مشاركة

บทที่ 6

“แม่!” เมื่อเด็กหญิงที่พวกเขาดูแลเรียกหญิงสาวคนนั้นแบบนี้เหล่าทหารทั้งสามนายจึงได้ไม่ขวางนางฟู่

“หนิงหนิงของแม่ ลูกไปไหนมาแม่เป็นห่วงมากเลยรู้ไหม มะ..แม่คิดว่าจะไม่ได้เจอกับลูกอีกแล้ว” ลำแขนผอมบางของนางฟู่โอบกอดลูกสาวของตนเอาไว้แน่น

เสี่ยวเฉาสงสารผู้หญิงคนนี้จับใจ “แม่ ฉันกลับมาแล้ว แม่หยุดร้องไห้ก่อนนะคะ ลองมองดูตัวฉันให้ดีสิ เสี่ยวหนิงของแม่สบายดีไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนด้วยซ้ำไป”

เมื่อคนเป็นลูกพูดเช่นนี้นางฟู่จึงได้คลายวงแขนของตนออก หล่อนยกชายเสื้อขึ้นซับน้ำตาก่อนที่จะสำรวจลูกสาวไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“โชคดีจริง ๆ ที่ลูกปลอดภัยขอบคุณพระโพธิสัตว์” นางฟู่ยกมือประกบกันก้มหัวปลก ๆ ไปทางทิศตะวันออก

ในขณะที่แม่กับลูกสาวกำลังกอดกันด้วยความดีใจอยู่นั้นหมอตู้ผู้มีเมตตาก็มองเห็นร่างผอมบางของเด็กคนหนึ่งที่เขามั่นใจว่าตัวเองจำไม่ผิดแม้ว่าร่างกายของเด็กคนนี้จะแตกต่างจากเดิม

“ปู่” ซีห่าววิ่งเข้ามาหาชายวัยกลางคนพลางกอดเขาแน่นด้วยความคิดถึงระคนดีใจ

“ห่าวเอ๋อร์ของปู่ หลานไปอยู่ที่ไหนมาตั้งหลายวันปู่ตามหาหลานไปทั่วแจ้งทางการก็แล้วก็ยังไร้วี่แวว” น้ำตาของหมอวัยกลางคนไหลอาบร่องแก้มตอบ

“ปู่ ผมถูกจับโชคดีที่มีท่านอาคนหนึ่งช่วยออกมา” เด็กชายตอบปู่เสียงสะอื้น

“ชายคนนั้นล่ะอยู่ไหน ปู่จะต้องขอบคุณเขาสักครั้ง” ชายวัยกลางคนถามหลานชายทั้งที่น้ำตายังเปรอะบนใบหน้า

“ไม่รู้” เด็กชายส่ายศีรษะไปมา

ทหารทั้งสามนายมองภาพตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจก่อนที่พวกเขาจะหันไปมองเด็กชายหญิงอีกห้าคนที่เหลือด้วยความสงสาร ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้จึงได้มอบเงินตามที่นายกองสั่งมาให้เด็กหญิงผมเปียผู้ตัวโตที่สุดก่อนกล่าวลา

“สหายน้อย ในเมื่อเธอเจอครอบครัวแล้วพวกเราขอตัวก่อนนะ” หนึ่งในสามพูดขึ้นและหลังจากที่เขาได้รับคำขอบคุณจากญาติและตัวเด็กพวกเขาจึงพากันเดินจากไป

“ลูกรัก กลับไปบ้านหมอตู้กันเถอะ น้องชายของลูกหายดีแล้วจากนั้นพวกเราค่อยกลับบ้านกัน” นางฟู่พูดขึ้นอย่างดีใจแต่ว่าเมื่อหล่อนมองเห็นสีหน้าของบุตรสาวเจ้าตัวก็รู้สึกสงสัย

“ลูกเป็นอะไร ไม่ดีใจเหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ แม่คะ ฉันให้สัญญากับเด็กพวกนั้นไว้ว่าต่อไปนี้จะเป็นครอบครัวให้พวกเขา” นางฟู่ผินใบหน้าไปตามนิ้วชี้ของลูกสาวก่อนที่เธออยากจะหลั่งน้ำตาออกมาอีกคำรบ

