Masuk"มีเรื่องอะไรที่พิมต้องรู้หรือเปล่าคะ" เธอถามคนทั้งสองเมื่อเห็นว่าบทสนทนานั้นกำลังพูดถึงตัวเองอยู่
"พิมครับ พี่แนะนำให้พิมรู้จักนะ นี่พี่กร พี่ชายของพี่เอง พี่กรครับนี่พิมโรสภรรยาของผมครับ" เมืองเหนือแนะนำให้คนทั้งสองได้รู้จักกันแล้วหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ขมวดคิ้วนิดหน่อย นั้นเพราะว่าที่เธอรู้จักครอบครัวของสามีมา เมืองเหนือมีพี่น้องแค่สองคนเท่านั้น นั่นคือเมืองหนาวและเมืองน่าน แต่คนที่ชื่อกรนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลย อีกทั้งในวันแต่งงานก็ไม่เคยเห็นมาปรากฏตัวอยู่
"พี่ชาย...แท้ ๆ เหรอคะ" หญิงสาวถามย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ไม่เข้าใจแต่นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นชักสีหน้าใส่เล็กน้อยแสดงความไม่พอใจที่น้องสะใภ้มาถามคำถามอะไรแบบนี้อย่างไม่มีมรรยาท ทั้งที่เขาก็รู้ดีว่าคนบ้านนี้ไม่ค่อยต้อนรับเขาเท่าไรแต่ก็ไม่ควรพูดสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมดก็ได้
"พี่กรเป็นพี่ชายคนละแม่กับพวกพี่ครับ แต่ก็เป็นลูกของคุณพ่อเหมือนกัน" เมืองเหนือที่เห็นบรรยากาศไม่ค่อยดีแล้วจึงได้อธิบายให้กับภรรยาได้เข้าใจเพราะกลัวว่าพี่ชายของเขาจะไม่สบายใจไปมากกว่านี้
กรเป็นลูกชายคนโตของเจ้าสัวชัยยะก่อนที่จะหย่าจากภรรยาเก่าเธอก็ขอเอาลูกมาเลี้ยงและขอเงินเลี้ยงดูเป็นรายเดือนซึ่งเจ้าสัวชัยยะก็ส่งเสียสองแม่ลูกนั้นเป็นอย่างดีไม่เคยให้อดอยากหรือลำบากอะไร จนกระทั่งกรเรียบจบมัธยมมารดาของเขาก็เสียชีวิตจึงได้คิดกลับมาขอพึ่งใบบุญของคนเป็นพ่อ ทว่าตอนนั้นเจ้าสัวชัยยะก็แต่งงานใหม่และมีลูกชายถึงสามคนจึงไม่สะดวกให้กรมาอยู่ที่บ้านในฐานะลูกชายคนโตได้
สุดท้ายด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเขาก็ใช้ชีวิตอย่างไม่มีจุดหมายอยู่ไปวัน ๆ แถมยังมีเรื่องไม่เว้นแต่ละวันจนเดือดร้อนมาถึงเมืองเหนืออย่างเช่นตอนนี้
"สวัสดีค่ะพี่กร" พิมโรสยกมือไหว้คนตรงหน้าด้วยความนอบน้อม ความจริงเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากถ้าบอกว่าเป็นพี่ชายของสามีเธอก็ยินดีต้อนรับ และเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของหญิงสาวแล้วกรก็มีสีหน้าดีขึ้นที่อย่างน้อยก็ไม่มีคนดูถูกเขาเหมือนกับที่บ้านใหญ่
"ครับ" ตอบรับสั้น ๆ และหันไปมองน้องชายเพื่อกดดันให้เขาพูดในสิ่งที่ต้องการออกไป
