Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 13:07:07

2

          ใบหน้าที่ดูสะสวยน่ารักขาวใสไร้มลทินนี้ใบหน้าที่ทำให้ณาดาเกิดความรู้สึกหลงใหลเมื่อได้เห็นเป็นครั้งแรก ถึงมันไม่ใช่ใบหน้าของเธอแต่ตอนนี้มันกลายเป็นของเธอเป็นที่เรียบร้อย

          ระหว่างที่นั่งอยู่ในห้องนอน ณาดากำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อจากนี้ดี หากออกจากห้องนี้ไปแล้วมันจะเป็นอย่างไร อันตรายหรือเปล่า คิดแล้วคิดอีกมันก็เลยทำให้เธอมีความกล้าที่จะเผชิญหน้า ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรแต่จะอยู่เฉยโดยที่ไม่ทำอะไรเลยก็คงจะทำอย่างนั้นไม่ได้

          ร่างอันบอบบางค่อยๆ คืบคลานลงจากเตียงนอนแล้วยืนขึ้นเพื่อจะเดินออกจากห้องนี้ไป แต่ทว่า ขณะที่ก้าวขาข้างซ้ายณาดาก็ล้มลงกับพื้นทันที

          “โอ๊ย เจ็บจังเลย”

          ดูเหมือนว่าขาข้างซ้ายของเธอนั้นจะไม่มีความรู้สึกแต่อย่างใด ร่างกายของเธอคนนี้คงจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือไม่ก็ร่างกายผิดปกติมาตั้งแต่เกิด นั่นหมายความว่า ขาที่ไร้ความรู้สึกนี้เธอคงจะพิการมาตั้งแต่เกิดอย่างแน่นอนที่สุด เพื่อความแน่ใจณาดาจึงดันร่างตนเองขึ้นมายืนหยัดอีกครั้ง แต่ทว่า เธอไม่สามารถก้าวเดินได้เพราะขาของเธอไร้ความรู้สึก นี่เป็นความจริงที่เธอเป็นคนพิการ แล้วในห้องนอนของเธอก็มีไม้ค้ำยันรักแร้วางอยู่ด้วย

          ณาดาใช้ไม้ค้ำยันรักแร้เพื่อให้ตนเองเดินออกไปจากห้องนอน แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างนี้มันก็เป็นเรื่องยากที่ต้องใช้มันเหมือนกัน

          “เราต้องใช้มันให้ชินกับร่างกายนี้”

          เมื่อเปิดประตูออกจากห้อง เบื้องหน้าของณาดาก็พบกับห้องว่าง มีสิ่งของมากมายวางอยู่หลายชิ้น แล้วก็มีครัวสำหรับทำอาหาร มีโต๊ะเก้าอี้นั่งกินข้าวสำหรับคนสองคน แล้วก็มีบันไดเดินขึ้นไปซึ่งน่าจะเป็นบันไดขึ้นไปชั้นสองของบ้านหลังนี้ นั่นหมายความว่า นี่คงจะเป็นบ้านของเธออย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่า ไม่มีวี่แววของคนในบ้านนอกจากตัวเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วคนอื่นหายไปไหน

          “ไม่อยู่กันเหรอ โอ๊ย”

          ขณะที่แลมองดูภายในบ้าน ณาดาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมากะทันหันจนเธอล้มลงกับพื้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ เหตุผลก็เพราะว่า ขณะที่ปวดหัวอย่างรุนแรงก็มีความทรงจำของใครบางคนเข้ามาในหัวเหมือนกับการส่งข้อมูลของคอมพิวเตอร์อะไรอย่างนั้นอย่างต่อเนื่องอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดเธอก็หายปวดหัวพร้อมกับได้รู้เห็นเหตุการณ์ของความทรงจำนั้น แล้วความทรงจำที่ได้รับมันก็เป็นความทรงจำของหญิงสาวคนที่เธอเข้ามาอยู่ในร่าง แล้วเธอคนนี้ก็มีชื่อเรียกว่า

          “ซินหยาง เธอคือเจ้าของร่างนี้”

          .

          .

          .

          ความทรงจำของหญิงสาวที่มีชื่อว่าซินหยางได้ส่งข้อมูลความทรงจำเข้ามาในหัวของคนเข้ามาแทนที่อย่างณาดา เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไร แต่นั่นก็ทำให้เธอได้รับรู้ถึงความจริงของซินหยางคนเก่า

          “ความทรงจำของซินหยาง”

          ซินหยาง เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านซิน หากไม่นับรวมเธอเข้าไปด้วยแล้วก็จะมีพ่อแม่และน้องสาวอายุห่างกับเธอเพียงแค่ 3 ปี  เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยน่ารักแต่อ่อนแอและป่วยเป็นโรคหลายโรคด้วยกัน แล้วที่แย่ไปกว่านั้นขาข้างซ้ายของเธอพิการไร้ความรู้สึกมาตั้งแต่เด็กจนมาถึงตอนนี้ก็ทำให้เธอไม่สามารถเดินตามปกติเหมือนคนทั่วไปได้