“เสี่ยวหนิงพวกเราไม่มีเงิน หากรับเลี้ยงเด็กมากขนาดนี้มะ...แม่” นางฟู่รู้สึกจุกอยู่ในอกไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวาจาใดได้หลังสบเข้ากับดวงตาไร้เดียงสาของพวกเขา

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันมีวิธีแม่เชื่อฉันนะ” เด็กหญิงผมเปียจับมือแม่ของตนแกว่งไปมากล่าวเสียงอ่อน

“แต่ เฮ้อ! เอาเถอะเรื่องนี้เอาไว้ค่อยพูดกัน ลูกลองเล่าให้แม่ฟังได้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงต้องรับเลี้ยงเด็กพวกนี้ แล้วพ่อ แม่ของพวกเขาไปไหน” “เดินไปเล่าไปดีไหมคะ หนูหิวมากเลย”

“ได้สิ แม่ลืมไปเลย ลูกไปขอบคุณท่านหมอตู้ด้วยสิ เขาออกตามหาลูกตั้งแต่บ่ายจนค่ำของเมื่อวานเลยทีเดียว”

ทว่าหลังจากสองแม่ลูกหันมามองทางชายวัยกลางคนพวกเธอก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

“เสี่ยวห่าว เธอเป็นหลานของท่านหมอตู้อย่างนั้นเหรอ”

เด็กชายผละจากอ้อมแขนของคนเป็นปู่หันมาพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้คนถามทั้งน้ำตา

“ปู่ครับพี่สาวคนนี้เป็นคนพาผมกับน้อง ๆ ออกมาตอนที่คุณอาคนนั้นมาช่วย” ตู้ซีห่าวบอกกับปู่ผู้กำลังมองไปทางเด็กหญิงที่เจ้าตัวตามหาตั้งแต่เมื่อวานด้วยสายตาแห่งความขอบคุณ

“ขอบใจนะ” ชายวัยกลางคนกำลังจะโค้งตัวให้เธอทว่าเสี่ยวเฉากลับรีบเอ่ยห้ามเขาขึ้นเสียก่อน

“อย่าค่ะท่านลุงหมอ”

ตู้เหวินกังจึงได้หยุดการกระทำของตน ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงเอ่ยขอบคุณเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าและคิดว่าโชคดีเหลือเกินที่คืนนั้นเขารับสี่แม่ลูกนี้เอาไว้

“ฉันว่าพวกเรากลับโรงหมอกันก่อนดีไหมคะ มีอะไรค่อยไปพูดกันที่นั่น” เสี่ยวเฉาพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากมองเห็นว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจพวกเธอมากจนเกินควร

“ก็ดีเหมือนกัน ไปกันเถอะ” ชายวัยกลางคนเดินนำหน้าโดยมีมือของหลานชายจับอยู่ด้านซ้าย

ส่วนเด็ก ๆ คนอื่นโดยเฉพาะคนตัวเล็กทั้งสองได้นางฟู่กับเสี่ยวเฉาคอยดูแล

“ยังเด็กเหลือเกิน” นางฟู่พูดพลางถอนใจ

“แม่คะ บ้านหลังนั้นในหมู่บ้านพวกเราขายต่อดีไหม”

“ทะ...ทำไมเหรอลูก หากขายแล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนแม้ว่าบ้านมันจะเล็กแต่แม่ใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อมา” นางฟู่ตกใจที่จู่ ๆ ก็ได้ยินลูกสาวพูดเช่นนี้จึงทำให้หล่อนย้อนถามเสียงสั่น

“แม่คะ หมู่บ้านอวี๋ถงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับการตั้งรกรากในระยะยาวเพราะที่นี่ใกล้เมืองหลวงเกินไป อีกอย่างก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดสงครามอีกเมื่อไร”

พอพูดถึงสงครามนางฟู่ก็คล้ายกับจะน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง หากไม่ใช่เพราะสงครามครอบครัวของเธอก็คงไม่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างตอนนี้

ลูก ๆ ก็ยังคงจะได้เรียนหนังสือไม่ต้องกลายมาเป็นคนเร่ร่อน คิดแล้วหล่อนก็รู้สึกเจ็บแค้น

