LOGINความถูกต้องกับความรักมักสวนทางกันเสมอ... ในเมื่อเลือกใครไม่ได้ ก็รักมันไปทั้งสองคนนั่นแหละ!
View Moreเพราะความไร้เดียงสาที่ทำให้ฉันต้องมาอยู่ตรงนี้โดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร
เป็นเวลากว่าสองปีที่ฉันอยู่ในความปกครองของใครคนหนึ่ง... หรืออาจจะสองคนก็ได้ บางครั้งเขาก็ใจดีและในบางครั้งเขาก็เย็นชา
ฉันไม่เคยรู้อะไรก็เหมือนกับที่พวกเขาไม่เคยบอกอะไรให้ฉันรู้นั่นแหละ การถูกดูแลเป็นอย่างดีมันจึงทำให้เกิดความรู้สึกแปลกใหม่โดยไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีมันก็กลายเป็นความผูกพันไปแล้ว
“พวกพี่ก็ดีแต่บังคับ! ทำไมต้องเป็นหนูด้วยที่อยู่ตรงนี้”
“งั้นก็เลือกมาสิคนใดคนหนึ่ง ... ฉันเปิดโอกาสให้เธอได้เลือก”
“ถ้าคิดว่าจะถอยออกไปง่าย ๆ ก็ลองดู”
“หนูยอมเป็นอะไรก็ได้เพราะอยากอยู่ในชีวิตพวกพี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกพี่จะทำอะไรกับหนูก็ได้”
“แล้วยังไง? จำให้ขึ้นใจว่าฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในร่างกายเธอ”
“งั้นเหรอคะ ... แล้วพี่ล่ะ พี่ก็คิดแบบนี้เหมือนกันด้วยใช่ไหม?”
“...”
ความถูกต้องกับความรักมักสวนทางกันเสมอ ...
ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าตัวเองจะรักผู้ชายพร้อมกันได้ถึงสองคน แถมพวกเขายังหน้าตาเหมือนกันอีกต่างหาก ในเมื่อเลือกใครไม่ได้ ก็รักมันไปทั้งสองคนนั่นแหละ!
“พยายามยืนในพื้นที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองก็เหนื่อยหน่อยนะ ถ้าคิดว่าหยุดพี่แฝดได้ก็ลองดู”
“ฉันไม่เคยต้องใช้ความพยายาม และไม่ได้ร้องขอความรักจากเขาทั้งสองด้วย ขอบใจนะที่บอก แต่บอกตัวเองด้วยก็คงจะดี”
“เหอะ! ทำเป็นปากดี ตัวตนจริง ๆ ของพวกเขาเป็นยังไงเธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ พูดกับฉันแบบนี้แสดงว่ายังไม่รู้ตัวสินะว่ากำลังเป็นตัวแทนของคนอื่นอยู่ ฮ่า ๆ น่าสงสารจัง ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ โปรดรับรู้ไว้ว่าที่ตรงนี้ฉันเคยยืนมาก่อน เตือนด้วยความหวังดี”
“...”
.
.
.
คำเตือน
ก่อนเข้าเนื้อหาโปรดอ่านคำเตือนและคำชี้แจงอย่างละเอียด
นิยายคือเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาจากจินตนาการ เนื้อหาบางส่วนอาจเกินจริงเพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการอ่าน และอาจมีการเพิ่มรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสมจริงมากยิ่งขึ้น เช่น สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
ทุกข์สุขของตัวละครล้วนเป็นไปตามบริบทของเนื้อเรื่อง บางช่วงบางตอนอาจมีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการตอบสนองทางอารมณ์ที่รุนแรง รวมไปถึงเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ แต่ทั้งนี้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความสมเหตุสมผล โดยยึดบุคลิกและนิสัยของตัวละครเป็นหลัก
ตัวละครจะมีเซ็กซ์เพื่อความสัมพันธ์หรือเพื่อความบันเทิงของตัวเองก็ได้ โดยที่ยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย
สิ่งผิดกฎหมายและเหตุการณ์รุนแรงในเนื้อเรื่องล้วนเกิดจากจินตนาการ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่มีเจตนาชวนให้กระทำความผิดหรือใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด ห้ามลอกเลียนแบบพฤติกรรมตัวละคร