          พอเธอเข้าสู่ช่วงอายุ 25 ปีบริบูรณ์ พ่อแม่ของซินหยางก็ได้บังคับให้เธอแต่งงานกับชายหนุ่มคนหนึ่งของครอบครัวบ้านเหอ เขามีชื่อว่าเหอไท๋ ซึ่งก็คือสามีของเธอ ซินหยางรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าครอบครัวเธอนั้นไม่ชอบที่เธอเป็นคนพิการและป่วยเป็นโรค เพราะซินหยางทำให้ตระกูลอับอายขายขี้หน้าและเสียชื่อเสียงที่มีลูกสาวขาพิการ เธอก็เลยไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวสักเท่าไหร่ คนที่ได้รับความอบอุ่นมีเพียงน้องสาวเท่านั้น นั่นทำให้เธอน้อยใจและเสียใจที่คนเป็นพ่อเป็นแม่รักลูกไม่เท่ากัน เมื่อมีโอกาสขับไล่ให้ออกไปจากบ้านก็เลยใช้วิธีการบังคับให้แต่งงานกับคนอื่นโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้รักสามีคนปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นสามีที่แต่งงานกับเธอด้วยหรือก็คือเหอไท๋ เขาดูแลเอาใจใส่ซินหยางเป็นอย่างดีจนกลายเป็นบ่อเกิดความรัก

          หลังจากซินหยางเข้ามาในฐานะภรรยาในบ้านเหอไท๋ได้ไม่นาน เธอก็ป่วยหนักจนไม่สามารถเดินหรือขยับตัวไปไหนได้ ต่อให้มีไม้ค้ำยันรักแร้ก็ไม่มีแรงที่จะพยุงตัวให้เคลื่อนไหวได้เลย เธอเอาแต่นอนอยู่ภายในห้องคนเดียวจนมาถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เธอจากไปโดยไม่ได้บอกกล่าวเหอไท๋ เพราะเขาต้องออกไปทำงานทุกวัน หาเช้ากินค่ำเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและดูแลคนป่วยอย่างเธอมาโดยตลอด พอเธอตายไป สามีของเธอก็คงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องคอยมาเสียเวลามาดูแลคนป่วยอย่างเธออีก

          ซินหยางจากด้วยน้ำตาเศร้าหมอง

          นี้เป็นความทรงจำของซินหยางคนเก่าที่ซินหยางคนใหม่อย่างณาดาได้รับรู้เรื่องราวของเธอทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่เศร้ามากที่ไม่ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว แถมยังผลักไสไล่ส่งเธออีก คนเป็นพ่อเป็นแม่เขาทำกับลูกตนเองแบบนี้เหรอ คิดแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที

          “ซินหยาง เธอไม่ต้องห่วงอะไรอีกต่อไปแล้ว ต่อจากนี้ไปฉันจะสานต่อในร่างของเธอเอง”

          หลังจากนั้นไม่นาน สามีของเธอก็กลับมาที่บ้าน

          ...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 43 จบ

    43 “ถ้ามาแล้วไม่พูดอะไรก็กลับกันไปได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อน” ภายในห้องผู้ป่วยส่วนตัวนี้มีอยู่ด้วยกันเท่านี้ เหอไท๋ ซินหยาง ลุงฉาง ป้าลี่หลิน แต่ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปตามกาลเวลา ถึงมันจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่อยากพูดออกมาตามความรู้สึกของเขา แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะพูดขึ้นให้ทุกคนได้รับรู้กัน แล้วคนที่ว่านี้ก็คือเหอไท๋ “เรื่องเมื่อตอนนั้น ผมขอบคุณมากนะครับ ถ้าแม่ไม่ปกป้องผม ป่านนี้ผมคงจะ” “หยุดพูดเรื่องนี้จะได้ไหมฉันไม่อยากฟัง ที่จริงฉันไม่อยากช่วยแกหรอก แต่ร่างกายมันขยับไปเอง” ถึงจะพูดไม่สนใจไยดีสักนิดเดียว แต่เหอไท๋กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดเลย เขารู้สึกว่าตอนนั้นเธอเข้ามาช่วย

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 42

    42 “แม่ ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ ดื่มน้ำนี้ก่อน” เหอไท๋พยุงร่างของป้าลี่หลินเพื่อให้เธอดื่มน้ำที่ซินหยางเตรียมเอาไว้ให้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่น้ำที่ได้รับมาจากซินหยางมันต้องไม่ใช่น้ำธรรมทั่วไปที่เห็น ป้าลี่หลินดื่มน้ำจนหมดขวด ร่างกายของเธอมีการตอบสนองต่อน้ำที่เธอดื่ม เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดก็ได้หยุดลง บาดแผลที่เกิดจากมีดปลายแหลมมันก็ได้สมานแผลเข้ากันจนหายสนิท ป้าลี่หลินพ้นขีดอันตรายทั้งอย่างนั้น แต่ถึงมันจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังหายใจอ่อนเพลียอยู่ แล้วน้ำที่ดื่มเข้าไปนั้นมันอาจจะกำลังออกฤทธิ์ก็เป็นได้ แต่โดยรวมแล้วร่างกายของเธอดีขึ้นมาก “ทำไมกัน ผมไม่เข้าใจ แม่ที่เกลียดผมขนาดนี้ถึงได้เข้ามาปกป้องผม” “นั่นสิ