“แม่คะ เชื่อหนูเถอะหากเป็นไปได้พวกเราควรย้ายถิ่นฐาน พวกเราไปทางใต้กันเถอะค่ะ” เสี่ยวเฉาถือโอกาสตีเหล็กต้องตีตอนร้อนพูดขึ้นอีก

“หนูคิดว่าไปทางใต้ดีกว่าอย่างนั้นเหรอ” คนเป็นแม่ย้อนถาม เพราะอย่างน้อยลูกสาวของเธอก็ยังร่ำเรียนหนังสือมากับสามีของตน อีกทั้งยังได้ไปอยู่โรงเรียนประจำด้วยตั้งหลายปีซึ่งดีกว่าหล่อนที่อ่านออกเขียนได้เพียงเล็กน้อย

“ดีค่ะ ในตอนนี้ทางใต้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดไม่แน่ว่าเราอาจจะพบพ่อที่นั่นหรือไม่ก็ระหว่างทาง”

“หากลูกว่าดีแม่ก็ตามใจ แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้นเล่า เราจะทำเช่นไรดี” นางฟู่เอ่ยอย่างกลัดกลุ้ม

“แม่คะ เอาหูมานี่ฉันมีอะไรจะบอก”

นางฟู่ไม่ได้ตอบโต้อะไรเนื่องจากหล่อนกำลังรู้สึกตกใจในสิ่งที่ได้ยิน “แม่คะ” “หะ..หาลูก”

“พวกเราเดินถึงโรงหมอแล้วค่ะ” เด็กหญิงอมยิ้มให้กับท่าทางของมารดาเจ้าของร่างเดิม

เมื่อน้องฝาแฝดเห็นพี่สาว พวกเขาก็วิ่งเข้ามากอดเธอด้วยความดีใจ “พี่ใหญ่ พวกเราเป็นห่วงท่านมาก” เด็กหญิงพูดขึ้นโดยมีพี่ชายฝาแฝดพยักหน้าเห็นพ้อง

“พี่ก็คิดถึงน้องทั้งคู่ ว่าแต่เสี่ยวมู่หายดีแล้วอย่างนั้นเหรอ”

“ฮับ หมอตู้บอก” เด็กชายตอบพร้อมกับหันหน้าไปทางชายวัยกลางคน “เขาหายดีแล้ว ส่วนค่ารักษาข้าไม่คิด”

“ไม่ได้หรอกค่ะ หากลุงไม่คิดฉันคงไม่กล้าให้ลุงหมอดูอาการของเด็กคนนี้” เสี่ยวเฉายืนยันพลางดันตัวของเด็กหญิงที่มีอาการไอออกมาด้านหน้า

“ข้าคิดแค่หนึ่งเหวิน เจ้าห้ามปฏิเสธอีกไม่อย่างนั้นข้าก็จะไม่รักษาเด็กคนนี้”

“ตกลงตามที่ลุงหมอว่ามาเถอะค่ะ” เสี่ยวเฉาเอ่ยอย่างอ่อนใจก่อนที่จะพาเด็กหญิงที่เธอยังไม่รู้จักชื่อให้เดินตามหมอเจ้าบ้านไปยังห้องตรวจ

“เด็กคนนี้เป็นโรคปอดอักเสบกินยาไม่กี่เทียบก็หายดี”

เมื่อเสี่ยวเฉาได้ยินเช่นนี้ก็โล่งอก ดังนั้นหลังจากเธอจ่ายเงินให้กับหมอตู้เรียบร้อยเจ้าตัวจึงได้พาเด็กหญิงตัวน้อยเดินออกมา แม้ว่าเด็กคนนี้จะมีอายุสิบขวบกระนั้นด้วยความที่ตัวเล็กดังนั้นร่างกายจึงไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร

“แม่คะ นำเงินนี้ไปซื้ออาหารเถอะค่ะ ฉันจะคอยดูแลพวกเขาเอง”

“ได้สิ แม่ไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ในตอนนี้เธอเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าเรื่องที่ลูกสาวพูดถึงทองคำแท่งที่คนเป็นพ่อบอกให้เก็บซ่อนเอาไว้ก่อนแยกย้ายเป็นเรื่องจริงจึงทำให้หล่อนมีสีหน้าดีขึ้น

