Share

บทที่ 7

Penulis: บุปผาร่วงโรย
(มุมมองบุคคลที่สาม)

“เจ้าบ่าวครับ?”

“คุณยินดีรับคุณผู้หญิงตรงหน้าเป็นภรรยาหรือไม่?”

บาทหลวงถามซ้ำอีกรอบ

กู้สืออี้เพิ่งจะได้สติกลับมา เขาตอบรับแบบขอไปทีว่า “อืม ยินดี”

ฉินเจียวเจียวชะงักไป เห็นได้ชัดว่าจับสังเกตได้ว่ากู้สืออี้ใจลอย

แต่ตอนนี้แขกเหรื่อมีมากมาย เธอจึงไม่สะดวกจะถามมากความ ทำได้เพียงฉีกยิ้มเจื่อนๆ ออกมา

สุดท้ายมาถึงช่วงจูบสาบาน กู้สืออี้ก็ยังคงเหม่อลอย จูบไปได้แค่สองวินาทีก็ผละออก

ฉินเจียวเจียวทนไม่ไหวอีกต่อไป ตะคอกใส่กู้สืออี้เสียงดังลั่น “พี่กู้ พี่ไม่อยากแต่งงานกับฉันใช่ไหมคะ!”

เสียงตะโกนนั้นทำให้แขกทั้งงานเงียบกริบลงทันที พ่อแม่ที่เดิมทียิ้มแย้มก็เริ่มหน้าเสีย

ใบหน้าของกู้สืออี้ทะมึนลง เพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้

ยิ่งไปกว่านั้น คือการหักหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัล

ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าบรรยากาศไม่ดี ฉินเจียวเจียวจึงลดเสียงให้อ่อนลง พูดเสียงสะอื้นว่า “ฉันแค่รู้สึกว่าพี่ทำแบบขอไปที… ก็เลยเผลอตะคอกไป… ขอโทษค่ะ…”

เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ แต่กู้สืออี้กลับไม่ได้เอาอกเอาใจเธอเหมือนอย่างเคย

เขาโยนแหวนที่เตรียมไว้ให้รองหัวหน้าหลิว แล้วเดินจ้ำอ้าวจากไ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 15

    วันที่กู้สืออี้ถูกขับออกจากตระกูล ฉันเป็นคนปล่อยตัวเขาออกมาเองก่อนจากกัน เขามองหน้าฉันอย่างลึกซึ้ง“หยวนเยว่ เธอยังใจอ่อนเกินไปจริงๆ”“การที่เธอไว้ชีวิตฉัน ก็เท่ากับมอบโอกาสให้ฉันกลับมาแย่งชิงเธอคืนอีกครั้ง”ฉันหัวเราะเยาะในใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยทว่าเสิ่นเจ๋อรุ่ยกลับไม่ปิดบังความรู้สึก สีหน้าเขามืดครึ้มลง “แกไม่มีโอกาสนั้นหรอก”สิ้นเสียง เขาก็ชักปืนออกมาเล็งไปที่กู้สืออี้เหมือนกับตอนแรกที่กู้สืออี้เคยเล็งปืนใส่เขาแต่เขาไม่ได้ฆ่ากู้สืออี้เพียงแค่ยิงออกไปสองนัด นัดหนึ่งเจาะเข้าที่แขนซ้าย อีกนัดฝังที่แขนขวาเลือดสดๆ พุ่งกระฉูด กู้สืออี้เจ็บจนทรุดฮวบลงกับพื้น“เธอไม่ทรมานแกเพราะเธอจิตใจดี แต่ฉันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันมีแค้นต้องชำระ”ภายหลังได้ยินยามเล่าว่า กู้สืออี้ลากสังขารที่โชกเลือดกลับมาที่หน้าประตูค่าย แต่กลับไม่มีใครจำเขาได้เลยเขาเสยผมที่ยุ่งเหยิงขึ้นเพื่อเปิดเผยใบหน้ายามชะงักไปนิดหนึ่ง กู้สืออี้จึงเดินทำท่าจะเข้าไปข้างในตามความเคยชินแต่วินาทีต่อมา พวกเขากลับถีบกระเด็นออกมาไกลถึงสามเมตรกู้สืออี้กระอักเลือดออกมาคำโต “พวกแกตาบอดหรือไง?! ฉันคือเจ้าพ่อนะ!”“เจ้าพ