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
มีคำหยาบและถ้อยคำที่ไม่สุภาพ
มีการบรรยายฉากกิจกรรมทางเพศ
มีการบรรยายเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทางด้านร่างกาย
วาจา และความรู้สึก
ห้ามลอกเลียนแบบพฤติกรรมตัวละคร
อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ๑๘ปีขึ้นไป
ความรักแบบสามคน (3p)
ฝากกดติตาม ฝากกดหัวใจ ฝากเก็บเข้าคลังและคอมเมนต์ด้วยนะคะ
***สำคัญมาก***
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียความรู้สึกต่อกัน ก่อนตัดสินใจกดซื้ออยากให้คุณนักอ่านทดลองอ่านก่อนนะคะ เผื่อไม่ถูกใจเนื้อหาหรือสำนวนไม่ถูกจริต
ในฐานะนักเขียนอยากให้นักอ่านมีความสุขกับตัวละครของเรา ไม่อยากให้รู้สึกเสียดายเงินที่ซื้อนิยายเล่มนี้ :)
ลิขสิทธิ์เป็นของนามปากกาขนมไทย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักราช๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ดัดแปลง หรือแก้ไขเนื้อหาเพื่อนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ทุกตัวอักษรที่เขียนขึ้นมาล้วนเกิดจากความตั้งใจ ไม่ว่าในชีวิตจริงคุณจะเจอเรื่องทุกข์ใจอะไรอยู่ เราหวังว่าเรื่องราวที่เราเขียนจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณยิ้มได้
สุดท้ายนี้ขอให้มีความสุขกับโลกในจินตนาการนะคะ ขอบคุณค่ะ :)
หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันแล้วฉันก็แยกตัวออกมาอ่านหนังสือมุมหนึ่ง พี่โรมอยู่มุมหนึ่ง ส่วนพี่เลย์นอนหลับอยู่ข้างฉันนี่แหละ“แม่ดุหรือเปล่า” พี่โรมถามเมื่อเห็นฉันละสายตาจากตัวหนังสือแล้ว“ไม่ดุค่ะ”“ไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหม”“ไม่ค่ะ เขาชวนหนูให้ไปกินข้าวที่บ้านด้วยนะ”“ไว้วันหยุดนี้นะเราค่อยไปกัน”“แล้วพ่อพี่ล่ะคะเป็นยังไงบ้าง”“เขามีความสุขดี จะว่าไปก็ต่างคนต่างมีความสุขนั่นแหละ”“ก็จริง”หลายวันผ่านไปเป็นครั้งแรกที่ฉันมาบ้านแม่ของพี่แฝด จะบอกว่าใหญ่โตไม่ต่างไปจากบ้านพ่อเขาสักนิด มีการ์ดเฝ้าระวังและยังมีแม่บ้านที่เดินสวนกันไปมาจนวุ่นวายไปหมด“พี่เลย์สวัสดีค่ะ” ใครคนหนึ่งทักทายและยกมือไหว้อย่างมีมารยาท แต่ว่าคนที่เธอทักเป็นพี่โรมค่ะไม่ใช่พี่เลย์“พี่ชื่อโรมครับ”“อ๊ะ! ขอโทษค่ะครีมแยกไม่ออก” เธอว่ายิ้ม ๆ แล้วมองฉันเล็กน้อย “เอ่อ...แฟนพี่เหรอคะ น่ารักดีนะ”“ครับ” พี่โรมตอบพร้อมกับจูงมือพาฉันเข้าไปด้านใน ส่วนพี่เลย์เขาคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่ในรถค่ะ อีกเดี๋ยวคงเดินตามมาภายในบ้านไม่ได้มีแค่คุณแม่ ยังมีแขกคนอื่นด้วยดูท่าทางคุณหญิงคุณนายทุกคนเลยค่ะ ผู้ดีมากทั้งบุคลิกและการแต่งตัว ฉันเดาว่าคงเป็
ห้าปีผ่านไป“มองอะไร” พี่โรมถามเมื่อเห็นฉันเอาแต่มองเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายอย่างพิจารณา และใช่ค่ะห้าปีผ่านไปฉันกลายเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว“หนูกำลังคิดว่าทับทิมเหมือนใคร”“เหมือนพี่สิ”“ไม่น่าใช่นะ ถ้าวินเทอร์หนูจะไม่เถียงเลย” บอกไปตามความรู้สึกวินเทอร์กำลังจะห้าขวบแล้วค่ะ ส่วนทับทิมเพิ่งสามขวบเมื่อไม่กี่วันนี้เอง แม้ว่าพ่อของเขาจะหน้าตาเหมือนกันแต่เขาสองคนกลับต่างกันสิ้นเชิง ยิ่งนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว“หนูไม่คิดว่าทับทิมจะเฉยชาขนาดนี้” ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่ามันทำให้คนเป็นแม่อย่างฉันแปลกใจไม่น้อยเลย “ต่างกับวินเทอร์ที่ยิ้มเผื่อคนทั้งโลกแทบจะทั้งวัน”“ดูพูดเข้าสิ” พี่เลย์ค้านขึ้นมาบ้าง“หนูพูดจริงนะพี่เลย์ ลูกพี่เจ้าชู้เหมือนพี่นั่นแหละ”“พี่ไม่เคยเจ้าชู้เหอะ”“หึ!”