Partager

บทที่ 7

เช้าวันต่อมา ในเช้าวันนี้นางฟู่ก็ยังคงรับหน้าที่ทำอาหารเหมือนเดิม แต่พิเศษตรงที่เธอได้ลูกสาวเข้ามาช่วยและยังรวมถึงเด็กน้อยอีกหลายคนไม่เว้นแม้แต่หลานชายของหมอตู้

“วันนี้พวกเราจะกินเกี๊ยวหมูกัน” เสี่ยวหนิงพูดขึ้นในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังนวดแป้ง

เด็ก ๆ พากันกลืนน้ำลาย ทว่า “พี่สาวพวกเรากินผักดองก็ได้ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อเนื้อหรอก” เสี่ยวหงพูดขึ้นก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงไอ

“ไม่เป็นไรหรอกใช้เงินไม่มาก พี่ว่าเจ้าไปพักเถอะอากาศในห้องครัวไม่ดีมีทั้งกลิ่นควันกลิ่นอาหาร เอาไว้พี่ทำเสร็จแล้วจะให้คนไปตาม เมื่อไหร่เจ้าหายดีค่อยมาช่วยดีไหม” เสี่ยวหนิงพูดด้วยรอยยิ้มบางให้คนตัวเล็กที่มีอายุมากกว่าน้องของตนไม่กี่ปี

“แต่..” เสี่ยวหงกำลังจะแย้ง

“ไม่มีแต่ เชื่อพี่สาวนะ น้องเล็กเจ้าพาพี่สาวหงไปนอนพัก” เสี่ยวหนิงหันไปบอกน้องสาวผู้กำลังสนุกอยู่กับการขยำแป้ง(ห่อเกี๊ยว)

“ค่ะ” เด็กหญิงลากเสียงยาว

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกลิ่นน้ำซุปอันหอมกรุ่นก็ลอยออกมาจากโรงครัวของบ้านหมอตู้

“พี่ใหญ่หอมมาก” เสี่ยวมู่พูดขึ้นด้วยความอยากกิน

“พวกเจ้าไปช่วยกันเช็ดโต๊ะอาหารเถอะ ดูท่านลุงหมอด้วยว่าตื่นหรือยัง” เสี่ยวหนิงบอกเด็กน้อยทั้งหลายด้วยรอยยิ้มขำอย่างเอ็นดูแต่ละคน

“ปู่ตื่นนานแล้วพี่สาว ท่านชอบออกกำลังกายตอนเช้าด้วยท่าแปลก ๆ อีกทั้งยังเคยบอกให้ผมทำด้วยแต่ผมไม่ชอบ”

“เสี่ยวห่าวเจ้าไม่ชอบหรือว่าขี้เกียจกันแน่” เสียงของคนเป็นปู่ทำให้เด็กชายหน้าม้าน

“แหะ ๆ ยังคงเป็นปู่ที่รู้จักผมดีตามเคย”

เด็กหลายคนพากันส่งเสียงหัวเราะ “พวกเจ้าเองต่อไปก็ต้องออกกำลังกายแบบนี้เหมือนกัน ว่าแล้วก็ออกไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานซะ!!”

“เจ้าด้วย” “หา!” เสี่ยวหนิงผู้กำลังจะย่องเงียบไปช่วยแม่ของตนส่งเสียงออกมาด้วยใบหน้าเหลอหลา

เด็กชายหญิงทั้งเจ็ดกำลังยืนตัวตรงอยู่กลางลานบ้านรอชายวัยกลางคนออกคำสั่งต่อไป

“การออกกำลังเช่นนี้เรียกว่าชี่กงหรือเป็นการออกกำลังโดยเลียนแบบท่าสัตว์ทั้งห้า ได้แก่ ท่าเสือโคร่ง ท่ากวาง ท่าหมี ท่าวานร และท่านก พวกเจ้าดูข้าให้ดีนะเราจะเริ่มจากท่าแรกคือเสือก่อน”

เด็กแต่ละคนพากันมองไปทางชายวัยกลางคนอย่างตั้งใจ “เอาละ พวกเจ้าลองทำตามดู”

แรก ๆ เด็กน้อยไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวหนิงก็ยังหายใจเข้าออกไม่ค่อยถูกจังหวะ จนกระทั่งผ่านไปถึงสามครั้งพวกเขาจึงเริ่มทำได้ดีขึ้น

“การออกกำลังกายแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์นะ อย่างท่าเสือโคร่งที่พวกเจ้าทำกันอยู่ ท่านี้จะช่วยเรื่องรักษาเส้นเอ็น ทำให้ตับแข็งแรง เสี่ยวทู่เจ้าค่อย ๆ ทำลองฝึกดูใหม่” แม้ปากของหมอตู้จะพูดทว่าสายตาของเขานั้นหาได้หยุดนิ่ง

