เข้าสู่ระบบฉันรู้ว่าตัวเองตั้งท้องในเวลาเดียวกับโรซ่า หญิงสาวที่เป็นรักแรกในวัยเด็กของสามีมาเฟียของฉัน เพื่อปกป้องลูกในท้องของเธอไม่ให้ถูกพ่อแม่บังคับให้ทำแท้ง สามีของฉันจึงประกาศว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของเขาเอง แล้วลูกของฉันล่ะ? เขากลับเกลี้ยกล่อมฉันโดยบอกว่าเขาจะยอมรับลูกของเราก็ต่อเมื่อลูกของเธอคลอดออกมาแล้วเท่านั้น ฉันตัดสินใจเผชิญหน้ากับเขาเพื่อเค้นถามเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำกับฉันได้ลงคอ คำตอบของเขาช่างเย็นชาและไร้ความลังเล “การประกาศว่าเด็กในท้องของเธอเป็นลูกของผมเป็นทางเดียวที่จะปกป้องทั้งคู่ได้ ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำอะไรเธอหรือลูกเป็นอันขาด” ในวินาทีนั้นเอง ยามที่ฉันจ้องมองชายผู้เป็นที่รักมาตลอดสิบปี ฉันก็ได้ตระหนักว่าความรักที่มีให้เขาได้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปเสียแล้ว ไม่นานหลังจากนั้น ครอบครัวของฉันต่างพากันรุมประณาม พวกเขาด่าทอฉันว่าเป็นผู้หญิงแพศยาที่ท้องไม่มีพ่อ แถมยังบีบคั้นให้ฉันไปทำแท้งเสีย ในขณะที่สามีของฉันกลับอยู่อีกเมืองหนึ่งกับหญิงคนรักของเขา คอยปรนนิบัติดูแลเธอที่กำลังอุ้มท้องอย่างใกล้ชิด กว่าที่เขาจะยอมกลับมา ฉันก็ได้หายไปจากชีวิตของเขาตลอดกาลแล้ว
ดูเพิ่มเติมห้องวีไอพี DND ผับ
“ซี๊ดด…อ๊า คินน์คะ อ๊า…”
คุณหมอหนุ่มที่มักจะแวะมาสังสรรค์กับพวกเพื่อนสนิทซึ่งเป็นเจ้าของผับชื่อดัง แต่วันนี้เพื่อนของเขาไม่ได้เข้ามาดังนั้น “คณาธิป” จึงแก้เบื่อด้วยการหาผู้หญิงสักคนมาผ่อนคลายอารมณ์ หลังจากเจอเรื่องเครียดที่โรงพยาบาลมาทั้งวัน
“ถอดชุดออกสิ จะได้เสียวมากกว่านี้”
หญิงสาวที่ถกเพียงชุดเดรสขึ้นมานั่งคร่อมเขาอยู่รีบจัดการเดรสหรูสีน้ำเงินออกไปทันที เธอรีบดึงบราไร้สายที่ปกปิดหน้าอกที่ผ่านมีดหมอเพื่อเพิ่มขนาดมาแล้ว และเมื่อคณาธิปเห็นก็หมดอารมณ์ทันที
“พอแล้ว ลงไปเถอะ”
“อะไรนะคะ วิกกี้ทำอะไรผิดคะคินน์ มาสนุกกันดีกว่านะคะ”
“นมปลอม ช่องคลอดก็หลวมอีกอย่างผมไม่รู้สึกมีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด รีบออกไปเถอะ”
“แต่ว่า…”
คณาธิปยกมือถือมาและกดไปเรื่อย ๆ
“คุณใช้เบอร์นี้ใช่ไหม”
“คะ เบอร์นั้น...”
