เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า

เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า

last updateLast Updated : 2026-05-06
By:  JustMoonLightCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 rating. 1 review
200Chapters
6.7Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

โจวจื่อหยาผิดหวังเสียใจกับความจริงที่ได้รู้จนดวงใจแหลกสลาย เมื่อเกิดใหม่อีกครั้งในแผ่นดินที่ไม่รู้จัก จึงพบว่าตนเองมีครอบครัวใหม่ที่แปลกประหลาดพร้อมมีความสามารถพิเศษในการอ่านใจของคนอื่นได้ติดตัวมาด้วย แต่เหตุใดครอบครัวของนางต้องพานางหลบหนีไปอาศัยอยู่ในป่าเขาด้วย ทั้งๆ ที่ทุกคนมีความสามารถมากมายขนาดนี้

View More

Chapter 1

บทที่ 1

付き合って7年、紀野尋人(きの ひろと)は一度も私に自分のパソコンを触らせなかった。

今回は出張に出る前、パソコン版ラインを開いたままにしていた。

書斎を片づけていると、机に触れた拍子にスリープが解除された。

画面には、ラインの新着メッセージが表示されていた。

【尋人、本当に今日、茉莉とスイスで式を挙げたのか?】

【入籍はしてないにしても、林美月(はやし みつき)に知られたら大変なことになるぞ】

【結婚式まで、あと3日しかないんだぞ】

【目を覚ませよ!】

尋人の昔からの親友が、ラインで彼を問い詰めていた。

私は机に手をつき、画面から目を離せなかった。

白川茉莉(しらかわ まり)。彼が18歳のころに付き合っていた初恋の人だ。

その後、遠距離になって別れたと聞いている。

もう8年も前の話だ。

私たちの結婚式が目前に迫った今、彼が茉莉と式を挙げるなんて、あり得ない。

机の角を握りしめる手に力が入り、私は瞬きもせず画面を見つめた。彼がどう返すのか、気になった。

ほどなくして、彼から返信が来た。

【本当だ。ちゃんと考えて決めた】

【18歳のとき、茉莉と約束した。彼女が俺に望んだことは、それだけだった。だから、どうしても叶えてやりたかった】

【美月のことは】

そこで一度、返信が途切れた。

しばらくして、次のメッセージが画面に表示された。

【美月は何も知らない。この先も、何もなかったことにする】

そのメッセージを、信じられない思いで見つめた。やがて私は、ふと笑う。

無理だよ、尋人。

もう知ってしまったよ。

私は椅子を引き寄せて座り、かすかに震える手でマウスを握った。そして、尋人と茉莉のトーク画面を開いた。

彼と7年も一緒にいたのに、私は何も知らなかった。

二人は毎日のように連絡を取り合っていた。

茉莉が子猫の写真を送れば、彼は【可愛い。茉莉もな】と返していた。

茉莉が仕事のストレスや上司への不満をこぼすと、彼は優しく返した。

【仕事大変だね。でも、自分を追い詰めないで。俺がついてる】

茉莉のマンションが停電し、暗いのが怖いと絵文字のメッセージを送ると、彼は迷わず【いま行くから待ってて】と返していた。

その日、私は体調を崩して寝込んでいた。

彼は慌ただしく出ていき、私を気遣う言葉ひとつなかった。

私は二人のやり取りを、一つずつ目で追った。そのどれにも、彼の気遣いが滲んでいた。

中でも許せなかったのは、この1ヶ月のことだった。

尋人と茉莉は、結婚式の準備をしていた。

彼は彼女に聞いていた。

【式はどんな感じがいい?雪山が見えるところとか、湖畔のチャペルとか。両方やってもいいし】

いくつものウエディングドレスの写真も送っていた。

【この中だと、シンプルなのと、サテンっぽいやつと、刺繍が入ってるやつ。午後の会議はずらしたから、3時に迎えに行くよ。試着しに行こう】

