Masukคุณเชื่อเรื่องอาถรรพ์รัก 7 ปีหรือเปล่า?
นั่นแหละคือสิ่งที่พิมโรสกำลังพบเจออยู่ หลายคนเคยอิจฉาคู่รักที่รักกันมาตั้งแต่วัยเรียนมหาวิทยาลัย กระทั่งเรียนจบได้ไม่ถึงสองปีก็ประกาศแต่งงานและจัดงานอย่างยิ่งใหญ่จนคนอิจฉาทั้งประเทศ
ช่วงแรกก็หวานหยดย้อยตามประสาคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน ทว่าด้วยอายุที่ต่างฝ่ายต่างเติบโตขึ้นก็มีเรื่องมากมายให้ต้องคิดและต้องทำ ระหว่างที่กำลังเติบโตเวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็เพิ่งมารู้ตัวว่าความรักที่มีให้กันมันไม่ได้หวานชื่นเหมือนวันแรก ๆ แล้ว...
"ที่รักครับ อยู่ไหนครับ" เสียงชายหนุ่มที่ตะโกนเรียกภรรยาในตอนที่มาถึงบ้านอย่างหมดเรี่ยวแรง ก็เพราะว่างานการที่คั่งค้างอยู่นั้นสะสมมากจนไม่อาจปลีกตัวให้กลับบ้านได้ รู้ตัวอีกทีก็ทิ้งเวลามาเกือบอาทิตย์แล้วที่เขาต้องนอนค้างที่บริษัท
"คะ กลับมาแล้วเหรอคะพี่เหนือ พิมอยู่นี่ค่ะ" หญิงสาวที่ได้ยินเสียงของผู้เป็นสามีก็รีบเดินเมารับกระเป๋าและเสื้อคลุมสูทตัวแพงที่ไม่รู้ว่าสามีของเธอนั้นสวมมันมากี่วันแล้ว
"คิดถึงจังเลยครับ" เขาว่าพร้อมกับมือหนาโอบที่เอวบางพร้อมฉวยโอกาสหอมที่แก้มเนียนของภรรยาไปเสียฟอดใหญ่
"อื้ออ พี่เหนือน่ะ ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวพิมทำอาหารไว้ให้" เธอว่าแต่ก็ยอมให้อีกคนลวนลามได้ตามใจอย่างคนที่คุ้นชินมือกันมานาน
"ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวพี่มานะ" ก่อนจะไปยังสูดดมความหอมที่แก้มเนียนอีกข้างไปอีกฟอดใหญ่อีกครั้งก่อนจะปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระแล้วเดินออกจากตรงนั้นขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน
คนตัวเล็กส่งยิ้มบางให้กับแผ่นหลังกว้างของสามีที่แบกภาระต่าง ๆ ของทั้งตัวเองและของเธอเอาไว้กระทั่งลับสายตาก่อนจะหันเดินเข้าครัวไปทำสิ่งที่บอกกับอีกคนเอาไว้
พิมโรส หรือ พิม เป็นลูกสาวของข้าราชการครูสองท่านที่รักและแต่งงานกันพร้อมกับมีเธอมาเป็นพยานความรักของทั้งสอง เธอก็เลือกรับราชการครูตามอาชีพของพ่อแม่กระทั่งเมื่อห้าปีก่อนมีการกราดยิงในโรงเรียนทำให้บิดาและมารดาของเธอเสียชีวิตอย่างสมเกียรติเพราะเอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้แก่เด็ก ๆ และนั่นทำให้ชีวิตของพิมโรสมีเพียงแค่เมืองเหนือสามีอันเป็นที่รักเพียงคนเดียวนับแต่นั้นมา
ตื้อ ดื่ออ
ชายหนุ่มที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาพร้อมกับได้ยินเสียงเรียกเข้าจากมือถือ เขาหยิบมันขึ้นมามองก่อนจะเห็นว่าคนที่โทรเข้ามานั้นเป็นใครก็ถึงกับถอนหายใจยาวเหยียด ถึงจะชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็เลือกที่จะกดรับมันจนได้
"ครับ"
"ถึงบ้านแล้วใช่ไหม"
"ครับ ถึงแล้วล่ะ แล้วทางนั้นเป็นยังไงบ้างครับ" เขาตอบกลับปลายสายด้วยความรู้สึกหลากหลาย ตอนนี้เขามีบางเรื่องที่ปกปิดภรรยาเอาไว้และไม่รู้เลยว่าจะบอกเรื่องนี้กับอีกคนอย่างไรดี
"ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ ตกลงว่าจะคุยกับเขาเมื่อไร ทางนี้รอไม่ไหวแล้วนะ" เมื่อได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งเพราะว่ารู้สึกลำบากใจเหลือเกินที่อีกคนเอาแต่กดดันให้เขาต้องทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการเช่นนี้