“ติ๊ด!”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นที่มือถือของอีกฝ่าย วิกกี้ซึ่งเป็นนักท่องราตรีเซ็กซี่ประจำผับแห่งนี้ เธอรอคอยเวลานี้มานานที่จะทำให้หมอหนุ่มซึ่งเป็นทายาทนักธุรกิจดังมาสนใจ ในที่สุดเขาก็พาเธอขึ้นมาห้องพิเศษแห่งนี้แต่เมื่อเธอแค่เริ่มต้นก็ถูกเขาเบรกเสียจนทำอะไรไม่ถูก
“นี่มันอะไรกันคะ”
“ถือว่าผมให้ค่าเสียเวลาคุณก็แล้วกันนะ อีกอย่างค่าเหล้าวันนี้ไม่ต้องจ่ายผมจัดการเอง”
“แต่ว่าคินน์คะ อย่างน้อยก็น่าจะช่วยวิกกี้สักหน่อย วิกกี้ยังอยาก…”
“ผมไม่มีอารมณ์ อีกอย่างคุณก็เห็นว่ามันอ่อนยวบลงไปแล้วนั่นแสดงว่าต่อให้คุณแก้ผ้ามันก็ไม่แข็งอีก ออกไปเถอะ”
คณาธิปลุกขึ้นและดึงเครื่องป้องกันออกก่อนจะค่อย ๆ ดึงซิบกางเกงขึ้นและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น วิกกี้กัดขอบปากด้วยความเสียดายเพราะหากว่าเธอต้องออกไปแบบนี้แล้วคนข้างล่างถาม เธอคงอายจนไม่กล้ามาเที่ยวผับนี้อีกหลายเดือน
“ผมจะให้คนไปส่งคุณหลังผับถ้าคุณไม่อยากจะลงไปข้างล่าง”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอพูดก่อนจะค่อย ๆ สวมชั้นในตัวจิ๋วและสวมเดรสตัวสวยที่บรรจงเลือกมาเพื่อให้เขาสะดุดตา แต่ใครจะรู้ว่าวันนี้เขาจะไม่สนใจกันล่ะ เมื่อเสียงประตูเปิดออกมาอีกครั้งหนุ่มหล่อสองคนที่เดินเข้ามาก็หันมาสนใจเธอทันที
“เอ๊ะ ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ ว้าวแล้วยัง…”
“ฉัน…”
“อ้อ พี่หมอไม่สนใจงั้นเหรอ เอาแบบนี้สิไปสนุกกับพวกเราดีกว่าไหมแต่ว่าคุณจะรับไหวหรือเปล่า”
วิกกี้หันมามองที่หมอคินน์ที่กำลังยกแก้วขึ้นมากระดกโดยที่ไม่ได้สนใจเธอด้วยซ้ำ เขากำลังมองหาเหยื่อคนต่อไป และตอนนี้หากเธอเดินลงไปหรือให้คนไปส่งที่ด้านหลังก็ดูจะเสียเชิงสักหน่อย ส่วนคนที่พึ่งเข้ามาก็เป็นถึงลูกนักการเมืองชื่อดังกับอีกคนก็หนุ่มไฮโซนักเรียนนอกที่พึ่งมีข่าวดังในแวดวงไฮโซ อีกทั้งตอนนี้เธอเองก็ยังไม่อยากกลับ
“พวกคุณสองคนว่างเหรอคะ”
“แน่นอน พี่คินน์ผมขอนะ”
คณาธิปแค่หันมามองแต่เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงไม่ได้ขัดขืน อีกทั้งยังโผเข้าจูบเพื่อนรุ่นน้องของเขาอีกคนหนึ่งแล้ว เขาจึงแค่ยกมือส่งสัญญาณให้เท่านั้น ไม่นานทั้งสามคนก็หายเข้าไปในห้องวีไอพีข้าง ๆ ส่วนเขากำลังมองลงไปที่บาร์
“มาอีกแล้วเหรอเนี่ย”
เขามองไปที่สาวน้อยคนหนึ่งที่อยู่ด้านล่าง เธอเป็นเด็กเรียบร้อยและกำลังฝึกงานที่โรงพยาบาลของเขาซึ่งเรียนอยู่คณะบริหาร เธอได้ขึ้นไปฝึกงานที่ชั้นผู้บริหารและงานเอกสารชั้นบน ซึ่งไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกับส่วนของโรงพยาบาล จะมีโอกาสพบกันบ้างก็เวลาที่พักทานข้าวเท่านั้น
“ทำไมถึงดื้อขนาดนี้นะ”
ด้านล่าง
“ไม่ค่ะฉันแค่มาดื่มกับเพื่อน ไม่ค่ะไม่ต้อง”
“จิล! ฉันมาแล้วเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไรฉันเองก็พึ่งจะมา ทำไมมาช้านักล่ะ”
“รถติดน่ะ แกก็รู้ว่าช่วงวันศุกร์ถนนเส้นนี้รถติดขนาดไหน สั่งอะไรหรือยังล่ะ”
“ยังเลย”
