Share

บทที่ 3

Author: เด็กซน
เสี่ยวหย่าที่ถูกขานชื่ออย่างกะทันหันก็ตกใจมาก

เธอคือญาติห่าง ๆ ของโจวเฮ่า และทำงานเป็นพยาบาลฝึกงานในโรงพยาบาลที่หนึ่งในเมือง

หลินซย่าดึงตัวเธอออกมาจากกลุ่มคน แล้วผลักให้เธอไปยืนตรงหน้าไมโครโฟน

“เสี่ยวหย่า ปกติแล้วเธอเป็นคนไม่ชอบโกหกอยู่แล้วนี่ ตอนนี้อยู่ต่อหน้าลูกพี่ลูกน้องของเธอแล้ว เธอก็พูดความจริงออกมาเลยสิ!”

ดวงตาของหลินซย่าเปล่งประกายขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“วันนั้นเธอก็เห็นกับตาไม่ใช่เหรอว่าเจียงหนานสวมเสื้อกันลมสีกากี สวมหมวก แล้วก็ผ้าปิดปากด้วย ตอนนั้นชายชรารูปร่างอ้วนคนหนึ่งก็ยังเป็นคนประคองเธอเข้าไปในห้องผ่าตัด”

เสี่ยวหย่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ สายตาล่อกแล่ก

แขกนับร้อยที่อยู่ทั่วบริเวณจ้องมองเธอเป็นตาเดียว

“ฉัน…วันนั้นฉันอยู่เวรที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลจริง ๆ …”

เสี่ยวหย่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และไม่กล้าสบตาฉัน

“ฉันเห็นคนคนหนึ่งที่รูปร่างคล้ายพี่หนานหนานมาก…ตอนนั้นเธอเดินมากับชายแก่รูปร่างอ้วนจริง ๆ …”

เมื่อคำพูดประโยคนั้นหลุดออกไป ความผิดก็ตกลงมาบนตัวของฉันอย่างไม่ต้องสงสัย

ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความวุ่นวาย

“เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้โกหกจริง ๆ ด้วย แม้เธออาจจะพูดมากไปหน่อย แต่เธอก็พูดความจริง!”

“เจ้าสาวคนนี้หน้าไม่อายจริง ๆ ยังไม่รีบไสหัวออกไปอีก!”

แม่สามียกมือที่สั่นเทาขึ้นชี้หน้าด่าฉัน

“ตอนนี้ยังจะแก้ตัวอะไรอีก แม้กระทั่งเสี่ยวหย่าของพวกเราก็ยังเห็นกับตา เธอนี่มันแพศยาจริงๆ!”

โจวเฮ่าโมโหจนตัวสั่นสะท้านทั้งร่างกาย เขาง้างมือขึ้นจะพุ่งตัวเข้ามาตบฉัน แต่สุดท้ายก็ลดมือลงอย่างหัวเสีย

“เจียงหนาน ฉันต้องตาบอดแน่ ๆ ที่ไปชอบเธอ!”

หลินซย่าที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยิ้มออกมาจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู

เธอเสแสร้งถอนหายใจออกมาแล้วตบไหล่โจวเฮ่า

“พี่โจวเฮ่า พี่ก็อย่าได้เสียใจไปเลย ฉันแค่เป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าฉันไม่ยอมเสี่ยงพูดสิ่งที่อาจจะทำให้ล่วงเกินพี่ออกมา ฉันก็กลัวว่าพี่จะถูกสวมเขาไปตลอดชีวิต”

เธอหันกลับมามองฉัน แววตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย

“หนานหนานอ่า ทำไมเธอต้องไปคว้าผู้ชายแก่พุงพลุ้ยที่ไม่ดีแบบนั้นมาด้วยล่ะ เธอชอบที่เขาแก่กว่าหรือชอบที่เขาไม่อาบน้ำล่ะ?”

หลินซย่ายกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดอก เธอตั้งใจกระแอมเสียง

“เสี่ยวหย่า ตอนนั้นเธอพูดกับฉันว่ายังไงนะ? ผู้หญิงคนนั้นใช้น้ำหอมรุ่นลิมิเต็ดที่พี่โจวเฮ่าเพิ่งซื้อมาจากต่างประเทศเมื่อเดือนที่แล้วใช่ไหม?”

เสี่ยวหย่าตัวสะดุ้งโหยงเพราะโดนหยิก เธอจึงรีบพยักหน้าอย่างลนลาน

“ใช่…กลิ่นนั่นแหละ”

“น้ำหอมรุ่นนั้นพิเศษมาก ฉันไม่มีทางดมผิดแน่นอน”

หลินซย่าตบต้นขาตัวเองอย่างแรง พร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“ได้ยินหรือเปล่า! แม้กระทั่งน้ำหอมยังกลิ่นเหมือนกัน หนานหนาน เธอจะบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นเหรอ?”

