献血室へと連行した。

大きなお腹を抱えた私には抵抗する力もなく、夫に助けを求めるしかなかった。

ところが、彼は冷たい目で見ているだけだった。

「どうせお前は健康なんだから、少し血を抜かれたって問題ないだろう。凛音は違う。将来有望なんだ、彼女の邪魔をするな」

処置後、私は献血室で気を失った。意識を取り戻して最初にやったことは、中絶手術の予約を入れることだった。

……

「橘さん、本当にこの子を中絶するのですか?柊さんの状態はご存知でしょう。もしこの子を堕ろしてしまえば、彼は今後二度と子供を授かることは難しいかもしれません。一度中絶手術をしてしまえば、もう取り返しがつきませんよ!」

医師は信じられないといった顔で私を見つめ、柊悠真(ひいらぎ ゆうま)の健康診断の報告書を取り出した。

「橘さんが今回、柊さんの子供を無事に妊娠できたこと自体、すでに医学的な奇跡と言っても過言ではありません。私としてはやはり……」

「結構です。堕ろしてください」

私、橘結衣(たちばな ゆい)は落ち着いた表情で医師の言葉を遮った。

誰もこの子を気にかけてくれないのに、どうして私がリスクを冒してまで産み、この子に辛い思いをさせなければならないのだろうか。

中絶手術の予約を済ませ、私は悠真の私邸へと戻った。

彼はちょうどキッチンから出てきたところで、手には弁当箱を持っていた。

私がフラフラになりながら帰ってきたのを見ても、彼の手が止まることはなく、ただ一言指示を出してきた。

「鍋に滋養強壮の鶏がらスープを残してある。夜ご飯の時にちゃんと飲めよ。さっき血をたくさん抜いたんだから、しっかり栄養を補給しないとな」

彼が出かけようとしているのを見て、私は無意識に尋ねた。

「あなたは?どこへ行くの?」

悠真はすぐに眉をひそめ、不機嫌そうな顔をした。

「病院に決まってるだろ。凛音がこんな大事故に遭ったんだ、世話をする人間が必要だ。お前だけだぞ、自分には関係ないって顔をしているのは!」

そう言うと、彼はひどく嫌悪感に満ちた目で私を見た。

「血を少し提供しろと言っただけでグズグズしやがって。どうしてそこまで冷酷になれるのか理解できないよ。自分の実の妹すら助けようとしないなんて!」

その瞬間、自分の心が粉々に砕け散る音が聞こえた気がした。

私は歯を食いしばって、悠真を睨みつけた。

「私が冷酷ですって?じゃあ、私は誰のためにこんな思いをしてるの?この子を妊娠していなかったら、献血を拒んだりするもんですか!」

私が子供を理由にしたのを聞いて、悠真はツカツカと私の目の前に歩み寄り、凶暴な目で私を見下ろした。

「今更子供を言い訳にするつもりか?ただ献血しろと言っただけだ、命を取るわけじゃない!自分をどれだけお高くとまってるんだ?少し血を抜かれたくらいで流産でもするとでも?」

自分の夫の口からそんな言葉が出てくるなんて、到底信じられなかった。

私は呆然と彼を見つめ、全身の力が抜けたように小さな声で言った。

「じゃあ、私がもう六ヶ月もまともにご飯を食べられていないことを知ってるの?そうじゃなきゃ、どうして献血室で倒れたりするの?」

一瞬だけ、悠真の瞳の奥に罪悪感がよぎった。

しかし、その罪悪感はすぐに怒りと憎悪に塗り替えられた。彼は手を伸ばし、私の顎を強く掴んだ。

「妊娠したからって一日中騒ぎ立てやがって。お前が無理やり病院に胎児の栄養検査に連れて行けなんて言わなければ、凛音が交通事故に遭うこともなかったんだ!

