Share

บทที่ 6

Penulis: JustMoonLight
last update Tanggal publikasi: 2026-04-14 15:03:48

เดินทางท่ามกลางมหาสมุทรที่กว้างใหญ่มีบางครั้ง ที่เรือสินค้าจอดเทียบท่าบ้าง โจวจวินเริ่มปรับตัวได้ และออกไปนอกห้องเพื่อใช้ทักษะการตกปลาที่มีติดตัวมา หาอาหารให้ครอบครัวเพิ่ม

โจวจื่อหยา ยังกินอาหารอื่นๆ ไม่ได้ กินได้เพียงดูดน้ำนมจากอกของมารดา

เจิ้งฮุ่ยผิงเริ่มคุ้นเคยกับชื่อใหม่ของตน ยามนี้กำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกของคนที่มีพี่ชายและมารดาคอยดูแลและห่วงใยนาง

เจียงฝานปกติก็ดูแลคุณหนูของนางดีกว่าบุตรสาวตนเองอยู่แล้ว ยามนี้จึงรักใคร่บุตรสาวคนนี้มากขึ้นจนสุดหัวใจ อาหารที่เจิ้งฝูหลิงซื้อมาจากโรงครัวของเรือ รสชาติแย่ กินได้แค่พออิ่มท้อง เจียงฝานจึงพยายามให้บุตรชายคนรองซื้อวัตถุดิบเพื่อให้นางทำอาหารกินกันเองในห้องได้

เตาถ่านขนาดเล็กที่อยู่ในห้องไม่เคยว่าง เจียงฝานไม่ตุ๋นน้ำแกงปลาก็ต้มน้ำขิง ไม่ก็เคี่ยวโจ๊กสมุนไพร เพื่อเอาไว้บำรุงร่างกายของเจิ้งฮุ่ยผิงและโจวจื่อหวาย

โจวจื่อหวายที่เวลานี้ทำได้เพียงกินกับนอนอยู่ในห้อง ตัวเริ่มอวบอ้วนขึ้น แก้มก็ขาวเนียนใครได้เห็นเด็กชายผู้นี้ก็อดจะยื่นขนมให้เด็กชายด้วยความเอ็นดูไม่ได้

ยามนี้เจิ้งฝูหลิงที่กำลังเห่อหลานชายคนใหม่จึงพาโจวจื่อหวายออกจากห้องไปดูบิดาของเขาโจวจวิน ที่กำลังยืนตกปลาอยู่ที่กราบเรือ

'ท่านแม่ท่านรู้จักพริกไหมเจ้าคะ อย่าลืมนำพริกไปด้วย' โจวจื่อหยาเริ่มสนทนาทางความคิดกับมารดาของนาง

'รู้สิ ที่แผ่นดินใหญ่อาหารของที่นั่นน่าจะยังไม่รู้จักใส่พริก แต่แคว้นที่แม่จากมารู้จักใช้พริกเม็ด พริกเขียว พริกแดง พริกจิ๋วและพริกหยวกแล้ว ท่านพ่อของเจ้าชอบกินน้ำแกงรสเผ็ด เขาพกมาด้วยเยอะมาก เจ้ารู้จักพริกด้วยหรือ'

'ข้ามีความรู้ในการทำอาหารที่ใช้พริกหลายอย่างเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่แก้วดวงจิตกลับมาสว่างไสวแล้ว'

'ดีเลย ลองถามสิ ว่ามีวิธีการใดให้ท่านพ่อของเจ้าตกปลาได้เยอะกว่านี้บ้างไหม '

