INICIAR SESIÓNมันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด...
เหยาซูหนี่ว์ยังมืดแปดด้าน ว่าเพราะอะไรถึงได้ถูกทางการต้องการตัวเหมือนกับนางเป็นนักโทษหลบหนี
จนนางต้องระเห็จมาอยู่ในโรงเตี๊ยมหนิงจิ้งเพื่อซ่อนตัว
โรงเตี๊ยมที่คราแรกนางสนใจจะมาสอบถามราคาเข้าพัก แต่เจ้าของบอกว่าถูกเหมาห้องไปหมดแล้ว มิคาดว่าตอนนี้นางกลับได้เข้ามาอยู่ที่นี่อย่างไม่คาดฝัน
นางเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องคนเดียวอย่างว้าวุ่น ส่วนคนที่รู้เรื่องทุกอย่างดีกลับหายตัวไปอย่างเงียบกริบ
นางไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เพราะเหตุใดเขาถึงได้พานางมาหลบซ่อนที่นี่ ทั้งๆที่มีพวกองครักษ์เสื้อดำเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด
หรือเขาคิดว่า ที่ๆอันตรายที่สุด ก็คือที่ๆปลอดภัยที่สุด
นางไม่แน่ใจว่า เขาฉลาดหรือว่าโง่กันแน่
ถ้าเกิดถูกจับได้ ไม่แคล้วเขาก็จะมีความผิดไปด้วย ที่พานางมาหลบซ่อน แทนที่จะส่งตัวไปให้กับทางการ
เหยาซูหนี่ว์คนเดิมได้ตายไปแล้ว ส่วนนางก็เป็นวิญญาณที่มาเกิดใหม่ในร่างนี้
ดังนั้นความทรงจำทั้งหมดของร่างเดิม นางล้วนรู้ดีเสมือนกับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวนางเอง
และนางมั่นใจว่า ไม่เคยไปข้องเกี่ยวกับพวกองครักษ์เสื้อดำมาก่อน
หลายเดือนที่รอนแรมเดินทางจากเมืองหลวงมายังหมู่บ้านอี้ซาน นอกจากการเดินทางที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัสแล้ว นางก็ไม่เคยไปทำเรื่องอะไรที่ไม่ดี
นางไม่เคยลักขโมย ไม่เคยมีเรื่องกับผู้ใด จะมีก็แต่ผู้อื่นนั่นแหละที่มารังแกนาง
ทั้งบ่าวชั่วที่ขโมยข้าวของทรัพย์สินของนางไปจนหมดสิ้น และทิ้งให้นางซึ่งเป็นแค่หญิงสาวเดินทางเพียงลำพัง
จนกระทั่ง...
เกิดเรื่องในคืนนั้น.. ที่อารามร้าง !
หัวใจของนางร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวลึก เมื่อนึกถึงเรื่องเจ็บปวดที่เพิ่งจะผ่านพ้นมาไม่นาน
ชายชั่วที่ฉุดคร่านางไปย่ำยี...