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 41

    41 เบื้องหน้าของเหอกุ๋ยที่กำลังตัวสั่นและหวาดกลัวหลังจากถูกจับได้ว่าเป็นหัวขโมยย่องเบา นอกจากเหอไท๋และซินหยางแล้ว ก็มีป้าลี่หลิน ลุงฉาง เปา ฟางอี้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของทางการด้วย พวกเขาที่ว่ามาทั้งหมดนี้ยืนอยู่ต่อหน้าเหอกุ๋ยในตอนนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากนั้นก็คือพ่อและแม่ที่อยู่กับพวกเหอไท๋นั่นแหละ “พ่อ แม่ ทำไมถึงได้มาอยู่กับมันได้” “เหอไท๋เป็นคนบอกฉันเองน่ะ” “งั้นเหรอ สุดท้ายก็ทิ้งผมไปแล้วเข้าข้างมันน่ะเหรอ ทั้งที่ผมเป็นลูกแท้ๆ ของแม่นะ” “หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลย ไอ้ลูกชั่ว” คำด่าของคนเป็นแม่ถึงกับทำให้เหอกุ๋ยทำตัวไม่ถูก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 40

    40 ทำไมเหอไท๋ถึงเรียกโจรย่องเบาว่า ไอ้น้องชายโง่ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เขารู้อะไรเกี่ยวกับโจรคนนี้ แล้วสิ่งที่เหอไท๋พูดออกมา ซินหยางที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาก็รู้อยู่แล้วด้วย การเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าของบ้านกับหัวขโมยกระจอกจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ “น้องชาย พูดบ้าอะไรของแกวะ” ถึงแม้จะสวนกลับด้วยคำพูดที่ข่มอีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นเครือ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะอีกฝ่ายอย่างเหอไท๋นั้นรู้อยู่แล้วว่าโจรกระจอกตรงหน้าเป็นใคร หัวขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขานี้เกิดความกังวลและกลัว ไม่ว่าจะพูดอะไรมาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังสั่นและกลัวอย่างสุดขีด “แกยังพูดแบบนี้อยู่อีกนะ เหอกุ๋ย ปิดบังใบหน้าไปก็ไม่มีปร

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 39

    39 “เหอไท๋ นายได้ยินเรื่องโจรงัดบ้านของผู้สำเร็จราชการหรือเปล่า” “อ่า ฉันได้ยินมาจากพวกชาวบ้านที่มาซื้อกับข้าวเมื่อเช้าน่ะ เห็นว่ามันเอาเงินและของมีค่าไปหมดเลย ให้ตายสิ ทำไมมันชั่วอะไรอย่างนี้” “พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ที่ผ่านมาแถวนี้ก็ไม่เคยเกิดเรื่องนี้มาก่อน ฉันคิดว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนี้แหละ” “นั่นสินะ ฉันเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เพราะมันรู้ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน อีกอย่างหนึ่ง มันสามารถงัดประตูหลังบ้านเข้าไปได้โดยที่ไม่มีใครได้ยินอีกด้วย มันจะเก่งเกินไปแล้ว” เหอไท๋และเปา ทั้งสองคนกำลังทำงานอยู่ในสวน แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องหัวขโมยงัดบ้านแล้วเอาทรัพย์สินเงินทองไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องที่ทั้งสองต้องเข้าไป

  • เกิดใหม่มาอยู่ในร่างภรรยาขาพิการ ยุค 80   บทที่ 38

    38 “เปา นายช่วยเอาผักและปลาดุกไปส่งให้ลุงโจวที่ตลาดทีนะ” “ได้เลยเพื่อน” เหอไท๋ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนคนสำคัญของเปาและเป็นนายจ้างก็ได้แบ่งหน้าที่การงานให้เปาโดยการขนส่งวัตถุดิบไปให้พ่อค้าแม่ค้าที่สั่งวัตถุดิบเป็นประจำทุกวัน ส่วนทางด้านซินหยางก็ดูจะสนิทกับฟางอี้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดร้านเป็นกิจจะลักษณะ แต่ตอนเช้าฟางอี้ก็จะมาช่วยซินหยางขายกับข้าว ซึ่งก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของเธอ เรียกได้ว่าพวกเธอทั้งสองดูจะเข้าขากันมากกว่าที่คิดเอาไว้ “ซินหยาง วันนี้จะทำเมนูอะไรเพิ่มอีกไหม” “วันนี้เหรอ ฉันคิดว่าจะทำแกงกะทิปลาดุกน่ะ แต่ฉันยังไม่เคยทำด้วยสิ” “เดี๋ยวฉั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status