'ไม่ต้องถามแก้วดวงจิตหรอกเจ้าค่ะ ข้ารู้วิธีหาปลาเจ้าค่ะ ใช้วิธีทำตาข่ายตักปลาในน้ำ น่าจะจับปลาได้เยอะกว่าการตกปลานะเจ้าคะ ท่านแม่ใช้เชือกขนาดเล็กถักเป็นตาข่ายให้เหลือช่องว่างเล็กและถี่ แล้วหาไม้มาทำเป็นกรอบนำตาข่ายเย็บติดกับไม้ ทำด้ามจับยาวพอที่จะนำตาข่ายลงไปในน้ำและตักปลาขึ้นมาได้ ให้ปากตาข่ายกว้าง ทำทางตูดตาข่ายแคบลงไปตามความยาว ทำเป็นเหมือนถุงตูดตาข่ายเย็บติดกัน เชือกที่ใช้ต้องเหนียวไม่ขาดง่าย เวลาที่ตักปลาได้น้ำจะไหลออก แต่ปลาตัวปลาต้องติดอยู่ในถุงตาข่ายเจ้าค่ะ ท่านแม่เข้าใจไหมเจ้าคะ สิ่งที่ข้าพูดคือกระชอนตักปลาเจ้าค่ะ'

'ความหมายของเจ้าคือให้แม่ถักตาข่ายเป็นถุงผ้า ใช้ไม้มายึดติดตาข่าย ปากตาข่ายต้องกว้างตูดตาข่ายแคบทำด้ามไม้ สามารถจับยื่นตาข่ายลงไปตักปลาขึ้นมาได้ ใช่หรือไม่'

'ใช่เจ้าค่ะ ใช้กระชอนตาข่ายไปตักปลาขึ้นมาจากทะเล น่าจะง่ายกว่ายืนตกปลานะเจ้าคะ'

'เดียวแม่จะลองทำดู แต่ไม่รู้จะหาไม้ที่ยาวมากๆ ได้หรือไม่'

และแล้วเมื่อโจวจวินกลับมาพร้อมปลาสามสี่ตัวก็พบว่าเจิ้งฮุ่ยผิงกำลังนั่งทำตาข่ายเพื่อสร้างกระชอนตักปลา

เจิ้งฝูหลิงตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับวิธีการจับปลาที่น้องสาวอธิบาย ปลาในทะเลมีมากมายแต่วิธีจับปลามีหลายวิธี พวกเขาไม่ใช่ชาวประมงแต่เป็นพ่อค้า จึงไม่ได้สนใจการจับปลามากนัก แต่ยามนี้เดินทางอยู่กลางทะเลหากพวกเขามีปลามากินได้ ย่อมดีกว่ากินธัญพืช ข้าวและแป้งอย่างเดียว

เมื่อลองดัดแปลงช่วยกันทำกระชอนตักปลา โจวจวินผู้ที่เคยเป็นแม่ทัพใช้ดาบเล่มโตและหนักมากต่อสู้กับผู้คน ยามนี้เขาใช้พละกำลังที่มากกว่าคนปกตินำกระชอนไปตักปลาในท้องทะเล งานนี้จึงเป็นงานที่ง่ายแสนง่ายสำหรับเขา

วันต่อมาคนบนเรือต่างฮือฮาและชื่นชมวิธีการใช้กระชอนตักปลาของโจวจวินเป็นอย่างมาก เมื่อได้ปลามาเยอะมาก เขาจึงให้เจิ้งฝูหลิงนำปลาแบ่งไปให้พี่หู่เป็นของขวัญ ส่วนที่เหลือเขานำมาให้เจียงฝานทำอาหารให้ภรรยาและบุตรชายกิน

มีหลายคนมาขอยืมกระชอน โจวจวินก็ไม่หวงให้ยืมไป แต่เมื่อเจิ้งฝูหลิงรู้กลับวิ่งไปตามทวงกระชอนตักปลาคืน และอธิบายให้โจวจวินรู้ว่า ของเหล่านี้เขาสามารถทำเป็นของซื้อของขายและเสนอให้เช่าได้ แต่ไม่ควรให้ผู้ใดยืมไปเปล่าๆ เราใจกว้างต่อผู้อื่นแต่ผู้อื่นอาจจะไม่ใจกว้างกับเรา