รอยช้ำทางกายอาจจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นอีก แต่รอยช้ำทางใจมันยังคงสดใหม่จนนางลืมไม่ลง
เหยาซูหนี่ว์กระพริบตาไล่ละอองน้ำบางๆที่เอ่อคลอขึ้นมา นางสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะลืมมันให้หมด และไม่นึกถึงเรื่องนั้นอีกต่อไป
นางกลับมามองสำรวจรอบห้องพักอีกครั้ง ที่คาดว่าจะต้องอยู่โดยไม่โผล่หน้าออกไปให้ผู้ใดเห็นอีกเลยถึงสามวัน
สายตาของนางตกลงที่เตียงนอนนุ่ม และผ้าห่มสีชมพูหวานแหวว ก็ทำให้นางเผยยิ้มออกมาได้
ไม่รู้ว่านี่เป็นของที่ทางโรงเตี๊ยมจัดไว้ให้อยู่แล้ว หรือว่าชายขี้รำคาญผู้นั้นหามาให้ แต่นางก็รู้สึกขอบคุณเขาอยู่ไม่น้อย
นางรอนแรมอยู่ในรถม้ามาหลายเดือน ถ้าคืนนี้ได้ทิ้งกายลงบนเตียงนุ่มๆบ้าง นางก็คงจะหลับสนิทได้เสียที
นอกจากเตียงก็มีโต๊ะน้ำชา เหยาซูหนี่ว์นั่งลงแล้วยกกาน้ำชาเทลงจอกทันควัน
นางกระหายน้ำมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้จะได้จิบชาอุ่นๆให้ชุ่มคอซักหลายๆจอก
นางดื่มชาไปถึงเจ็ดจอก ถึงค่อยคลายความกระหายลงได้ จึงลุกขึ้นสำรวจห้องพักเล็กๆนี้ต่ออีกครั้ง
ด้านข้างมีฉากอาบน้ำเป็นไม้แกะสลักรูปดอกหลันฮวา ลงสีสันสวยงามอ่อนช้อย นางเดินอ้อมไปยังด้านหลังฉากกั้น ก็มีอ่างอาบน้ำที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็งขนาดกำลังนั่งแช่สำหรับหนึ่งคน
นางไม่ได้อาบน้ำดีๆมานานแล้ว และนางหมายมั่นว่าจะมาลองใช้ในวันพรุ่งนี้
เมื่อนางสำรวจห้องพักเล็กๆนี้จนพอใจ ก็กลับมาที่เตียงนอนอีกครั้ง
ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าสะสมที่ผ่านมาทั้งวัน ร่างกายมันร้องเตือนให้นางพักผ่อนเสียที
เหยาซูหนี่ว์สลัดความกังวลทุกอย่างออกไป คิดว่าพักให้หายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยยกเรื่องต่างๆไปคิดต่อในวันพรุ่งนี้
นางล้มตัวไปที่เตียงนอนนุ่ม ก่อนจะผล็อยหลับไปในทันที
..........
ภายในจวนร้างของตระกูลเหยายามดึกสงัด
กลุ่มองครักษ์เสื้อดำต่างยืนนิ่งอย่างสงบเยือกเย็นอยู่กลางลานบ้าน
หากแต่เหงื่อเย็นกลับไหลหลั่ง เมื่อร่างสง่างามสูงส่งตรงหน้าแผ่พลังปราณบีบคั้นออกมา จนเหมือนมีภูเขาทั้งลูกแบกอยู่บนบ่า
พวกเขาได้รับคำสั่งจากหนานอ๋อง ให้ตามหาหญิงสาวผู้หนึ่งที่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นเช่นไร โดยมีเพียงต้องตามรอยของรถม้าเทียมลา ที่วิ่งจากอารามร้างนอกเมืองมาจนถึงหมู่บ้านอี้ซานนี้เท่านั้น
รอยของรถม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าจวนตระกูลเหยา ซึ่งเป็นจวนที่ถูกทิ้งร้างไม่มีใครอาศัยอยู่มานานแล้ว
หากแต่ที่พื้นห้องโถงของจวนด้านใน กลับมีรอยเท้าเล็กๆของผู้หญิง ซึ่งเป็นรอยใหม่อยู่เต็มไปหมด
"ไป๋ลู่ชิง.. เจ้าเป็นผู้เดียวที่อยู่ในจวนนี้กับนางใช่หรือไม่"
เสียงเยียบเย็นที่ถามเจาะจงตัว ทำให้องครักษ์ไป๋ลู่ชิงต้องคุกเข่าลงเพื่อรายงาน
"พะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง"
"แล้วนางอยู่ที่ใดเล่า"
ไป๋ลู่ชิงอดทนกับพลังปราณรุนแรง ที่กดทับลงมาที่ตัวจนเข่าทรุด แล้วตอบทันใดว่า
"มิทราบได้ พะย่ะค่ะ"
สิ้นเสียงตอบคือผลงานที่ว่างเปล่า เหล่าองครักษ์เสื้อดำที่เหลือต่างสูดหายใจเข้าลึกหวาดเสียวแทนไป๋ลูชิง ที่จะต้องถูกหนานอ๋องกริ้ว
ไป๋ลู่ชิงก้มหัวรอรับการลงโทษจากแส้หนามในมือของหนานอ๋อง
ความภักดีที่เขามีต่อหนานอ๋องไม่เคยเปลี่ยน แต่นางก็คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต เขาไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยนางให้ตายได้