会場選びはもちろん、フラワーシャワーにするかリボンワンズにするかといった細かな演出まで。

彼は目が回るほど忙しそうだった。

それなのに、私たちの式にはまるで無関心だった。

ガーデンと室内、どっちがいいか聞いても、彼の答えは「どっちでもいい」だった。

ドレス選びに付き合ってほしいと言うと、忙しいから好きにして、と返された。

招待客リストを作り、最後に確認してほしいと頼んでも、彼はやはり「美月が決めて。俺はどっちでもいい」と言った。

彼と茉莉のやり取りを見るまでは、私はずっと、彼はそういう人なのだと思っていた。

しかし、そんな彼が茉莉のためなら、ベールとティアラに関するものだけでも、数十ページの資料を用意していた。

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

น้องลี
น้องลี
จบแล้ว​ สนุกดีค่ะ
2026-07-01 08:29:49
0
0
200 Chapters
บทที่ 1
โจวจื่อหยารู้สึกเจ็บปวดใจเกินจะรับไหวเมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของคนที่ตัวเองรัก ที่แท้ครอบครัวที่เลี้ยงดูนางมาจนเติบโต กลับไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริง น้องสาวที่โจวจื่อหยาเอ็นดูรักใคร่มาโดยตลอด จึงจะเป็นบุตรเพียงสาวคนเดียวของบิดามารดาวันนี้คือวันแต่งงานของโจวจื่อหยา ชุดเจ้าสาวที่สวยงามสวมใส่อยู่บนร่างของโจวจื่อหยาดูสวยงามราวกับเจ้าหญิง แต่ใบหน้าที่แต่งเอาไว้อย่างงดงามกลับมีแต่คราบน้ำตา"คุณพ่อกับคุณแม่เลี้ยงดูพี่มาอย่างดีโดยตลอดตั้งหลายปี เวลานี้พี่ควรตอบแทนบุญคุณให้คุณพ่อและคุณแม่ได้แล้ว วันนี้พี่ต้องล้มเลิกงานแต่งงาน ถือว่าเห็นแก่หลานของคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ในท้องของฉัน"โจวจื่อหยามองน้องสาว พลางยกมือขึ้นมากุมที่หน้าอกข้างซ้ายที่ยามนี้รู้สึกอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก น้องสาวที่ตนรักและคอยตามใจทุกอย่าง ยามนี้กำลังยืนเคียงข้างกับชายหนุ่มหล่อเหลาที่อยู่ในชุดเจ้าบ่าว"โจวจื่อหยา ผมขอโทษ" เสียงนุ่มทุ้มที่โจวจื่อหยาเคยชอบฟัง แต่วันนี้เสียงของคนผู้นี้กลับกรีดหัวใจของโจวจื่อหยาเป็นชิ้นๆ ความรู้สึกเจ็บปวดและแน่นหน้าอกแผ่ลามกระจายไปทั่วความรู้สึกหน้ามืด แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออกรุนแรงมากขึ้น จนโจวจ
Read more
บทที่ 2