“ชมชนก” หันมาบอกเพื่อนสนิทที่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดจนคนเริ่มมองมาที่เธอ ส่วน “จิล” นั้นนอกจากจะไม่สะดุดตาแล้ว เธอยังเป็นคนที่ค่อนข้างไม่แต่งตัวจึงดูเด็กอยู่ตลอด หากว่าไม่ยื่นบัตรประชาชนให้คนคุมผับดูเพื่อยืนยันอายุพวกเขาคงไม่ยอมให้เข้ามา
“เอาล่ะไหนว่ามาสิ นี่แกอย่าบอกนะว่าตกหลุมรักคุณหมอคนนั้นจริง ๆ แต่ทำไมถึงชวนฉันมาที่นี่ล่ะ”
“ก็ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดว่าคงตามตื๊อเขามากเกินไป”
“ทำไมล่ะแกบอกว่าชอบเขามาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ อีกอย่างแค่ส่งของไปให้ก็เท่านั้นแค่นี้ตามตื๊อแล้วเหรอ”
“อืม ก็ใช่แต่ฉันพอแล้วดีกว่าเขาคงมีแฟนแล้ว อีกอย่างคงไม่ชอบคนอย่างฉันด้วยน่ะ วันนี้ฉันพึ่งเห็น…”
ชมชนกไม่กล้าเล่าให้เพื่อนสนิทของเธอฟัง “มิ้นท์” เป็นเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยมต้น และตอนนี้ยังมาเรียนด้วยกันที่มหาวิทยาลัยและเรียนคณะเดียวกัน ทั้งคู่จึงได้กลับมาสนิทกันอีกครั้ง
“อย่าอึกอักสิ ไหนเล่ามาสิไปเจออะไรเข้า”
“ชมชนก” ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มีโอกาสพบกับรุ่นพี่ที่เธอชื่นชอบตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เมื่อรู้ว่าเขาสอบติดแพทย์มหาวิทยาลัยดังเธอก็มุ่งมั่นจะสอบให้ติดที่เดียวกัน แต่เมื่อผลสอบออกมาเธอกลับติดคณะแพทย์ที่อื่นแต่ติดคณะบริหารที่เดียวกับเขา
ดังนั้นจิลจึงไม่ลังเลที่จะเลือกเรียนที่นี่ทันที แต่เธอเรียนได้เพียงปีเดียวเขาก็เรียนจบและมาทำงานที่โรงพยาบาลของที่บ้าน ตอนนี้เธออยู่ปีสามแล้วและเขาก็เป็นหมอมาได้สองปีกว่า
โรงพยาบาล
“ยินดีต้อนรับนักศึกษาฝึกงานทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดการฝึกงานนี้นะครับ”
ครั้งนั้นคุณหมอคณาธิปเป็นตัวแทนของโรงพยาบาลขึ้นไปพูดต้อนรับพวกเธอด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เมื่องานเลี้ยงต้อนรับเริ่มเธอจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินไปบอกเขา
“สวัสดีค่ะคุณหมอ คุณเป็นรุ่นพี่ที่ฉันชื่นชมดีใจที่ได้พบคุณที่นี่”
“ขอบคุณครับขอให้มีความสุขในการฝึกงาน ผมไปก่อนนะ”
“เอ่อ…”
นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้คุยกับเขา ซึ่งคณาธิปไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ เมื่อพูดจบก็เดินออกจากห้องที่จัดเลี้ยงไปทันทีโดยไม่ได้บอกลาใครเลย เธอรู้ว่าเขาเป็นหมอสูติฯ จึงได้ถือโอกาสนำเอกสารไปที่นั่นบ่อย ๆ บางครั้งก็ซื้อกาแฟและขนมที่ทำเองไปวางให้เขาที่โต๊ะทำงาน ซึ่งเธอไม่เคยรู้เลยว่าคณาธิปไม่แม้แต่จะกินของพวกนั้นสักครั้ง
“อีกแล้ว นี่ของใครกัน”
“เอ่อ…ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”
“รบกวนคุณเอาไปทิ้งให้ผมที ช่วงบ่ายมีเคสอีกไหม”
“กชกร” ซึ่งเป็นเลขาที่แม่ของคณาธิปส่งมาให้ช่วยดูแลเรื่องการทำงานและคอยเป็นหูเป็นตาแทนคุณนาย “ธิดารัตน์” นั่นเอง
“มีนัดตรวจครรภ์อีกสองเคสช่วงบ่ายสองค่ะ”
“ได้ ผมของีบหน่อยบ่ายโมงค่อยมาตาม”
“ค่ะ”
กชกรเดินออกมาจากห้องของเขาทันที พร้อมกับกาแฟและขนมที่เธอมักจะเดินออกมาทิ้งหรือไม่ก็ให้พยาบาลที่อยู่เคาน์เตอร์กินแทนทุกวัน
“พี่กชวันนี้คุณหมออารมณ์ไม่ดีเหรอ”
“ไม่รู้สิสงสัยไม่ได้เจอหน้าแฟนมั้ง”