ฉันเงียบเสียงไม่พูดไม่จา จากนั้นก็มองหน้าที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของหลินซย่า

ยิ่งแต่งเรื่องที่มีรายละเอียดมากขึ้นเท่าไร ถึงเวลาถูกตบหน้าก็จะยิ่งเจ็บแสบมากเท่านั้น

ฉันไม่ได้โต้เถียงอะไร เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย

“กลิ่นน้ำหอมนั่นเป็นหลักฐานอย่างดีเลย แต่ว่าหลินซย่า เธอมีหลักฐานแค่นี้เหรอ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่มาตบหน้าเพื่อนสนิทปากดี   บทที่ 11

    ฉันถอยหลังลงด้วยความรังเกียจ พร้อมกระชากขาตัวเองกลับอย่างแรง “คุณป้าคะ เมื่อกี้นี้คุณป้ายังสาบานอย่างหนักแน่นและจริงจังว่า ตระกูลโจวเป็นตระกูลที่มีการศึกษา ไม่มีทางยอมรับคนไร้ค่าเด็ดขาดไม่ใช่เหรอคะ?”ฉันชี้นิ้วไปทางหลินซย่าและโจวเฮ่าที่นอนแผ่อยู่บนพื้นเหมือนหมาตายซาก “ฉันคิดว่าหลินซย่ากับโจวเฮ่าลูกชายของคุณเหมาะสมกันอย่างกับสวรรค์สรรค์สร้าง”“ขยะชิ้นนี้ พวกคุณก็เก็บเอาไว้เองเถอะค่ะ เจียงหนานรังเกียจของสกปรก”เมื่อพูดจบฉันก็หมุนตัวเดินกลับไปทันทีโดยไม่เหลียวมามอง เตรียมตัวออกจากสถานที่น่ารังเกียจแห่งนี้ “เจียงหนาน! ฉันจะฆ่าเธอ!”ทันใดนั้นหลินซย่าที่อยู่ด้านหลังก็ดิ้นหลุดออกจากการจับกุมของบอดี้การ์ดอย่างกะทันหัน ขณะที่กำลังหวีดร้องเสียงแหลมเธอก็พุ่งตัวเข้าหาฉัน มือทั้งสองข้างบีบคอของฉันจนแน่น “เพราะเธอ ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเธอ! เธอตั้งใจทำลายฉันในงานแต่งงาน ฉันจะขอสู้ตายกับเธอ”ฉันไม่ได้เบี่ยงตัวหลบเลยแม้แต่น้อย แต่ทันทีที่เธอพุ่งตัวเข้ามา ฉันก็เหวี่ยงแขนออกไปเป็นวงกว้าง “เพียะ!”ฉันตบหน้าเธอสุดแรงเกิด ฝ่ามือนี้ ฉันตบให้กับความสิ้นหวังที่ถูกเธอกดดันจนไม่มีทางรอดในชา

  • เกิดใหม่มาตบหน้าเพื่อนสนิทปากดี   บทที่ 10

    ในตอนที่ทุกคนกำลังสนใจการทะเลาะวิวาทของเหล่าชายหนุ่ม หลินซย่าก็พยายามดิ้นรนฉวยโอกาสหนีออกไปทางประตูด้านหลังของห้องจัดเลี้ยงเหมือนหนูท่อตัวหนึ่ง “จับตัวนางสารเลวคนนั้นกลับมาให้ฉัน!”คุณนายเสิ่นสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา สายตาคมกริบบอดี้การ์ดชุดดำสองคนรีบสาวเท้าก้าวใหญ่มาด้านหน้า แล้วกระชากผมยาวของหลินซย่าเอาไว้“กรี๊ด ปล่อยฉันนะ!” บอดี้การ์ดเหล่านั้นไม่รักหยกถนอมบุปผาเลย พวกเขาลากเธอกลับมาเหมือนหมาตายตัวหนึ่ง ก่อนจะโยนไปบนเวทีอย่างแรง “คิดจะหนี?”คุณนายเสิ่นหัวเราะเสียงเย็น ส้นเข็มของรองเท้าส้นสูงเหยียบลงใบหน้าหลินซย่าทันที แล้วกดหน้าของเธอลงกับพื้นพรม“เงินสองล้านห้าที่หลอกสามีของฉันไป วันนี้ตอนเช้าฉันให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความกับตำรวจแล้ว”“ถ้าวันนี้เธอไม่คืนเงินให้ฉันพร้อมดอกเบี้ย ถ้าอย่างนั้นเธอก็เตรียมตัวติดคุกตลอดชีวิตได้เลย!” หลินซย่าสติแตก เธอกรีดร้องขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มือทั้งสองข้างกอดขาคุณนายเสิ่นเอาไว้“คุณนายเสิ่นฉันผิดไปแล้ว! ฉันเอาเงินไปซื้อกระเป๋ากับเครื่องประดับแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันจะคืนให้คุณนะคะ! ขอร้องล่ะค่ะปล่อยฉันไปเถอะ!” คุณนายเสิ่นถีบเธอออกด้วยความรังเกียจ