โจวจื่อหยาเพ่งมองดวงแก้วสว่างไสวลูกนั้นที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของตนโดยไม่มีใครมองเห็น มิเช่นนั้นคนในรถม้าคงตื่นเต้นที่มีดวงแก้วสว่างและลอยไปลอยมาได้แล้ว'นี่คืออะไร' โจวจื่อหยาคิดในใจ'เรียกข้าว่าแก้วดวงจิตก็ได้ ข้าเป็นแก้วดวงจิตของท่าน หากท่านอยากรู้เรื่องอะไรเชิญท่านถามข้าได้เลย ข้ามีความรู้มากมาย ข้ามีความสามารถมากมาย หากท่านอยากให้ข้าช่วยเหลืออะไรสามารถร้องขอได้ แต่ยามนี้พลังของข้ามีน้อย ท่านต้องบำเพ็ญดวงจิตเพื่อเพิ่มพลังให้ข้า' เสียงของดวงแก้วส่งเข้ามาในความคิดของโจวจื่อหยา'บำเพ็ญอย่างไร'โจวจื่อหยาถามอย่างสงสัย'ท่านต้องมีร่างกายแข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอและกินอาหารที่มีประโยชน์ ยิ่งท่านแข็งแกร่งข้าก็ยิ่งมีพลังส่องแสงได้มาก แต่หากว่าข้าดับแสงท่านก็จะมอดม้วยชีวีตามข้าไปด้วย เพราะข้าคือแก้วดวงจิตของท่าน''อะไรกัน แล้วข้ามีเจ้าติดตัวมาได้ไงเนี่ย ข้าตายไปแล้วมาเกิดใหม่หรือ ที่นี่คือที่ไหนทำไมข้าไม่รู้จัก ภาษาที่ได้ยินก็แปลกประหลาดทำไมข้าจึงฟังเข้าใจ''เป็นเพราะว่าข้าช่วยแปลภาษาให้ท่านฟังเข้าใจ ที่นี่คือแผ่นดินที่อยู่กึ่งกลางเส้นศูนย์กลางของโลกใบนี้เป็นแคว้นเล็กๆ ที่มีประวัติยาวนาน ข้าเป
Read more
บทที่ 3
โจวจวินเป็นคนฉลาด แม้ฮูหยินของเขาไม่พูดอธิบายตัวเขาที่เป็นเจ้าของร่างของตน มีหรือจะไม่รู้ว่าบาดแผลสาหัสเมื่อวานจางหายไปแล้ว ยามนี้เขามีพลังแข็งแกร่งพร้อมที่จะปกป้องคนในครอบครัวอีกครั้งสายตาที่มีแต่ความกังวลใจมองไปยังห่อผ้าที่มีเด็กทารกนอนหลับอยู่ในนั้น ตัวเขาแม้ตายก็ไม่เสียดายชีวิต แต่เขายังมีห่วงมากมายโดยเฉพาะบุตรสาวที่เพิ่งได้มาคนนี้ "หยาหยาจะเป็นอะไรเพราะรักษาข้าหรือไม่ เช้านี้ข้ายังไม่ได้ยินเสียงนางร้องไห้เลย"แม้เมิ่งหลันเซียงจะมีความกังวลใจมากมายแต่ก็ฝืนยิ้มโกหกสามีว่า "ไม่เป็นอะไร เมื่อรุ่งเช้าเพิ่งตื่นมาดื่มนมจากข้าไปสองครั้ง ดูเหมือนว่าหยาหยาจะแค่อ่อนเพลียเท่านั้น พวกเรารีบเดินทางกันเถิดยิ่งออกจากแผ่นดินของแคว้นนี้ได้เร็วเท่าไหร่พวกเราก็จะยิ่งปลอดภัยเร็วเท่านั้น"หลังจากที่ทุกคนขึ้นรถม้า ก็เร่งออกเดินทางต่อกันทันที เจียงมามายามนี้กำลังประคองบุตรสาวของตนล้มตัวลงนั่งอย่างระมัดระวัง สีหน้าของเจิ้งฮุ่ยผิงขาวซีดเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนยิ้มให้กับมารดาของตน "ท่านแม่ ข้าเคยพบพี่รองและท่านพ่อเมื่อครั้งยังเป็นเด็กท่านแม่ว่าพวกเขาจะยังจำหน้าของข้าได้หรือไม่"เจียงมามามองใบหน้าบุตรสาวที่เติบ
Read more
