Share

บทที่ 5

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-02 17:00:11

หลังจากการหย่าเสร็จสิ้นแล้วเจียลี่ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการดำรงชีวิตต่อไป เธอเข้าหาแม่บ้านเฟ่ยมากขึ้น อย่างน้อยในสถานการณ์นี้ก็ควรสร้างพันธมิตรไว้ดีกว่ามีศัตรู

บาดแผลที่ศีรษะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีอาการตึงๆ ในบางครั้ง บางคืนก็ฝันแปลกๆ ฝันว่ากำลังจมดิ่งอยู่ใต้น้ำลึก ลึกถึงขั้นที่ว่ามองไปทางไหนก็ไม่พบแสงสว่าง ไม่มีอากาศให้หายใจช่างเป็นความรู้สึกที่อึดอัดและทรมานจนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

บางอย่างก็ต้องใช้เวลากว่าที่จะเข้าใจมัน…

หนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้ออกไปไหนเลย เจียลี่ใช้เวลาเก็บเกี่ยวข้อมูลต่างๆ ผ่านแม่บ้านเฟ่ยจนเริ่มชินกับพวกเขา แต่ชีวิตก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น ตอนนี้เธอไม่มีเงินติดกระเป๋าเลย หนำซ้ำบัตรกดเงินต่างๆ ก็จำรหัสไม่ได้ หนทางเดียวคือต้องไปธนาคารเท่านั้น พอนึกถึงตรงนี้ก็ค่อนข้างวิตกไม่น้อย เนื่องจากเธอเป็นเพียงวิญญาณที่มาอาศัยอยู่ในร่างของคนอื่นเกรงว่าปัญหาจะตามมาหากทำอะไรผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว

เจียลี่ถอนหายใจอย่างปลงตก ร่างบางเอนตัวลงบนเตียงนุ่มกลอกตามองเพดานห้องขบคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก่อนที่เธอจะจบชีวิตลงด้วยโรคร้ายจำได้ว่าตัวเองอยากโลดแล่นในวงการบันเทิง เจียลี่อยากเป็นนักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียง แต่ชีวิตในร่างเดิมไม่เป็นใจ นอกจากการเงินต้องคล่องตัวแล้วก็ต้องมีคนคอยหนุนหลังในเส้นทางนี้ด้วย แต่เธอไม่มี... ไปแคสติงมาก็หลายครั้งทั้งโฆษณาและนักแสดงสมทบ แต่เหมือนว่าโชคจะไม่เคยเข้าข้าง จนกระทั่งพบว่าป่วยด้วยโรคร้าย

ความฝันทุกอย่างจึงดับลง ความเครียดที่ต้องพบเจอสะสมให้กลายเป็นซึมเศร้า ร่างกายซูบผอม ทรุดโทรม และอ่อนแอ หลังจากนั้นก็นึกอะไรไม่ออกอีกแล้ว ความจริงที่ต้องเผชิญความทรงจำเก่าที่ติดตัวมาคล้ายกำลังจะจางหายไป หรือว่าเธอกำลังเป็นส่วนหนึ่งของร่างนี้ไปแล้ว…ไม่สิ จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกัน ความทรงจำของเจียลี่คนเก่าไม่แม้จะแวบเข้าสมองเธอเลยด้วยซ้ำ บางครั้งชีวิตคนเราก็เข้าใจยาก โดยเฉพาะเรื่องเหนือธรรมชาติที่ไร้เหตุผลรองรับ…

ครืน…ครืน…

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นข้างโต๊ะหัวเตียง เจียลี่เด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนี่เป็นหนแรกที่มีสายเรียกเข้านับตั้งแต่วันที่เธอลืมตา เป็นเบอร์แปลกไม่ได้บันทึกไว้ เอาจริงๆ โทรศัพท์เครื่องหรูของคุณหนูเจียลี่เห็นทีว่ามีแค่เบอร์ของอี้เฉินเท่านั้นที่ถูกบันทึกไว้ รู้เลยว่าเธอคลั่งรักเขาแค่ไหนเหลือเชื่อเลย!