お前がすべての元凶だ!」

顎は悠真に強く握られて赤くなり、青紫色の痣になっていた。

私はようやく理解した。彼の心の中では、すべての出来事が私のせいになっているのだと。私が妹に借りがあるのだと思い込んでいるのだ。

でも、悠真の妻は私であり、彼の子を身籠っているのも私だ。

それなのに彼は、私と一緒に病院の検査に行くことよりも、橘凛音(たちば りんね)と買い物に行くことを選んだ。

私はふと失笑を漏らした。

しかし、その笑いは悠真の目には彼の威厳に対する反逆のように映ったらしい。

彼は私の頬を平手打ちし、露骨な嫌悪感を顔に浮かべた。

「お前のせいで凛音は入院してるっていうのに、よくヘラヘラ笑えるな。結衣、お前がここまで性悪だとは思わなかったよ。本当に吐き気がする」

そう言い捨てると、悠真は怒りに任せて別荘を出て行った。

私はゆっくりと顔を上げ、手を伸ばして血が滲む口角を拭った。

構わない。すぐに彼にも、心が砕け散る痛みがどんなものか教えてあげる。

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-05-10 15:25:07
0
0
67 Bab
บทที่ 1 นายหญิงแห่งตลาดมืด
นายหญิงแห่งตลาดมืดหว่านซูฉีสตรีร่างบาง ใบหน้างามหยดย้อยในวัยสิบเจ็ดปี นั่งดูสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายภายในสำนักงานแห่งหนึ่ง โดยข้างกายของเธอนั้นมีชายรูปร่างกำยำยืนนิ่งไม่พูดไม่จา“เดือนนี้ยอดขายจากทางใต้มีไม่น้อยเลยนะ พี่ตู้หมิง” หญิงสาวผู้เป็นเจ้านายเอ่ยขึ้นมาอย่างพอใจเมื่อเห็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นลูกน้องคนสนิทได้แต่พยักหน้าตอบกลับ ใครจะคิดว่าเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดขวบในวันนั้นจะกลายเป็นนายหญิงซู ผู้ทรงอิทธิพลในเวลานี้ เวลาเพียงหกปี ทำให้เด็กน้อยในวันวานมีอำนาจได้ขนาดนี้ แม้แต่กองทัพยังต้องไว้หน้า“นายหญิงควรจะระวังตัวไว้หน่อยนะครับ เวลานี้มีหลายกลุ่มกำลังตามสืบเบื้องหลังโรงน้ำชาซูเม่ย ตัวผมยังพอหลบเลี่ยงได้ แต่นายหญิง...” ตู้หมิงชายวัยสามสิบปี จากคนไร้บ้านและไร้อนาคตกลายมาเป็นมือขวาคนสนิทของนายหญิงซู เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นกังวล เนื่องจากการค้าบางอย่างของนายหญิงเป็นที่จับตามอง “คงไม่พ้นพวกที่ต้องการผลประโยชน์นั่นล่ะ เรื่องนี้พี่ไม่ต้องเป็นกังวล จะมีใครคิดกันล่ะว่าหญิงสาวผู้อ่อนแอจากบ้านหว่านจะเป็นนายหญิงซู และนายหญิงซูจะเป็นเพียงหญิงสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี แล้วเรื่องกลุ่มการค้าของนายท่านเป๋อล่ะ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 หว่านซูฉีผู้อ่อนแอ
หว่านซูฉีผู้อ่อนแอนายพลหยางเฟยคือบิดาของว่าที่สามีเธอ เขาแต่งงานใหม่หลังจากที่แม่ของหยางซีห่าวตายไป ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีลูกด้วยกัน เนื่องจากนายพลหยางประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีก แต่ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ นอกจากตัวของท่านนายพลและคนในตระกูลหยางทำให้แม่เลี้ยงอย่างเพ่ยจิงหลันต้องพาหลานสาวมาอยู่ด้วย เพราะต้องการให้หลานสาวแต่งกับลูกเลี้ยงของตน เนื่องจากรู้ดีว่าตนเองนั้นหมดหวังที่จะมีทายาทเพิ่มให้กับตระกูลหยางเพ่ยจีทำตัวไม่ต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่ ทั้ง ๆ ที่พื้นเพของเธอเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา โดยที่ตัวของเพ่ยจีเป็นลูกสาวของน้องชายเพ่ยจิงหลัน“น่าสนุกไม่น้อยนะ แต่งเข้าตระกูลหยางไปฉันคงไม่เหงาแล้วละ”หว่านซูฉียิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าสองคนนี้ไม่เข้ามาก้าวก่ายและวุ่นวายกับชีวิตเธอมากนัก ก็จะปล่อยให้อยู่อย่างสุขสบาย แต่ถ้าเมื่อไรที่ทั้งสองคนล้ำเส้นเข้ามา เธอจะทำให้อยู่ไม่สู้ตายเองแต่ถ้าสามีในอนาคตเกิดชอบพอกับหลานสาวแม่เลี้ยงขึ้นมาจริง ๆ เธอจะหาทางให้ทั้งสองได้ครองคู่กัน แถมด้วยใบหย่าและออกมาใช้ชีวิตกับครอบครัว ซึ่งเวลานี้เธอเหลือเพียงพี่ใหญ่และพี
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ต้องการแย่งชิงวาสนา
ต้องการแย่งชิงวาสนา“ไปเก็บผักแค่นี้ใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวัน พอแต่งงานเข้าตระกูลหยางไปแล้ว หวังว่าแกจะไม่ทำให้บ้านหว่านขายขี้หน้าไปทั้งบ้านหรอกนะ”ย่าหว่านพูดด้วยอารมณ์โมโห หญิงชราผู้นี้ยังขุ่นเคืองไม่หาย ตอนแรกไม่รู้ว่าใครต้องการมาสู่ขอหลานสาวไร้ประโยชน์คนนี้ แต่พอรู้ว่าเป็นถึงตระกูลท่านนายพลเลยขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็นหว่านหมี่ลี่หลานสาวคนโปรด แต่ทว่าฝ่ายของท่านนายพลหยางไม่ยอมอีกทั้งหลานชายคนโตจากบ้านรองก็ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าสาว ทำให้หญิงชราผู้นี้ไม่พอใจหลานชายและหลานสาวจากบ้านรองยิ่งกว่าที่เคยเป็น“ฉะ…ฉันมัวแต่เก็บผักจนลืมดูเวลาค่ะย่า ฉันขอโทษค่ะ”หว่านซูฉีก้มหน้าก้มตาเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ท่าทางของเธอเวลานี้ไม่ต่างกับลูกกวางที่กำลังเผชิญหน้ากับหมาป่า“ไป ๆ ไปให้พ้นหน้าฉัน เห็นหน้าแกแล้วช่างเสียสายตานัก อย่าลืมไปให้อาหารไก่ด้วยล่ะ” ย่าหว่านพูดจบก็เดินเข้าบ้านทันที เธอแทบจะไม่สนใจหลานสาวคนนี้อีกเลยภายใต้ท่าทางหวาดกลัวและการก้มหน้าก้มตาของหญิงสาว เธอกลับซุกซ่อนสายตาที่ดุดันเอาไว้ เวลานี้หว่านซูฉีรอเพียงถึงวันที่เธอแต่งงานเท่านั้น เพราะทุกคนจะได้หลุดพ้นจากที่
Baca selengkapnya
บทที่ 4 แผนร้าย
แผนร้ายก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน บริเวณนี้มีบ้านไม่กี่หลังเท่านั้น และเพราะมีความเกี่ยวพันในฐานะเครือญาติ การที่หว่านซูฉีจะมาที่นี่และต่อให้ใครพบเห็นเข้าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ชายรูปร่างกำยำเดินออกมาเปิด เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงทำความเคารพเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูให้เข้ามาด้านใน“ครับนายหญิง” ท่าทางของชายหนุ่มคนนี้นอบน้อมไม่น้อยเนื่องจากรู้ตัวตนของหญิงสาวตรงหน้านี้ดี และเขาคือคนสนิทอีกคนที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านโดยปลอมตัวเป็นพรานป่า“จับตาดูปี้เจียวและหมี่ลี่ไว้ด้วยนะพี่จื่อหาน”“ครับนายหญิง”จื่อหานตอบรับ การที่นายหญิงสั่งให้จับตาป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องนั่นหมายความว่าสองคนนี้ย่อมมีแผนการร้าย เนื่องจากที่ผ่านมาเขาแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านมาสี่ห้าปี ไม่มีสักครั้งที่นายหญิงจะให้จับตามองคนบ้านหว่าน“อีกไม่นานพี่จื่อหานไม่ต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้แล้วนะ พี่ช่วยคุยกับพี่ใหญ่หน่อยสิว่าให้ไปสมัครงานที่สำนักงานนายหญิงซู และพี่ไปพักอาศัยอยู่ในบ้านของพี่ใหญ่ด้วย พี่ใหญ่และพี่สะใภ้จะได้ไม่แปลกใจเรื่องบ้านหลังนั้น”หว่านเหวินเปียวมีความคุ้นเคยกั