“คุณหมอมีแฟนด้วยเหรอ คนไหนล่ะ”
“อย่าถามมาก เอานี่ไปปิดปากเถอะ”
กชกรยื่นน้ำและขนมให้พวกเธอ พยาบาลที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์จึงได้หยุดถามและไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเอามาให้คุณหมอคาสโนว่าของพวกเธอ คณาธิปที่บอกว่าจะงีบสักครึ่งชั่วโมงเมื่อเข้ามาในห้องได้ก็เปิดคอมพิวเตอร์และตรวจสอบดูและเขาก็เห็นเหตุการณ์ซ้ำ ๆ ที่คิดเอาไว้แล้ว
“เป็นเธออีกแล้วเหรอ โรคจิตหรือยังไงกันนะ”
มุมมองของอิซาเบลลาฉันแต่งงานกับอีธานในอีกหนึ่งปีต่อมา และฉันพูดได้อย่างเต็มปากว่าชีวิตคู่ของเราสมบูรณ์แบบที่สุด อีธานทะนุถนอมฉันในทุกทางที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็ตั้งท้องลูกของเขาสิบเดือนต่อมา ลูกสาวของเราก็ลืมตาดูโลกเวลาผ่านไป จนเมื่อเธออายุได้สองขวบ ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กพร้อมกับพ่อแม่การกลับมาเหยียบแผ่นดินนิวยอร์กอีกครั้ง ให้ความรู้สึกแตกต่างจากครั้งที่ฉันจากไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นฉันเป็นอีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ฉันกลับมาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน สามีที่รักอยู่เคียงข้าง และพ่อแม่ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ฉันเปลี่ยนไปแล้ว แข็งแกร่งขึ้น และมีความสุขมากขึ้นแต่โลกใบนี้ช่างเล็กเกินไปฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเดินสวนทางกับโรซ่า แต่เธอก็อยู่ตรงนั้น กำลังขายลูกโป่งอยู่ริมถนนฉันอึ้งและไม่พร้อมจะทักทายเธอ ฉันแค่ต้องการจะเดินผ่านไปก่อนที่มือสกปรกของเธอจะมาโดนชุดของฉันแต่เธอสังเกตเห็นฉันดวงตาของเธอเบิกกว้าง และในพริบตาเธอก็พุ่งมาหาฉัน ทรุดเข่าลงกับพื้น และคว้าชายกระโปรงของฉันไว้แน่น“คุณอิซาเบลลา? ใช่คุณจริงๆ ใช่ไหม? คุณกลับมาแล้ว!” เธออุทานออ
มุมมองของอิซาเบลลาทันทีที่พ่อแม่ที่แท้ๆของฉัน เบียงก้าและเอ็นโซ พาฉันกลับไปที่บ้าน ฉันก็ตระหนักได้ว่าพวกท่านไม่ได้พูดเกินจริงเลยพวกเขาคือตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนเหนือ อิทธิพลของพวกเขาแผ่ขยายไปทั่วโลก ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่วินเซนต์ ฟัลโคนสร้างขึ้นมาเป็นร้อยเท่าฉันถูกศัตรูคนหนึ่งของพ่อลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อน ในช่วงสงครามแย่งชิงโครงการพัฒนาโรงงานผลิตยาที่โหดเหี้ยม พ่อของฉันล้างแค้นคนที่เกี่ยวข้องอย่างสาสม แต่กว่าที่ท่านจะตามหาตัวฉันเจอ ฉันก็หายสาบสูญไปเสียแล้วแต่พ่อแม่แท้ๆ ของฉันไม่เคยละทิ้งความพยายามในการตามหาฉันเลย พวกเขาแค่ไม่เคยคาดคิดว่าฉันจะถูกเลี้ยงดูมาโดยตระกูลมาเฟียอีกตระกูลหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพวกเขามากในช่วงแรก คนของพ่อไม่มั่นใจในตัวฉัน สำหรับพวกเขา ฉันดูอ่อนแอและบอบบางเกินกว่าจะเป็นลูกสาวของเอ็นโซแม้แต่พ่อของฉันเองก็ยังเคยบอกว่า “ตราบใดที่พ่อยังอยู่ตรงนี้ ลูกไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการคุมแก๊งมาเฟียเลย แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอแล้ว”แต่ฉันอยากพิสูจน์ตัวเองและการฝึกฝนตลอดยี่สิบปีภายใต้ตระกูลคารูโซก็เตรียมฉันมาสำหรับวันนี้แล้ว ฉันเรียนรู้จากคนที่ดีที่ส