บทที่ 4
เจิ้งฝูหลิงยืนอยู่กับลูกพี่หู่ของตนบริเวณท่าเรือ เขานัดแนะกับมารดาผู้ให้กำเนิดว่าจะมารวมตัวกันที่ท่าเรือในเย็นวันนี้ เขาไม่ได้พบเจอกับเจียงฝานผู้เป็นมารดามานานถึงห้าปีแล้ว เขาจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก และยังมีอีกหนึ่งคนที่เขาไม่เคยพบเจอ แต่เขาคิดอยากจะพบหน้านางมาโดยตลอด คนผู้นั้นก็คือน้องสาวคนเดียวของเขา เจิ้งฮุ่ยผิงเมื่อมองเห็นสตรีผู้มีวัยประมาณมีอายุประมาณสี่สิบปลายๆ แต่ยังดูแข็งแรงและคล่องแคล่วเดินนำหน้าสตรีวัยยี่สิบต้นๆ ที่กำลังอุ้มเด็กทารกและจูงเด็กชายวัยสี่ขวบเดินมาด้วยกัน เจิ้งฝูหลิงจ้องมองสตรีสูงวัยอย่างไม่แน่ใจก่อนจะยิ้มกว้างและหันมาบอกกล่าวลูกพี่หู่ของตนด้วยท่าทางยินดีเป็นอย่างยิ่ง"พี่หู่ หญิงผู้นั้นคือท่านแม่ของข้า ข้าขอตัวไปหาท่านแม่ก่อนนะขอรับ" ยังไม่ทันได้ฟังคำตอบรับจากลูกพี่หู่ของตน เจิ้งฝูหลิงก็รีบวิ่งไปหามารดาของตนด้วยท่าทางดีใจราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง ทั้งๆ ที่ตนก็มีอายุถึงวัยเบญจเพสแล้ว"ท่านแม่ ข้ามารับท่านแล้วขอรับ" เจิ้งฝูหลิงวิ่งมาหานางเจียงฝานด้วยท่าทางดีใจ ก่อนจะแสดงท่าทางคำนับมารดาและเหลือบตาไปมองสตรีด้านหลังอย่างตื่นเต้น"อาหลิง เจ้ารอแม่นานหรือไม่ มาๆ นี่แม่จะแน
Read more
บทที่ 5
ห้องบนเรือที่พวกเขาอยู่กว้างขวางพอที่จะให้เจียงฝานจัดการใช้ผ้าบางๆมากั้นเป็นผ้าม่านแบ่งห้องเนื่องจากเตียงนอนมีอันเดียว เจียงฝานจึงยกให้ครอบครัวสี่คนพ่อแม่ลูกไป ส่วนตนเองมีฟูกที่ยัดนุ่นหนานำมาเป็นที่นอน เอาไว้ปูนอนกับพื้นในยามกลางคืน กลางวันก็พับเก็บเพื่อจะได้มีพื้นที่ให้ใช้ภายในห้องในห้องมีแบ่งเป็นห้องขับถ่ายของเสียขนาดเล็กที่เพียงพอจะให้คนเข้าไปนั่งขับถ่ายได้คนเดียว และมีถังใส่น้ำหนึ่งใบเพื่อเอาไว้ใช้ น้ำจืดบนเรือต้องใช้อย่างประหยัด ซึ่งแต่ละห้องจะได้คนละหนึ่งถังเท่านั้น แต่เนื่องจากเจิ้งฝูหลิงเห็นหลานสาวยังเป็นเด็กทารก ตัวเขาเองมีบุตรชายหนึ่งคน จึงรู้ดีว่าเด็กทารก ต้องใช้น้ำเปลืองกว่าคนปกติ จึงกัดฟันขอซื้อน้ำจากพี่หู่เพิ่มวันล่ะหนึ่งถังปกติน้ำจืดหนึ่งถังขายอยู่ที่ 50 อีแปะ 100 อีแปะมีค่าเท่ากับ1 ตำลึงเงิน 10 ตำลึงเงินเท่ากับ 1ตำลึงทองเจียงฝานอธิบายค่าเงินในแผ่นดินต้าหมิงให้ทุกคนฟัง สถานการณ์ตอนนี้เพิ่งก่อตั้งราชวงศ์ขึ้นมาใหม่เรียกว่าแคว้นต้าหมิง ค่าเงินตอนนี้ยังผันผวน แต่ประชาชนคนธรรมดาทำงานอยู่ในหมู่บ้านชนบท ใครมีเงินหนึ่งตำลึงทองคือร่ำรวย เพราะหนึ่งตำลึงทองคือเงิน1,000 อีแปะซา