“ฮายย~ เจียลี่ที่รัก ได้ข่าวว่าเธอประสบอุบัติเหตุ เป็นไงบ้าง ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเลย ตอนนี้ฉันอยู่ปารีส อีกสองสามวันคงได้ไปหาเธอนะ” ทันทีที่กดรับสายน้ำเสียงแหลมเสียดแก้วหูก็ดังทะลุออกมาจนต้องนำมือถือออกห่าง

“...ไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณที่เป็นห่วง” เจียลี่ใช้น้ำเสียงโทนปกติ ทว่าปลายสายกลับนิ่งงันไป กำลังจะขยับปากฮัลโหลคนในสายก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน

“เธอเป็นใคร นี่ไม่ใช่เจียลี่ที่ฉันรู้จักแน่ๆ”

เจียลี่เผลอจิกเล็บ แสดงว่าคนในสายต้องสนิทกันมากแน่ๆ ถึงขั้นจับผิดกันได้แค่เพียงบทสนทนาในระยะสั้นๆ

“เจียลี่ตัวจริงต้องบอกว่า แค่นี้เอาฉันไม่อยู่หรอก ซิส…เธอเป็นใครกันแน่ยะ มาจบประโยคด้วยการขอบคุณเนี่ยนะ ดูไม่ใช่นางตัวร้ายที่ฉันรู้จักเลยสักนิด”

“…” เจียลี่ใช้ความเงียบเป็นคำตอบ ดูเหมือนว่ายังไม่ทันได้เฉิดฉายก็สะดุดขาตัวเองเสียแล้ว

“ฮ่าฮ่า ฉันหยอกเล่นหรอกน่า ขำๆ เพื่อนสาว อืม ว่าแต่ไม่มีเรื่องจะเล่าหน่อยเหรอ”

“เรื่องอะไร?”

“วงในเขาลือกันว่าเธอกับอี้เฉินหย่ากันแล้วจริงหรือเปล่า!?”

อ้อ…

“ถูกต้องแล้ว”

เพล้ง!

เสียงวัตถุบางอย่างตกลงพื้นดังมาจากปลายสาย จากนั้นไม่นานเจ้าของเสียงแหลมก็ยิงคำถามใส่ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“ธ…เธอเนี่ยนะหย่ากับอี้เฉิน ฉันต้องฟังผิดไปแน่ๆ หรือหูฉันฝาดไป”

เจียลี่ได้ยินเสียงตบเบาๆ ดังออกมา ยายนี่กำลังตบหูตัวเองงั้นเหรอ?

“ฟังไม่ผิดหรอก ฉันหย่ากับเขาแล้ว พวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก” ผู้ชายเย็นชาปากร้ายเฮงซวยแบบนั้นใครเขาจะอยากไปใช้ชีวิตร่วมกัน เจียลี่คนเก่าคงสมองกลับที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว!

“เจียลี่! เธอเสียสติไปแล้วเหรอ เขาคือแหล่งทำเงินสุดท้ายของเธอเลยนะนั่น”

“หมายความว่าไง เขาคืออะไรนะ?”

“โธ่... อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นคงทำให้เธอเสียสติไปแล้วจริงๆ ใช่มั้ย ลืมไปแล้วหรือไงว่าครอบครัวเธอน่ะล้มละลายไปตั้งแต่สองปีที่แล้ว เอ่อ…ฉันขอโทษนะ ก็ไม่ได้อยากพูดถึงเหตุการณ์นั้นให้เธอรู้สึกแย่นักหรอก แต่การที่เธอหย่ากับเขาน่ะเป็นความคิดที่ผิดมหันต์อย่างรุนแรง!”

“…”

เหมือนวิญญาณได้หลุดจากร่าง ริมฝีปากบางคล้ายจะขยับพูดอะไรสักอย่าง แต่ไร้เสียง… ครอบครัวเธอล้มละลายงั้นเหรอ บ้าไปแล้ว ยายนี่ต้องพูดเอาฮาอีกแน่ๆ

“แล้วเธอหย่ากับเขากลางทางแบบนี้ เฮ้อ…ฉันไม่อยากจะคิดเลยความลับเรื่องตระกูลลี่ล้มละลายคงรอวันถูกเปิดเผยแล้วละ”

ล้มละลาย...

ล้มละลาย...

ล้มละลายงั้นเหรอ!!!