ดังนั้นโจวจวินจึงปล่อยให้เจิ้งฝูหลิงจัดการเรื่องนี้ เขาไม่ได้สนใจเรื่องการหาเงินมากนัก ยามนี้เขาเห็นภรรยากินอิ่มนอนหลับเขาก็พึงพอใจมากแล้ว

เมื่อโจวจื่อหยาตื่นมาเห็นปลาตัวใหญ่ จึงเริ่มการสอนมารดาให้แกงปลาตามวิธีของตน แล่เนื้อปลาเลาะออกจากก้างปลาเป็นชิ้นๆ นำมาคลุกเกลือเพื่อล้างกลิ่นคาวปลา

อันดับแรกต้มน้ำให้เดือด ใส่ขิงหันแว่นลงไป ทุบกระเทียมและหัวหอมให้แตกแล้วใส่ลงไปต้มในหม้อ กลิ่นน้ำแกงเริ่มหอมกระจายทั่วห้อง เมื่อน้ำเดือดได้ที่ค่อยๆ ใส่เนื้อปลาที่ทำความสะอาดและแล่เป็นชิ้นๆ แล้วใส่ลงไปในน้ำเดือด และต้มต่อไป ปรุงรสใส่น้ำปลาหมักและใส่น้ำส้มหมัก ชิมรสให้ได้รสชาติเปรี้ยวเผ็ดเค็มจึงเป็นการทำแกงปลาต้มส้มเสร็จสิ้น

โชคดีที่เจียงฝานพกน้ำปลาหมัก และน้ำส้มหมักที่ทำจากผลไม้รสเปรี้ยวติดตัวมาด้วย จึงทำแกงปลาต้มส้มได้พอดี

น้ำแกงหม้อนี้ทุกคนจึงกินอย่างเอร็ดอร่อย เจิ้งฝูหลิงเพิ่งเคยกินอาหารที่ทำจากพริกเม็ดแดงเป็นครั้งแรก เขาเอ่ยชื่นชมไม่หยุด น้ำแกงที่มีรสชาติเผ็ดของพริก อร่อยจนเขาติดใจ

'อาหารที่เจ้าสอนแม่ ทุกคนต่างชอบมาก'

'ท่านแม่ ความจริงเครื่องปรุงยังไม่ค่อยครบหากมีหญ้าที่มีกลิ่นหอม จะอร่อยกว่านี้'

'เอาไว้พวกเราไปถึงแผ่นดินใหญ่พวกเราค่อยไปหาหญ้าหอมที่เจ้าว่านำมาปลูก'

'ข้าอยากปลูกสมุนไพรหลายอย่างเลยเจ้าค่ะท่านแม่ แต่พวกเราต้องมีเมล็ดพันธุ์ อย่างน้อยต้องมีกระเทียมและต้นหอม ต้นปัวเหอ ต้นขึ้นฉ่าย ผักชี ใบลิ้นฟ้า ขิง ว่านน้ำ และอ้ายเฉาเจ้าค่ะ'

'ได้ แม่จะให้ท่านลุงรองของเจ้าไปหาซื้อมาให้ เจ้าอยากได้อะไรเพิ่มให้บอกแม่ ท่านพ่อของเจ้าพกเงินมาหลายร้อยตำลึงทอง แต่หากเราถึงแผ่นดินใหญ่เงินคงจะต้องใช้จนเกือบหมด คงต้องปลูกพืชเอาไว้กินเองจะได้ประหยัด'

'มีความรู้อยู่กับตัว ไม่ต้องกลัวอดเจ้าค่ะท่านแม่'

'ใช่ ขอเพียงพวกเราได้อยู่ร่วมกัน ครอบครัวของพวกเราไม่มีวันต้องทนหิวอย่างแน่นอน'

'......'

