Share

อาถรรพ์รัก7ปี(3)

last update Last Updated: 2026-01-06 17:10:06

เบื้องหน้าของทั้งสองเป็นร่างไร้วิญญาณที่ห้อยอยู่ตรงราวบันไดชั้นลอยของบ้าน สภาพที่ผ่านเวลามาไม่ต่ำกว่าสองวันหรืออาจจะเป็นสามวันนับตั้งแต่ที่เขาหายตัวไป กลิ่นเหม็นที่คละคลุ้งเมื่อตอนที่ลงมาจากรถนั้นก็คงมาจากสาเหตุนี้ ภาพที่เห็นมันไม่ค่อยน่ามองเท่าไรต้องยอมรับว่ามันค่อนข้างน่าสะเทือนใจอยู่มากเลยทีเดียว ขนาดเมืองหนาวที่ไม่ค่อยอยากจะญาติดีกับกรเองก็ยังตกใจขนาดนี้

"พี่กร! พี่กร!!" เมืองเหนือรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของพี่ชายตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังห้อยอยู่ตรงนั้นไม่ไหวติง

"พี่เหนือเดี๋ยวพี่ อย่าเข้าไป" ทว่าเมืองหนาวเข้ามารั้งเอาไว้ได้ทัน เพราะว่าต่อให้เขาไปช่วยตอนนี้แล้วอย่างไรมันก็ไม่ทันแล้วอยู่ดี ทางที่ดีคือต้องโทรเรียกตำรวจเพื่อมาเก็บรายละเอียดและหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

"แต่ว่าพี่กร"

"โทรแจ้งตำรวจก่อนเถอะพี่" เมืองหนาวว่าเช่นนั้นเมืองเหนือก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกทันที ไม่นานนักเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงแล้วก็ทำตามขั้นตอนเมืองหนาวใช้โอกาสนั้นโทรบอกข่าวให้กับครอบครัวที่เหลือและเมืองน่านน้องชายคนสุดท้ายยังก็ตามมาพร้อมกับชัยยะผู้เป็นพ่อ

"อึก! พ่อ พี่กรเขา..."

"อืม ไม่เป็นไรนะ กรเขาไปสบายแล้วแหละ แกก็อย่าเสียใจไปเลยเหนือ" ชัยยะปลอบลูกชายที่กำลังร้องไห้เพราะว่าสูญเสียพี่ชายไปแบบไม่มีวันหวนกลับ ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเขาใจร้ายหรือว่าไม่เสียใจที่มารู้ข่าวเช่นนี้ หากเพียงแต่เขานั้นรู้ดีว่าอะไรคือเกิดแก่เจ็บตายและชีวิตของคนที่อยู่ก็ต้องดำเนินต่อไปเท่านั้นเอง

หลังจากที่ผลการชันสูตรออกว่าสาเหตุการเสียชีวิตคือคอหักและตำรวจลงแน่ชัดแล้วว่าเป็นการฆ่าตัวตายทุกคนก็ไม่ไม่ดีใครติดใจกับเรื่องนี้อีก เพราะว่าได้พบจดหมายลาตายที่ระบุถึงปัญหาชีวิตที่เจอและความน้อยเนื้อต่ำใจของเขาที่มีต่อชัยยะผู้เป็นพ่อ และหนี้สินรุมเร้าที่ไม่อาจสะสางได้ก็เกิดการคิดสั้นขึ้นมา งานศพจัดอย่างเงียบเหงาที่วัดแถบชานเมืองและเผาในเวลาสามวันเท่านั้น

"ขอโทษนะคะ คุณใช่คุณเมืองเหนือหรือเปล่าคะ" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อหันไปมองก่อนพบว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยรูปร่างดีราวกับดาราคนหนึ่งก็ไม่ปาน

"ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ" เมืองเหนือเดินเลี่ยงมาเล็กน้อยเพราะว่าจุดที่เขาอยู่นั้นเสียงดังจากพระที่กำลังสวดดังมากไม่อาจได้ยินเสียงของหญิงสาวได้ชัดเจน

"คือว่าฉันชื่อเคสนะคะ..."

"อ่า ครับ"

.

.

