Share

บทที่ 8

Penulis: บุปผาร่วงโรย
ยามก้มหน้าพูดจาอึกอัก กู้สืออี้จึงชักปืนออกมาทันที “พูด!”

เขาตกใจจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น “คุณหนูรองฉินพาตัวคุณนายออกไปครับ พวกผมพยายามขวางแล้ว แต่ขวางไม่อยู่จริงๆ”

พอได้ยินชื่อฉินเจียวเจียว กู้สืออี้ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แม้ในใจจะรู้สึกตะขิดตะขวงว่าเธอทำเกินหน้าที่ไปหน่อย แต่อย่างน้อยฉินหยวนเยว่ก็ยังอยู่ที่นี่

“พาฉันไปหาเธอ”

กู้สืออี้สั่งเสียงเย็น

เขาเดินออกมาจากคุกใต้ดิน แต่กลับเห็นคนกลุ่มหนึ่งวิ่งลงมาอย่างรีบร้อนแต่ไกล

กู้สืออี้ชะงักฝีเท้า ขมวดคิ้วมุ่น

เพราะคนที่นำหน้ามาคือ… ฉินเฟิง พ่อของฉินหยวนเยว่

แววตาของกู้สืออี้ฉายแววซับซ้อน ริมฝีปากบางขยับเอ่ย “ตามพวกเขาไป”

เขาแอบตามฉินเฟิงไปตลอดทาง ทันทีที่เข้าใกล้ก็ได้ยินเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของฉินเจียวเจียว

“อะไรนะ?! คนหายไปเหรอ?!”

ฝีเท้าของกู้สืออี้หยุดชะงักทันที

“พวกแกเฝ้าคนกันยังไง? ผู้ชายอกสามศอกตั้งสิบกว่าคน เฝ้าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวไม่อยู่เนี่ยนะ?! ไอพวกเศษสวะไร้ประโยชน์!”

กู้สืออี้ขยับเข้าไปใกล้ห้อง พอเห็นสภาพของฉินเจียวเจียวก็ต้องอึ้งไป

ริมฝีปากของเธอซีดขาว ดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยรังสีอำมหิ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 15

    วันที่กู้สืออี้ถูกขับออกจากตระกูล ฉันเป็นคนปล่อยตัวเขาออกมาเองก่อนจากกัน เขามองหน้าฉันอย่างลึกซึ้ง“หยวนเยว่ เธอยังใจอ่อนเกินไปจริงๆ”“การที่เธอไว้ชีวิตฉัน ก็เท่ากับมอบโอกาสให้ฉันกลับมาแย่งชิงเธอคืนอีกครั้ง”ฉันหัวเราะเยาะในใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยทว่าเสิ่นเจ๋อรุ่ยกลับไม่ปิดบังความรู้สึก สีหน้าเขามืดครึ้มลง “แกไม่มีโอกาสนั้นหรอก”สิ้นเสียง เขาก็ชักปืนออกมาเล็งไปที่กู้สืออี้เหมือนกับตอนแรกที่กู้สืออี้เคยเล็งปืนใส่เขาแต่เขาไม่ได้ฆ่ากู้สืออี้เพียงแค่ยิงออกไปสองนัด นัดหนึ่งเจาะเข้าที่แขนซ้าย อีกนัดฝังที่แขนขวาเลือดสดๆ พุ่งกระฉูด กู้สืออี้เจ็บจนทรุดฮวบลงกับพื้น“เธอไม่ทรมานแกเพราะเธอจิตใจดี แต่ฉันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันมีแค้นต้องชำระ”ภายหลังได้ยินยามเล่าว่า กู้สืออี้ลากสังขารที่โชกเลือดกลับมาที่หน้าประตูค่าย แต่กลับไม่มีใครจำเขาได้เลยเขาเสยผมที่ยุ่งเหยิงขึ้นเพื่อเปิดเผยใบหน้ายามชะงักไปนิดหนึ่ง กู้สืออี้จึงเดินทำท่าจะเข้าไปข้างในตามความเคยชินแต่วินาทีต่อมา พวกเขากลับถีบกระเด็นออกมาไกลถึงสามเมตรกู้สืออี้กระอักเลือดออกมาคำโต “พวกแกตาบอดหรือไง?! ฉันคือเจ้าพ่อนะ!”“เจ้าพ