ภาพตัวอักษรในเอกสารการหย่าฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง...เงินหนึ่งก้อนที่ให้ไว้กับจ่ายเงินเดือนแม่บ้านให้ทุกเดือน เธอเข้าใจแล้ว แจ่มแจ้งแดงแจ๋....ไอ้หมอนี่มันตัดหางปล่อยวัดชัดๆ

เจียลี่นั่งเท้าคางทอดสายตามองทิวทัศน์นอกกระจกบานใสภายในห้องนอนสีชมพูหวานแหวว นอกจากสีห้องที่สดใส ท้องฟ้าสดใสทว่าอย่างอื่นก็คล้ายจะหม่นหมองไปหมด โดยเฉพาะจิตใจของเจียลี่!

ดวงตากลมโตเหม่อลอยไร้ทิศทางรวมไปถึงความคิดฟุ้งซ่านที่คิดยังไงก็คิดไม่ตก สรุปได้ว่าคุณหนูเจียลี่ที่ร่ำรวยหนักหนาแท้จริงแล้วเป็นคุณหนูตกอับที่เกาะอดีตสามีอย่างอี้เฉินคล้ายปลิงดูดเลือด และใช่ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นได้สลัดปลิงตัวนี้พ้นทาง โดยได้รับความร่วมมือจากเธอแบบที่ไม่ต้องเอ่ยปากร้องขอให้เสียเวลา เจียลี่ผู้นี้ก็แทบจะประเคนใบหย่าให้เลยด้วยซ้ำ ตอนที่เซ็นใบหย่าหมอนั่นควรชี้แจงกันก่อนสักนิด อย่างน้อยเธอจะได้ทบทวนอีกสักหน่อย

เฮ้อ!

เงินที่มีก็อยู่ในธนาคารซะส่วนใหญ่ แบบนี้จะเคลื่อนไหวอะไรก็ติดขัดไปหมด อี้เฉินให้เงินมาก้อนหนึ่งก็จริง แต่มันจะไปพออะไร…

ปุ!

เสียงของบางอย่างหล่นกระทบพื้นห้องส่งผลให้หญิงสาวเบนสายตาไปมองด้วยความตกใจ เจียลี่ลุกจากเตียงนอน พอเห็นว่าเป็นกระเป๋าหรูที่หล่นลงมาจากชั้นวางของก็ทิ้งลมหายใจอย่างโล่งอก มือเรียวบางเตรียมนำมันกลับไว้ที่เดิม แต่พอเงยหน้าขึ้นมองนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างเมื่อเห็นชั้นวางของประดับไปด้วยชาแนลมากมาย ความหรูหราของพวกมันก็กระแทกตาเจียลี่ขั้นรุนแรง สรุปได้ว่าคุณหนูเจียลี่เป็นสาวกชาแนลอย่างแน่นอน เธอสะสมกระเป๋าเยอะมาก ความคิดบางอย่างก็วิ่งแล่นเข้ามา…

ใช่แล้ว เธอจะเอามันไปขายเพื่อหาเงินมาจุนเจือตัวเอง จากนั้นจะเดินหน้าโลดแล่นเข้าสู่วงการบันเทิง ทำตามความฝันที่ตั้งใจไว้ ความฮึกเหิมระลอกใหญ่พุ่งซัดเข้ากลางใจเจียลี่ เธอรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยกำลังใจและชาแนลในมือ!

“รับอาหารกลางวันเลยมั้ยคะ” แม่บ้านเฟ่ยเอ่ยถาม หัวคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเจียลี่สวมหมวกสานปีกกว้างสีวานิลลา ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมก็จัดเต็มมาก คล้ายจะไปเดินแฟชั่นวีกที่ไหนสักแห่ง

“ไม่ละวันนี้มีนัดน่ะ เจอกันมื้อเย็นนะคะ” เจียลี่ฉีกยิ้มกว้าง ไม่รอให้แม่บ้านได้เอ่ยถามอะไรอีกเธอก็ก้าวเร็วๆ ออกจากบ้านไปทันที

หลังจากโพสต์ขายกกระเป๋าในแอปพลิเคชันหนึ่ง ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำก็มีคนไอบีเข้ามา เจียลี่ส่องโพรไฟล์ผู้ซื้ออย่างละเอียดถึงรู้ว่าเธอเป็นพยาบาลสาวที่คลั่งไคล้ชาแนลเหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการต่อราคา เพราะดูเหมือนว่ากำลังทรัพย์ของพยาบาลสาวคนนี้น่าจะทุนหนาพอตัว