"พิมครับ คือว่า..."เมืองเหนือมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยเพราะว่าไม่รู้เรื่องนี้สมควรพูดออกไปหรือเปล่า
"พี่มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ"
"พี่จะขอให้พี่กรมาอยู่กับเราได้ไหมครับ พอดีว่าพี่กรมีปัญหานิดหน่อยเลยต้องการที่พักด่วนเลย" หญิงสาวทำหน้าไม่เข้าใจอีกครั้ง เพราะว่าเอาจริง ๆ ทรัพย์สินของสามีเธอนั้นออกจะมากมายไม่เห็นความจำเป็นที่จะให้คนคนนี้เข้าอยู่ที่บ้านเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าพวกเขามีบ้านเพียงหลังเดียวเสียหน่อย ก็เลือกสักหลังแล้วยกให้พี่ชายต่างแม่ไปก็สิ้นเรื่อง
"แล้วแต่พี่เหนือเลยค่ะ พิมยังไงก็ได้" ถึงจะสงสัยมากขนาดไหนแต่เธอก็เลือกที่จะตามใจคนเป็นสามี เพราะว่าไม่อยากเอามาเป็นเรื่องราวอะไร อีกอย่างเธอก็เชื่อใจเขามากเพราะเมืองเหนือไม่ทำเรื่องที่ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว
"ขอบคุณมากนะน้องสะใภ้"
หลังจากนั้นกรก็ขอตัวกลับไปเก็บของและเตรียมตัวเพื่อมาอยู่ที่บ้านของเมืองเหนือตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ ทว่าสามวันให้หลังเข้าไปแล้วก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าพี่ชายของเขานั้นจะเข้ามาที่บ้านตามที่บอกทำให้เมืองเหนือแปลกใจเป็นอย่างมาก เขารู้สึกเป็นห่วงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจึงได้ชวนน้องชายอย่างเมืองหนาวไปดูที่บ้านให้รู้เรื่องเพราะว่าโทรติดต่อไปก็ไม่มีคนรับสายกระทั่งปิดเครื่องไป
"พี่แน่ใจเหรอว่าจะให้มันเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยน่ะ" เมืองหนาวเอ่ยถามพี่ชายตัวเองอย่างไม่เข้าใจในความคิด เพราะว่าเขาไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมากที่จะเอาคนแบบนั้นเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยเลย ยิ่งบ้านหลังนั้นเป็นเรือนหอของเมืองเหนือกับพี่สะใภ้ด้วยแล้วก็ยิ่งไม่สมควร
"เรียกพี่เขาให้ดี ๆ หน่อยหนาว เขาเป็นพี่ชายของพวกเรานะ" ชายหนุ่มเอ่ยปรามน้องชายตัวเองด้วยน้ำเสียงเข้มทำเอาคนที่นั่งอยู่เบาะข้างหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