'หยาหยา หยาหยา'

เจิ้งฮุ่ยผิงก้มมองดูบุตรสาว ที่แท้เด็กน้อยก็หลับไปแล้วนี่เอง เด็กทารกกินอิ่มนอนหลับ เป็นเรื่องปกติ เจิ้งฮุ่ยผิงจึงยิ้มอย่างอ่อนโยน

หลังจากวันนั้น กิจการขายอุปกรณ์กระชอนตักปลาของเจิ้งฝูหลิงก็เริ่มขึ้น เปลก็ยังขาย กระชอนตักปลาก็รับทำขาย

"พี่รองของเจ้าคนนี้ค้าขายหาเงินได้เก่งกาจยิ่งนัก" โจวจวินเอ่ยปากชม เพราะแม้แต่ปลาที่เขาจับมาแล้วกินไม่หมดเจิ้งฝูหลิงก็นำปลาไปขาย แล้วนำเงินมาให้น้องเขยอยู่ไม่ขาด แม้จะเป็นเงินเพียง 5 หรือ 10อีแปะ เจิ้งฝูหลิงก็ไม่รังเกียจที่จะได้เงินมากขึ้นอีกเล็กน้อย เขาสั่งสอนหลานชายของเขาว่าอย่าหมิ่นเงินน้อย ซึ่งโจวจื่อหวายก็ซึมซับนิสัยรักเงินทองมาจากท่านลุงรองของเขาโดยไม่รู้ตัว

เส้นทางการเดินเรือสินค้าของพี่หู่ ไม่พบเจอโจรสลัด มีพบเรือสินค้าที่จอดทักทายแลกเปลี่ยนสิ่งของกันกลางทะเลบ้าง เดินทางรอนแรมอยู่ในทะเลเป็นเวลาหนึ่งเดือน เรือสินค้าลำนี้ก็เตรียมเทียบท่า เพื่อขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ท่าเรือฝูโจว

โจวจวินช่วยภรรยาเก็บของใส่ห่อผ้า แล้วเขาต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ที่ยามนี้มีของเยอะกว่าตอนขนของขึ้นเรืออีก ทั้งๆ ที่เงินที่เตรียมมาแทบจะไม่ลดลงเลย ดูเหมือนรายรับจะมากกว่ารายจ่าย

เจิ้งฝูหลิงผู้ขยันและเป็นผู้ที่ทำการค้าเก่งกาจ ยามนี้กำลังตื่นเต้นที่จะได้พามารดาและครอบครัวของน้องสาวกลับถึงบ้านของเขาเสียที เขาเดินทางจากครอบครัวไปนานถึงสองเดือนกว่า ยามนี้เมียและลูกของเขาคงจะคิดถึงเขามากอย่างแน่นอน

เจิ้งฝูหลิงแต่งงานอยู่กินกับชุ่ยเหนียน มีบุตรชายหนึ่งคนชื่อเจิ้งหรงมู่ พวกเขาซื้อบ้านที่ด้านหน้าเป็นร้านค้าขายของทั่วไป ด้านในบ้านแบ่งเป็นเรือนที่พักอยู่อาศัย บ้านของเขาตั้งอยู่ที่เมืองฝูโจว ซึ่งอยู่ติดกับถนนไม่ไกลจากท่าเรือมากนัก หากเทียบกับคนในหมู่บ้านเถียนซี ที่เป็นบ้านเดิมของเขาแล้ว ถือว่าเจิ้งฝูหลิงมีฐานะดีที่สุดของหมู่บ้านเถียนซี ซึ่งเรื่องนี้ต้องยกความดีให้กับเจียงฝานและเจิ้งฮุ่ยผิง ที่ส่งเงินมาให้ที่บ้านเดิมใช้มากมายพอสมควร บ้านตระกูลเจิ้งยามนี้จึงไม่น้อยหน้าผู้อื่น

เมื่อเรือสินค้าเทียบท่า คนงานต่างเริ่มทยอยขนสินค้าลงจากเรือ คนที่เป็นพ่อค้าและผู้เดินทางมากับเรือต้องรอให้ คนงานขนของที่เป็นสินค้าสำคัญลงจากเรือให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ยามนี้ทุกคนจึงนั่งรออยู่บนเรือด้วยความตื่นเต้น มีเจ้าหน้าที่เดินขึ้นเรือเพื่อมาสุ่มตรวจเอกสาร ซึ่งทุกคนต่างมีเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยหมดแล้ว จึงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 200 ตอนจบ