“พักได้ พวกเจ้าจำไว้ให้ดีต้องทำทุกวันร่างกายของพวกเจ้าจะได้แข็งแรง” หมอตู้กล่าวย้ำก่อนที่จะปล่อยพวกเขาไป

“หิวกันแล้วล่ะสิ เสี่ยวหนิงลูกมาช่วยแม่ยกชามเกี๊ยวออกไปเถอะ” นางฟู่ส่งยิ้มให้พวกเขาพูดอย่างอ่อนโยน

“ค่ะแม่”

คล้อยหลังบุตรสาวนางฟู่ก็หันมาต้มยาให้กับเสี่ยวหงต่อ หลังจากจัดเตรียมยาเรียบร้อยหล่อนจึงได้เดินตามบุตรสาวออกไปด้านนอก

“มานั่งเถอะ” หมอตู้เอ่ยชวน

“ค่ะ”

การกินอาหารเช้าผ่านไปด้วยดี มื้อนี้เด็ก ๆ เจริญอาหารกันมากจากทีแรกพวกเขาไม่กล้ากินเพิ่มแต่เมื่อได้เสี่ยวหนิงกับนางฟู่คะยั้นคะยอพวกเขาก็กินกันจนอิ่ม

เมื่อท้องอิ่มแต่ละคนก็ช่วยกันเก็บถ้วยตะเกียบนำไปล้าง “เด็กพวกนี้ช่างรู้ความ ไม่รู้ว่าก่อนเกิดเหตุร้ายพวกเขาถูกเลี้ยงมาแบบไหน” หมอตู้พูดขึ้นกับนางฟู่ที่กำลังมองดูเด็กแต่ละคนอย่างเอ็นดู

“นั่นสิคะ ท่านหมอตู้คะ ฉันเห็นทีว่าวันนี้คงต้องกลับเรือนแล้ว”

ตู้เหวินกังรู้สึกใจหายเมื่อได้ยินแบบนี้และยังไม่ทันที่เขาจะตอบโต้อะไรหลานชายคนเดียวก็ร้องไห้โฮขึ้นมาเสียก่อน

“ปู่ พวกเราไปอยู่กับพวกเขาได้ไหม” เด็กชายร้องไห้ดึงชายเสื้อตัวยาวที่ชายวัยกลางคนสวม

“เรื่องของชะตาบางครั้งเราไม่อาจหลีก พวกเขากลับหมู่บ้านก็จริงแต่ใช่ว่าเจ้าจะไปเยี่ยมไม่ได้นี่” คนเป็นปู่กล่าวตำหนิ

“แต่พี่ใหญ่บอกว่าหล่อนต้องการย้ายที่อยู่” ผู้พูดยกมือปาดน้ำตากล่าวเสียงเจือสะอื้น

“เรื่องจริงเหรอ” หมอตู้หันไปถามนางฟู่ที่กำลังพยักหน้าด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง หล่อนค่อนข้างเห็นใจหลานของหมอตู้ที่กำลังร้องไห้

“พวกเจ้าจะย้ายไปไหน”

“เสิ่นเตี้ยนค่ะ” เสี่ยวหนิงผู้มาได้ยินคำถาม เป็นคนตอบแทนมารดาที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไปอยู่เมืองอะไร

“ทางใต้ ไกลจากที่นี่เยอะอยู่นะ พวกเจ้ามีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นอย่างนั้นเหรอ” ตู้เหวินกังถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเนื่องจากพวกหล่อนมีแต่เด็กกับผู้หญิงสำหรับการเดินทางไกลนั้นย่อมไม่ง่าย

“ไม่มีหรอกค่ะ ญาติของพวกเราอยู่เมืองหลวง ตั้งแต่เกิดสงครามก็พากันหนีหายแม้แต่สามีของฉันพวกเราก็ยังพลัดหลงกันจนป่านนี้ไม่รู้ว่าเขาเป็นหรือตาย” นางฟู่น้ำตารื้นจวนเจียนจะหยด

“เอาอย่างนี้ดีไหม หากสหายฟู่ไม่รังเกียจข้า พวกเรามาสาบานเป็นพี่น้องกันต่อไปเจ้าก็เรียกข้าว่าพี่ชายเถอะ”

นางฟู่ตกตะลึงหล่อนจ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้าก่อนที่จะพยักหน้าตกลงทั้งน้ำตา

“พี่ชาย”

“ดี ดี ในเมื่อพวกเจ้าจะย้ายเมืองข้าเองก็จะไปด้วย บอกตามตรงข้าเองก็กลัวว่าสงครามจะมาถึงที่นี่เหมือนกัน”