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 14

    วันที่สามของการถูกคุมขัง กู้สืออี้ยังคงไม่ยอมกินข้าวฉันรู้ว่าเขากำลังเดิมพัน เดิมพันว่าฉันจะตัดใจปล่อยให้เขาตายไม่ลงแต่เขาเดิมพันถูก ฉันไม่อยากให้เขาตายจริงๆไม่ใช่เพราะยังแคร์เขา แต่เป็นเพราะฉันเห็นคุณค่าของชีวิตมากกว่าเขายิ่งไปกว่านั้น การแก้แค้นที่ไร้สาระครั้งนี้ได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากพอแล้วดังนั้น ฉันจึงถือข้าวไปหาเขาที่คุกด้วยตัวเองไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เขาดูซูบผอมไปถนัดตาวินาทีนั้นฉันนึกอยากจะหัวเราะออกมา ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน เหตุการณ์เดิมก็วนกลับมาฉายซ้ำเพียงแต่ครั้งนี้ เขาอยู่ข้างใน ส่วนฉันอยู่ข้างนอก“กินซะ”ฉันโยนกล่องข้าวลงตรงหน้าเขาเขาปรายตามองแวบหนึ่งแล้วหันหน้าหนี เป็นเชิงปฏิเสธฉันถอนหายใจ หยิบส้อมบนพื้นขึ้นมา แล้วจ่อไปที่ข้อมือตัวเอง “ถ้าคุณไม่กิน ฉันจะแทงลงไปเดี๋ยวนี้”วินาทีต่อมา ส้อมในมือฉันก็ถูกแย่งไป“เธอใจแข็งจริงๆ” กู้สืออี้เริ่มตักข้าวกินอย่างตะกละตะกลาม“เรียนมาจากคุณนั่นแหละ” ฉันพูดเสียงเบารอจนเขากินเสร็จ ฉันก็เก็บกล่องเปล่าเตรียมหันหลังเดินออกมา“ทำไมถึงไม่ฆ่าฉัน?”เสียงของเขาดังไล่หลังมาฉันหยุดเดิน หันกลับไปมองเขา แล้วพูดอย

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 13

    “ปล่อยฉันนะ! ฉันจะไปช่วยเขา!”รองหัวหน้าหลิวกอดรัดฉันไว้แน่น “คุณนายครับ ไม่ทันแล้ว ขืนคุณเข้าไปมีแต่ตายเปล่า!”ฉันร้องไห้ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง สุดท้ายก็ต้องกุมท้องขดตัวงอด้วยความเจ็บปวดรองหัวหน้าหลิวรีบพาตัวฉันขึ้นรถ แต่ไฟลุกลามรวดเร็วเกินไป“เวรเอ๊ย!”รถเบรกกะทันหันที่ข้างทางฉันเจ็บปวดจนขยับตัวไม่ไหวแล้ว จึงพูดเสียงเบาว่า “คุณหนีไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันแล้ว”ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ ใครบางคนก็ผลักเขาออกไป “แกไปก่อน ฉันจะปกป้องเขาเอง”เป็นกู้สืออี้ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกไฟไหม้จนขาดวิ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือดและเขม่าควัน“แต่เจ้าพ่อ…”“ฉันบอกให้รีบไปไง!”รองหัวหน้าหลิวมองเราสองคนอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปกู้สืออี้อุ้มฉันขึ้นแนบอก แล้ววิ่งมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่อยู่ไกลออกไปเหงื่อของเขาหยดลงบนใบหน้าฉัน หยดแล้วหยดเล่ากลางคืนมืดมิด เขาเองก็มองทางไม่ชัด ถูกหนามข้างทางเกี่ยวจนเลือดอาบไปทั้งตัวแต่เขากลับไม่ร้องออกมาสักแอะ แถมยังก้มลงมาบอกฉันเป็นระยะว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ใกล้ถึงแล้ว เธอจะต้องไม่เป็นไร”วินาทีนั้น ฉันเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในคืนที่ฉันแบ

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 12

    ฉันกับเสิ่นเจ๋อรุ่ยตกลงคบกันในสถานะแฟนเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วค่ายอย่างรวดเร็ว แม้แต่เด็กๆ ในหน่วยพยาบาลยังเรียกเสิ่นเจ๋อรุ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “แฟนพี่หมอ”ดูเหมือนเขาจะชอบชื่อเรียกนี้มาก ทุกครั้งที่ได้ยินก็จะทำหน้าภูมิใจสุดๆชีวิตกลับคืนสู่ความปกติสุขส่วนกู้สืออี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์วุ่นวายในวันนั้น เขาก็หายตัวไปเลยฉันนึกว่าพอรู้ว่าเด็กไม่อยู่แล้วเขาจะถอดใจไปเอง คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าระหว่างเรายังมีทะเบียนสมรสที่ไร้ค่าใบนั้นอยู่เขาส่งทนายมาเรียกตัวฉันกลับไปฉันจึงส่งเอกสารหย่าที่เซ็นไว้เรียบร้อยแล้วให้ทนายของเขาไปอย่างเด็ดขาดได้ยินทนายเล่าว่า ตอนกู้สืออี้ได้รับเอกสารหย่า เขาอาละวาดหนักมากเขาบอกว่าเอกสารเป็นของปลอม เพราะเขาไม่เคยเซ็นชื่อเลยสักครั้งถึงขั้นจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ลายมือระดับท็อปมาตรวจสอบ แต่ผลก็ยืนยันชัดเจนว่านั่นคือลายเซ็นของเขาจริงๆพวกเราจึงสิ้นสุดสถานะสามีภรรยากันตามกฎหมายหลังหย่า ฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเสิ่นเจ๋อรุ่ย จนกระทั่งวันหนึ่งเขาพูดว่า“ที่ตระกูลเกิดเรื่องนิดหน่อย ผมต้องกลับไปจัดการ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เป็นธรรม