    แคว้นต้าหมิงผลัดเปลี่ยนผู้ครองบัลลังก์ใหม่อีกครั้ง ฮ่องเต้จูหย่งตี้ขึ้นครองบัลลังก์ท่ามกลางปัญหามากมายในแคว้นต้าหมิง ทรงปราบปรามอ๋องทั้งหลายที่ก่อกบฏ ทรงแจกเสบียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทรงก่อตั้งทหารเรือเพื่อกำจัดเหล่าโจรสลัดที่มักปล้นทรัพย์ชาวบ้านตามบริเวณชายฝั่งทะเลที่ปรึกษาเซี่ยคงเสวียนได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านอัครเสนาบดีผู้คุมการทำงานของขุนนางในราชสำนัก บุตรเขยคนโตของเขาเจิ้งหรงเจี้ยนเป็นเสนาบดีฝ่ายขวาเลื่อนขึ้นมาเป็นขุนนางขั้นสองทั้งที่อายุยังน้อย เจิ้งหรงมู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นขุนนางขั้นสามเป็นเสนาบดีควบคุมกองคลัง เจิ้งหรงจิ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ถูกย้ายมาประจำชายแดนทางเหนือ โจวจื่อหวายบุตรเขยคนรองของท่านอัครเสนาบดีได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพควบคุมทหารองครักษ์และรับผิดชอบทหารที่ใช้ปกป้องเมืองหลวงฮ่องเต้จูหย่งตี้ทรงย้ายเมืองหลวงมาตั้งใหม่ที่เมืองเป่ยจิง และสร้างปรับปรุงพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นแทนที่จวนเอียนอ๋อง ช่วงปรับเปลี่ยนเมืองหลวงมีผู้คนต่อต้านและสร้างข่าวลือมากมาย มีบางคนได้ยินข่าวลือมาว่าฮ่องเต้จูจางเหวินยังไม่ตายและได้หลบลี้หนีภัยไปทางทะเล หม่าชางเหวินผู้ที่สังหารจ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 199

    หม่าชางเหวินบุกเข้าไปในพระตำหนักคุณหนิง ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้จูจางเหวิน เขารู้ดีว่าโจวจวินเปิดทางให้เขาเป็นผู้ลงมือ เพราะเอียนอ๋องจะได้ไม่มีความแค้นเคืองกับโจวจวินในภายหลังไท่ซ่างหวงเอ่ยต่อรองกับหม่าชางเหวินท่ามกลางผู้คนที่คอยคุ้มกันเขาว่า "อาชางเอ๋ย อาจางผู้นี้เขามีศักดิ์เป็นพี่ชายของเจ้า ไว้ชีวิตของเขาได้หรือไม่""เสด็จปู่ คนผู้นี้สังหารเสด็จอาไปตั้งหลายคน แล้วเขายังก่อเรื่องทำให้เสด็จย่าของข้าต้องปลิดชีพตนเองเช่นนั้น ท่านยังจะขอให้ข้าไว้ชีวิตเขาอีกหรือ"จูจางเหวินมองกำลังทหารที่คุ้มครองตนแล้วมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังหม่าชางเหวินด้วยความท้อใจ "ข้าคงไม่มีหนทางถอยแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าขอร้องให้เจ้าปล่อยคนที่ตำหนักเฟิ่งหนิงไปได้หรือไม่ นางกำลังตั้งครรภ์บุตรของข้า ลู่ฮองเฮาดีต่อโจวจื่อหยามากมาโดยตลอดเจ้าปล่อยนางไปได้หรือไม่"หม่าชางเหวินเหยียดยิ้มก่อนจะพูดด้วยใบหน้าโกรธแค้นว่า "ในที่นี้ข้าละเว้นได้เพียงชีวิตของเสด็จปู่เท่านั้น ส่วนสตรีของเจ้าเหตุใดข้าต้องละเว้นพวกนางด้วย ในเมื่อเจ้ายังไม่ละเว้นฮูหยินของข้าเลย" หม่าชางเหวินรับรู้แล้วว่ายามนี้โจวจื่อหยานอนหลับยังไม่ฟื้นเนื่องจา