"พี่เหนือคะ มาทานข้าวกันเถอะค่ะ" พิมโรสเอ่ยเรียกสามีของตัวเองที่นับตั้งแต่งานศพของพี่ชายต่างแม่ก็เอาแต่ขลุกตัวเองอยู่ในห้องทำงาน และนั่งเหม่อลอยอยู่เป็นประจำ เธอไม่เข้าใจเช่นกันว่าเขานั้นมีความรู้สึกอย่างไรกันแน่เพราะว่าการสูญเสียครั้งนี้ทำให้เมืองเหนือเสียศูนย์ไปไม่น้อย งานการอะไรที่เคยทำอยู่ก็เริ่มจะผลักภาระให้กับน้อง ๆ และเลขาฯแทน

"พิมทานก่อนเลยครับ เดี๋ยวพี่ตามลงไปทีหลัง พี่ยังไม่หิวน่ะ" เขาตอบกลับมาเช่นนั้นก็ทำเอาคนฟังถอนหายใจยาวยืด เพราะว่าเธอได้ฟังคำนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ทว่าตอนนี้พิมโรสรู้สึกว่าควรต้องทำอะไรสักอย่าง

สองขาวเรียวเดินเข้าไปในห้องทำงานของสามีที่กำลังนั่งจ้องรูปถ่ายของพี่ชายผู้ล่วงลับก่อนจะนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม

"พิมรู้นะคะว่าพี่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ว่า...พี่ต้องใช้ชีวิตต่อไปให้ดีนะคะ รับผิดชอบชีวิตตัวเองให้ดีก่อนไม่อย่างนั้นพี่กรคงจะเสียใจที่รู้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่ต้องเป็นอย่างนี้" คนฟังหันหน้ามามองหญิงสาวที่พูดประโยคนั้นด้วยแววตาวูบไหว

เขาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอจมกับความเสียใจครั้งนี้มากไปจนกระทั่งภรรยามาเรียกสติแบบนี้ เขานี่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่แย่มากจริง ๆ ที่ทำให้คนในครอบครัวและภรรยาเป็นห่วงได้ ทั้งที่ควรจะเป็นเสาหลักแท้ ๆ

"พี่ขอโทษนะครับที่ทำให้พิมเป็นห่วง เราลงไปทานข้าวกันเถอะครับ" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะมายืนเคียงข้างคนเป็นภรรยาและยังกดจูบที่หน้าผากมนไปเสียครั้งหนึ่งก่อนจะเตรียมตัวพากันออกไปข้างนอกเพื่อทานข้าวที่พิมโรสเตรียมเอาไว้ให้

ตื้อ ดื่อออ

ทว่ายังก้าวไปไม่ทันพ้นประตูห้องทำงานเลยด้วยซ้ำก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของเมืองเหนือดังขึ้น ชายหนุ่มยกมันขึ้นมาดูก่อนจะเห็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้แต่เขากลับรู้ดีว่ามันเป็นเบอร์ของใคร

"พี่ไปรับสายก่อนเถอะค่ะ" พิมโรสที่เห็นท่าทางลังเลและลำบากใจของสามีก็เอ่ยให้เขาไปรับสายก่อน ส่วนเธอก็เดินนำลงไปที่ชั้นล่างอย่างว่าง่าย ในใจของเธอนั้นไม่ได้มีความรู้สึกระแวดระวังหรือรู้สึกสงสัยในตัวของสามีตัวเองเลยสักนิด

"ครับ...อะไรนะ เดี๋ยวพี่รีบไปครับ" คนที่รับสายพูดคุยกับปลายสายได้ไม่ทันไรก็รีบวิ่งแซงหน้าภรรยาตัวเองที่ยังเดินไม่ถึงชั้นล่างไปอย่างรีบร้อนท่ามกลางความไม่เข้าใจของพิมโรส

"อ้าว! พี่เหนือจะรีบไปไหนคะ" อีกคนไม่แม้แต่จะตอบคำถามเธอเลยด้วยซ้ำและยังวิ่งออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจเธออีก "พี่เหนือไม่ทานข้าวแล้วเหรอคะ พี่เหนือ!!"

คนตัวเล็กนึกสงสัยว่ามีงานอะไรที่ด่วนมากถึงขนาดที่ทำให้สามีของเธอนั้นต้องรีบรุดออกจากบ้านไปโดยไม่บอกกล่าวเธอเช่นนี้ แต่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าชนวนของความสงสัยนั้นมันกำลังก่อตัวขึ้นในไม่ช้า...

.

.