หญิงอัปลักษณ์ผู้นั้น ถ้าหนานอ๋องได้เห็นหน้า นางคงจะถูกฆ่าตายทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาช่วยนางโดยพาไปซ่อน ถ้าหนานอ๋องตามหานางไม่เจอ อีกไม่นานก็อาจจะเลิกสนใจ
เขาไม่รู้ว่านางไปทำเรื่องอะไรเอาไว้ ถึงได้ถูกหนานอ๋องตามล่าอย่างหมายหัวเช่นนี้
แม้ใบหน้านางจะอัปลักษณ์จนทนดูไม่ได้ แต่น้ำใจของนางที่ยอมเสียสละเอายาวิเศษมาให้เขากิน ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจ และถือเป็นหนี้บุญคุณที่ต้องตอบแทน
เขาตัดสินใจก้มตัวลงอย่างศิโรราบ เพื่อให้หนานอ๋องลงโทษได้ตามใจ
แต่หัวหน้าองครักษ์จวิ้นเจากลับคุกเข่าลง และเอ่ยปากแทนเขาว่า
"รายงานท่านอ๋อง องครักษ์ไป๋ลู่ชิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกับพวกกบฏนอกด่าน จึงเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในจวนหลังนี้ ตอนพวกข้ามาถึง เขาก็ไม่มีสติแล้ว เกรงว่าจะไม่เห็นนางผู้นั้นจริงๆพะย่ะค่ะ"
หนานอ๋องฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ร่างกายกลับแผ่พลังปราณกดดันที่หนักหน่วงออกมามากขึ้น จนหัวหน้าองครักษ์จวิ้นเจาถึงกับทรุดลงมือค้ำพื้น แต่ฝืนกัดฟันทนแล้วรายงานต่อไปว่า
"ท่านอ๋องได้โปรดอย่ากริ้ว จากเบาะแสที่ข้าได้มา นางน่าจะมีคนช่วยเหลือที่มีวรยุทธพาหนีไปพะย่ะค่ะ"
สายตาคมปราบหรี่ลงอย่างไม่ชอบใจที่ได้ยิน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
"หานางให้เจอ.. ที่เหลือฆ่าให้หมด !"
หัวหน้าองครักษ์จวิ้นเขาก้มศีรษะขึงขัง
"รับบัญชา พะย่ะค่ะ"
หนานอ๋องมองเข้าไปที่โถงกลางจวนของตระกูลเหยา ที่ๆมีรอยเท้าเล็กๆของหญิงสาวที่เขาตามหา
"จัดคนเฝ้าจวนนี้ไว้อย่าให้คลาดสายตา นางต้องกลับมาที่นี่อีกแน่"
**********
คนหนึ่งวิ่งตามหา..ร่องรอย
อีกคนหนึ่งใช้ชีวิตอย่าง.. ล่องลอย
คำที่ออกเสียงเหมือนกัน
แต่ความหมายไปคนละทาง
อิอิ By ไรริล
แสงจันทร์สีเลือดด้านนอกพลันเปล่งประกายเจิดจ้า สาดแสงส่องลงอาบย้อมสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในรสเสน่หาเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความเย็นเยือกของเตียงหยกขาว เริ่มแผ่ขยายความร้อนระอุจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหลอมละลายจอมปีศาจไม่ได้รีบร้อนทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันสั่นคลอนสติอันเลือนรางของเทพธิดาน้อยจนนางครางแผ่วในลำคอ“หนี่เอ๋อ.. มองข้า”น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ ยามที่เขาถอนริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตากลมโตที่ส่องประกายฉ่ำปรือดุจหยาดน้ำค้างช้อนขึ้นมองบุรุษใต้แสงจันทร์นัยน์ตาดุดันของเขาบัดนี้เข้มขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ ลุกโชนไปด้วยประกายไฟรักที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน“เหยียน.. เหยียนจวิ้น..”นางเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่รินรดผสานกันจนแยกไม่ออกจอมปีศาจยิ้มเยือนอย่างเสน่หา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดจูบเรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างละโมบ ตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู
หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ฉายชัดถึงความรู้สึกสลดใจและอัปยศอดสูจนถึงที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ละล่ำละลักเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว“เหยียนจวิ้น.. ข้าขอโทษ.. ”เมื่อได้เห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกระจกแก้วที่แตกสลายของนางฟ้าน้อย และรับรู้ได้ว่านางกำลังจะใจสลายเพราะคิดว่าตนเองถูกชายอื่นแตะต้อง หัวใจของจอมปีศาจที่เคยแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยวบลงด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในพริบตาความขี้เล่นร้ายกาจมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอาทร เขารีบคลายพันธนาการที่ข้อมือของนางออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือเข้าประคองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแหลกสลายคามือสายตาคู่คมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอันลึกซึ้งที่ปิดบังไว้ไม่มิด“หนี่เอ๋อ ฟังข้าก่อน..”“ข้าไม่ฟัง ปล่อยข้านะ !”นางตวาดลั่นด้วยความขยะแขยง สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายเวทสร้างเกราะแสงเซียนสีทองสว่างวาบขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับนางทันทีน้ำตาแห่งความอัปยศยังคงไหลรินไม่ขาดสาย น
แม้เหตุการณ์ระทึกในท้องพระโรง ที่นางถูกจอมราชาปิศาจจับตัวได้อีกครั้ง จะจบลงอย่างสันติแล้วแต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ กลับเป็นภาพความร่ำรวยและบารมีอันมากล้นของวังทองคำที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในยามที่นางได้เดินสำรวจอย่างละเอียดวังทองคำของจอมราชาปิศาจนั้น ไม่ได้มืดทึมคร่ำครึหรือน่ากลัวอย่างที่เทพธิดาหนี่วาจินตนาการเอาไว้เลย แต่กลับโอ่อ่าตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงจันทราส่องประกายระยิบระยับจนแสบตาเสาค้ำยันตำหนักทุกต้นสลักเสลาลวดลายสัตว์อสูรโบราณ ประดับด้วยหยกและอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทถูกปูทับด้วยพรมขนสัตว์อสูรนุ่มละเอียดทุกย่างก้าวของนางจึงรายล้อมไปด้วยความหรูหราขั้นสุด ตราบเท่าที่อำนาจมืดและความมั่งคั่งของแดนปรโลกจะบันดาลให้ได้ทว่า ตลอดระเบียงทางเดินยาวกลับมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบแว่วมาจากตามซอกกำแพงและมุมมืดให้นางได้ยินเบาๆ“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว ! เทพธิดาจากสวรรค์องค์นั้นเดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นเจ้าของวังคนใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะ !”เจี่ยกู่ ปีศาจกบรับใช้เอ่ยกระซิบ แววตาโปนๆของมันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าขณะแอบมองผ่านรอยแยกของฉากกั้น มันพยายามจ
เทพธิดาหนี่วาได้แต่สบตาสีเลือดที่จับจ้องมาไม่วางตาพลางกัดฟันกรอด ในใจร่ำร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจว่า‘ ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้า ! '‘ ข้าแค่โดนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลอกให้วิ่งมาตกอยู่ในมือเจ้าต่างหาก ! ’' ไอ้ปิศาจหลงตัวเองเอ๊ย ! ’ทว่านางรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝูงปิศาจล้อมหน้าล้อมหลังและพร้อมจะขย้ำนางให้ตายได้ทุกเมื่อ การด่าทอหรือการทำตัวอวดเก่ง มีแต่จะทำให้ตัวนางเองกลายเป็นอาหารของพวกปิศาจเร็วขึ้นดังนั้นถ้านางอยากจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความพึงพอใจที่เจ้าปิศาจตนนี้มีต่อนาง เอามาใช้เป็นเครื่องต่อรอง !ดวงตาสีงามระยับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาวอย่างมีจริต แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวนางฟ้าเช่นนาง.. จำต้องดึงเอาเคล็ดวิชานางจิ้งจอกระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ปราบเจ้าปิศาจบ้าตัณหาตนนี้ให้อยู่หมัด ก่อนจะส่งยิ้มตาหวานเยิ้มไปประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างออดอ้อน“สมกับเป็นท่านจอมราชาผู้ปราดเปรื่อง.. และมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักเจ้าค่ะ”เทพธิดาหนี่วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ปรุงแต่งจนนุ่มนวลระรื่นหู“ข้าน้อยอุตส่าห์ปกปิดกลิ่นอายเซียน ห่มเสื้อคลุมวิก
ความหวาดกลัวและรำคาญใจที่ถูกเจ้าปิศาจตามรังควานในยามนั้น ทำให้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการหนีลงไปจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ก่อนเวลาทันทีโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า พอกาลเวลาผ่านไป เจ้าปิศาจบ้าตนนี้คงจะเบื่อและเลิกสนใจนางไปเองนางยอมสละร่างเซียนชั่วคราว และลงไปเผชิญความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดูซิว่าเจ้าปิศาจจะหานางเจออีกไหม !ที่คิดเอาไว้ว่า คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกปิศาจเหยากวยตามตอแยแล้ว แต่ครั้นนางลงไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์ ด่านเคราะห์ที่นางต้องประสบพบเจอกลับเป็น..ด่านรัก !นางได้พบรักกับชายผู้หนึ่ง.. แม้เริ่มต้นเขาจะทำให้นางหวาดกลัวจนต้องหนีให้ห่าง แต่พอนางรักเขา โชคชะตาก็ดันเข้ามาตัดบุพเพวาสนาของนางจนขาดสะบั้น ทำให้นางต้องพรากจากเขาทั้งน้ำตาเคราะห์กรรมที่เรียกว่าด่านรัก ยังคงทำให้นางปวดหัวใจมาจนถึงบัดนี้เมื่อนางสิ้นอายุขัยในโลกมนุษย์และผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ ดวงจิตเทพเซียนของนางก็ได้กลับมาจุติบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้งแต่.. นางยังไม่ทันจะได้สูดกลิ่นอายทิพย์ให้ชื่นใจเพื่อชดเชยความเหนื่อยยากจากด่านเคราะห์ที่ต้องเผขิญเลย มหาเทพซีรุ่ยเฉิงก็มีบัญชาส
สามวันสามคืนในกรงขังม่านหมอกช่างยาวนานราวกับนับร้อยปีสำหรับเทพธิดาหนี่วา..นางถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาปิศาจ รอบกายมีเพียงความมืดมิดและดวงตาสีเลือดคู่ลึกลับที่แวะเวียนมาจับจ้องนางฝ่าความสลัวรางแทบทุกชั่วยาม พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่คอยปั่นประสาทให้นางโมโหไม่ว่างเว้นนางไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าปิศาจตนนี้ ซึ่งมันจะซ่อนตัวตนเอาไว้หลังม่านหมอกหนาทึบสีดำอยู่ตลอดเวลานางจึงคิดว่า มันต้องเป็นปิศาจที่อัปลักษณ์ที่สุดจนไม่กล้าให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน และปิศาจที่น่าเกลียดที่สุดในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็คือ ปิศาจเหยากวยข่ายอาคมของจอมปิศาจเหยากวยแน่นหนาจนนางไม่อาจใช้ปราณเซียนได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าเทพธิดาหนี่วาผู้มีปัญญาเป็นเลิศเช่นนางมีหรือจะยอมติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไปในเมื่อใช้กำลังไม่ได้ นางก็ต้องใช้ ‘ เล่ห์กลร้อยเล่มเกวียน ’ เข้าสู้เพื่อเอาตัวรอดต่อให่้ปิศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็อย่าได้ดูแคลนสติปัญญาของเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์อย่างนางเชียว !ในวันแรกที่โดนจับมา เทพธิดาหนี่วาเกาะลูกกรงหมอกควันพลางเชิดหน้าขู่ฟ่อราวกับพยัคฆ์ที่เฝ้าหน้าประตูสวรรค