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 198

    โจวจวินขี่ม้ามารับขบวนรถม้าของบุตรชายและบุตรสาว เนื่องจากเขาเองก็โดนคนลอบโจมตีเช่นกันจึงทำให้เสียเวลา เมื่อเขาไม่ได้พบกับขบวนรถม้าของบุตรทั้งสองที่จุดนัดพบ จึงเร่งม้าเดินทางต่อเพราะคาดเดาได้ว่าขบวนรถม้าผิดเวลาเช่นนี้ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นโจวจื่อหยาสั่งให้จงลู่ช่วยแบกโจวจื่อหวายมาขึ้นรถม้าของนางโดยให้สาวใช้คนสนิทย้ายไปขึ้นรถม้าคันอื่น และสั่งให้จงลู่พาคนเจ็บเคลื่อนย้ายเดินทางออกจากบริเวณนี้ ส่วนคนเสียชีวิตก็ให้นำศพกลับไปด้วย แม้จะทำให้การเดินทางล่าช้าลง แต่โจวจื่อหยาเลือกจะไม่ทิ้งใครเอาไว้ด้านหลัง แม้คนเหล่านั้นจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตามเมื่อขึ้นรถม้ามาอยู่คันเดียวกับโจวจื่อหวายเพียงสองคน นางก็ตรวจพบว่าลมหายใจของเขาแผ่วเบาแม้จะฝังเข็มที่บาดแผลเพื่อหยุดเลือดแต่อวัยวะภายในเสียหายมาก โจวจื่อหยารู้ดีว่าหากเป็นคนทั่วไปโจวจื่อหวายต้องเสียชีวิตแล้วไม่มีหนทางรักษาเพราะเขาโดนลูกธนูยิงทะลุปอดไปหนึ่งข้างโจวจื่อหยาเลือกที่จะเสี่ยงใช้พลังแก้วดวงจิตของตน ทั้งที่มีเสียงเตือนภายในใจว่าหากนางใช้พลังพิเศษรักษาโจวจื่อหวายจนหาย ถือว่าเกินขีดจำกัดตามธรรมชาติมากไปพลังชีวิตของนางอาจจะหมดลงได้แต่เมื่อคิดว่าไม่ใ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 197

    โจวจื่อหยากลับมาพักผ่อนอยู่ที่จวนหม่ากั๋วกง แต่ภายในใจยังคงวนเวียนอยู่กับความคิดที่แอบอ่านมาได้จากผู้คนในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นภายในวังหลวงค่ำคืนนี้หลังจากผ่านบทรักที่ชุ่มฉ่ำใจ หม่าชางเหวินกอดจูบร่างบางอย่างรักใคร่ ก่อนจะยื่นนิ้วเรียวยาวไปคลึงหัวคิ้วของโจวจื่อหยาอย่างเอาใจ"มีเรื่องอันใดหรือ ทำไมเจ้าจึงดูกลุ้มใจเช่นนี้""ท่านพี่ในงานเลี้ยงวันนี้ข้าเพิ่งค้นพบว่า ฮ่องเต้จูจางเหวินไม่มีทางปล่อยท่านไป ฮ่องเต้ทรงคิดว่าตระกูลหม่าไม่สมควรมีอยู่และทรงระแวงหม่าไทเฮารวมถึงเอียนอ๋อง" เมื่อพูดจบเงยหบน้ามองหม่าชางเหวินด้วยท่าทางไม่แน่ใจก่อนจะพูดเพิ่มเติมว่า " อีกเหตุผลก็เป็นเพราะฮ่องเต้จูจางเหวินสนใจในตัวจื่อหยา พระองค์คิดอยากได้จื่อหยาไปเป็นส่วนหนึ่งในสตรีที่ทรงโปรดปราน จึงคิดอยากกำจัดท่านพี่ที่ขวางทางอยู่ วันนี้พวกเราหลบเลี่ยงได้แต่วันต่อๆไปไม่รู้ว่าพวกเราจะพลาดเมื่อไหร่จื่อหยาจึงรู้สึกไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะ"เมื่อโจวจื่อหยาพูดจบหม่าชางเหวินมีสีหน้าดำมืด แต่ยังคงพยายามพูดปลอบใจโจวจื่อหยา "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ ท่านพ่อตาเริ่มแผนการที่วางไว้แล้ว ยามนี้พวกเรามีหน้าที่กวนน้ำในวังหลวงให้ขุ่นเท่านั้น

