LOGINณาดา พนักงานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างหญิงสาวหลังจากที่เธองีบหลับ มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ มิหนำซ้ำ หญิงสาวที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างยังขาพิการด้วยสิ แล้วทีนี้เธอจะทำอย่างไร
View More1
เช้าอรุณรุ่งขึ้น ณาดา หญิงสาวสะสวยน่ารัก อายุ 30 ปีบริบูรณ์ เธอกำลังขับรถสุดหรูไปยังบริษัทที่เธอทำงาน แล้วที่วันนี้เธอต้องตื่นแต่เช้ามืดก็เพราะว่าเธอมีงานต้องรีบทำให้เสร็จก่อนเวลาเริ่มงาน ซึ่งก็คือเวลา 8 โมงเช้า งานที่เธอทำเป็นงานสำคัญกับตัวเธอมาก หากว่าทำสำเร็จเธอจะได้รับเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองประธานบริษัท โอกาสอันน้อยนิดนี้เธอจำเป็นต้องคว้าเอาไว้เพื่อให้เธอเติบโตในหน้าที่การงานให้ได้
รถสุดหรูถูกจอดที่ประจำตำแหน่งใต้ตึกของบริษัทก่อนที่เธอจะเร่งฝีเท้าเดินพร้อมกับหอบแฟ้มเอกสารเข้าไปด้านในบริษัท เมื่อเข้ามาในห้องทำงานเธอก็กวาดตามองดูรอบตัวครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครมาทำงาน เวลานี้มีเพียงณาดาคนเดียวเท่านั้น เธอจึงรีบเข้าไปในห้องทำงานซึ่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวสำหรับเธอโดยเฉพาะ
พอเข้ามาข้างใน สิ่งแรกที่เธอต้องทำก็คือเปิดไฟในห้อง วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เดินไปเสียบกาน้ำร้อนเพื่อชงกาแฟดื่มเป็นประจำ
ถ้วยกาแฟหอมกรุ่นถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานข้างตัว เอกสารที่ณาดาเอามาถูกกางออกก่อนที่เธอจะเขียนรายละเอียดของงานเข้าไปอย่างชำนาญ ก็อย่างที่เห็น ตอนนี้เธอมีตำแหน่งหัวหน้าแผนกตรวจสอบบัญชี การทำงานของเธอจึงมีความละเอียดสูงและไม่ผิดพลาด ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่เธอก็ต้องตรวจสอบซ้ำอีกอยู่ดี
หลังจากทำงานเอกสารก็ผ่านมาได้ 2 ชั่วโมง เหลือเวลาเพียงแค่ 30 นาทีก็ถึงเวลาเริ่มงานแล้ว เจ้าหน้าที่และพนักงานของบริษัทก็เริ่มทยอยกันเข้ามาทำงานให้เห็นเป็นบางตา แล้วที่สำคัญไปกว่านั้น เอกสารที่เธอเร่งรีบทำก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมส่งต่อให้หัวหน้าของเธอ
“เสร็จสักที”
เมื่องานเสร็จเรียบร้อยณาดาก็ได้บิดขี้เกียจไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจัดเรียงเอกสารเอาไว้เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ลูกน้องของเธอเอาไปส่งต่อ ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยไปด้วยดีเธอเองก็ต้องดื่มกาแฟอุ่นหอมกรุ่นเพื่อกระตุ้นร่างกายให้สดชื่นยิ่งขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้สดชื่นขึ้นมาสักเท่าไหร่ แถมยังทำให้เธออ้าปากหาวนอนอยู่ตลอดเวลาเพราะตื่นแต่เช้ามาทำงานสำคัญให้เสร็จ หากหลับลงเมื่อไหร่เธอคงจะหลับสนิทอย่างแน่นอนเป็นแน่
“งีบหลับสักหน่อยก็แล้วกัน”
หลังจากดื่มกาแฟจนหมดถ้วยเธอก็เอนหลังลงเก้าอี้นวมอย่างสบายตัวก่อนจะหลับตาลงอย่างโล่งใจที่ทำงานเสร็จทันเวลาส่งโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นการงีบหลับนอนครั้งสุดท้ายของเธอในชีวิตนี้ แน่นอนว่าครั้งสุดท้ายของชีวิตนั้นแม้แต่ณาดาก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
.
.
.
