Masukสี่หนุ่มวิศวะคนดัง ใครเห็นก็ต่างอยากเป็นหวานใจ แต่ไม่ใช่พวกเธอ ที่รู้นิสัยและสันดานกันจนหมดใส้หมดพุง คนภายนอกมองว่าเหมาะสมแต่ความจริงต่างกันสุดขั้ว เพทายหนุ่มหล่อเจ้าของผับดัง&น้ำปั่นสาวสวยจอมแสบ / คิรินแฝดพี่หนุ่มหล่อสุดเท่ขวัญใจสาวๆ&แพมสาวสวยจอมดื้อ /คิรันน้องหนุ่มหล่อสุดเย็นชา&มะเหมี่ยวสาวสวยสุดกวน / ธันวาหนุ่มหล่อลูกครึ่ง&เซย่ารุ่นน้องความดื้อระดับสิบ
Lihat lebih banyak@โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง
ห้องสอบนักเรียนม.ปลาย “ เย้ สอบเสร็จสักที ” หญิงสาวตัวเล็กในชุดนักเรียนนานาชาติพูดออกมา ด้วยความดีใจ เพราะว่าเธอทำข้อสอบเสร็จแล้ว และก็ทำมันออกมาได้ดีด้วย “ เหมือนคนบ้า ” เสียงคนที่นั่งอยู่ด้านหลังเธอพูดออกมา และเขาก็คือคู่อริยาวนานของเธอ เธอและมันไม่เคยถูกกันเลย ไอบ้าเพทายชอบแกล้งและกวนประสาทเธอมาตลอด “ แกนั่นแหละบ้า ” น้ำปั่นหันไปว่าเพทายทันทีที่หลังจากที่เขาพูดจบ “ หึ ” คำด่าสวนเร็วนี้ของอีกคนทำให้เพทายหัวเราะในลำคอ และเดินเข้ามาใช้มือหนาของมันขยี้ที่ผมของเธอจนยุ่งแล้วมันก็เดินออกไปจากห้องสอบเลย กรี๊ดด!!!! ไอบ้าเพทายยยยย คนสวยร้องกรี๊ดออกมา เพราะว่า นอกจากเราจะเถียงกันเก่งแล้ว เพทายยังขี้แกล้งเธออีกด้วย ” พวกแกก็ทะเลาะกันตั้งแต่ม.ต้น จนจบม.ปลายเลยนะ “ ผิงอันเพื่อนรักของเธอที่เห็นเราสองคู่เถียงและตีกันมาตลอดพูด ทำให้คนสวยอย่างน้ำปั่นต้องหันไปฟ้องเพื่อนรักของเธอ ” ก็แกดูมันสิ “ ” ถ้าแกได้กัน ฉันว่าลูกดกแน่ “ มายเพื่อนอีกคนของเธอพูดขึ้น แต่คำพูดนี้ของเพื่อนดูไม่ถูกใจคนสวยอย่างน้ำปั่นเท่าไหร่ จนน้ำปั่นต้องมองค้อนให้เพื่อนรักทันที ” ถ้าฉันได้มันเป็นผัว ฉันยอมเป็นโสดไปตลอดดีกว่า “ เธอบอกกับเพื่อนทั้งสองคน เพราะใครๆก็รู้ว่า เพทายและกลุ่มเพื่อนของมันเจ้าชู้ขนาดไหน ควงผู้หญิงไม่เคยซ้ำหน้า ติดโรคตอนไหนก็ไม่มีทางรู้ มั่วทั้งกลุ่ม ” จ้า แล้วพวกฉันจะรอดู “ โบราณว่าเกลียดอะไรมักได้แบบนั้น วันหนึ่งคู่นี้อาจจะลงเอ่ยกันก็ได้ ————————————————————— อีกกลุ่ม “ คืนนี้ฉลองกันที่ผับกูป่าวพวกมึง ” เพทายเดินออกมาจากห้องสอบด้วยความอารมณ์เพราะได้แกล้งน้ำปั่นก่อนเดินออกมา เขาเดินมานั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขาแล้วก็ชวนพวกมันทั้งสามคน เขาเริ่มทำผับตั้งแต่เขาอายุ17ปี ศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นความชอบของเขา และดีที่ครอบครัวของเขาสนับสนุนลูกชายทุกอย่าง ด้วยความเป็นลูกคนเดียว ครอบครัวเลยตามใจ แต่เขาก็มีพี่ชายบุญธรรมคนหนึ่งชื่อ โดม ซึ่งพี่ชายของเขาอายุห่างกับเขาหลายปี และตอนนี้พี่ชายของเขาก็เข้ามาช่วยพ่อดูแลธุรกิจของครอบครัว และก็เป็นผู้ช่วยบริหารของมหาวิทยาลัยที่เขากำลังจะเข้าไปเรียนในเทอมหน้าอีกด้วย “ กูไป ” เพื่อนคนแรกที่นั่งอยู่ใกล้เขาที่สุดพูดตอบก่อน และมันก็คือ ธันวา และตามด้วยสองแฝดนรกคู่นี้ “ กูด้วย/กูก็ด้วย ” “ เออ เจอกัน ” ในเมื่อตกลงกันแล้ว เขาก็ลุกเดินออกมาจากตรงนั่นทันที และเดินมาขึ้นรถสปอร์ตคันใหม่ล่าสุดของเขา เฟอร์รารี่สีดำของเขาที่จอดอยู่ ถึงแม้โรงเรียนนี้จะไม่ใช่ของโรงเรียนของครอบครัวเขาแต่บารมีครอบครัวเขาก็ทำให้เพทายสามารถเอารถมาจอดที่ลานจอดรถของอาจารย์ได้ อย่างว่าป๊าเขากับเจ้าของโรงเรียนเป็นเพื่อนกัน เขาเลยได้สิทธิพิเศษเเบบนี้ และตั้งเเต่เขาเรียนมาจบจบก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร เพราะเขาสามารถใช้เงินที่มีปิดทุกเรื่องได้ ไม่ว่าเขาจะเกเรหรือโดดเรียนยังไง เรื่องก็ไม่เคยถึงหูครอบครัวเขา เพทายจัดการได้ทั้งหมด @ ลองไทม์ผับ หลัตั้งแต่ขับรถออกมาจากโรงเรียนเพทายก็ตรงมาที่ผับทันที เพื่อเคลียร์เอกสารให้เสร็จก่อนที่จะปาร์ตี้กับเพื่อนๆในคืนนี้ ตอนแรกเขาก็ไม่คิดว่า การทำผับมันจะไปได้สวยขนาดนี้ ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะเปิดเล่นๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้มีที่เที่ยวและที่ดื่ม แต่ไม่คิดว่า ระยะเวลาปีเดียวผับของเขาจะเป็นที่รู้จักของคนหมู่มากขนาดนี้ ผับนี้ทำเงินให้ผมเดือนละเป็นสิบล้านบาท อีกอย่างผับนี้คนอายุน้อยกว่า 20 ปีก็เข้าได้นะ ที่เขาทำได้และไม่มีใครกวนก็เพราะเส้นสายของป๊าเขา พวกคนมีสีเลยไม่กล้ายุ่งกับผับนี้ ———————————————————————-“ เฮียขับรถดีๆนะคะ ” คนตัวเล็กที่มาส่งคนพี่ ก็ยิ้มหวานแล้วบอกคนพี่ออกไป “ ครับ เดี๋ยวเฮียเสร็จธุระแล้วจะรีบมารับนะ ” คิรันบอกกับคนตัวเล็ก “ ค่า ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวถึงคอนโดดึก ” มะเหมี่ยวบอกกับเขา เธอไม่รู้หรอกว่า ธุระของเฮียคืออะไร เพราะถ้าเขาอยากจะบอก เขาก็บอกเธอเอง “ ครับ ” คิรันตอบรับคำเมียเด็กของเขาไม่ลืมที่จะเดินเข้าไปหอมแก้มนุ่มๆของเมีย ให้ชื่นใจ หนึ่งฟอด แล้วพูดว่า “ เฮียไปแล้วนะ “ หลังจากร่ำลากันเสร็จคิรันก็ขึ้นรถและขับออกไป โดยที่มะเหมี่ยวมองรถเขาไปจนสุดสายตา @คอนโดหรูคิรัน กริ้ง กริ้ง ตอนนี้คิรันมาถึงคอนโดของตัวเองเรียบร้อยแล้ว และเขาก็มาอยู่ที่หน้าห้องของพี่ชายตัวเอง เพราะคิรินให้เขามาหาที่ห้องของมัน และเขาก็กดกริ้งอยู่พักหนึ่ง ก็มีคนเดินมาเปิดประตู และแน่นอนทันทีที่ประตูห้องคิรินเปิดออกมา คิรันก็ต้องตาโตขึ้นมา เพราะคนที่มาเปิดประตูห้องของพี่ชายเขา คือผู้หญิงหน้าตาสวยคนหนึ่ง ผมมองค้างอยู่อย่างนั้น จนเธอพูดขึ้นมา ” พี่คิรินอาบน้ำอยู่ค่ะ เชิญพี่เขามาก่อน “ หญิงสาวคนนี้พูดกับเขา และคิรันก็พยักหน้าให้เธอและเดินเข้ามาในห้องของพี่ชายตัวเอง และผู้หญิงคนนี้ก
หลายวันต่อมา ตั้งแต่วันที่แอมม่ามาบอกกับครอบครัวเขาว่า เธอท้องลูกของเขาในวันนั้น เธอก็หายไปหลายวันโดยที่ไม่ได้ให้คำตอบกับทางคิรันว่า เธอจะยอมให้ตรวจดีเอ็นเอเด็กในท้องมั้ย แต่ผมมั่นใจอยู่แล้วว่าไม่ใช่ลูกของผม เธอเงียบไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน “ เฮียคะ วันนี้หนูขอไปนอนกับแม่ได้มั้ยคะ “ ตั้งแต่วันหมั้นเสร็จมะเหมี่ยยก็ไม่ได้กลับไปหาแม่เธอเลย และวันนี้เธอก็อยากจะไปนอนกับแม่ของเธอบ้าง เพราะตั้งแต่วันที่ผู้หญิงคนนั้นมาบอกว่าท้องกับเฮียคิรัน มะเหมี่ยวเองก็คิดหนักมาโดยตลอด ต่อให้เธอจะบอกว่า เชื่อใจเขาก็เถอะ ” หนูอยากไปนอนบ้านเหรอ “ คิรันถามเธอ ” ค่ะ “ ” งั้นเฮียขอเคลียร์งานตรงนี้ก่อนได้มั้ย เดี๋ยวคืนนี้เราไปนอนบ้านหนูด้วยกัน “ คิรันบอกกับคนรักของเขา “ ก็ได้ค่ะ ” ใจจริงเธออยากที่จะไปเองก่อน แต่เธอก็ไม่อยากให้คิรันต้องเป็นห่วง เลยรอเขาเสร็จงานก่อนก็ได้ @บ้านมะเหมี่ยว คิรันพามะเหมี่ยวมาบ้านของเธอในช่วงเวลาเย็นแล้ว และคืนนี้เขาและเธอก็จะค้างคืนกันที่นี้ด้วย พอมะเหมี่ยวมาถึง เธอก็อ้อนแม่ของเธอทันที คิรันที่เห็นคนรักอ้อนแม่ของเธอ เขาก็อดยิ้มและเอ็นดูในความน่ารักของเมียเด็กเขาไม่ไ
” เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหนูมะเหมี่ยวนะ เพราะมะเหมี่ยวกับคิรันเป็นคู่หมั้นกันก่อนที่เธอจะเข้ามายุ่งกับลูกชายฉันสะอีก เพราะเด็กสองคนนี้หมั้นกันมาตั้งแต่เด็กๆ “ รินรดาพูดออกไป ถึงจะมีบางประโยคที่เธอพูดโกหกก็เถอะ แต่เธอจะไม่ยอมให้หลานสาวของเธอด่างพล้อย ” ผมว่า มันจะไปกันใหญ่แล้วนะครับ ถ้าทางคุณมั่นใจว่าเป็นหลานผมจริงๆ ก็แค่ตรวจดีเอ็นเอ ตอนเด็กคลอดแล้ว แต่ถ้าไม่ยอมตรวจ ทางผมก็ไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น พากันกลับไปคิดดีๆ แล้วติดต่อมาให้คำตอบกับผม เชิญกลับได้แล้วครับ “ ในเมื่อเถียงกันไปเถียงกันมาก็ไม่จบง่าย นำทัพเลยพูดตัดบทจบเลย เพราะถ้าทางครอบครัวนี้ไม่ยอมทางเขาก็ไม่ยอมให้ลูกชายของเขาต้องมารับผิดชอบเหมือนกัน และพอนำทัพพูดจบเขาก็พารินรดาเดินออกไปจากตรงนี้ทันที คิรันเองก็ลุกขึ้นจูงมือเมียเด็กของเขาขึ้นข้างบนชั้นสองเช่นกัน และมันก็ทำให้ครอบครัวของแอมม่าต้องพากันกลับ ห้องนอนคิรัน พอเข้ามาถึงในห้องนอนของเขา คิรันก็รีบสวมกอดเมียเด็กของเขาทันที เพราะว่า กลัวว่ามะเหมี่ยวจะต้องมาคิดมากเรื่องนี้ ” หนู เชื่อใจเฮียได้มั้ย เฮียมั่นใจจริงๆว่า เธอไม่ได้ท้องกับเฮีย “ คิรันพูดออกไป เพราะเพียงแค
“ เธอมั่นใจแล้วเหรอ ว่าเธอท้องลูกของฉัน ” พอนั่งลงแล้วคิรันก็ถามผู้หญิงคนนี้ออกไปทันทีเพราะเขาไม่เชื่อว่าลูกในท้องของผู้หญิงคนนี้คือลูกของเขา “ ค่ะ แอมม่ามั่นใจ ” แอมม่าพูดออกไป และมองหน้าเขา แต่พอเธอมองไปเจอสายตาที่น่ากลัวของเขา เธอก็รีบหลบสายตานี้ทันที “ แต่ฉันก็มั่นใจในตัวเอง ว่า ฉันป้องกันเป็นอย่างดี ” เขาพูดยื่นยันออกไป เพราะเขามั่นใจมากและไม่มีทางที่ถุงยางจะแตกแน่นอน “ แต่แอมม่าท้อง และก็มั่นใจว่าเป็นลูกของคุณ เพราะแอมม่ามีคุณแต่คนเดียว ” แอมม่าพูดออกไป “ หึ เธอแน่ใจแล้วเหรอ แอมม่า ” น้ำเสียงเย็นเยือกของเขาพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ ค่ะ ” และครั้งนี้แอมม่าก็ตอบเขาไปด้วยเสียงที่เบากว่าเดิม มะเหมี่ยวเองที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เธอก็ใช้ความคิดอย่างหนัก และคิดขึ้นมาในใจ เพราะผู้หญิงคนนี้ยืนยันมาขนาดนี้ ถ้าเป็นลูกของเฮียคิรันจริงๆ เธอจะทำยังไง คิรันที่พูดกับแอมม่าอยู่ เขาก็กำมือเล็กของเมียเด็กของเขาไปด้วย เพื่อให้เธอไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แอมม่าและคิรันนั่งเถียงกันอยู่พัก จนผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งที่นั่งอยู่ก็ต้องพูดขึ้นมา เพราะถ้าให้เด็กทั้งสองคนเถียงกันต่อก็คงจะไม่จบ นำทัพที่