"รู้แล้ว กำลังหาโอกาสคุยอยู่นี่ไง รอหน่อย" ชายหนุ่มเดินไปทิ้งตัวลงที่เตียงกว้างก่อนจะพูดคุยกับปลายสายอยู่นานสองนานกระทั่งว่าเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจรู้ได้
อีกด้านภรรยาคนสวยที่ทำกับข้าวเอาไว้จนเรียบร้อยเธอก็นั่งรอสามีลงมาทานข้าวที่ด้านล่างพร้อมทั้งเตรียมสื่อการเรียนการสอนสำหรับวันพรุ่งนี้ไปด้วย อาชีพครูที่ใครก็ว่าเหน็ดเหนื่อยแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างที่คนอื่นเข้าใจไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าข้าราชการครูทุกคนยอมที่จะเหนื่อยก็เพื่อได้เห็นเด็ก ๆ มีอนาคตที่สดใสเป็นค่าตอบแทนแล้ว
"หื้ม สามทุ่มแล้วเหรอเนี่ย" คนตัวเล็กเองก็ทำงานเพลินจนลืมกระทั่งเวลาเช่นกัน เธอเห็นว่าอาหารที่ทำเอาไว้มันก็เย็นชืดจนไม่น่าทานอีกต่อไป แต่สามีของเธอกลับไม่เห็นแม้แต่เงา พิมโรสถอนหายใจอีกครั้งก่อนตัดสินใจยกมันไปเก็บและเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อดูว่าสามีของเธอทำอะไรอยู่กันแน่ถึงปล่อยให้เธอรอนานขนาดนี้
แกร่ก!
ประตูบนหนาเปิดออกด้วยฝีมือของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องอีกครั้งก่อนจะเดินไปเรื่อย ๆ กระทั่งเห็นว่าสามีตัวเองนั้นหลับไปเรียบร้อยแล้ว เธอถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปเอาผ้าห่มให้ และในจังหวะนั้นสายตาของเธอก็สังเกตเห็นมือถือที่อยู่ข้าง ๆ เธอหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเห็นว่ามันตัดสายไปก่อนแล้วจึงไม่ติดใจอะไรก็เอาไปวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงก่อนทิ้งตัวลงนอนเตียงข้างกัน
.
.
"มาที่นี่ทำไม ผมยังไม่ได้คุยอะไรก็ภรรยาผมเลยนะ" เสียงเข้มของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียเมื่อเห็นใครบางคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ปรากฏตัวต่อหน้า
"พี่เหนือคุยกับใครนะ" เสียงหวานเอ่ยบ่นเพียงเบา ๆ ก่อนจะรีบเดินลงมาที่ชั้นล่างเพื่อดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ถึงทำให้สามีเธอนั้นอารมณ์เสียแต่เช้าเช่นนี้
"ทำไมฉันจะมาไม่ได้ ยังไงฉันก็ต้องเข้ามาอยู่ที่นี่อยู่แล้ว แกจะให้ฉันรอไปถึงเมื่อไร" สองขาเรียวก้าวอย่างมั่นคงเธอเห็นคนที่ยืนคุยกับสามีเธอแล้วก็นึกสงสัยขึ้นมาเพราะว่าเป็นคนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แต่ไม่รู้ทำไมเมืองเหนือถึงได้ดูเกรงอกเกรงใจอีกคนมากขนาดนั้น
"อะไรนะ พี่จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ผมอยู่กับภรรยาผมนะไม่ใช่อยู่คนเดียว" เมืองเหนือเอ็ดลั่นเพราะว่าเริ่มหมดความอดทนแล้ว ทว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นกลับไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังเดินมาที่ด้านหลัง
"แล้วยังไง ถ้าไม่อยู่ที่นี่จะให้ฉันไปอยู่ที่ไหน นี่แกไม่คิดจะช่วยฉันจริง ๆ ใช่ไหม" คนไม่คุ้นหน้าเถียงกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์เช่นกัน
"พี่เหนือ...มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ" แต่ก่อนที่ทั้งสองจะคุยอะไรกันไปมากกว่านั้นก็ต้องชะงักเพราะว่าเสียงของหญิงสาวผู้มาใหม่ดังขึ้นเรียกความสนใจจากคนทั้งสองได้อย่างดี
"พิม..."