"นั่นแหละ พี่แน่ใจเหรอว่าจะให้เขาเข้ามาอยู่ด้วยน่ะ ทำไมไม่ยกบ้านหลังอื่นให้ไปก็สิ้นเรื่อง อีกอย่างคนแบบนั้นอยู่ที่ไหนก็สร้างความเดือดร้อนไปทุกที่นั่นแหละ" ความจริงแล้วเมืองหนาวเป็นคนที่อคติกับกรมากที่สุดแล้วเพราะรู้สึกว่าคนคนนี้จะเข้ามาเพื่อหวังสมบัติของบ้านไม่ได้เข้ามาเพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจริง ๆ
"อย่าพูดแบบนี้ให้พี่ได้ยินอีกนะหนาว" เมืองเหนือพูดคำเดียวก็ทำเอาคนข้าง ๆ ไม่อยากจะคุยกับเขาอีกต่อไปแล้ว
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวยืดเพราะว่าครอบครัวของเขาไม่ยอมรับในการมีอยู่ของกรเท่าไร มีเพียงแค่เขาคนเดียวที่รู้สึกสงสารพี่ชายมาก เพราะว่าเขาไม่ได้เติบโตมาอย่างมีพร้อมทุกสิ่งอย่างเช่นเขากับน้อง ๆ ไม่ได้รับความรักอย่างเต็มที่และทำให้หลงเดินทางผิด ทว่าอย่างน้อยกรก็ยังเป็นพี่ชายที่มีพ่อคนเดียวกันกับพวกเขาตลอดไป นั่นคือเรื่องจริง เขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะให้การช่วยเหลือกรทุกครั้งที่ได้รับการร้องขอ
"หลังนี้หรือเปล่านะ" เมืองเหนือพูดในตอนที่รถมาจอดตรงหน้าบ้านหลังที่เขาคิดว่าเป็นของกร
"จะใช่เหรอทำไมไฟไม่เปิดเลยเหมือนไม่มีคนอยู่มาหลายวันแล้วด้วย" เมืองหนาวว่าพร้อมกับมองเข้าไปก่อนจะพบว่าประตูมันไม่ได้ปิดเอาไว้ทั้งที่ดึกดื่นขนาดนี้ "แต่ประตูไม่ได้ปิดนี่"
"เราลงไปดูกันเถอะหนาว" ทันทีที่ประตูรถเปิดออกกลิ่นบางอย่างก็ลอยเข้ามาแตะที่จมูกของทั้งคู่จนทำให้รู้สึกไม่ดีและเริ่มมีอาการคลื่นเหี่ยนอยากจะอาเจียนไปเสียเดี๋ยวนั้น
"กลิ่นเชี่ยไรวะเนี่ย เหม็นฉิบหาย อยู่กันเข้าไปได้ยังไงวะ" เมืองหนาวว่า
"อย่าเพิ่งบ่นเลยรีบเดินเข้าไปดูก่อนเถอะ" ถึงจะรู้สึกเหมือนไม่ต่างกันแต่เมืองเหนือกลับรู้สึกว่าอยากเข้าไปดูด้านในก่อนมากกว่า
ทั้งสองค่อย ๆ เดินไปตามทางเดินที่มีหญ้าปกคลุมจนมองแทบไม่เห็นว่ามันเคยเป็นทางเดินมาก่อน เมืองหนาวเดินไปทำเสียงฮึดฮัดไปแสดงความไม่พอใจที่ต้องมาอยู่ตรงนี้ ส่วนเมืองเหนือนั้นยิ่งเข้าใกล้ตัวบ้านเท่าไร ก็ยิ่งใจไม่ดีมากขึ้นเท่านั้น...
เขาเดินเข้ามาหยุดที่ประตูหน้าบ้านก่อนจะมองเข้าไปด้านในและเห็นบางสิ่งที่เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เห็น หัวใจเต้นรัวแรงพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างเขาจ้องมองภาพตรงนั้นอย่างเต็มตาและเห็นทุกรายละเอียดทั้งหมดตรงหน้า
"พี่กร!!!" เมืองเหนือเรียกชื่อพี่ชายตัวเองเสียงดังลั่นทำให้เมืองหนาวที่เดินตามมาทีหลังตกใจจนต้องรีบตามเข้ามาดู
"เชี่ย!!!"