"พี่เหนือยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ย" สายตาหวานมองที่นาฬิกาแขวนผนังแสดงเวลากว่าห้าทุ่มแล้ว แต่สามีของเธอนั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาแต่อย่างใด พิมโรสนั่งรอสามีตัวเองตั้งแต่กลางวันกระทั่งตอนนี้

"โทรตามสักหน่อยดีไหมนะ" เธอถามตัวเองอย่างชั่งใจ ถ้าเป็นปกติเธอก็ไม่อยากจะโทรตามสามีเท่าไรนักหรอก หากแต่เป็นตอนนี้ตอนที่จิตใจของเมืองเหนือไม่ได้ปกติเหมือนก่อนจึงรู้สึกเป็นห่วงอย่างเลี่ยงไม่ได้

สุดท้ายแล้วมือเรียวก็กดโทรออกไปยังเบอร์ของเมืองเหนือ ในตอนแรกก็ติดแต่ไม่มีคนรับก่อนจะถูกตัดสายทิ้งและติดต่อไม่ได้อีกเลย

"ทำไมถึงตัดสายทิ้งนะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า" พิมโรสรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาก็ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง แต่เธอนั้นจำได้ดีว่าเวลาที่มีเรื่องอะไรติดต่อสามีไม่ได้ เธอก็มักจะโทรเข้าหาเมืองหนาวน้องชายคนรองของบ้าน หากแต่ตอนนี้เป็นเวลาห้ามทุ่มกว่าแล้วจะโทรไปหาอีกคนก็รู้สึกเกรงใจ "ทำยังไงดีนะ"

คนตัวเล็กนั่งรอชายหนุ่มอยู่อีกพักใหญ่กระทั่งว่าไม่อาจทนต่อความง่วงไหวก็เลือกที่จะเดินขึ้นไปนอนบนห้อง ไม่ใช่ว่าไม่เป็นห่วงแต่คิดว่าคงไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นติดต่อกันแบบนั้นอย่างแน่นอน เป็นไปได้ว่าสามีของเธออาจเพียงแค่งานติดพันก็เท่านั้นเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   อาการคนท้อง(3)

    "คืนนี้พี่ขอนะครับ พี่อยากรักกับพิม...พี่จะทำให้พิมมีความสุข" สิ้นคำพูดของเขาก็โน้มเข้าหาหญิงสาวก่อนประกบจูบอย่างเร่าร้อน ไม่เพียงแค่แตะค้างเอาไว้เฉย ๆ เขากลับขบเม้มดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มอีกคนจนที่สุดพิมโรสก็เผลอตอบรับจูบนั้นอย่างไม่รู้ตัว"อื้มม" เสียงครางหวานในลำคอบ่งบอกว่าตอนนี้พิมโรสไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้โอนเอนไปตามชายตรงหน้าได้เลย เขาร้ายกาจเกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้มากนักมือหนาลูบไล้ที่แผ่นหลังบางไปมาทำเอาร่างเล็กบอบบางอ่อนราวขี้ผึ้งรนไฟ ทุกที่ที่เขาสัมผัสสร้างความวาบหวามให้พิมโรสอย่างที่สุด เมื่อเขาไล่ต้อนเรียวลิ้นอีกคนจนพอใจแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ซอกคอขาวที่ได้เล่นกับมันไปเมื่อก่อนหน้า"อ่าา ยะ อย่าเพิ่ง" หญิงสาวเอ่ยห้ามทว่าก็ไม่ได้จริงจังนัก หรือถ้าจริงจังเมืองเหนือก็ไม่คิดจะสนใจมันเช่นกัน"อื้มม พิมหอมมาก หอมไปทั้งตัวเลยพิม" เขาเอ่ยชมในความตัวหอมราวกับคนที่อาบน้ำเพิ่งเสร็จมาหมาด ๆ แถมยังเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ราวแป้งเด็กก็ไม่ปาน และคำชมนั้นก็มีผลต่อหัวใจของหญิงสาวมากเหลือเกิน ยิ่งอีกคนทำเหมือนกับหลงใหลในตัวเธอมากเท่าไรยิ่งทำให้พิมโรสอ่อนระทวยมากเท่านั้น"ชู่ววว" เสียงอีกคนเอ่

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   อาการคนท้อง(2)