ดังนั้นการเดินทางกลับหมู่บ้านอวี๋ถงในครั้งนี้จึงเป็นการนำบ้านรวมถึงที่ดินมาขายกับโรงแลกเงินเป่าเฉียน

“พวกเจ้าจะไม่กลับมาแน่นะ อย่างน้อยหากอยู่ทางนั้นไม่ได้ก็ยังมีบ้านอยู่ทางนี้หรือจะจำนองเอาไว้ก่อน” ผู้เป็นหลงจู๊ของร้านแนะนำ

“พวกฉันคงไม่กลับมาแล้ว ทางใต้ไกลจากที่นี่มาก” นางฟู่ตอบตามที่ลูกสาวบอก

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ” หลงจู๊ไม่ตื๊อต่อ ดังนั้นหลังจากจ่ายเงินให้อดีตเจ้าบ้านเรียบร้อยเขาก็ไม่สนใจหญิงสาวคนนี้อีก

“พี่ชายนี่เงิน” นางฟู่ผู้รับหน้าที่ไปขายบ้านทั้งของตนและของพี่ชายหมาด ๆ ส่งถุงเงินให้เขา

“ขอบใจ ในเมื่อพวกเราขายไปแล้วก็เดินทางกันเถอะ” ชายวัยกลางคนพูดอย่างไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์สถานที่แห่งนี้เลยสักนิดเนื่องจากเขาเองก็เป็นผู้อพยพมาเช่นกัน

คล้อยหลังจากที่พวกเขาเดินมุ่งหน้าลงใต้ไปได้เพียงสองวันในเมืองที่เพิ่งจากมาก็เกิดความโกลาหลเพราะในตอนนี้ทางการได้ประกาศรับสมัครทหารเพิ่ม

“หากพวกเจ้าเดินไม่ไหวก็บอกนะ” หมอตู้บอกกับเด็กน้อยทั้งหลายหลังจากเดินออกจากเมืองมาได้สักพัก

หลังจากได้รับคำยืนยันจากเด็กน้อยชายวัยกลางคนก็บ่ายหน้ามาปรึกษากับเด็กหญิงที่เป็นคนต้นคิด

“เสี่ยวหนิง เจ้าคิดว่าพวกเราควรเดินทางยังไง”

“ทางน้ำค่ะ ไปทางเรือน่าจะดีที่สุด ช่วงนี้เพิ่งหมดฤดูมรสุมพวกเราจึงไม่น่าจะเจอพายุ การไปทางน้ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเดินทางบกที่เสี่ยงกับโจรผู้ร้าย”

“เจ้าวิเคราะห์ได้ดี แต่การเลือกเรือพวกเราก็จำต้องดูคนอีกเหมือนกัน” การที่หมอตู้กล่าวเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลเพราะช่วง กลียุคเช่นนี้ย่อมมีโจรผู้ร้ายอยู่ทุกหนแห่ง

รวมถึงพ่อค้ามนุษย์ด้วยกันเองก็มีมาก หากพวกมันจะแฝงเป็นคนเรือแล้วลักพาตัวคนก็มีโอกาสเช่นกัน

“ฉันเข้าใจค่ะ” เสี่ยวหนิงรับปากสีหน้าค่อนข้างเครียด

พวกเขาเดินเท้าออกมาจนถึงท่าเรือเล็กแห่งหนึ่ง “ลงเรือไหม” คนถ่อเรือถามขึ้นซึ่งท่าทางของคนผู้นี้แววตาดูหลุกหลิกทำให้ทั้งหมอตู้และเสี่ยวหนิงรู้สึกไม่วางใจ

“ตอนนี้ยังไม่ลง เราต้องรอญาติมาสมทบก่อน” ตู้เหวินกังเลือกตอบเช่นนี้ อย่างน้อยหากคนผู้นี้รู้ว่าตนมีญาติจะตามมาภายหลังเขาคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

“ได้ ถ้าอย่างนั้นอยากลงเรือก็บอกข้าเดินทางมาเยอะสามารถพาพวกเจ้าไปได้ทุกที่” ชายคนนั้นคุย

ตู้เหวินกังทำเพียงพยักหน้ารับก่อนที่จะพาสมาชิกของตนเดินไปทางเรือลำอื่นซึ่งลอยอยู่ห่างกัน

“หวังว่าคนที่เหลือคงไม่ใช่พวกเดียวกัน” ชายวัยกลางคนพึมพำ

ทุกการกระทำของคนทั้งกลุ่มได้ตกอยู่ภายใต้สายตาแห่งการจับจ้องที่เสี่ยวหนิงรู้สึกไม่ชอบมาพากล