Baca selengkapnya
บทที่ 5 หยางซีห่าว
หยางซีห่าวทางด้านผู้พันหยาง หลังจากพบหน้าว่าที่ภรรยาแล้ว ชายหนุ่มจึงกลับมายังคฤหาสน์เพื่อทักทายผู้เป็นบิดา เดินเข้ามายังไม่ทันพ้นประตู กลับมีเสียงแหลมร้องเรียกด้วยความดีใจ และตั้งท่าจะเดินเข้ามาคล้องแขน แต่ทว่าซีห่าวเบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็ว การกระทำของชายหนุ่มทำให้เพ่ยจีหน้าเสียไม่น้อย“พี่กลับมาแล้ว คุณลุงเขยบ่นคิดถึงไม่หยุดเลยค่ะ” หญิงสาวปรับสีหน้ารวดเร็ว ก่อนจะจีบปากจีบคอพูดโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรหยางซีห่าวเลือกที่จะเดินหนี วันนี้เขาตั้งใจจะเข้ามาหาบิดาเพื่อพูดคุยเรื่องงานแต่งเท่านั้น โดยปกติหากไม่ไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ เขามักจะนอนในค่ายทหาร นาน ๆ ถึงจะกลับมานอนที่คฤหาสน์หลังนี้สักครั้งหยางซีห่าวคือบุตรชายคนเดียวของนายพลหยาง ชายหนุ่มเข้าเป็นทหารตอนอายุสิบหก เวลานั้นเขาเพิ่งจบมัธยมปลายและเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย แต่เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานั้น ทำให้เขาเลือกที่จะเรียนควบคู่กับการฝึกซ้อมทหารไปด้วยชายหนุ่มไต่เต้าขึ้นมาโดยใช้ความสามารถของตนเองจนมาถึงตำแหน่งผู้พันในปัจจุบัน ไม่มีการใช้เส้นสายของบิดาช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อยดังนั้นหลายตระกูลใหญ่ต่างก็อยากจะเกี่ยวดองกั
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ
ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะวันเวลาล่วงเลยมาอีกสามวัน หว่านซูฉีก็ยังไม่มีความคืบหน้าของสองแม่ลูกอย่างปี้เจียวและหมี่ลี่ จื่อหานบอกเพียงว่าปี้เจียวส่งจดหมายถึงใครบางคนเท่านั้น ส่วนหว่านหมี่ลี่ใช้ชีวิตปกติ และเธอไม่ได้พบคนแปลกหน้าที่ไหนจื่อหานยังบอกอีกว่า วันสองวันนี้เขามักจะเห็นคนแปลกหน้าคอยแอบดูหว่านซูฉีอยู่เสมอ แต่กลับมีคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นอยู่กับผู้พันหยาง ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่านั่นคือคนของหยางซีห่าว“ท่านผู้พันน่าจะส่งคนมาดูแลความปลอดภัยให้นายหญิง หากเป็นเช่นนั้นจริง ผมคิดว่าท่านผู้พันคงไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องของงานแต่งงาน ไม่แน่ท่านอาจจะทราบแล้วว่าบ้านหว่านต้องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว” จื่อหานคาดคะเนถึงสาเหตุที่ผู้พันหยางส่งคนมาคอยดูนายหญิงของตน“หากคนพวกนั้นไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราก็ปล่อยไปเถอะ ส่วนเรื่องของหมี่ลี่ สามวันที่ผ่านมานี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ฉันว่ามันแปลกเกินไป และวันงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างสองแม่ลูกจะถอดใจ”“หรือว่าพวกนั้นติดต่อกันทางจดหมายครับนายหญิง” จื่อหานเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับเขาชะล่าใจเกินไป เลยมองข้ามจุดนี้หว่านซูฉีครุ่นคิดก