จุดนัดรับคือห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง

ซูอันมองโทรศัพท์เครื่องบางในมือกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ผู้ขายติดต่อกลับมาในข้อความระบุไว้ว่าเธอมาถึงจุดนัดพบแล้ว หญิงสาวละสายตาจากหน้าจอมือถือแล้วเอ่ยถามพี่ชาย

“หมอซูจะรอที่นี่หรือลงไปกับฉันด้วย”

“รอแล้วกัน”

“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันมา”

ดวงตาอ่อนโยนภายใต้แว่นกรอบหนามองน้องสาวเดินออกจากร้านไอศกรีม เขาส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วกลับมาสนใจหนังสือในมือตามเดิน ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะมองตามซูอัน บริเวณที่เขานั่งอยู่ติดกับกระจก ดังนั้นจึงสามารถมองเห็นลงไปยังชั้นล่างได้ ไม่นานนักน้องสาวของเขาก็เดินไปถึงแล้ว

เธอชะเง้อคอมองหาหญิงสาวที่โพสต์ขายกระเป๋าในราคาที่ขาดทุน ไม่แปลกใจเลยที่อันอันอยากได้จนต้องขายเวรให้เพื่อนพยาบาล และลากเขาให้มาส่ง ถึงตัวจะไม่ได้ลงไปด้วย แต่สายตาก็คอยสอดส่องตลอดเวลากระทั่งมีหญิงสาวสวมหมวกปีกกว้างเดินมาทักทายอันอัน จากมุมนี้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ แต่ด้วยรูปร่างและการแต่งตัว เธอคงเป็นเหล่าคุณหญิงคุณนายที่เงินขาดมือ ซูเว่ยเตรียมจะชักสายตากลับ ทว่าในเวลาต่อมาหญิงสาวหมวกสานก็เงยหน้าขึ้น

เจียลี่?

คำถามมากมายผุดขึ้นเต็มไปหมด ทำไมคุณหนูอย่างเธอถึงได้นำกระเป๋ามาขาย อี้เฉินขาดตกบกพร่องในหน้าที่ดูแลภรรยาขนาดนั้นเชียวหรือ...

หลังจากทำการซื้อขายกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย จิตใจของเจียลี่รู้สึกเบิกบานขึ้นมาในระดับหนึ่ง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังพอหาเงินได้ แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างที่นำของคนอื่นไปขาย แต่ก็เอาเถอะไว้เธอได้เป็นนางเอกระดับแนวหน้าเมื่อไหร่สัญญาว่าจะซื้อมาเติมเข้าชั้นสักสิบใบเลยคอยดูสิ...

การซื้อขายกระเป๋าใช้เวลาเพียงครู่เดียว ดังนั้นเจียลี่จึงมีเวลาเดินดูเครื่องสำอางตามชอปต่างๆ ทว่าเธอรู้สึกเหมือนถูกสายตาของใครบางคนจ้องหลังกันตลอดเวลา พอหันกลับไปมองก็พบเข้ากับนักศึกษาชายกลุ่มหนึ่งที่เดินตามหลังเธอมา หนึ่งในนั้นเลิกคิ้วมองเธอด้วยสายตายียวนเจียลี่ย่นจมูกเล็กน้อยดูก็รู้ว่าไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ที่จับตามองเธอ

หน้าตาก็ดีไม่น่าเป็นพวกโรคจิต...

เจียลี่จึงเลือกที่จะหยุดและปล่อยให้พวกเขาเดินนำหน้าไปก่อน แต่กลับผิดคาด เพราะดูเหมือนว่าหนึ่งในนั้นจะรู้จักเธอเป็นพิเศษ

“ใช่จริงๆ ด้วย”

เจียลี่ขมวดคิ้วยุ่ง ”นายคุยกับฉันเหรอ?”