Read more
บทที่ 6
เดินทางท่ามกลางมหาสมุทรที่กว้างใหญ่มีบางครั้ง ที่เรือสินค้าจอดเทียบท่าบ้าง โจวจวินเริ่มปรับตัวได้ และออกไปนอกห้องเพื่อใช้ทักษะการตกปลาที่มีติดตัวมา หาอาหารให้ครอบครัวเพิ่มโจวจื่อหยา ยังกินอาหารอื่นๆ ไม่ได้ กินได้เพียงดูดน้ำนมจากอกของมารดาเจิ้งฮุ่ยผิงเริ่มคุ้นเคยกับชื่อใหม่ของตน ยามนี้กำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกของคนที่มีพี่ชายและมารดาคอยดูแลและห่วงใยนางเจียงฝานปกติก็ดูแลคุณหนูของนางดีกว่าบุตรสาวตนเองอยู่แล้ว ยามนี้จึงรักใคร่บุตรสาวคนนี้มากขึ้นจนสุดหัวใจ อาหารที่เจิ้งฝูหลิงซื้อมาจากโรงครัวของเรือ รสชาติแย่ กินได้แค่พออิ่มท้อง เจียงฝานจึงพยายามให้บุตรชายคนรองซื้อวัตถุดิบเพื่อให้นางทำอาหารกินกันเองในห้องได้เตาถ่านขนาดเล็กที่อยู่ในห้องไม่เคยว่าง เจียงฝานไม่ตุ๋นน้ำแกงปลาก็ต้มน้ำขิง ไม่ก็เคี่ยวโจ๊กสมุนไพร เพื่อเอาไว้บำรุงร่างกายของเจิ้งฮุ่ยผิงและโจวจื่อหวายโจวจื่อหวายที่เวลานี้ทำได้เพียงกินกับนอนอยู่ในห้อง ตัวเริ่มอวบอ้วนขึ้น แก้มก็ขาวเนียนใครได้เห็นเด็กชายผู้นี้ก็อดจะยื่นขนมให้เด็กชายด้วยความเอ็นดูไม่ได้ยามนี้เจิ้งฝูหลิงที่กำลังเห่อหลานชายคนใหม่จึงพาโจวจื่อหวายออกจากห้องไปดูบิดาของเ
Read more
บทที่ 7
เจิ้งฝูหลิงพาทุกคนลงจากเรือ ของบางห่อถูกเจ้าหน้าที่ทางการขอตรวจค้น แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะคุ้นเคยกับเจิ้งฝูหลิงดีจึงไม่มีท่าทางข่มขวัญสร้างความลำบากให้แก่คนครอบครัวโจว"ไอหยา เจิ้งหลิงพวกข้าต้องคอยตอบคำถามของเมียเจ้าทุกวันว่าเมื่อไหร่เรือสินค้าของพี่หู่จะเทียบท่า ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียที คราวนี้หมั่นโถวนึ่งของเมียเจ้าคงจะมีรสชาติอร่อยขึ้นสักที ฮ่าๆๆ""ต้องขอบคุณพวกท่านที่ช่วยดูแลชุ่ยเหนียนแทนข้า นี่คือมารดาและน้องสาวที่ข้าเดินทางไปรับกลับมาขอรับ"เจ้าหน้าที่หลายคนของท่าเรือเหลือบมองใบหน้าโจวจวิน และดึงเจิ้งฝูหลิงมากระซิบถาม "เจิ้งหลิง น้องเขยของเจ้ามีรอยแผลบนใบหน้า เขาคงไม่ใช่พวกโจรสลัด หรือเป็นพวกผิดกฎหมายหรอกใช่ไหม""โอ๊ย ไม่ใช่แน่นอนขอรับ ท่านก็รู้แคว้นเล็กๆทางฝั่งนั้นเกิดสงคราม ยามนี้ยังคงมีข่าวเลือดไหลนองแผ่นดินอยู่เลย น้องเขยของข้าเป็นนายพรานล่าสัตว์อยู่ตามป่าเขา แผลที่ได้มาเป็นเพราะปกป้องน้องสาวของข้าจากคนร้าย ท่านดูสิน้องสาวข้าหน้าตางดงามมาก ยามนี้แผ่นดินทางด้านนั้นวุ่นวายโจรผู้ร้ายออกอาละวาด หากน้องเขยข้าไม่ทุ่มเทกำลังปกป้องครอบครัวสุดตัว ยามนี้ข้าคงรับเถ้ากระดู
Read more
บทที่ 8
เจิ้งฝูหลิงแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน ทุกคนทักทายกันตามธรรมเนียม โจวจวินรับการคำนับขอโทษจากเจิ้งหรงมู่ เขาควานเงิน 1 ตำลึงทองส่งยื่นให้เจิ้งหรงมู่"น้องเขย เจ้ากำลังทำอะไร รีบเก็บเงินคืนกลับไป" เจิ้งฝูหลิงรีบคว้าเงินในมือของบุตรชายส่งคืนกลับให้โจวจวิน"ของขวัญพบหน้า" โจวจวินพูดสั้นๆ"พี่รองพวกข้าเร่งเดินทาง จึงไม่ได้เตรียมของขวัญพบหน้าให้กับหลานๆ ท่านให้อามู่รับเงินตำลึงทองก้อนนี้ไปเถิดเจ้าค่ะ" เจิ้งฮุ่ยผิงเกลี้ยกล่อมเจิ้งฝูหลิง แสดงท่าทางว่าอยู่ฝ่ายสามีของตนชุ่ยเหนียนจึงเอ่ยด้วยท่าทางไม่พอใจว่า "ของขวัญพบหน้าอะไร จะสูงค่าขนาดนี้ คนงานท่าเรือทำงานหนักทุกวันเกือบหนึ่งเดือน จึงจะหาเงินได้เท่านี้ พวกเจ้าให้ของขวัญล้ำค่าแรกพบหน้าบุตรชายของข้าเช่นนี้ พวกข้าไม่มีปัญญาจะมอบของขวัญล้ำค่าพบหน้าให้บุตรสาวและบุตรชายของพวกเจ้าเช่นนี้หรอกนะ" ในใจชุ่ยเหนียนรู้ดีว่าเจิ้งฝูหลิงมีนิสัยอย่างไร หากให้บุตรชายรับเงิน1 ตำลึงทอง จากครอบครัวน้องสาว เจิ้งฝูหลิงต้องมอบของขวัญพบหน้า1ตำลึงทองคืนกลับไป บ้านรองของนางมีบุตรคนเดียว แต่บ้านน้องสาวสามีมีบุตรสองคน บ้านรองของนางต้องขาดทุนอย่างเห็นได้ชัดเจียงฝานเหมือนได้ยิ
Read more
บทที่ 9
เจิ้งฝูหลิงพาทุกคนไปซื้อเกวียนไม้คันใหญ่ที่ใช้วัวสองตัวในการลากเกวียน เขาต่อราคาแล้วต่อราคาอีก จึงซื้อเกวียนได้ในราคา 5 ตำลึงทอง"วันนี้พวกเจ้าใช้จ่ายเงินไป65ตำลึงทองแล้ว คนงานในท่าเรือที่ได้เงินตอบแทนต่อวันดีที่สุดคือ วันล่ะ 50 อีแปะ เดือนหนึ่งพวกเขาทำเงินได้เพียง1 ตำลึงทอง 5 ตำลึงเงินเท่านั้น หากจะเก็บเงิน 65 ตำลึงเงิน พวกคนงานในท่าเรือต้องก้มหน้าทำงานนานถึง 