"นี่ไง มาพอดีเลยก็คุยกันเสียสิ"
เมืองเหนือ หรือ เหนือ เป็นชายหนุ่มรูปงามที่ฐานะมั่งคั่งร่ำรวยเพราะว่าที่บ้านทำธุรกิจกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวดและส่งต่อมาถึงรุ่นเขา ทั้งที่น้อง ๆ อีกสองคนนั้นยังอยู่ในวัยเรียนและวัยกำลังตามหาความฝันเขาจึงเลือกเป็นพี่ชายที่ทำงานหนักให้น้อง ๆ ได้ทำตามสิ่งที่ชอบแทน ตั้งแต่เด็กจนโตเขาเติบโตมาด้วยความรักรอบกายเพราะว่ามีคนคอยช่วยแบกรับเรื่องราวต่าง ๆ ให้ทั้งหมดเขาถึงไม่เคยกลัวสิ่งใดแม้ว่าฟ้าจะถล่มลงมาก็ตาม แต่เมืองเหนือกลับเป็นคนที่อ่อนไหวเรื่องครอบครัวตัวเองเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่มีใครเอาเปรียบเขาได้...นอกเสียจากคนในครอบครัวของเขาเอง...
"คืนนี้พี่ขอนะครับ พี่อยากรักกับพิม...พี่จะทำให้พิมมีความสุข" สิ้นคำพูดของเขาก็โน้มเข้าหาหญิงสาวก่อนประกบจูบอย่างเร่าร้อน ไม่เพียงแค่แตะค้างเอาไว้เฉย ๆ เขากลับขบเม้มดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มอีกคนจนที่สุดพิมโรสก็เผลอตอบรับจูบนั้นอย่างไม่รู้ตัว"อื้มม" เสียงครางหวานในลำคอบ่งบอกว่าตอนนี้พิมโรสไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้โอนเอนไปตามชายตรงหน้าได้เลย เขาร้ายกาจเกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้มากนักมือหนาลูบไล้ที่แผ่นหลังบางไปมาทำเอาร่างเล็กบอบบางอ่อนราวขี้ผึ้งรนไฟ ทุกที่ที่เขาสัมผัสสร้างความวาบหวามให้พิมโรสอย่างที่สุด เมื่อเขาไล่ต้อนเรียวลิ้นอีกคนจนพอใจแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ซอกคอขาวที่ได้เล่นกับมันไปเมื่อก่อนหน้า"อ่าา ยะ อย่าเพิ่ง" หญิงสาวเอ่ยห้ามทว่าก็ไม่ได้จริงจังนัก หรือถ้าจริงจังเมืองเหนือก็ไม่คิดจะสนใจมันเช่นกัน"อื้มม พิมหอมมาก หอมไปทั้งตัวเลยพิม" เขาเอ่ยชมในความตัวหอมราวกับคนที่อาบน้ำเพิ่งเสร็จมาหมาด ๆ แถมยังเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ราวแป้งเด็กก็ไม่ปาน และคำชมนั้นก็มีผลต่อหัวใจของหญิงสาวมากเหลือเกิน ยิ่งอีกคนทำเหมือนกับหลงใหลในตัวเธอมากเท่าไรยิ่งทำให้พิมโรสอ่อนระทวยมากเท่านั้น"ชู่ววว" เสียงอีกคนเอ่
พนักงานส่งอาหารเข้ามาส่งเมืองเหนือก็เทใส่จานแล้วเอาไปให้คนท้องกินอย่างดิบดี ทว่าเขาไม่ได้เตรียมมาเผื่อพิมโรสด้วยอย่างที่ควรเป็น แต่ต่อให้เขาเตรียมภรรยาคนเก่งนั้นก็ไม่สามารถทานมันลงคอไปได้จริง ๆสายตาหวานสบเข้ากับคนที่เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้เพียงชั่วคราว ก่อนจะเห็นว่าสายตาและใบหน้าที่แสดงความเย้ยหยันนั้นมันส่งกลับมาที่พิมโรสอย่างจงใจ ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับไม่สังเกตเห็นสิ่งที่อีกคนทำเลยแม้แต่น้อยร่างบางถอนหายใจยาวยืดก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อตรวจการบ้านของเด็กนักเรียนที่เอากลับมาทำต่อเพราะไม่อยากจะอยู่ตรงนี้ทนเห็นคนสองคนทำความสนิทสนมกันอีกต่อไป"พิม แกได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย" ช่วงเย็นวันนั้นหญิงสาวรับสายเพื่อนสนิทและได้ปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอได้บอกเล่าเรื่องราวความกังวลใจให้กับนิสาได้รับรู้ ซึ่งก็ตามที่คาดเพราะว่าก่อนที่จะให้คำปรึกษาหรือปลอบใจก็ต้องได้รับคำด่าจากเพื่อนเสียก่อน"ได้ยินแล้วน่า ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไมนะ" เธอสับสนมาก ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเดินไปทางไหน มันมองไม่เห็นทางออกเลยสักนิด หากแต่จะให้เดินออกไปต