Baca selengkapnya
บทที่ 7 เก็บกวาดหลักฐานไม่ให้เหลือ
เก็บกวาดหลักฐานไม่ให้เหลือจื่อหานสะกดรอยตามมาจนเจอ เขาแอบซุ่มดูอยู่บนต้นไม้ว่านายหญิงของตนเองจะได้รับอันตรายหรือไม่ แต่เมื่อเห็นจำนวนของฝ่ายตรงข้ามก็คลายกังวล เนื่องจากรู้ดีว่านายหญิงซูนั้นเก่งกาจเรื่องการต่อสู้ทุกแขนงมากแค่ไหนทว่าสิ่งที่เขากังวลใจกลับเป็นท่านผู้พันหยางเสียมากกว่า คราวนี้ท่านผู้พันคงรู้แล้วว่าเจ้าสาวของตนเองไม่ใช่คนอ่อนแอหรือขี้ขลาดอย่างที่เห็นและได้ข่าวมา“รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ช่าง แต่วันนี้เธอไม่มีทางหลุดรอดไปจากมือของพวกเราแน่” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างย่ามใจ“มันต้องดูต่อว่าพวกพี่ชายสามารถรักษาลมหายใจของตนเองได้หรือไม่ เพราะฉันไม่เคยใจดีกับคนที่คิดร้ายหรือจ้องทำลายฉัน จำไว้ !!” ประโยคสุดท้ายช่างเย็นชายิ่งนักหว่านซูฉีไม่คิดจะรีรออะไรอีก เพราะมันจะเสียเวลา และไม่มีใครรู้ว่าหว่านซูฉีเอามีดมาจากไหน กว่าที่กลุ่มชายจะฉกรรจ์รู้ตัวอีกที ก็เมื่อมีดที่แหลมคมปาดเข้าที่คอพวกเขาแล้วการกระทำของหว่านซูฉีเป็นไปอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ไม่นานชายทั้งห้าก็ล้มลง เอามือกุมลำคอตนเองพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หายไป“ถ้าอยากรอด ช่วยบอกฉันได้ไหมว่าใครสั่งมา” หว่านซูฉีเวลานี้ไม่ต่างจากยมทูตท
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ขอแยกบ้าน
ขอแยกบ้านทางด้านหว่านหมี่ลี่ หลังจากที่แกล้งวิ่งออกมาด้วยความกลัว เธอก็รีบขึ้นเกวียนเพื่อกลับเข้าหมู่บ้านทันที“เป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนหรือไม่” ปี้เจียวเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกสาว“ค่ะแม่ แต่เรื่องนี้เราจะไม่บอกย่าจริงหรือคะ” หว่านหมี่ลี่ตอบกลับก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ตนเองกังวล“อืม เรื่องนี้เราต้องเก็บเป็นความลับ หากย่าแกถามก็บอกเพียงว่าพลัดหลงกันก็พอ”ปี้เจียวไม่ต้องการให้แม่สามีรู้เรื่องนี้ ต่อให้แม่สามีจะไม่ชอบหลานบ้านรอง แต่นางก็ยังเป็นสายเลือดของลูกชายที่ตายไป และถ้าเธอบอกว่าขายนางให้กับพวกใต้ดินแล้ว ไม่แน่เธออาจจะถูกจับเข้าคุกและถูกหย่าพร้อมกับส่งกลับบ้านเดิม ปี้เจียวจึงไม่อยากเสี่ยงกับความรู้สึกของแม่สามีตอนนี้“ละ…แล้ว...”“แกไม่ต้องพูดอะไรต่อ เงินที่ได้จากการขายนังซูฉีมากถึงสามร้อยหยวน แกไปหาร้านตัดชุดดี ๆ ตัดชุดแต่งงานเตรียมไว้ได้เลย อย่างไรเจ้าสาวของผู้พันหยางต้องเป็นลูกคนสวยของฉันเท่านั้น”ปี้เจียววาดฝันว่าวันแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ย่อมเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจากลูกสาวของเธอ“จริงหรือคะแม่ ฉันตัดชุดแต่งงานสวย ๆ ได้ใช่ไหม” เมื่อได้ยินผู้เป็นแม่พูดถึงเร