“เอาละ ต่อไปนี้พวกเรามาแนะนำตัวกันเถอะ แต่ละคนมีชื่อว่าอะไรเริ่มจากฉันก่อนก็แล้วกัน ฉันมีชื่อแซ่ว่า หยางเฉียนหนิง พวกเธอก็เรียกฉันว่าพี่สาวหนิงหรือพี่สาวก็ได้เข้าใจไหม” เสี่ยวหนิงตัดสินใจละทิ้งชื่อเดิม ส่วนแซ่นั้นช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ร่างนี้มีแซ่เดียวกับพ่อแม่บุญธรรมในภพก่อน

“พี่ใหญ่ให้หนูแนะนำตัวก่อนนะ ฉันชื่อว่าหยางเจียวเยว่หรือจะเรียกว่าเถาเถาก็ได้ ส่วนคนนี้เป็นพี่รองชื่อหยางเฉียนคุนหรือมู่มู่อายุหกปี” คนเป็นน้องสาวแนะนำตัวทั้งของตนและพี่ชายเสร็จสรรพ

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฉันต้องเป็นพี่รองของเธอแล้วละ ฉันชื่อตู้ซีห่าวอายุสิบปี” เด็กชายผู้เป็นหลานชายเจ้าของบ้านพูด

“พี่รองต่อไปพี่ต้องเป็นพี่สามเหรอเถาเถางง” เด็กหญิงตัวน้อยเกาศีรษะถามผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกัน

“ไม่ต้องหรอก เสี่ยวเถาก็เรียกเสี่ยวมู่ว่าพี่รองเหมือนเดิมนั่นแหละ ส่วนซีห่าวน้องก็เรียกพี่ห่าวดีไหม” คนเป็นพี่สาวแนะ

“ดีค่ะ” เด็กหญิงยิ้มแป้น

หลังจากการแนะนำตัวของเสี่ยวห่าวจบลงเด็กอีกห้าคนก็ไม่มีใครพูดอะไร “เกิดอะไรขึ้นทำไมพวกเจ้าถึงไม่แนะนำตัวกันล่ะ” เสี่ยวหนิงถามอย่างสงสัย

“พี่สาวหนิง ช่วยตั้งชื่อให้พวกเราด้วย” เด็กทั้งห้าพูดพร้อมกัน แม้แต่เจ้าตัวเล็กที่เสี่ยวเฉามองว่าหกปีเองก็ด้วย

เสี่ยวหนิงไม่ถามว่าเหตุผลของพวกเขาคืออะไรเพราะแต่ละคนอาจจะเจอเรื่องที่ไม่ดีมาก่อนก็เป็นได้

“ได้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ชื่อว่าเสี่ยวหงนะ ต่อมาก็เสี่ยวหนิวเพราะเจ้ามีรูปร่างใหญ่ทั้งที่อายุพอ ๆ กับมู่มู่ ส่วนเจ้าก็เสี่ยวตง เสี่ยวทู่ และเสี่ยวลิ่ว พวกเจ้าพอใจไหม ส่วนแซ่ก็ใช้ของพ่อข้านั่นแหละ”

“เจ้าจะไม่ถามความเห็นของแม่หน่อยเหรอ” หมอวัยกลางคนแย้ง

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันเชื่อว่าท่านแม่ย่อมเห็นด้วยอย่างแน่นอนเพราะไหน ๆ ฉันก็รับพวกเขาเป็นน้องแล้ว” ท่าทางของเด็กหญิงดูเกินวัยจนทำให้หมอวัยกลางคนคิดว่าตัวเองสนทนาอยู่กับผู้ใหญ่คนหนึ่งหาใช่เด็กอายุสิบสามปีไม่

ตกดึกค่ำคืนนั้นในขณะที่เสี่ยวหนิงกำลังนอนหลับสนิทใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยเหงื่ออีกทั้งท่าทางยังคงกระสับกระส่าย “ไม่” เธอตะโกนเสียงดังจนทำให้นางฟู่ผู้นอนอยู่ข้างกันตกใจ

“เสี่ยวหนิงลูกเป็นอะไร ฝันร้ายอย่างนั้นเหรอ” หล่อนรีบเขยิบเข้าไปโอบกอดลูกสาวถามเสียงอ่อน