เขาพยักหน้าตอบ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบายๆ เจียลี่หรี่ตามองเด็กหนุ่มหน้าใสอย่างพิจารณาใบหน้าเรียวแบบทุนนิยม จมูกก็โด่งจนน่าอิจฉา คิ้วเข้มเรียงเส้นสวย แถมผิวพรรณก็ดีเกินกว่าจะเป็นนักศึกษาธรรมดา ถ้าเธอเป็นพวกแมวมองที่ตามหาเด็กหนุ่มเอ๊าะๆ เข้าสังกัดหมอนี่จะถูกล็อกเป้าหมายเป็นคนแรกเลยละ

เหมือนว่าเธอเผลอจ้องหน้าเขานานเกินไป

เด็กหนุ่มหัวเราะจากนั้นก็ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ส่งผลให้เจียลี่ถอยหลังฉับพลันเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่ได้มือของเขาคว้าเอวไว้ก่อน

“ปล่อยเลยนะ นายเกือบทำฉันล้ม”

“แต่ผมก็ช่วยจับพี่ไว้”

“นั่นไม่สำคัญสักหน่อย ประเด็นคือนายจะยื่นหน้ามาทำไม เป็นพวกโรคจิตปะเนี่ย”

“ถ้าจะมีใครสักคนเป็นพวกโรคจิตก็พี่นั่นแหละ เล่นจ้องหน้ากันซะขนาดนั้น”

เจียลี่หน้าตึงทันทีเธอสะบัดแขนออกจากฝ่ามือใหญ่ เป็นเด็กเป็นเล็ก แต่มือใหญ่เป็นบ้า!

“ฉันเพิ่งประสบอุบัติเหตุมาน่ะ จำใครไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เป็นธรรมดาที่จะจ้องนานเป็นพิเศษ” เป็นข้ออ้างที่พอจะถูไถไปได้ ก็ใครใช้ให้หน้าตาดีขนาดนั้นกัน จะว่าไปแล้วเธอก็คุ้นหน้าเขาอยู่เหมือนกันแฮะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

“สรุปนายเป็นใคร”

ทว่าไม่ทันจะได้คำตอบจุดสนใจของเจียลี่ก็ถูกเบี่ยงเบนโดยชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินเกาะแขนเคียงข้างกันมา...จะไม่อะไรเลยถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่อี้เฉิน อดีตสามีเฮงซวย ดูจากตรงนี้ยังรู้เลยว่าคนทั้งสองเป็นมากกว่าคนรู้จักทั่วไป

หน็อย...หย่ากับเธอไม่ทันไรก็มีใหม่แล้วงั้นเหรอ แสดงว่าคงแอบกินกันมสักพักแล้วสินะถึงหาใหม่ได้เร็วขนาดนี้ มิน่าละตอนที่ขอหย่าอี้เฉินแทบจะไม่คัดค้านเลยด้วยซ้ำ ที่แท้เขาก็แอบซุกชู้ไว้นี่เอง

ร้ายกาจที่สุด!

ส่วนเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเจียลี่ดูเหมือนว่าเขากำลังเขยิบออกห่างเธอไปทีละนิดราวกับว่าไม่ปรารถนาจะร่วมเฟรมด้วยสักเท่าไร แต่ชายเสื้อกลับถูกมือบางดึงไว้แน่น

“นายอยู่กับฉันก่อน”

“เป็นสามีภรรยากันต้องใจเย็นๆ นะ ผมว่ากลับบ้านไปค่อยเคลียร์กันดีกว่า กลางห้างแบบนี้ไม่ดีแน่ๆ”

เจียลี่พยักหน้าเนิบๆ แสดงว่าเขารู้จักเธอจริง ถึงขั้นรู้ว่าอี้เฉินเป็นใคร

“ไม่จำเป็นหรอก เพราะฉันหย่ากับไอ้เฮงซวยนั่นแล้ว”

“พวกพี่หย่ากัน?”

“แน่นอน ฉันเป็นคนขอหย่าเองเลยด้วยซ้ำ”

เด็กหนุ่มคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ทันได้เอ่ย เพราะอี้เฉินกับผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่อีกครั้งขออยู่อย่างสงบแล้วกันนะ   บทที่ 122

    “เรายังอบคุกกี้ไม่เสร็จกันเลยนะ” เป่าเป้ยดันหน้าอกแกร่งไว้ เฉินเซินจับมือเธอรวบตึงไว้เหนือศีรษะ“ยังมีเวลาเหลือเฟือ” ริมฝีปากหยักคลอเคลียแก้มใสฝ่ามือร้อนเริ่มซุกซนสอดเข้ามาใต้กระโปรงตัวสวย เป่าเป้ยจับมือเขาไว้“จะทำตรงนี้เหรอคะ ไม่มีมั้ง”“มีแค่เราสองคนไม่ต้องห่วง” ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็คงเอาเฉินเซินล