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 196

    ก่อนที่โจวจื่อหยาจะออกจากวังได้มอบของขวัญให้แก่ลู่ฮองเฮา เป็นกำยานหอม และน้ำอาบแช่กายสูตรพิเศษ โจวจื่อหยาได้กระซิบบอกวิธีการใช้ของเหล่านี้เป็นพิเศษมอบให้แก่ลู่ฮองเฮาอีกด้วย โจวจื่อหยามั่นใจว่าของขวัญเหล่านี้ ฮ่องเต้จูจางเหวินจะได้รับการปรนนิบัติเป็นพิเศษจากลู่ฮองเฮา ถือได้ว่านี่เป็นการมอบผลประโยชน์ให้กับฮ่องเต้จูจางเหวินทางอ้อมสามวันต่อมาหม่าชางเหวินพาโจวจื่อหยาเข้าวังหลวงอีกครั้ง เพื่อมาตามเทียบเชิญของพระสนมหลี่เฟย ที่เชิญโจวจื่อหยาไปร่วมงานเลี้ยงที่พระตำหนักเฟิ่งจี๋พระสนมหลี่เฟย สั่งให้คนจัดโต๊ะอาหารตัวยาวพร้อมทั้งเชิญแขกเป็นฮูหยินคนสำคัญของขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงมามากมายหลายคนวันนี้พระสนมหลี่เฟยทรงแต่งตัวงดงามหรูหราดูสูงส่ง ต่างจะคุณหนูหลี่หวงซินคนเดิมเป็นอย่างมาก จากเดิมเคยแต่งตัวเรียบง่ายด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ แต่วันนี้พระนางเลือกสวมชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายเป็นดอกไห่ถังและประดับตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้เมื่อถึงเวลางานหม่าชางเหวินเดินเคียงคู่มากับโจวจื่อหยา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของคนผู้นี้ยังคงทำให้จิตใจของพระสนมหลี่เฟยเกิดความหวั่นไหวได้เหมือนเดิม พระสนมหลี่เฟยมองหม่าชางเหวินอยู่นานแล้วจ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 195