3 ปีเลยเชียวนะ ดังนั้นพวกเจ้าควรจะใช้เงินที่เหลืออย่างประหยัด พี่รองยังมีแค่วัวหนึ่งตัวและใช้เกวียนคันเล็กกว่านี้เลย" เจิ้งฝูหลิงนั่งเกวียนคู่กับน้องเขย และเปิดปากบ่นน้องเขยด้วยท่าทางของคนที่ปวดใจโจวจวินรู้ดีว่าพี่รองเจิ้งพูดบ่นเพราะความเป็นห่วง เขาจึงไม่โต้เถียง ตัวเขาเคยเป็นถึงขุนศึกคนสำคัญของแคว้นย่อมมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แม้ตอนที่แยกจากกับทหารคนสนิท เขาจะมอบทรัพย์สินที่มีให้คนสนิททั้งหลายไปมากมายเกือบครึ่ง ทั้งจงเหลียนและเจ้าใบ้ก็ได้เงินไปหลายพันตำลึงทอง แต่เขายังมีเงินติดตัวมาเกือบหนึ่งหมื่นตำลึงทองเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินที่ใช้ในแผ่นดินนี้ได้ใบล่ะหนึ่งพันตำลึงทองมาห้าใบ ที่เหลือเป็นเงินตำลึงทองอีกห้าพัน ซึ่งเก็บซ่อนอยู่ใ
Read more
บทที่ 10
เจิ้งฝูหลิงนั่งรถม้าคู่กับโจวจวิน เขาจ้องมองหน้าน้องเขยอย่างแปลกใจ"น้องเขยแผลบนใบหน้าของเจ้าดูไม่น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน เจ้าใช้ยาอะไร ดูแผลเป็นจะเริ่มจางลงแล้ว"โจวจวินเองก็รู้สึกแปลกใจ เขาไม่เคยส่องกระจกเงา หรือมองเงาใบหน้าของตนในน้ำ หลังจากได้แผลที่หน้ามาเขาไม่ยอมให้ภรรยาของเขาใช้สมุนไพรรักษา เพราะคิดอยากใช้แผลเป็นบิดบังใบหน้าที่แท้จริง ผิวหนังรอบรอยแผลตึงเวลาเขาแสดงสีหน้า แต่วันนี้กลับไม่ตึงเหมือนเมื่อวาน"คงต้องถามอาผิงแล้วล่ะขอรับ ข้าไม่เคยทายา มีแต่อาผิงที่กล้ายุ่งกับใบหน้าของข้า"โจวจวินตอบด้วยเสียงเงียบขรึม"อ่อ ใช่ท่านแม่เขียนจดหมายมาเล่าว่าอาผิงเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและรักษาคนป่วยได้มาจากหนูเมิ่งของนาง แผลเป็นที่ดูน่ากลัวกลับจางลงรวดเร็วขนาดนี้ ดูท่าฝีมือทางการรักษาของอาผิงจะเก่งกาจมิใช่น้อย" เจิ้งฝูหลิงพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมเจิ้งฮุ่ยผิงยิ้มรับคำชม แต่ในใจกับส่งความคิดไปถามบุตรสาว 'หยาหยา ฝีมือของเจ้าหรือ''ข้าใช้แก้วดวงจิตให้ค่อยๆ รักษาทีละนิด ท่านแม่วางใจเถิดแผลจะค่อยๆ หายไม่มีใครผิดสังเกตหรอกเจ้าค่ะ''แต่ท่านพ่อของเจ้าไม่อยากให้แผลหาย เขาอยากมีแผนบนใบหน้า''ท่านแม่เคยบอกข้าว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status