  • เกิดใหม่อีกครั้งขออยู่อย่างสงบแล้วกันนะ   บทที่ 121

    “เอ่อ ไม่ใช่นะ” อิงอิงตะกุกตะกักพยายามปฏิเสธ“อุ้ย เฮียฉางโทรมาพอดีเลยค่ะ... ฮัลโหลเฮียได้ยินไหม”อิงอิงมองเฉินเซินต้องการให้เขาช่วยเหลือแต่อีกฝ่ายกลับยืนนิ่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ดูก็รู้ว่าสปอยเยสุดๆ !“เฮียให้ทายว่าเป้ยเป้ยเจอใคร... อยากรู้ก็เปิดกล้องสิ” เป่าเป้ยหันกล้องมือถือไปยังหยิงสาว อิงอิงรู้สึก

  • เกิดใหม่อีกครั้งขออยู่อย่างสงบแล้วกันนะ   บทที่ 120

    ทุกคนภายในงานต่างจ้องมายังซูมี่เพราะดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนสารภาพออกมาเองและคนที่อับอายที่สุดก็คงไม่พ้นคุณชายเจียงว่าทีสามีในอนาคตของเธอ“ผมผิดหวังในตัวคุณจริงๆ ซูมี่ ผมคงแต่งงานกับผู้หญิงที่มีความคิดชั่วร้ายแบบคุณไม่ได้...การแต่งงานของเราถือว่าเป็นโมฆะ”คุณชายเจียงมองหญิงสาวที่เป็นอดีตคู่หมั้นของเขา

  • เกิดใหม่อีกครั้งขออยู่อย่างสงบแล้วกันนะ   บทที่ 119

    “แล้วทำไมเธอถึงมาโผล่งานนี้ได้ละซูมี่ มาเดินเก็บแก้วหรือเปล่า” คนที่ถูกกล่าวหาว่ามาเก็บแก้วถึงกับเลือดขึ้นหน้า“ฉันมากับคู่หมั้นตั้งหากย่ะ”“อ้าว! มีคู่หมั้นกับเขาด้วยเหรอ” เป่าเป้ยยกมือทาบอกทำตกใจ ซูมี่แค่นหัวเราะได้ใจไปเถอะ! ปรายตามองบริกรที่กำลังเดินเสิร์ฟค็อกเทลพลางยิ้มย่องแค้นนี้ต้องชำระครั้งก

  • เกิดใหม่อีกครั้งขออยู่อย่างสงบแล้วกันนะ   บทที่ 118

    “อร่อยมั้ยคะ” เป่าเป้ยถามเฮียฉางหลังจากป้อนเกี๊ยวซ่าให้เขาชิม“ทำเองจริงเหรอ”“ใช่สิ”“เธอทำอาหารเป็นตั้งแต่เมื่อไร”“คนเรามันเปลี่ยนแปลงกันได้ค่ะ” เป่าเป้ยยืดอกอย่างภูมิใจแม้ว่าความจริงจะไม่ใช่ฝีมือเธอก็ตาม ฉางเหยียนไม่อยากเชื่อเท่าไรแต่ก็คีบเกี๊ยวเข้าปากเคี้ยวตุ่ยๆกระทั่งซูเหยียนเดินเข้ามาก็ให้เข

  • เกิดใหม่อีกครั้งขออยู่อย่างสงบแล้วกันนะ   บทที่ 117

    “เมื่อกี้มันเดินข้ามฉันไปเลยเห็นใช่มั้ยวะ ไอ้เวรนี่วอนซะแล้ว”“เฮียอย่าพูดคำหยาบนะตบปากเลย” เป่าเป้ยหน้าบึ้งมองฉางเหยียนอย่างคาดโทษ ไม่รู้ว่าเพราะคำหยาบหรือเพราะเฮียฉางว่าสามีเธออยู่กันแน่กระทั่งเฉินเซินเดินกลับฉางเหยียนก็ยังไม่ไดลุกขึ้นคราวนี้เขาตั้งใจจะสะกัดขามันให้ล้มกันไปข้าง เมื่อสบจังหวะก็ยื่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status