“ไม่มีอะไรค่ะ แม่นอนต่อเถอะ” เธอปฏิเสธ

“แน่นะลูก” หญิงสาวยังไม่วายถามซ้ำ

“แน่สิคะ ฉันมีแม่นอนอยู่ด้วยจะฝันร้ายได้ยังไง” น้ำเสียงของหล่อนฟังดูสดใสจึงทำให้นางฟู่รู้สึกวางใจ

ทำไมยังฝันถึงเรื่องนั้นอยู่ล่ะ เจ้าตัวคิดก่อนจะเอนกายลงนอนและปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 90

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่อ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 89

    “พ่อคะ พาหนูไปหาเขา ได้โปรด” เธอวิงวอนร้องขออย่างน่าสงสารจนหยางเฉียนหมิงไม่อาจปล่อยผ่าน “ได้ พ่อจะพาลูกไปเอง” เขาตอบรับเสียงหนัก รถจิ๊ปสีเขียวของกองทัพพาสองพ่อลูกหยางเดินทางเข้ามาถึงค่ายแห่งหนึ่งหลังจากสองพ่อลูกนั่งรถไฟผ่านหลายสถานีกว่าจะมาถึงตัวมณฑลแห่งนี้ “ที่นี

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 88

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 87

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 86

    “พี่ล้อเล่นน่ะ ว่าแต่น้องหยิกพี่ทำไม” หลี่ลู่เหอยกมือของเธอขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็แสดงความรักที่มีต่อหญิงสาวอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตอบโต้หล่อนก็ถูกภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาเอาไว้ “สวยจัง” ปากสีแดงสวยขยับขึ้นลง ดวงตาของเธอเปล่งประกายคล้ายมีแสง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 85

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 71

    คนทั้งคู่หรือแม้แต่คนอารักขาของพวกเขาไม่มีใครทันได้สังเกตแมวน้อยตัวลายที่กระโดดหายไปตามขื่อหลังคาอย่างว่องไว ทางด้านเสี่ยวหนิงหลังจากร้องเพลงติดต่อกันไปถึงสองเพลงหล่อนก็อาศัยช่วงเวลาพักหลบออกมา และเมื่อได้ข้อมูลที่เหลาหู่นำมาเธอก็แสร้งเดินนวยนาดมาทางหลี่ลู่เหอด้วยรอยยิ้มหวานจนสะกดทุกสายต

    last updateآخر تحديث : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 74

    ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าหลังจากจับพวกคนเลวได้ทั้งหมดเสี่ยวหนิวผู้มีรูปร่างใหญ่กว่าพี่สาวก็ได้อุ้มร่างอันไร้สติของเด็กสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางพวกเขาปากก็ร้องว่า “พี่ชายเหอ! ช่วยพี่ใหญ่ด้วย” เด็กหนุ่มพูดไปพลางร้องไห้ไป หัวใจของหลี่ลู่เหอกระตุกวาบ “เสี่ยวหนิว! พี่ใหญ่ กะ..เกิดอะ

    last updateآخر تحديث : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 56

    “ค่ะแม่” เจ้าตัวรับปากเสียงใส “พี่ใหญ่ ผมไปด้วยนะครับ” ซีห่าวรีบพูดขึ้น “ตกลง มีใครอยากจะเข้าไปในเมืองอีกไหมจ๊ะ” คนเป็นพี่สาวถาม ทั้งนี้เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้พาน้องชายหญิงเข้าตัวเมืองบ่อยนัก “ผมครับ” เสี่ยวตงกับเสี่ยวหนิวยกมือตอบเสียงดัง “แล้วคนอื่นล่ะ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-28
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 58

    “แกได้ความคืบหน้าอะไรมาบ้าง” น้ำเสียงแหบพร่าของ หลี่จุนโป๋ถามกับลูกชาย “ยังไม่ได้เรื่องเลยครับ โจรพวกนี้มีกันหลายกลุ่มหลายก๊กอีกทั้งยังมีพวกหนีตายของรื่อเปิ่นเข้าร่วมด้วย” “แกสั่งคนของเรากระจายกันออกไปกวาดล้างพวกมันให้หมดไม่ว่ามันจะมีกี่กลุ่มก็ต้องจัดการมันให้สิ้น” ผู้พูดเอ่ย

    last updateآخر تحديث : 2026-03-28
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status