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ปะทะคารมตลอดทาง  
ปะทะคารมตลอดทาง ด้านของหว่านซูฉีและผู้พันหยาง สองคนนั่งรถยนต์ไปด้วยกันโดยมีผู้พันหยางเป็นคนขับรถยนต์คันนี้แล่นเข้าสู่เมืองใหญ่ และจุดหมายคือห้างสรรพสินค้าของรัฐหว่านซูฉีนั่งเงียบพร้อมกับเหม่อมองไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดไม่จา จนซีห่าวเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนน่าอึดอัดนี้ “ฉีเอ๋อร์หิวหรือยัง จะแวะหาอะไรกินก่อนไหม"“พี่ซีห่าวหิวแล้วหรือคะ” หญิงสาวละสายตาจากข้างทางหันมาพูดกับชายหนุ่ม แม้จะไม่อยากเรียกพี่ก็ตาม“ยังครับ ฉีเอ๋อร์ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมเรื่องแต่งงานของเรา” ดูคล้ายจะเป็นการถามลองเชิงและลองใจของหว่านซูฉีว่าเธอจะตอบอย่างไร“ถ้าฉันบอกว่าไม่เต็มใจ คุณจะยกเลิกงานแต่งหรือไม่ล่ะท่านผู้พัน”คราวนี้หว่านซูฉีไม่มีท่าทีอ่อนแอหรือหวาดกลัวใด ๆ ในสายตาอีก เพราะเธอยังไม่ต้องการแต่งงาน และไม่อยากใช้ชีวิตกับชายคนไหนนอกจากครอบครัวของเธอ หยางซีห่าวกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะหมดความอดทนได้เร็วขนาดนี้“ปิดบังตัวตนกับครอบครัวตั้งหลายปี ทำไมกับผมแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงกลับหมดความอดทนเสียล่ะครับ แบบนี้ก็หมดสนุกน่ะสิ” จากชายหนุ่มผู้เย็นชาต่อหญิงสาวที่เข้าใกล้ วันนี้หยางซีห่าว
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ลองชุดแต่งงาน
ลองชุดแต่งงานหลังจากพนักงานเดินจากไป หว่านซูฉีมองค้อนชายหนุ่มอีกครั้ง“ฝึกการต่อสู้แบบนั้นมาจากไหน”“พี่จื่อหานสอนให้ค่ะ” หว่านซูฉีเลือกที่จะตอบว่าจื่อหานสอนให้ แทนหว่านเหวินเปียวผู้เป็นพี่ชายหยางซีห่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย ใครกันนะสอนการต่อสู้ได้เฉียบขาดเช่นนี้ หากได้มาเป็นทหารคงดีไม่น้อยพอเห็นว่าอีกฝ่ายดูสนใจจึงอธิบายว่า ชายที่เธอพูดถึงนั้นเป็นใคร“พี่จื่อหานเคยเป็นทหารเก่า แต่เพราะมีปัญหากับทางบ้าน เลยลาออกจากราชการพาน้องสาวมาอยู่ในหมู่บ้านค่ะ และน้องสาวของพี่จื่อหานคือพี่สะใภ้ฉันเอง ฉันมีเนื้อกินก็เพราะพี่จื่อหานนี่แหละ แต่หลังจากฉันแต่งงานกับคุณ...” เมื่อเห็นสายตาคมเข้มมองมาอย่างตำหนิ เธอจึงเปลี่ยนคำพูดอีกครั้ง “หลังจากที่ฉันแต่งงานกับพี่แล้ว พี่จื่อหานคงย้ายออกมาจากหมู่บ้าน และชวนพี่ใหญ่และพี่สะใภ้มาด้วย แต่ไม่รู้ว่าบ้านหว่านจะยอมหรือไม่”คิดถึงเรื่องนี้หว่านซูฉีมีแววตากังวลเล็กน้อย หากเรื่องที่เธอให้พี่จื่อหานไปจัดการไม่เป็นผล คงต้องขอความช่วยเหลือจากคนตรงหน้าแทน เนื่องจากเวลากระชั้นชิดเข้ามาแล้ว หากบ้านหว่านไม่ยอมให้แยกบ้านคงแย่หยางซีห่าวดูคล้ายจะเข้าใจในสิ่งที่หว่านซูฉีพูด เขา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status