  • เกิดใหม่มาตบหน้าเพื่อนสนิทปากดี   บทที่ 9

    “แต่เป็นเรื่องบังเอิญมาก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อวานนี้ฉันจึงขอร้องเพื่อนที่ทำงานโรงแรมช่วยตรวจสอบคนที่มาเช็กอินในห้องนี้หน่อย”ฉันหยิบกระดาษเอสี่ที่พับเอาไว้ออกมาจากกระเป๋าเสียงกระดาษถูกปาใส่หน้าโจวเฮ่าดัง “พรึ่บ”“ตลอดหกเดือนที่ผ่านมานี้ ทุกคืนวันศุกร์คีย์การ์ดใบนี้จะมีการใช้งานเป็นประจำ”“และชื่อของคนที่เช็กอินห้องพักและใช้คีย์การ์ดใบนี้คือ โจวเฮ่า!”ทั่วบริเวณตกอยู่ในความเงียบเหมือนป่าช้า เงียบจนแม้กระทั่งเสียงเข็มตกยังได้ยิน หลังจากนั้นก็มีเสียงอุทานที่ดังขึ้นมากกว่าเดิมสิบเท่าดังขึ้น“ให้ตายเถอะ! เจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวเป็นชู้กันเนี่ยนะ?!”“เพื่อนเจ้าสาวไม่เพียงแอบเป็นชู้กับเจ้าบ่าว แต่ยังลอบไปมีอะไรกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเจ้าบ่าวอีก?!” “พระเจ้า นี่มันเรื่องรักสามเส้าอะไรกันเนี่ย! แม้กระทั่งซีรีส์ยังไม่กล้าถ่ายเรื่องแบบนี้เลย!”ทันทีที่ได้ยินดังนั้นสีหน้าของคุณนายเสิ่นก็มืดคล้ำมากเธอหมุนตัวแล้วใช้รองเท้าส้นสูงถีบไปที่ท้องของประธานหวังอย่างแรง “แกมันไอ้แมงดาไร้ค่า!”คุณนายเสิ่นระเบิดคำด่าออกมา “แกใช้เงินสองล้านห้าของฉันเพื่อให้นางจิ้งจอกคนนี้ไปทำแท

  • เกิดใหม่มาตบหน้าเพื่อนสนิทปากดี   บทที่ 8

    สิ้นเสียงคำพูดของฉัน“ปึง”ฉันก็ปากล่องยาขับเลือดที่ติดชื่อของเธอใส่หน้าเธออย่างแรงขอบแหลมของกล่องกระดาษกรีดหน้าผากเธอทำให้เลือดไหลออกมา “ฉลากพิมพ์ชื่อหลินซย่าอย่างชัดเจน แม้กระทั่งเวลาก็ยังตรงกับที่เธออ่านไว้เมื่อครู่นี้ไม่มีผิดเพี้ยน”ฉันกดหน้ามองเธอ “นี่เธอกำลังล้อเล่นหรือไง?”หลินซย่าทรุดตัวลงกับพื้นเหมือนก้อนโคลน เธอพูดอะไรไม่ออก มีเพียงเสียงสะอื้นที่แหบแห้งและสิ้นหวังเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ เมื่อครู่นี้แม่สามีของฉันยังตะโกนด่าเสียงดัง เธอต้องการจะฉีกหน้าและทุบตีฉันให้ตาย ทว่าตอนนี้เธอเหมือนแม่ไก่ที่ถูกคนบีบคออย่างแรงเธอทรุดตัวหลบนั่งลงกับพื้น อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกสักคำ ใบหน้าซีดขาวเหมือนกระดาษ ส่วนใบหน้าของโจวเฮ่ากลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ท่าทางย่ำแย่อย่างมาก เขารู้สึกได้รับความอัปยศอดสูอย่างมาก รู้สึกเหมือนว่าเขาทุกอันบนโลกใบนี้อยู่บนศีรษะของเขาคนเดียว“หลินซย่า ยัยสารเลว เธอทำลายงานแต่งงานของฉัน”โจวเฮ่าพุ่งเข้าถีบหลินซย่าอย่างแรง“เดี๋ยวก่อน” ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา น้ำเสียงนั้นก็ไม่ได้ดังมาก แต่กลับทำให้โจวเฮ่าหยุดชะงัก “โจวเฮ่า คุณอย่าเพิ่งรี