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 14

    วันที่สามของการถูกคุมขัง กู้สืออี้ยังคงไม่ยอมกินข้าวฉันรู้ว่าเขากำลังเดิมพัน เดิมพันว่าฉันจะตัดใจปล่อยให้เขาตายไม่ลงแต่เขาเดิมพันถูก ฉันไม่อยากให้เขาตายจริงๆไม่ใช่เพราะยังแคร์เขา แต่เป็นเพราะฉันเห็นคุณค่าของชีวิตมากกว่าเขายิ่งไปกว่านั้น การแก้แค้นที่ไร้สาระครั้งนี้ได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากพอแล้วดังนั้น ฉันจึงถือข้าวไปหาเขาที่คุกด้วยตัวเองไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เขาดูซูบผอมไปถนัดตาวินาทีนั้นฉันนึกอยากจะหัวเราะออกมา ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน เหตุการณ์เดิมก็วนกลับมาฉายซ้ำเพียงแต่ครั้งนี้ เขาอยู่ข้างใน ส่วนฉันอยู่ข้างนอก“กินซะ”ฉันโยนกล่องข้าวลงตรงหน้าเขาเขาปรายตามองแวบหนึ่งแล้วหันหน้าหนี เป็นเชิงปฏิเสธฉันถอนหายใจ หยิบส้อมบนพื้นขึ้นมา แล้วจ่อไปที่ข้อมือตัวเอง “ถ้าคุณไม่กิน ฉันจะแทงลงไปเดี๋ยวนี้”วินาทีต่อมา ส้อมในมือฉันก็ถูกแย่งไป“เธอใจแข็งจริงๆ” กู้สืออี้เริ่มตักข้าวกินอย่างตะกละตะกลาม“เรียนมาจากคุณนั่นแหละ” ฉันพูดเสียงเบารอจนเขากินเสร็จ ฉันก็เก็บกล่องเปล่าเตรียมหันหลังเดินออกมา“ทำไมถึงไม่ฆ่าฉัน?”เสียงของเขาดังไล่หลังมาฉันหยุดเดิน หันกลับไปมองเขา แล้วพูดอย

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 13

    “ปล่อยฉันนะ! ฉันจะไปช่วยเขา!”รองหัวหน้าหลิวกอดรัดฉันไว้แน่น “คุณนายครับ ไม่ทันแล้ว ขืนคุณเข้าไปมีแต่ตายเปล่า!”ฉันร้องไห้ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง สุดท้ายก็ต้องกุมท้องขดตัวงอด้วยความเจ็บปวดรองหัวหน้าหลิวรีบพาตัวฉันขึ้นรถ แต่ไฟลุกลามรวดเร็วเกินไป“เวรเอ๊ย!”รถเบรกกะทันหันที่ข้างทางฉันเจ็บปวดจนขยับตัวไม่ไหวแล้ว จึงพูดเสียงเบาว่า “คุณหนีไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันแล้ว”ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ ใครบางคนก็ผลักเขาออกไป “แกไปก่อน ฉันจะปกป้องเขาเอง”เป็นกู้สืออี้ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกไฟไหม้จนขาดวิ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือดและเขม่าควัน“แต่เจ้าพ่อ…”“ฉันบอกให้รีบไปไง!”รองหัวหน้าหลิวมองเราสองคนอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปกู้สืออี้อุ้มฉันขึ้นแนบอก แล้ววิ่งมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่อยู่ไกลออกไปเหงื่อของเขาหยดลงบนใบหน้าฉัน หยดแล้วหยดเล่ากลางคืนมืดมิด เขาเองก็มองทางไม่ชัด ถูกหนามข้างทางเกี่ยวจนเลือดอาบไปทั้งตัวแต่เขากลับไม่ร้องออกมาสักแอะ แถมยังก้มลงมาบอกฉันเป็นระยะว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ใกล้ถึงแล้ว เธอจะต้องไม่เป็นไร”วินาทีนั้น ฉันเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในคืนที่ฉันแบ

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 12

    ฉันกับเสิ่นเจ๋อรุ่ยตกลงคบกันในสถานะแฟนเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วค่ายอย่างรวดเร็ว แม้แต่เด็กๆ ในหน่วยพยาบาลยังเรียกเสิ่นเจ๋อรุ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “แฟนพี่หมอ”ดูเหมือนเขาจะชอบชื่อเรียกนี้มาก ทุกครั้งที่ได้ยินก็จะทำหน้าภูมิใจสุดๆชีวิตกลับคืนสู่ความปกติสุขส่วนกู้สืออี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์วุ่นวายในวันนั้น เขาก็หายตัวไปเลยฉันนึกว่าพอรู้ว่าเด็กไม่อยู่แล้วเขาจะถอดใจไปเอง คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าระหว่างเรายังมีทะเบียนสมรสที่ไร้ค่าใบนั้นอยู่เขาส่งทนายมาเรียกตัวฉันกลับไปฉันจึงส่งเอกสารหย่าที่เซ็นไว้เรียบร้อยแล้วให้ทนายของเขาไปอย่างเด็ดขาดได้ยินทนายเล่าว่า ตอนกู้สืออี้ได้รับเอกสารหย่า เขาอาละวาดหนักมากเขาบอกว่าเอกสารเป็นของปลอม เพราะเขาไม่เคยเซ็นชื่อเลยสักครั้งถึงขั้นจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ลายมือระดับท็อปมาตรวจสอบ แต่ผลก็ยืนยันชัดเจนว่านั่นคือลายเซ็นของเขาจริงๆพวกเราจึงสิ้นสุดสถานะสามีภรรยากันตามกฎหมายหลังหย่า ฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเสิ่นเจ๋อรุ่ย จนกระทั่งวันหนึ่งเขาพูดว่า“ที่ตระกูลเกิดเรื่องนิดหน่อย ผมต้องกลับไปจัดการ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เป็นธรรม