    โจวจื่อหยาและหม่าชางเหวินเข้าพักที่จวนหม่ากั๋วกงในเมืองหลวง ในขณะที่เหล่าพี่ชายแยกย้ายกลับไปพักที่บ้านตระกูลเจิ้งและจวนเหมันต์เพ่ยเพ่ยพาไป๋จือและไป่เหอมารอต้อนรับโจวจื่อหยาที่จวนหม่ากั๋วกง โจวจื่อหยาไม่ได้มองพวกนางเป็นสาวใช้ทั่วไป แต่มองพวกนางเป็นสหายต่างวัยเสียมากกว่า เมื่อได้มาพบหน้ากันจึงพูดคุยถามไถ่เหตุการณ์ในชีวิตของแต่ล่ะคน"อะไรกันคนของสำนักอินทรีย์เหตุใดจึงคิดจะมาแย่งคนของข้าไปอีกแล้ว แต่งพี่เพ่ยเพ่ยออกไปแล้วหนึ่งคนยังไม่พอนี่ยังจะมาขอแต่งไป๋จือเพิ่มอีกหรือนี่" โจวจือหยาแกล้งเอ่ยหยอกเย้าไป๋จือที่ยามนี้กำลังปลูกต้นรักอยู่กับข่งเจียซ่าน"หากคุณหนูไม่เห็นด้วยไป๋จือก็จะไม่แต่งเจ้าค่ะ"ไป๋จือพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ฮ่าๆ ข้าเพียงพูดแกล้งหยอกเจ้า ใยถือเป็นจริงเป็นจัง หากเจ้าคิดว่าแต่งงานออกเรือนแล้วมีความสุขข้าย่อมสนับสนุน ไม่ใช่เพียงไป๋จือนะรวมถึงไป่เหอด้วย""ข้าจะไม่แต่งงานเจ้าค่ะ ชาตินี้ข้าจะอยู่รับใช้คุณหนูไปตลอดชีวิต"ไป่เหอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 'หากไม่มีคุณหนูชีวิตของนางในยามนี้คงจบลงที่หอโคมแดงไปแล้วดังนั้นชาตินี้นางจะอยู่เพื่อทดแทนคุณให้กับคุณหนู'โจวจื่อหยาอ่านความคิดของไป่เ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 2

    โจวจื่อหยาเพ่งมองดวงแก้วสว่างไสวลูกนั้นที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของตนโดยไม่มีใครมองเห็น มิเช่นนั้นคนในรถม้าคงตื่นเต้นที่มีดวงแก้วสว่างและลอยไปลอยมาได้แล้ว'นี่คืออะไร' โจวจื่อหยาคิดในใจ'เรียกข้าว่าแก้วดวงจิตก็ได้ ข้าเป็นแก้วดวงจิตของท่าน หากท่านอยากรู้เรื่องอะไรเชิญท่านถามข้าได้เลย ข้ามีความรู้มากมาย ข

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 1

    โจวจื่อหยารู้สึกเจ็บปวดใจเกินจะรับไหวเมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของคนที่ตัวเองรัก ที่แท้ครอบครัวที่เลี้ยงดูนางมาจนเติบโต กลับไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริง น้องสาวที่โจวจื่อหยาเอ็นดูรักใคร่มาโดยตลอด จึงจะเป็นบุตรเพียงสาวคนเดียวของบิดามารดาวันนี้คือวันแต่งงานของโจวจื่อหยา ชุดเจ้าสาวที่สวยงามสวมใส่อยู่บน

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 181

    โจวจื่อหยาก้มหน้าทำแผลให้หม่าชางเหวินอย่างระมัดระวัง หม่าชางเหวินมองใบหน้างดงามของคู่หมั้นอย่างไม่ละสายตา ทำให้โจวจื่อหยารู้สึกเขินอายจนมือไม้สับสน นางถอนหายใจและพูดขึ้นว่า"พี่ชางเหวินจะจ้องหน้ามองจื่อหยาแบบนี้ทำไมเจ้าคะ""ก็หายากที่หยาหยาจะมานั่งทำแผลให้พี่เป็นการส่วนตัวเช่นนี้ พี่จึงต้องมองเก็บภ

  • เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า   บทที่ 3

    โจวจวินเป็นคนฉลาด แม้ฮูหยินของเขาไม่พูดอธิบายตัวเขาที่เป็นเจ้าของร่างของตน มีหรือจะไม่รู้ว่าบาดแผลสาหัสเมื่อวานจางหายไปแล้ว ยามนี้เขามีพลังแข็งแกร่งพร้อมที่จะปกป้องคนในครอบครัวอีกครั้งสายตาที่มีแต่ความกังวลใจมองไปยังห่อผ้าที่มีเด็กทารกนอนหลับอยู่ในนั้น ตัวเขาแม้ตายก็ไม่เสียดายชีวิต แต่เขายังมีห่วง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status