  • เกิดใหม่มาตบหน้าเพื่อนสนิทปากดี   บทที่ 7

    เมื่อเห็นหลินซย่าซัดทอดข้อกล่าวหา แววตาของคุณนายเสิ่นก็ฉายประกายความรังเกียจและเยาะเย้ยอย่างถึงที่สุด “ทำร้ายคนผิด?”คุณนายเสิ่นหัวเราะเสียงเย็น ก่อนจะหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิ้น “ปึง”เธอปาซองกระดาษนั้นใส่ใบหน้าซีดขาวของหลินซย่าอย่างแรง “แหกตาดูสิ!”“ฉันจ้างนักสืบเอกชนมือดีมาสะกดรอยตามไอ้อ้วนน่าตายนี่หนึ่งเดือนเต็มแล้ว! เธอคิดว่าแค่ตัวเองสวมเสื้อผ้าของคนอื่น สวมหน้ากากอนามัย ใส่หมวกแล้วจะหลอกคนอื่นได้งั้นเหรอ”ซองกระดาษถูกเปิดออกมา รูปถ่ายความละเอียดสูงจำนวนมากก็หล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นเหมือนเกล็ดหิมะโปรยเหล่าแขกที่อยู่ด้านหน้าต่างชะเง้อคอมองรูปเหล่านั้น แล้วส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ รูปภาพใบแรกคือ ผู้หญิงที่ใส่เสื้อกันลมสีกากี สวมหมวก ใส่หน้ากากอนามัย เธอเดินคล้องแขนประธานหวังเข้าไปในแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลที่หนึ่งในเมืองแต่รูปที่สอง ที่สามนั้น…มันคือรูปถ่ายความละเอียดสูงของผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ในห้องน้ำ VIP ของโรงพยาบาลที่ไม่มีคน และตอนนั้นเธอกำลังถอดหมวกและหน้ากากอนามัยออก!รูปภาพเหล่านั้นแม้จะถูกซูมเป็นสิบเท่า แต่ก็คงยังสามารถเห็นได้อ

  • เกิดใหม่มาตบหน้าเพื่อนสนิทปากดี   บทที่ 6

    การสั่นสะเทือนที่รุนแรงทำให้โคมไฟแชนเดอเลียร์ที่อยู่ด้านบนสั่นไหวไปมาเสียงสบถด่าของแขกนับร้อยที่อยู่ทั่วบริเวณก็หยุดชะงักทุกสายตาหันไปมองทางประตูโดยพร้อมเพรียง คนที่เดินเข้ามาคนแรกคือหญิงวัยกลางคนที่สวมเสื้อโค้ตกันลมระดับไฮเอนด์สีแดงเธอสวมรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสีดำ นอกจากนี้ยังสวมแว่นกันแดดสีดำขนาดใหญ่ รัศมีเย็นชาและแรงกดดันแผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเธอ ด้านหลังของเธอนั้นมีบอดี้การ์ดชุดดำสี่คนเดินตามมา ในตอนนั้นพวกเขากำลังลากผู้ชายคนหนึ่งที่นอนแน่นิ่งเหมือนหมาตายเข้ามาด้วยใบหน้าของชายคนนั้นเต็มไปด้วยเลือด เสื้อสูทขาดวิ่น ใบหน้าบวมช้ำจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ เสียง “โครม” ดังขึ้นเหล่าบอดี้การ์ดโยนชายอ้วนคนนั้นเหมือนโยนถุงขยะเปียกลงที่กลางพรมแดงของงานชายอ้วนที่อยู่บนพื้นก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากปากของเขา ท่ามกลางกลุ่มคน ในที่สุดก็มีคนจำได้ว่าคนที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำคนนี้คือใคร เสียงหวีดร้องดังขึ้นเสียงหลง “ประธานหวัง?! นั่นคือประธานหวังของกลุ่มทุนรุ่ยเฟิง!”“ให้ตายเถอะ! ใครกันที่กล้าทำร้ายประธานหวังจนมีสภาพแบบนี้?”เมื่อครู่นี้โจวเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status