ตอนพิเศษ 3 อารมณ์คนท้องพิมโรสท้องได้ราว 5 เดือนกว่า ๆ แล้วด้วยความที่ช่วงนี้เมืองเหนือไม่ค่อยได้ทำการบ้านมากเท่าไรและช่วงนี้อารมณ์ของเขาขึ้น ๆ ลง ๆ พิมโรสนอนอยู่ในห้องที่เดิม แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เธอทำนั้นแตกต่างไปจากทุกครั้งแท่งเอ็นอันขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สีเนื้อดูแล้วคล้ายคลึงกับของจริงไม่น้อย ตรงโคนของมันถูกยึดติดกับผนังของประตูห้อง และคนตัวเล็กกำลังขยับสะโพกเข้าออกตามจังหวะของตัวเองอยู่ ดิลโด้ ของเล่นอันใหม่ของพิมโรสนั้นได้มาจากแอคเคาท์หนึ่งในทวิตเตอร์"อ๊ะ ๆ อ่าา" เสียงครางหวานดังระงมไปทั่วบริเวณหน้าประตูในขณะที่เธอกำลังกระแทกกายไปข้างหลังเพื่อให้แท่งเอ็นปลอมสอดเข้ามาในร่างกายของเธอให้เป็นจังหวะ"อ๊าา พะ พี่เหนือ" สมองของพิมโรสจินตนาการไปถึงฉากรักมากมาย ทว่ากลับยังคงจำสัมผัสที่ผู้เป็นสามีมอบให้ทุกท่วงจังหวะแกร๊ก!จู่ ๆ บานประตูที่คนตัวเล็กกำลังโยกสะโพกนั้นก็ถูกเปิดออก ทำให้แท่งเอ็นปลอมถูกดันให้ลึกกว่าเดิม และเธอไม่สามารถกลั้นเสียงของความเสียวได้แม้จะตกใจที่มีคนเปิดประตูมาก็ตาม'พี่เหนือมาเหรอ' พิมโรสคิดในใจและยกมือขึ้นมาปิดที่ปากเอาไว้ให้สนิท ทว่าช่องทางรักของตัวเองนั้นยังคงติดอย
ตอนพิเศษ 2 คุณความรักของเมืองเหนือบางครั้งความสุขก็เกิดขึ้นจากการทำอะไรเดิม ๆ ซ้ำ ๆ การไปยังที่เดิมที่ชอบไป หรือแม้แต่การทานและดื่มเมนูโปรดของตัวเอง...ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไปลาเต้ หรือ latte คือเครื่องดื่มกาแฟที่เกิดจากเอสเปรสโซ 1/3 ส่วน และนมร้อน 2/3 ส่วน เทลงในถ้วยพร้อม ๆ กัน ตามด้วยฟองนมนุ่มหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ทับข้างบนลาเต้เป็นกาแฟแก้วแรก ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกเมื่อเริ่มลองเครื่องดื่มชนิดกาแฟ เพราะส่วนผสมของนมทำให้ดื่มง่ายน่าลิ้มลองมากกว่าสำหรับมือใหม่แก้วกาแฟลาเต้เย็นถูกวางไว้เบื้องหน้าหญิงสาวที่เป็นเสมือนลูกค้าประจำของร้านกาแฟแห่งนี้ไปเสียแล้ว เพราะวันไหนที่เธอผู้นี้มาทำงาน จะต้องมีกาแฟแก้วนี้ติดมือไปยังโรงเรียนฝั่งตรงข้ามด้วยเสมอเมืองเหนือ หนุ่มหล่อนักศึกษาปี 4 ที่มีรูปร่างหน้าตาดีเจ้าของร้านกาแฟมองตามหลังหญิงสาวครูฝึกสอนที่มักจะสั่งเมนูเดิมทุก ๆ วัน ก่อนจะเผยรอยยิ้มแสนหวานที่เธอผู้นั้นจะไม่มีทางได้เห็นอย่างแน่นอนใช่แล้ว เมืองเหนือ แอบชอบเธอผู้นั้นมาแรมปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มมาเปิดร้านกาแฟแห่งนี้ใหม่ ๆ เธอเป็นลูกค้าคนแรกตั้งแต่เปิดร้าน ใบหน้าสวยใส เรียวคิ้วเรี
