เข้าสู่ระบบสิ่งแรกที่ซูหร่วนซีทำคือการเทงานแต่งกับผู้ชายเฮงซวยเมื่อชาติก่อนที่เธอเคยหลงผิดแต่งงานกับเขา "ตบนี้! สำหรับที่นายดูถูกฉัน จำเอาไว้ใส่สมองของนายดี ๆ ด้วย คุณหนูอย่างฉันไม่คิดจะกลับไปกินของเก่าที่สมองหมูอย่างนาย"
ดูเพิ่มเติมซูหร่วนซีเฝ้าดูแลเขาไม่ห่างกาย ทั้งสองยังคงจับมือกันแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือกันไปความรักและความผูกพันจะเลือนหายไปตามสายลมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจ้าวหลงหยางหันหน้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนเช่นเคย แม้ลมหายใจของเขาจะอ่อนแรงลงทุกขณะ ถึงกระนั้นเสียงของเขายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อ
ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำและคำสัญญาของอดีต บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นพยานของความทรงจำระหว่างจ้าวหลงหยางกับซูหร่วนซีในวันวานในตอนนี้ได้มีหญิงชายวัยชราคู่หนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างกันมือของคนทั้งสองกอบกุมกันไว้พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างอบอุ่นเฉกเช่นครั้งอดีตแม้ว่าวันเ
หยูเชาเอนตัวพิงเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “นายพูดเหมือนเขา... แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่”“ถ้าไม่น่าใช่ นายลองถามใจตัวเองดูสิว่าคิดยังไงกับพี่เขา” ฉาจี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีก“บางทีคำตอบมันอาจอยู่ตรงหน้าของนายแล้วก็ได้ แค่นายยังไม่ยอมรับ”หยูเชานิ่งไปนานไม่ตอบอะไร เขายกแ
เวิ้นจวิ้นชายหนุ่มหน้าหวานที่ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาถูกพ่อแท้ ๆ ไล่ออกจากบ้านพร้อมกับแม่ผู้มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก เพียงเพราะคนเป็นพ่อไม่อาจยอมรับในตัวตนของลูกชายแบบเขาว่าสนใจเพศเดียวกันการพลัดพรากจากครอบครัวและการต่อสู้กับอคติในสังคมทำให้เวิ้นจวิ้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง
“คุณลุง พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ” น้ำเสียงแหลมสูงจากผู้มาใหม่ทำให้คนภายในห้องพากันมองหล่อนเป็นทางเดียว“ที่รัก คุณอย่ามาทำให้เสียเรื่อง หากลุงกวงเกิดเข้าใจผิดผมขึ้นมาจะทำยังไง” ซูยวี่รีบเดินเข้าไปจับมือภรรยาของตนแสร้งห้ามปราม“คุณก็เป็นแบบนี้ทุกที มีใครในเทียนไห่ไม่รู้บ้างว่าคุณทำงานหนักขนาดไหนตลอดเวลา
ชายวัยกลางคนจำต้องหมุนกายเดินกลับไปยังประตูทางเข้าบริษัทด้วยความอับอายฝากไว้ก่อนเถอะไอ้แก่ เมื่อไหร่ที่บริษัทนี้เป็นของฉันคอยดูสิว่าแกจะเป็นยังไง เขาลอบกำมือแน่นสีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธเคืองซูหร่วนซีได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายร่างท้วมอย่างชิงชัง (รอก่อนเถอะ ฉันจะจัดการแกทั้งครอบครัวให้สิ้น
ช่วงสายภายในวันเดียวกันเสียงเคาะประตูหน้าห้องของสองสาวก็ดังขึ้น เข่อซิงจึงได้เป็นคนเดินไปเปิดประตูเมื่อเธอได้รับข้อความแจ้งเตือนมาจากบุคคลดังกล่าว“คุณหนูโม่” น้ำเสียงสุภาพดังขึ้นจากหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวในชุดสูททำงานสีเทากางเกงขายาวสีเดียวกันกล่าวทักทายพลางค้อมศีรษะลงเล็กน้อยรองเท้าส้นสูงสีดำความ
หญิงสาวสองคนที่มีบุคลิกต่างกันเดินสะพายกระเป๋าถือของตนก้าวเท้าเดินตรงไปยังทางออกโดยไม่เสียเวลาเหลียวมองใคร โดยเฉพาะคุณใหญ่ตระกูลซูทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าตัวเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วยความกลัวว่าจะไม่สามารถช่วยเหลือญาติผู้พี่ฝั่งแม่ของตนได้ และจะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นครั้งอดีตดังนั้นใบ


















ความคิดเห็น