ตอนที่ 5 อาการคนท้องมือขาวจับตะหลิวควงไปมาอย่างคล่องแคล่ว วันนี้หญิงสาวหยุดงานจากวันนักขัตฤกษ์ก็ถือโอกาสทำงานบ้านและทำกับข้าวไปด้วยเลย"ทำอะไรอยู่เหรอคะพี่พิม" ทว่าเสียงของคนที่ไม่อยากเผชิญหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมามองคนพูดด้วยสีหน้าสงสัยและไม่เข้าใจหลังจากวันที่เคสเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ก็ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ในวันแรก ๆ เธอก็อยู่อย่างคนไร้ตัวตนที่แทบไม่ออกมาให้ก็โรสได้เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลามื้ออาหารจะเป็นเมืองเหนือที่เอาอาหารเข้าไปให้ในห้องทุก ๆ วัน ห้องของเคสอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างก็เพราะว่าง่ายและสะดวกเมื่อถึงตอนที่ท้องใหญ่ขึ้น ทว่าทุก ๆ คืนพิมโรสกลับอยู่ด้วยความหวาดระแวงตลอด เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าสามีของเธอจะย่องออกไปข้างนอกในกลางดึก"ทำกับข้าว" คนตัวเล็กตอบเสียงแข็งเพราะไม่สนิทใจที่จะคุยกับผู้หญิงคนนี้ หากแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้คิดเช่นนั้น"แหม เสียงแข็งเชียวนะคะพี่พิม เราอยู่บ้านเดียวกันไม่เห็นต้องทำตัวห่างเหินกันขนาดนั้นเลยค่ะ" เคสหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ และหยิบเอาผลไม้ที่เจ้าของบ้านปลอกไว้ในจานขึ้นมากินอย่าง
พิมโรสไม่อยากเชื่อเลยว่าเมืองเหนือจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีแบบนี้ คิดได้ยังไงจะเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านที่มีเธออยู่ด้วย"พี่คิดดีแล้วเหรอแคะที่จะทำแบบนี้" เธอถามด้วยน้ำเสียงเข้มหลังจากกลืนก้อนสะอึกลงคอไปจนหมดแล้ว เธอจะไม่ยอมหนีไปเหมือนกับครั้งก่อนเพราะว่ามันจะไม่จบสิ้นกันสักที อีกอย่างเธอก็ไม่มีที่จะไปแล้วด้วยเหมือนกัน"เรามาคุยกันหน่อยนะพิม" มือหนาที่จับข้อมือเล็กของหญิงสาวอยู่กระตุกเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้เธอเดินตามเขาไป และพิมโรสเองก็ไม่ได้ขัดขืนทั้งสองพากันเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องทำงานที่ชั้นด้านบนของบ้านก่อนที่ชายหนุ่มจะพาพิมโรสมานั่งลงที่โซฟาหนังราคาแพงตรงกลางและไม่ยอมปล่อยมือที่จับกันแน่นเอาไว้"...""พิมครับ พี่มีเรื่องจะขอพิมครับ" เขาว่าในตอนที่จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมสวยของหญิงสาวที่แอบมีน้ำตาคลออยู่เต็มหน่วยทั้งสองข้าง"พี่มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะค่ะ" เธอว่าเช่นนั้นทั้งที่ไม่ยอมแม้จะหันไปมองใบหน้าคนที่ทำร้ายจิตใจเธอเลยสักนิด แต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลของคนหลายใจคนนี้ว่าเขาจะทำอะไรกันแน่"พี่รู้ว่าพิมคงจะโกรธพี่มาก ๆ เลยใช่ไหม พี่ไม่มีอะไรแก้ตัวเลยครับ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจร
แค่เพียงแค่มองเห็นแววตาของเพื่อนที่มองผู้ชายตระบัดสัตย์คนนั้นก็รู้ความคิดของพิมโรสทั้งหมดแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ภายนอกจะดูแข็งแกร่งมาก ๆ อย่างพิมโรสนั้นแท้จริงจะใจอ่อนง่ายขนาดนี้ แค่มาง้อทุกวันวันละไม่กี่ชั่วโมงก็เป็นผลแล้ว ในอนาคตนิสาอดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ ว่าพิมโรสจะโดนเอาเปรียบอีก"ขอโทษนะที่ฉันใจแข็งกับพี่เหนือได้ไม่นาน ทั้ง ๆ ที่เขาทำกับฉันขนาดนี้แล้ว" คนตัวเล็กเข้าไปโอบกอดเพื่อตัวเองอย่างออดอ้อน เพราะว่าเธอก็รู้ตัวว่าทำผิดและไม่ควร หากแต่จะให้เธอตัดใจจากเมืองเหนือที่อยู่ด้วยกันมานานขนาดนั้นตอนนี้ก็ยังคงไม่ได้จริง ๆ"ความจริงแกไม่ต้องขอโทษก็ได้นะ มันชีวิตของแกฉันไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนอยู่แล้ว แต่ว่าแกคิดดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม" นิสาถามย้ำ"อื้อ คิดดีแล้วล่ะ" เมื่อคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ มากมายพิมโรสขอใช้หัวใจอยู่เหนือเหตุผลและเลือกให้โอกาสกับเมืองเหนืออีกครั้ง อาจดูโง่งมเธอรู้ดี แต่คนเรามันก็แบบนี้เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจมากกว่าจะเสียใจ แม้ว่ามันจะเป็นการหลอกตัวเองแต่เธอก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้นต่อไป"แล้วเรื่องของผู้หญิงคนนั้นกับเด็กในท้องล่ะ คุณเมืองเหนือเขาคิดจะจัดการ
บทที่ 4 มาอยู่ด้วยกัน"อึก! หื้ออออ" เสียงร้องไห้อย่างสุดเสียงดังลั่นในห้องโดยสารของรถยนต์ราคากลาง ๆ ที่มีนิสาเป็นคนขับอยู่อย่างเงียบ ๆ และคอยเหลือบมองผู้อยู่เบาะข้าง ๆ อย่างเป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้ถามหรือกวนใจอะไรมากมาย เธอเลือกจะปล่อยให้เพื่อนตัวเองร้องไห้อยู่เช่นนั้นเพื่อระบายความเสียใจให้เต็มที่"...""ทำไมอ่ะ ทำไมพี่เหนือเขาต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย ฉันไม่ดีตรงไหนเหรอ หื้อออ" คำพูดที่ออกมาจากปากของพิมโรสไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบหรอก เธอไม่ได้ถามคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยคำถามนี้ก็เพียงแค่ถามตัวเองเท่านั้น"...""แกรู้ไหม ที่ผ่านมาฉันรักและซื่อสัตย์กับพี่เหนือเพียงคนเดียวมาตลอดเลย ไม่เคยมีใครในสายตาอีก ทั้ง ๆ ที่มีคนเข้าหามากมายขนาดไหนแต่ฉันก็มั่นคงกับเขามาก แล้วทำไมเรื่องแค่นี้พี่เหนือถึงทำไม่ได้อะ" นั่นสิ การซื่อสัตย์กับคนรักนั้นเป็นเรื่องที่ความจริงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย และสิ่งนี้มันก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนควรมีกันอยู่แล้ว เมื่อตกลงปลงใจที่จะแต่งงานสร้างครอบครัวกันและกันแล้ว ก็หมายความว่าต่างคนต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและมีคู่ครองเพียงกันและกันเท่านั้นไม่มีคนอื่นอีก ทำไมถึงทำตามสัญญา