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 11

    “อะไรนะ?!”ร่างกายของกู้สืออี้แข็งทื่อไปทันทีเขารีบก้มมองหน้าท้องของฉัน ซึ่งมันก็แบนราบอย่างที่เห็นจริงๆ“ไม่… เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมา วินาทีต่อมาเขาก็จับไหล่ฉันเขย่าอย่างบ้าคลั่ง“ลูกหายไปได้ยังไง? หรือว่า… หรือว่าเธอเป็นคนเอาเด็กออกเองกับมือ?! ฉินหยวนเยว่ เธอเกลียดฉันขนาดนี้เชียวเหรอ!”ได้ยินเสียงตะคอกที่แทบจะขาดสติของเขา ความรังเกียจในแววตาของฉันก็ยิ่งลึกล้ำขึ้น“ฉันเนี่ยนะ?”“เด็กคนนี้ คุณต่างหาก พ่อแท้ๆ ของเขาต่างหากที่เป็นคนฆ่า”“บนโลกนี้ไม่มีเด็กคนไหนทนสภาพเลวร้ายในคุกใต้ดินแบบนั้นได้หรอก”กู้สืออี้อึ้งไปเหมือนถูกสาปฉันเดินผ่านตัวเขาตรงไปหาเสิ่นเจ๋อรุ่ย “ช่วยพาฉันกลับหน่อยได้ไหม ฉันเดินไม่ไหวแล้ว”เขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้า แต่เขาไม่ได้ให้ฉันขี่หลัง กลับช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิงแทนกู้สืออี้รีบพุ่งเข้ามา แต่กลับถูกทหารติดอาวุธนับสิบคนขวางทางไว้เขาลืมไปแล้วว่าประเทศ D คือถิ่นของเสิ่นเจ๋อรุ่ยดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ยืนมองผู้ชายที่เขาเกลียดเข้าไส้ อุ้มผู้หญิงที่เขารักเดินจากไปแถมตอนเดินออกไป เสิ่นเจ๋อร

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 10

    (มุมมองนางเอก)ในที่สุดฉันก็มาถึงประเทศ Dตอนแรกที่เลือกที่นี่ ไม่ใช่แค่เพราะที่นี่ไม่มีอิทธิพลของกู้สืออี้แต่เพราะนี่คือความฝันในอดีตของฉัน ฉันอยากเป็นหมอภาคสนามหลังจากแต่งงานกับกู้สืออี้ เขาก็ไม่ยอมให้ฉันออกไปทำงาน เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าหาฉันแล้วใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่เขาถึงฉันจะไม่ได้จบจากคณะแพทยศาสตร์ แต่การติดตามกู้สืออี้ไปในสมรภูมิรบตลอดหลายปีนี้ เพื่อปกป้องเขา และเพื่อปกป้องตัวเอง ฉันจึงได้เรียนรู้วิชาการแพทย์พื้นฐานมามากมายหลายปีมานี้ ฉันเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามานับไม่ถ้วนมีทั้งพ่อค้ายาที่ชั่วช้าสามานย์ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่โดนลูกหลงทุกครั้งที่เห็นพวกเขาล้มลงต่อหน้า ในใจฉันเจ็บปวดเหลือเกินและนี่ก็คือจุดที่ฉันกับกู้สืออี้แตกต่างกันที่สุดเขาไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้ เพราะการเป็นเจ้าพ่อจะใจอ่อนไม่ได้ เขาต้องเลือดเย็นไร้ความปรานี ถึงจะปกป้องลูกน้องได้พอนึกถึงใบหน้าอันเย็นชาของเขา หัวใจฉันก็ยังปวดแปลบๆเหมือนกับแผลที่มือที่ยังไม่หายดีแต่ฉันเชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป ฉันจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างแน่นอนอีกอย่างที่ประเทศ D ฉันได้เพื่อนดีๆ และยังมีเสิ่นเจ๋อรุ่ยอย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status