    พนักงานส่งอาหารเข้ามาส่งเมืองเหนือก็เทใส่จานแล้วเอาไปให้คนท้องกินอย่างดิบดี ทว่าเขาไม่ได้เตรียมมาเผื่อพิมโรสด้วยอย่างที่ควรเป็น แต่ต่อให้เขาเตรียมภรรยาคนเก่งนั้นก็ไม่สามารถทานมันลงคอไปได้จริง ๆสายตาหวานสบเข้ากับคนที่เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้เพียงชั่วคราว ก่อนจะเห็นว่าสายตาและใบหน้าที่แสดงความเย้ยหยันนั้นมันส่งกลับมาที่พิมโรสอย่างจงใจ ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับไม่สังเกตเห็นสิ่งที่อีกคนทำเลยแม้แต่น้อยร่างบางถอนหายใจยาวยืดก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อตรวจการบ้านของเด็กนักเรียนที่เอากลับมาทำต่อเพราะไม่อยากจะอยู่ตรงนี้ทนเห็นคนสองคนทำความสนิทสนมกันอีกต่อไป"พิม แกได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย" ช่วงเย็นวันนั้นหญิงสาวรับสายเพื่อนสนิทและได้ปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอได้บอกเล่าเรื่องราวความกังวลใจให้กับนิสาได้รับรู้ ซึ่งก็ตามที่คาดเพราะว่าก่อนที่จะให้คำปรึกษาหรือปลอบใจก็ต้องได้รับคำด่าจากเพื่อนเสียก่อน"ได้ยินแล้วน่า ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไมนะ" เธอสับสนมาก ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเดินไปทางไหน มันมองไม่เห็นทางออกเลยสักนิด หากแต่จะให้เดินออกไปต

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   5 อาการคนท้อง(1)

    ตอนที่ 5 อาการคนท้องมือขาวจับตะหลิวควงไปมาอย่างคล่องแคล่ว วันนี้หญิงสาวหยุดงานจากวันนักขัตฤกษ์ก็ถือโอกาสทำงานบ้านและทำกับข้าวไปด้วยเลย"ทำอะไรอยู่เหรอคะพี่พิม" ทว่าเสียงของคนที่ไม่อยากเผชิญหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมามองคนพูดด้วยสีหน้าสงสัยและไม่เข้าใจหลังจากวันที่เคสเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ก็ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ในวันแรก ๆ เธอก็อยู่อย่างคนไร้ตัวตนที่แทบไม่ออกมาให้ก็โรสได้เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลามื้ออาหารจะเป็นเมืองเหนือที่เอาอาหารเข้าไปให้ในห้องทุก ๆ วัน ห้องของเคสอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างก็เพราะว่าง่ายและสะดวกเมื่อถึงตอนที่ท้องใหญ่ขึ้น ทว่าทุก ๆ คืนพิมโรสกลับอยู่ด้วยความหวาดระแวงตลอด เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าสามีของเธอจะย่องออกไปข้างนอกในกลางดึก"ทำกับข้าว" คนตัวเล็กตอบเสียงแข็งเพราะไม่สนิทใจที่จะคุยกับผู้หญิงคนนี้ หากแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้คิดเช่นนั้น"แหม เสียงแข็งเชียวนะคะพี่พิม เราอยู่บ้านเดียวกันไม่เห็นต้องทำตัวห่างเหินกันขนาดนั้นเลยค่ะ" เคสหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ และหยิบเอาผลไม้ที่เจ้าของบ้านปลอกไว้ในจานขึ้นมากินอย่าง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   มาอยู่ด้วยกัน(3)

    พิมโรสไม่อยากเชื่อเลยว่าเมืองเหนือจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีแบบนี้ คิดได้ยังไงจะเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านที่มีเธออยู่ด้วย"พี่คิดดีแล้วเหรอแคะที่จะทำแบบนี้" เธอถามด้วยน้ำเสียงเข้มหลังจากกลืนก้อนสะอึกลงคอไปจนหมดแล้ว เธอจะไม่ยอมหนีไปเหมือนกับครั้งก่อนเพราะว่ามันจะไม่จบสิ้นกันสักที อีกอย่างเธอก็ไม่มีที่จะไปแล้วด้วยเหมือนกัน"เรามาคุยกันหน่อยนะพิม" มือหนาที่จับข้อมือเล็กของหญิงสาวอยู่กระตุกเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้เธอเดินตามเขาไป และพิมโรสเองก็ไม่ได้ขัดขืนทั้งสองพากันเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องทำงานที่ชั้นด้านบนของบ้านก่อนที่ชายหนุ่มจะพาพิมโรสมานั่งลงที่โซฟาหนังราคาแพงตรงกลางและไม่ยอมปล่อยมือที่จับกันแน่นเอาไว้"...""พิมครับ พี่มีเรื่องจะขอพิมครับ" เขาว่าในตอนที่จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมสวยของหญิงสาวที่แอบมีน้ำตาคลออยู่เต็มหน่วยทั้งสองข้าง"พี่มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะค่ะ" เธอว่าเช่นนั้นทั้งที่ไม่ยอมแม้จะหันไปมองใบหน้าคนที่ทำร้ายจิตใจเธอเลยสักนิด แต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลของคนหลายใจคนนี้ว่าเขาจะทำอะไรกันแน่"พี่รู้ว่าพิมคงจะโกรธพี่มาก ๆ เลยใช่ไหม พี่ไม่มีอะไรแก้ตัวเลยครับ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจร

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   มาอยู่ด้วยกัน(2)

    แค่เพียงแค่มองเห็นแววตาของเพื่อนที่มองผู้ชายตระบัดสัตย์คนนั้นก็รู้ความคิดของพิมโรสทั้งหมดแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ภายนอกจะดูแข็งแกร่งมาก ๆ อย่างพิมโรสนั้นแท้จริงจะใจอ่อนง่ายขนาดนี้ แค่มาง้อทุกวันวันละไม่กี่ชั่วโมงก็เป็นผลแล้ว ในอนาคตนิสาอดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ ว่าพิมโรสจะโดนเอาเปรียบอีก"ขอโทษนะที่ฉันใจแข็งกับพี่เหนือได้ไม่นาน ทั้ง ๆ ที่เขาทำกับฉันขนาดนี้แล้ว" คนตัวเล็กเข้าไปโอบกอดเพื่อตัวเองอย่างออดอ้อน เพราะว่าเธอก็รู้ตัวว่าทำผิดและไม่ควร หากแต่จะให้เธอตัดใจจากเมืองเหนือที่อยู่ด้วยกันมานานขนาดนั้นตอนนี้ก็ยังคงไม่ได้จริง ๆ"ความจริงแกไม่ต้องขอโทษก็ได้นะ มันชีวิตของแกฉันไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนอยู่แล้ว แต่ว่าแกคิดดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม" นิสาถามย้ำ"อื้อ คิดดีแล้วล่ะ" เมื่อคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ มากมายพิมโรสขอใช้หัวใจอยู่เหนือเหตุผลและเลือกให้โอกาสกับเมืองเหนืออีกครั้ง อาจดูโง่งมเธอรู้ดี แต่คนเรามันก็แบบนี้เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจมากกว่าจะเสียใจ แม้ว่ามันจะเป็นการหลอกตัวเองแต่เธอก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้นต่อไป"แล้วเรื่องของผู้หญิงคนนั้นกับเด็กในท้องล่ะ คุณเมืองเหนือเขาคิดจะจัดการ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ก็หย่ารักเขาเลย   4 มาอยู่ด้วยกัน(1)

    บทที่ 4 มาอยู่ด้วยกัน"อึก! หื้ออออ" เสียงร้องไห้อย่างสุดเสียงดังลั่นในห้องโดยสารของรถยนต์ราคากลาง ๆ ที่มีนิสาเป็นคนขับอยู่อย่างเงียบ ๆ และคอยเหลือบมองผู้อยู่เบาะข้าง ๆ อย่างเป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้ถามหรือกวนใจอะไรมากมาย เธอเลือกจะปล่อยให้เพื่อนตัวเองร้องไห้อยู่เช่นนั้นเพื่อระบายความเสียใจให้เต็มที่"...""ทำไมอ่ะ ทำไมพี่เหนือเขาต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย ฉันไม่ดีตรงไหนเหรอ หื้อออ" คำพูดที่ออกมาจากปากของพิมโรสไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบหรอก เธอไม่ได้ถามคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยคำถามนี้ก็เพียงแค่ถามตัวเองเท่านั้น"...""แกรู้ไหม ที่ผ่านมาฉันรักและซื่อสัตย์กับพี่เหนือเพียงคนเดียวมาตลอดเลย ไม่เคยมีใครในสายตาอีก ทั้ง ๆ ที่มีคนเข้าหามากมายขนาดไหนแต่ฉันก็มั่นคงกับเขามาก แล้วทำไมเรื่องแค่นี้พี่เหนือถึงทำไม่ได้อะ" นั่นสิ การซื่อสัตย์กับคนรักนั้นเป็นเรื่องที่ความจริงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย และสิ่งนี้มันก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนควรมีกันอยู่แล้ว เมื่อตกลงปลงใจที่จะแต่งงานสร้างครอบครัวกันและกันแล้ว ก็หมายความว่าต่างคนต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและมีคู่ครองเพียงกันและกันเท่านั้นไม่มีคนอื่นอีก ทำไมถึงทำตามสัญญา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status