มุมมองของวินเซนต์ผมรู้สึกถึงความโหวงเหวงในใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับว่าผมลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป หรือไม่ก็กำลังจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญมากไปอันที่จริงผมมีความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่วันที่ออกจากบ้านมาแล้ว และตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที จนแทบเผาหัวใจผมให้มอดไหม้เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์หรือเปล่า? เกิดอะไรขึ้นกับอิซาเบลลาไหม?ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดเบอร์ของอิซาเบลลา พยายามโทรอยู่เป็นสิบครั้งแต่ก็ยังไม่มีคนรับสายตอนนี้ผมเริ่มจะสติแตกจริงๆ แล้ว ทำไมอิซาเบลลาถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์เฮงซวยนั่นเสียที?ผมลุกจากเตียง คว้าแจ็กเก็ตและกางเกงมาใส่ เตรียมจะเดินออกจากห้องนี้ไป แต่เสียงของโรซ่าก็หยุดผมไว้ “วินเซนต์ คุณจะไปไหนคะ?”“ผมต้องกลับไปดูอิซาเบลลา เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์”เสียงของโรซ่าสั่นราวกับจะร้องไห้ “คุณจะทิ้งฉันไว้ที่นี่เหรอคะ? ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวเนี่ยนะ?”นั่นสินะ ผมกลับไปไม่ได้ การกลับไปหมายถึงการทิ้งให้โรซ่าต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงลำพังผมเดินเข้าไปหาเธอ ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างอ่อนโยน “อย่าร้องนะ ผมไม่ไปไหนหรอก ผมแค่ตกใจไปหน่อย เดี๋ยวผมให้คนไปดูให้ โอเ
มุมมองของอิซาเบลลาเมื่อฉันตื่นขึ้นมา ในห้องมีคนเพียงสองคน ผู้หญิงกำลังร้องไห้ ส่วนผู้ชายกำลังเดินวุ่นไปมา หัวของฉันยังคงมึนงงไปหมด และฤทธิ์ของยาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเล่นงานอย่างหนักเมื่อเห็นฉันตื่นขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นก็หยุดร้องไห้แล้วกุมมือฉันไว้ “อิซาเบลลา ลูกรู้สึกยังไงบ้าง?”ฉันจำเธอได้ทันที เธอคือเบียงก้า แม่แท้ๆ ของฉัน ถึงแม้ฉันจะเคยพบเธอเพียงครั้งเดียว แต่ความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างเราสองคนนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยส่วนผู้ชายที่เดินไปมาด้วยความกังวลอยู่นั้นคือ เอ็นโซ พ่อแท้ๆ ของฉันอย่างไม่ต้องสงสัยทั้งคู่มองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพวกคนที่เคยตราหน้าว่าฉันคือความอับอาย คนที่บังคับให้ฉันเซ็นเอกสารหย่าและบังคับให้ฉันต้องทำแท้งเสียงพ่อของฉันอ่อนโยนลง แม้ว่าสีหน้าของท่านยังคงเคร่งเครียด “พ่อจะทำให้พวกมันชดใช้ อิซาเบลลา ลูกคือคนตระกูลรอสซี่ จะไม่มีใครทำให้ลูกต้องมาทนกับเรื่องแบบนี้ได้อีก”แม่ของฉันลูบผมฉันเบาๆ และทัดหูให้ฉันแล้วส่งยิ้มให้ “ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นนะลูก แค่ตั้งใจพักผ่อนให้หายดีก็พอ ตกลงไหม? เดี๋ยวพ่อลูกจะจัดการทุกอย่า