เปลือกตาของหญิงสาวขยับเล็กน้อยก่อนจะเปิดออกเพื่อลืมตาตื่นกลับมาทำหน้าที่ของตนเองอีกครั้ง แต่ทว่า พอลืมตาขึ้นมามันกลับไม่ใช่ห้องทำงานที่เธออยู่ สรุปแล้วที่นี่ที่ไหน
“ที่นี่ที่ไหน”
ณาดาถามตนเองเพื่อความอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
เบื้องหน้าของเธอมีแต่ความมืดมิด แต่ก็พอมีแสงส่องพอเห็นพื้นที่รอบตัวอยู่บ้าง พอดวงตาเริ่มปรับทัศนวิสัยได้เธอก็รู้แล้วว่าที่นี่เป็นห้องนอนซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นห้องของใคร
“ร่างกายของเราทำไมมันหนักจัง”
ณาดาพยายามลุกขึ้นจากเตียงนอนแต่ไม่สามารถลุกขึ้นมานั่งได้ ร่างกายของเธอในตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงแถมยังหนักอีกต่างหาก อย่างกับว่าร่างกายของเธอนั้นถูกเคลือบไปด้วยเหล็กที่หนักมากกว่า 100 กิโลกรัม ซึ่งเธอเองก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ตัวเธอเองที่ออกกำลังหลังเลิกงานเป็นประจำทุกวันไม่น่าจะมีร่างกายที่อ่อนแอขนาดนี้ได้ นับเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ซึ่งทำให้ณาดาเกิดความสงสัยขึ้นมานอกจากเรื่องที่ตนเองอยู่ที่ไหน พอก้มหน้ามองดูร่างกายตนเองมันก็ทำให้เธอตกใจ เพราะว่าร่างของเธอดูซูบผอมอย่างกับคนป่วย ดูยังไงก็ไม่ใช่ร่างกายของเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกำลังควบคุมมันอยู่อย่างยากลำบาก
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
สำหรับณาดาเธอยังคิดว่าที่นี่เป็นความฝัน หากตื่นขึ้นมาเธอคงจะได้กลับไปยังในห้องทำงาน แต่ว่าไม่ใช่เลย นี่ไม่ใช่ความฝันแต่มันเป็นความจริง แล้วความจริงนี้มันก็ทำให้ณาดารู้สึกกลัวขึ้นมาจนเธอร้องไห้ออกมาโดยไม่สนใจว่าตนนั้นอยู่ที่ไหน
“ทำไม ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย”
นอกจากความกลัวที่ทำให้เธอร้องไห้แล้วก็ยังมีเรื่องหน้าที่การงานที่เธอพยายามมาจนถึงทุกวันนี้ แต่กลับกลายเป็นว่ามันได้ถูกทำลายไปจนไม่สามารถกลับคืนมาได้อีกแล้ว ทีนี้ณาดาจะทำอย่างไร
หลังจากร้องไห้โศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว ณาดาก็ตั้งสติตนเองกลับมาอีกครั้งเพื่อที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ สิ่งที่เธอเข้าใจก็คือร่างกายที่ควบคุมอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายของเธอ แล้วห้องนอนห้องนี้เองก็ไม่ใช่ของเธอเช่นเดียวกัน มันคงจะเป็นห้องนอนของหญิงสาวคนนี้ที่เธอกำลังควบคุมอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ปัญหาก็คือเธอเข้ามาอยู่ในร่างหญิงสาวคนนี้ได้อย่างไรกัน
“หน้าตาของเธอคนนี้เป็นยังไงกันนะ”
เพื่อที่จะทำให้ตนรู้จักร่างกายนี้ให้มากยิ่งขึ้น ณาดาจึงพยายามอีกครั้งเพื่อที่จะลุกขึ้นนั่งเพื่อจะหันหน้ามองกระจกที่แขวนอยู่ภายในห้องนอน เธอพยายามจนสามารถลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนได้สำเร็จก่อนจะหันหน้ามองกระจกอย่างคนสงสัย แล้วเธอก็ได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนที่เธอควบคุมร่างกายนี้ในที่สุด
...