“ไม่ต้องมาหึอะไรทั้งนั้น”“เสน่ห์แรงไม่เบา”“หึงก็บอกมาเถอะ”“หนูไม่หึงหรอกเพราะทุกบาททุกสตางค์ของพี่เป็นของหนูคนเดียวอยู่แล้ว”“หึงหน่อยสิ อยากให้หึง”“กินไหมทับทิม อันนี้อร่อย” วินเทอร์ยื่นขนมให้น้องสาวด้วยความเต็มใจแม้ว่าขนมชิ้นนั้นจะเป็นของโปรดของตัวเองก็เถอะ“กินค่ะ” เสียงเล็กตอบกลับก่อนจะรับขน
หลังจากที่แม่ของเขากลับไปแล้ว ฉันยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมกระทั่งได้ยินเสียงรถขับเคลื่อนเข้ามากลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยบวกกับความเงียบทำให้ฉันมั่นใจว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันคือพี่เลย์แน่นอน“...” ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากปรายตามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า พี่เลย์ก็เช่นกัน เขาเงียบเหมือนไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรกับฉันเป็นประโยคแรกความเงียบเข้าปกคลุมจนรู้สึกอึดอัด พี่เลย์เดินผ่านหน้าฉันขึ้นชั้นบนไป ไม่กี่นาทีต่อมาพี่โรมก็มาค่ะ“วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ” เขาถามอย่างไม่รู้จะถามอะไร เขารู้ตารางเรียนของฉันทุกชั่วโมง รู้มานานแล้วด้วย“ค่ะ พี่มาเหนื่อย ๆ ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ”พี่โรมไม่ได้พูดอะไร เขาเดินมากอดฉันแล้วหอมแก้มอย่างที่ชอบทำ จากนั้นเดินขึ้นชั้นบนไปนานนับชั่วโมงที่ฉันนั่งอยู่ที่เดิม ในหัวมีอะไรให้คิดอยู่ตลอด“ไม่นอนพักเหรอคะ” ฉันถามพี่เลย์ที่เพิ่งลงมาจากชั้นบน“ไปนอนด้วยกันนะอยากกอด” ไม่พูดเปล่าเขายังออกแรงดึงให้ฉันเดินตามไปอีกด้วยเข้ามาในห้องเสื้อผ้ากระจัดกระจายจากการถูกเทออกจากกระเป๋าทั้งของเขาและของพี่โรม เห็นแบบนั้นฉันจึงเอาตะกร้ามาใส่“นอนก่อนเดี๋ยวค่อยทำ” มือหนารั้งเอวฉันให้นอนราบไปกับที่
สามวันเต็ม ๆ ที่พี่เลย์หายหน้าไป กับฉันเขาขาดการติดต่อไปเลย แต่แอบได้ยินพี่โรมคุยโทรศัพท์อยู่บ่อย ๆ คิดว่าคงจะเป็นพี่เลย์นั่นแหละ“วันนี้น่าจะไม่ได้กลับบ้านนะคะ ทำโครงงานที่บ้านแซน” พี่โรมมองฉันด้วยสีหน้าแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ค้านอะไร “พี่ไปต่างจังหวัดพรุ่งนี้ใช่ไหม”“วันนี้แหละพอดีงานมีปัญหานิดหน่อย” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นข้อเสนอให้ฉัน “ย้ายจากบ้านแซนมาทำที่บ้านเราได้ไหม ให้ค่าจ้างเฝ้าบ้านสองหมื่น”“ข้อเสนอดีนะเนี่ย” ฉันว่ายิ้ม ๆ พร้อมกับทำท่าคิดไปด้วย “อาร์ทต้องมาด้วยนะคะ พี่โอเคหรือเปล่า”“อืม”เขานี่แหละที่กระชากฉันออกจากอาร์ทครั้งนั้น ช่วงแรกก็มีหัวร้อนกันบ้างที่รู้ว่าอาร์ทเรียนที่เดียวกับฉัน แต่นานวันไปเขาคงตกตะกอนแล้วมั้งคะ“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่พี่จะเดินทางตอนไหน”“ค่ำ ๆ แหละ เช้านี้ต้องไปที่ร้านก่อน”“ขับรถกลางคืนอีกแล้ว”“แค่สองชั่วโมงเอง”“มีคำพูดมาแก้ต่างตลอดแหละ” ฉันว่าพลางเบะปากใส่เขาหลังจากมาส่งฉันที่มหาวิทยาลัยแล้วพี่โรมเขาก็เข้าร้านต่อค่ะ ได้ยินพี่กรณ์โทรมาบอกว่าร้านถูกงัด ไม่แน่ใจว่าอะไรเสียหายบ้าง“เธอมาก็ดี” แซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อะไรของเธอสีหน้าไม่ค่อย