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 11

    “อะไรนะ?!”ร่างกายของกู้สืออี้แข็งทื่อไปทันทีเขารีบก้มมองหน้าท้องของฉัน ซึ่งมันก็แบนราบอย่างที่เห็นจริงๆ“ไม่… เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมา วินาทีต่อมาเขาก็จับไหล่ฉันเขย่าอย่างบ้าคลั่ง“ลูกหายไปได้ยังไง? หรือว่า… หรือว่าเธอเป็นคนเอาเด็กออกเองกับมือ?! ฉินหยวนเยว่ เธอเกลียดฉันขนาดนี้เชียวเหรอ!”ได้ยินเสียงตะคอกที่แทบจะขาดสติของเขา ความรังเกียจในแววตาของฉันก็ยิ่งลึกล้ำขึ้น“ฉันเนี่ยนะ?”“เด็กคนนี้ คุณต่างหาก พ่อแท้ๆ ของเขาต่างหากที่เป็นคนฆ่า”“บนโลกนี้ไม่มีเด็กคนไหนทนสภาพเลวร้ายในคุกใต้ดินแบบนั้นได้หรอก”กู้สืออี้อึ้งไปเหมือนถูกสาปฉันเดินผ่านตัวเขาตรงไปหาเสิ่นเจ๋อรุ่ย “ช่วยพาฉันกลับหน่อยได้ไหม ฉันเดินไม่ไหวแล้ว”เขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้า แต่เขาไม่ได้ให้ฉันขี่หลัง กลับช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิงแทนกู้สืออี้รีบพุ่งเข้ามา แต่กลับถูกทหารติดอาวุธนับสิบคนขวางทางไว้เขาลืมไปแล้วว่าประเทศ D คือถิ่นของเสิ่นเจ๋อรุ่ยดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ยืนมองผู้ชายที่เขาเกลียดเข้าไส้ อุ้มผู้หญิงที่เขารักเดินจากไปแถมตอนเดินออกไป เสิ่นเจ๋อร

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 10

    (มุมมองนางเอก)ในที่สุดฉันก็มาถึงประเทศ Dตอนแรกที่เลือกที่นี่ ไม่ใช่แค่เพราะที่นี่ไม่มีอิทธิพลของกู้สืออี้แต่เพราะนี่คือความฝันในอดีตของฉัน ฉันอยากเป็นหมอภาคสนามหลังจากแต่งงานกับกู้สืออี้ เขาก็ไม่ยอมให้ฉันออกไปทำงาน เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าหาฉันแล้วใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่เขาถึงฉันจะไม่ได้จบจากคณะแพทยศาสตร์ แต่การติดตามกู้สืออี้ไปในสมรภูมิรบตลอดหลายปีนี้ เพื่อปกป้องเขา และเพื่อปกป้องตัวเอง ฉันจึงได้เรียนรู้วิชาการแพทย์พื้นฐานมามากมายหลายปีมานี้ ฉันเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามานับไม่ถ้วนมีทั้งพ่อค้ายาที่ชั่วช้าสามานย์ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่โดนลูกหลงทุกครั้งที่เห็นพวกเขาล้มลงต่อหน้า ในใจฉันเจ็บปวดเหลือเกินและนี่ก็คือจุดที่ฉันกับกู้สืออี้แตกต่างกันที่สุดเขาไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้ เพราะการเป็นเจ้าพ่อจะใจอ่อนไม่ได้ เขาต้องเลือดเย็นไร้ความปรานี ถึงจะปกป้องลูกน้องได้พอนึกถึงใบหน้าอันเย็นชาของเขา หัวใจฉันก็ยังปวดแปลบๆเหมือนกับแผลที่มือที่ยังไม่หายดีแต่ฉันเชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป ฉันจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างแน่นอนอีกอย่างที่ประเทศ D ฉันได้เพื่อนดีๆ และยังมีเสิ่นเจ๋อรุ่ยอย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status