43 “ถ้ามาแล้วไม่พูดอะไรก็กลับกันไปได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อน” ภายในห้องผู้ป่วยส่วนตัวนี้มีอยู่ด้วยกันเท่านี้ เหอไท๋ ซินหยาง ลุงฉาง ป้าลี่หลิน แต่ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปตามกาลเวลา ถึงมันจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่อยากพูดออกมาตามความรู้สึกของเขา แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะพูดขึ้นให้ทุกคนได้รับรู้กัน แล้วคนที่ว่านี้ก็คือเหอไท๋ “เรื่องเมื่อตอนนั้น ผมขอบคุณมากนะครับ ถ้าแม่ไม่ปกป้องผม ป่านนี้ผมคงจะ” “หยุดพูดเรื่องนี้จะได้ไหมฉันไม่อยากฟัง ที่จริงฉันไม่อยากช่วยแกหรอก แต่ร่างกายมันขยับไปเอง” ถึงจะพูดไม่สนใจไยดีสักนิดเดียว แต่เหอไท๋กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดเลย เขารู้สึกว่าตอนนั้นเธอเข้ามาช่วย
42 “แม่ ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ ดื่มน้ำนี้ก่อน” เหอไท๋พยุงร่างของป้าลี่หลินเพื่อให้เธอดื่มน้ำที่ซินหยางเตรียมเอาไว้ให้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่น้ำที่ได้รับมาจากซินหยางมันต้องไม่ใช่น้ำธรรมทั่วไปที่เห็น ป้าลี่หลินดื่มน้ำจนหมดขวด ร่างกายของเธอมีการตอบสนองต่อน้ำที่เธอดื่ม เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดก็ได้หยุดลง บาดแผลที่เกิดจากมีดปลายแหลมมันก็ได้สมานแผลเข้ากันจนหายสนิท ป้าลี่หลินพ้นขีดอันตรายทั้งอย่างนั้น แต่ถึงมันจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังหายใจอ่อนเพลียอยู่ แล้วน้ำที่ดื่มเข้าไปนั้นมันอาจจะกำลังออกฤทธิ์ก็เป็นได้ แต่โดยรวมแล้วร่างกายของเธอดีขึ้นมาก “ทำไมกัน ผมไม่เข้าใจ แม่ที่เกลียดผมขนาดนี้ถึงได้เข้ามาปกป้องผม” “นั่นสิ
41 เบื้องหน้าของเหอกุ๋ยที่กำลังตัวสั่นและหวาดกลัวหลังจากถูกจับได้ว่าเป็นหัวขโมยย่องเบา นอกจากเหอไท๋และซินหยางแล้ว ก็มีป้าลี่หลิน ลุงฉาง เปา ฟางอี้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของทางการด้วย พวกเขาที่ว่ามาทั้งหมดนี้ยืนอยู่ต่อหน้าเหอกุ๋ยในตอนนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากนั้นก็คือพ่อและแม่ที่อยู่กับพวกเหอไท๋นั่นแหละ “พ่อ แม่ ทำไมถึงได้มาอยู่กับมันได้” “เหอไท๋เป็นคนบอกฉันเองน่ะ” “งั้นเหรอ สุดท้ายก็ทิ้งผมไปแล้วเข้าข้างมันน่ะเหรอ ทั้งที่ผมเป็นลูกแท้ๆ ของแม่นะ” “หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลย ไอ้ลูกชั่ว” คำด่าของคนเป็นแม่ถึงกับทำให้เหอกุ๋ยทำตัวไม่ถูก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม
40 ทำไมเหอไท๋ถึงเรียกโจรย่องเบาว่า ไอ้น้องชายโง่ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เขารู้อะไรเกี่ยวกับโจรคนนี้ แล้วสิ่งที่เหอไท๋พูดออกมา ซินหยางที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาก็รู้อยู่แล้วด้วย การเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าของบ้านกับหัวขโมยกระจอกจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ “น้องชาย พูดบ้าอะไรของแกวะ” ถึงแม้จะสวนกลับด้วยคำพูดที่ข่มอีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นเครือ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะอีกฝ่ายอย่างเหอไท๋นั้นรู้อยู่แล้วว่าโจรกระจอกตรงหน้าเป็นใคร หัวขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขานี้เกิดความกังวลและกลัว ไม่ว่าจะพูดอะไรมาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังสั่นและกลัวอย่างสุดขีด “แกยังพูดแบบนี้อยู่อีกนะ เหอกุ๋ย ปิดบังใบหน้าไปก็ไม่มีปร

