ตอนพิเศษ 1 หลังการจากไปของพิมโรสเมืองเหนือตกใจที่เห็นว่าพิมโรสผู้เป็นภรรยาเข้ามาเห็นเขาอยู่ในบ้านหลังเก่ากับเคสเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอจะต้องโกรธเคืองเขาเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเคสจะรับได้เรื่องที่เขาโกหกคำโตในสถานะของเคสไปนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะรับได้ที่เห็นว่ายามมีปัญหาเขาเลือกที่จะดูแลเคสมากกว่าตัวเองเมืองเหนือตะโกนเรียกภรรยาที่เขารักอย่างสุดเสียงเพื่อรั้งให้ตัวเธออยู่รอฟังคำสารภาพเรื่องราวทั้งหมดเสียก่อน และใช่ ในเวลาที่เขาแยกกันอยู่กับพิมโรสนั้นเขาก็ได้ใช้เวลานี้ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายดูแล้ว ความจริงถ้าเขาบอกความจำเป็นของตัวเองให้กับอีกคนได้รับรู้ไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการท้องของพิมโรส แต่เขาก็อยากให้โอกาสอีกคนได้อธิบายก่อนเช่นกันรวมถึงว่าถ้ามันเป็นความจริงที่ว่าพิมโรสนอกใจเขาจริง ๆ แล้วเขาถึงขนาดยินดีที่จะรับเป็นพ่อเด็กคนนั้นและใช้ชีวิตด้วยกันอย่างครอบครัว นี่คือสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ตกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวมันจะไม่ตรงกับใจที่เขาคิด"พิม!! พิม!! อย่าเพิ่งไป ฟังพี่ก่อน" แต่ให้เขาตะโกนเรียกภรรยาเสียงดังมากแค่ไหนแต่อีกคนก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เ
บทส่งท้าย"พี่เหนือเร็วหน่อยสิคะ วันนี้ประชุมผู้ปกครองลูกนะ" เสียงหวานเอ่ยเร่งสามีที่เอาแต่ทำอะไรชักช้าไปทั้งหมดจนเธอหงุดหงิด"ครับ ๆ พี่กำลังรีบแล้ว หนูไปสตาร์ตรถรอก่อนได้เลย" เขาว่าเพราะถ้ายังเห็นสองแม่ลูกมายืนกดดันเขาด้วยสายตาอยู่อย่างนี้เกรงว่าคงได้ช้าไปกว่าเดิม"อย่าช้านะพ่อ ไม่งั้นผมกับแม่พิมจะไม่รอจริง ๆ แล้วนะ" เด็กน้อยตัวเล็กในวัยแปดขวบพูดขึ้นก่อนจะเดินตามคนเป็นแม่ขึ้นรถไปก่อน นั่นยิ่งเป็นการเร่งเมืองเหนือที่กำลังแต่งตัวอยู่ไม่ยอมเสร็จเสียทีให้ลุกลี้ลุกลนกว่าเดิม"สายแล้ว ๆ ๆ " ชายหนุ่มร่างสูงคุณพ่อลูกหนึ่งรีบวิ่งขึ้นมาที่รถตู้ของตัวเองพร้อมกับส่งยิ้มแหย ๆ ให้สองแม่ลูกที่มารออยู่ก่อนครู่หนึ่งแล้ว"พี่เหนือเป็นแบบนี้ทุกทีเลยนะ เวลาจะไปไหนก็ช้าตลอด" เสียงหวานบ่นอุบก่อนที่จะตามมาด้วยลูกชายของเธออีกครั้งเพื่อเป็นการตอกย้ำว่าเขาช้าจริง ๆ"นั่นสิครับ ต้องเป็นพีทกับแม่พิมทุกทีเลยที่เสร็จก่อนแล้วมารอพ่อนานมาก ๆ " อีกคนพูดพร้อมกับกอดอกตามคนเป็นแม่ของตัวเอง ทั้งสีหน้าท่าทางอะไรหรือก็ถอดแบบกันมาเป๊ะ ๆ ไม่มีผิดเพี้ยนเลยสักนิด นับวันเจ้าลูกคนนี้ก็ยิ่งเหมือนแม่ตัวเองไปทุกที บ่นทีก็เหมือนกั