เหอะ ๆ ฉันจะต้องทำใจใช่ไหม เจ้าตัวคิด

“ลุงตู้ เลือกสักลำเถอะ ชะตาครั้งนี้พวกเราไม่อาจหลีกมีแต่ต้องพุ่งชนเท่านั้นแหละค่ะ แต่พวกเราจะต้องมาปรึกษากันก่อน” ที่เธอกล่าวออกมาแบบนี้เป็นเพราะตอนนี้เท้าของพวกเธอได้ก้าวเข้าปากหมาป่ามาแล้วมีหรือที่พวกมันจะปล่อยเหยื่ออย่างพวกเธอไปอย่างง่ายดาย

“อืม เจ้าเองก็รู้หรือ”

“ค่ะ เอาอย่างนี้นะคะฉันอยากให้ลุงเชื่อใจ ดังนั้นหากเกิดเรื่องขึ้นจริงลุงช่วยดูแลแม่กับน้อง ๆ ส่วนเรื่องอื่นปล่อยให้ฉันจัดการเอง” แววตาของเสี่ยวหนิงเต็มไปด้วยไอสังหารชั่วครู่ก่อนจะหายไป

“ได้” ตู้เหวินกังตอบไปโดยไม่ต้องคิดแม้แต่ตนเองก็ยังประหลาดใจที่ยอมเชื่อเด็กหญิงอายุเพียงสิบสามปี
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 90

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่อ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 89

    “พ่อคะ พาหนูไปหาเขา ได้โปรด” เธอวิงวอนร้องขออย่างน่าสงสารจนหยางเฉียนหมิงไม่อาจปล่อยผ่าน “ได้ พ่อจะพาลูกไปเอง” เขาตอบรับเสียงหนัก รถจิ๊ปสีเขียวของกองทัพพาสองพ่อลูกหยางเดินทางเข้ามาถึงค่ายแห่งหนึ่งหลังจากสองพ่อลูกนั่งรถไฟผ่านหลายสถานีกว่าจะมาถึงตัวมณฑลแห่งนี้ “ที่นี

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 88

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 87

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 86

    “พี่ล้อเล่นน่ะ ว่าแต่น้องหยิกพี่ทำไม” หลี่ลู่เหอยกมือของเธอขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็แสดงความรักที่มีต่อหญิงสาวอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตอบโต้หล่อนก็ถูกภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาเอาไว้ “สวยจัง” ปากสีแดงสวยขยับขึ้นลง ดวงตาของเธอเปล่งประกายคล้ายมีแสง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 85

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 71

    คนทั้งคู่หรือแม้แต่คนอารักขาของพวกเขาไม่มีใครทันได้สังเกตแมวน้อยตัวลายที่กระโดดหายไปตามขื่อหลังคาอย่างว่องไว ทางด้านเสี่ยวหนิงหลังจากร้องเพลงติดต่อกันไปถึงสองเพลงหล่อนก็อาศัยช่วงเวลาพักหลบออกมา และเมื่อได้ข้อมูลที่เหลาหู่นำมาเธอก็แสร้งเดินนวยนาดมาทางหลี่ลู่เหอด้วยรอยยิ้มหวานจนสะกดทุกสายต

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 74

    ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าหลังจากจับพวกคนเลวได้ทั้งหมดเสี่ยวหนิวผู้มีรูปร่างใหญ่กว่าพี่สาวก็ได้อุ้มร่างอันไร้สติของเด็กสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางพวกเขาปากก็ร้องว่า “พี่ชายเหอ! ช่วยพี่ใหญ่ด้วย” เด็กหนุ่มพูดไปพลางร้องไห้ไป หัวใจของหลี่ลู่เหอกระตุกวาบ “เสี่ยวหนิว! พี่ใหญ่ กะ..เกิดอะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 56

    “ค่ะแม่” เจ้าตัวรับปากเสียงใส “พี่ใหญ่ ผมไปด้วยนะครับ” ซีห่าวรีบพูดขึ้น “ตกลง มีใครอยากจะเข้าไปในเมืองอีกไหมจ๊ะ” คนเป็นพี่สาวถาม ทั้งนี้เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้พาน้องชายหญิงเข้าตัวเมืองบ่อยนัก “ผมครับ” เสี่ยวตงกับเสี่ยวหนิวยกมือตอบเสียงดัง “แล้วคนอื่นล่ะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 58

    “แกได้ความคืบหน้าอะไรมาบ้าง” น้ำเสียงแหบพร่าของ หลี่จุนโป๋ถามกับลูกชาย “ยังไม่ได้เรื่องเลยครับ โจรพวกนี้มีกันหลายกลุ่มหลายก๊กอีกทั้งยังมีพวกหนีตายของรื่อเปิ่นเข้าร่วมด้วย” “แกสั่งคนของเรากระจายกันออกไปกวาดล้างพวกมันให้หมดไม่ว่ามันจะมีกี่กลุ่มก็ต้องจัดการมันให้สิ้น” ผู้พูดเอ่ย

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status