Se connecterสิ่งแรกที่ซูหร่วนซีทำคือการเทงานแต่งกับผู้ชายเฮงซวยเมื่อชาติก่อนที่เธอเคยหลงผิดแต่งงานกับเขา "ตบนี้! สำหรับที่นายดูถูกฉัน จำเอาไว้ใส่สมองของนายดี ๆ ด้วย คุณหนูอย่างฉันไม่คิดจะกลับไปกินของเก่าที่สมองหมูอย่างนาย"
Voir plusซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ
ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ
หยูเชาเอนตัวพิงเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “นายพูดเหมือนเขา... แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่”“ถ้าไม่น่าใช่ นายลองถามใจตัวเองดูสิว่าคิดยังไงกับพี่เขา” ฉาจี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีก“บางทีคำตอบมันอาจอยู่ตรงหน้าของนายแล้วก็ได้ แค่นายยังไม่ยอมรับ”หยูเชานิ่งไปนานไม่ตอบอะไร เขายกแ
เวิ้นจวิ้นชายหนุ่มหน้าหวานที่ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาถูกพ่อแท้ ๆ ไล่ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก เพียงเพราะคนเป็นพ่อไม่อาจยอมรับในตัวตนของลูกชายแบบเขาว่าสนใจเพศเดียวกันการพลัดพรากจากครอบครัวและการต่อสู้กับอคติในสังคมทำให้เวิ้นจวิ้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง
หลังพิธีแต่งงานที่แสนงดงาม จ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความสุขที่เรียบง่าย บ้านของพวกเขาถูกตกแต่งอย่างอบอุ่นในสไตล์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของทั้งสองคนทุกเช้าซูหร่วนซีมักจะตื่นก่อนเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้สามี โดยจ้าวหลงหยางมักจะมาช่วยเธอในครัวพร้อมรอยยิ้มและคำแซวที่ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้
“ครับ”ภายในร้านตกแต่งด้วยโคมไฟไม้ไผ่ที่กำลังส่องแสงสีส้มอ่อนลงมาทำให้ดูค่อนข้างอบอุ่นเหนือโต๊ะไม้ขัดมันที่มีหมอนอิงลายดอกไม้แบบจีนวางพิงพนักเก้าอี้ร้านน้ำชาแห่งนี้ตั้งอยู่ริมลำธารเล็ก ๆ ที่น้ำไหลเอื่อยล้อแสงแดดยามสาย ชายหนุ่มหญิงสาวเลือกที่นั่งริมหน้าต่างกระจกใส ซึ่งสามารถมองเห็นวิวของสะพานหินและต
เสียงลมกระทบกระจกเครื่องบินส่วนตัวดังก้องอยู่เบา ๆ นอกหน้าต่าง ท้องฟ้าในยามเย็นถูกย้อมด้วยสีส้มอันอ่อนโยนตัดกับเส้นขอบฟ้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาซูหร่วนซีที่นั่งอยู่ในที่นั่งผู้โดยสารด้านข้างคนขับ เธอไม่อาจห้ามรอยยิ้มที่ฉายชัดบนใบหน้าได้ หัวใจเต้นแรงเมื่อสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังควบคุมพวงมาลั
“เจ้านาย! ใกล้วันหยุดยาวอีกแล้วพวกเราจะไปที่ไหนกันดีครับ” หยูเชาที่ยังไม่เปลี่ยนคำเรียกที่มีต่อซูหร่วนซีถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น“พวกเรามาลงคะแนนกันดีไหม ช่วงนี้เป็นฤดูหนาวมีหลายที่เลย ไม่ว่าจะเป็นฮาร์บิน เซียงไฮ้ ปักกิ่ง ลี่เจียง หรือว่าอยากจะไปริมทะเลอย่างซานย่า”“ฉันว่าซานย่าก็ไม่เลวนะคะ” ตงเหยาพ