.."ค่อย ๆ เดินนะพิม มานั่งตรงนี้ก่อนนะครับ" คนตัวสูงช่วยพยุงว่าที่คุณแม่ที่ตั้งท้องอ่อน ๆ แต่ก็เริ่มมีพุงหมาน้อยยื่นออกมาบ้างแล้วให้มานั่งลงที่โซฟาตัวเก่าตัวเดิมบ้านพักครู"ขอบคุณค่ะ" เธอพูดเช่นนั้นก็ทำเอาคนฟังรู้สึกใจฟูขึ้นมาไม่น้อย มันเหมือนกับความพยายามของเขากำลังเกิดผล"เดี๋ยวพี่มานะครับ" เขาว่าเช่นนั้นกว่าจะหายเข้าไปในห้องน้ำอยู่นาน ๆ และออกมาพร้อมกับกะละมังใบหนึ่งที่มีน้ำอยู่เล็กน้อย"มาครับแช่เท้าหน่อยนะจะได้รู้สึกดีขึ้น" มือหนาค่อย ๆ จับที่เท้าของคนตัวเล็กเข้ามาแช่ในน้ำอุ่นที่เขาเตรียมเอาไว้ ก่อนจะออกแรงบีบคลึงมันเบา ๆ โดยที่เขานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของเธอถ้าว่าภาพตรงหน้านี้มันกลับดูคุ้นตามากเสียจนความโกรธเคืองครั้งเก่าที่เลือนรางไปแล้วปะทุขึ้นมาอีกครั้ง"อั่ก!" ขาเรียวเล็กของพิมโรสยกขึ้นแล้วถีบไปที่กลางอกของชายหนุ่มจนเขาเซล้มหงายหลังไปคนตัวสูงส่งสายตาที่ไม่เข้าใจมาให้เธอก่อนจะเห็นใบหน้าของอีกคนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและคับแค้นใจเป็นอย่างมากเล่นเอาเขาไม่กล้าจะถามอะไรเธอเลย"พี่ขอโทษนะครับที่ทำให้พิมไม่พอใจ พิมจะทุบจะตีพี่ยังไงก็ตามใจได้เลยครับ พี่น้อมรับผิดทุกอย่า
..เช้าวันต่อมาหญิงสาวค่อย ๆ ก้าวลงจากบันไดและก้มมองดูว่าเมืองเหนือยังอยู่ที่เดิมอยู่หรือเปล่า ในใจหวังให้เขากลับไปแล้วแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อชายผู้นั้นกำลังเทโจ๊กใส่ถ้วยสองใบอย่างอารมณ์ดีอยู่หน้าทีวีที่เดิม"อ้าว! ตื่นแล้วเหรอพิม พี่ไปซื้อโจ๊กมาให้น่ะมาทานก่อนสิ" ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและรีบไปซื้อโจ๊กที่ร้านหน้าโรงเรียนใกล้กับบ้านพักครูก่อนจะรีบกลับมาเพราะกลัวว่าพิมโรสจะตื่นแล้วหนีเขาไปซะก่อน โชคดีที่กลับมาอีกคนยังไม่ได้ไปไหน"ทำไมยังไม่ไปอีกคะ" เธอถามพร้อมกับเดินลงมาจากชั้นบน"วันนี้พิมไม่ไปสอนเหรอครับ ทำไมแต่งตัวน่ารักจัง" เขาเลือกจะเมินอีกคนไปดื้อ ๆ และเข้าไปประคองร่างเล็กบางให้มานั่งเพื่อทานของที่เขาเตรียมเอาไว้"พิมจะไปฝากท้องค่ะ" พอได้ยินแบบนั้นเมืองเหนือก็ดวงตาลุกวาว"พี่ขอพาพิมไปได้ไหม" แต่ถึงอีกคนจะไม่อนุญาตเขาก็จะตามไปอยู่แล้ว วันสำคัญแบบนี้ขาดเขาไปไม่ได้หรอก"ก็ตามใจค่ะ" ที่หญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธหรือห้ามไม่ให้อีกคนพาเธอไปฝากท้องนั่นก็เพราะว่ายังไงเด็กในท้องก็เป็นลูกของเขาอยู่แล้ว อีกอย่างก็มีตรวจเลือดและส่วนอื่น ๆ ของพ่อเด็กด้วยจะได้ทำไปพร้อมกันเลยทีเดียว "แต่ว่านิสาไปด้ว







