LOGIN‘หลี่ เอิน’
เช้าอีกวัน ณ บ้านสกุลเฉิน ข้าวของมากมายของลูกสาวบ้านสวีถูกส่งมาที่นี่ โดยเหล่าคนใช้ทั้งชายเเละหญิงต่างช่วยกันค้นย้ายไปไว้ยังห้องของนอนคุณนายเเละคุณท่าน โดยที่พื้นที่ส่วนหนึ่งจะถูกเเบ่งให้ลูกสะใภ้บ้านสวี อีกส่วนหนึ่งเเบ่งให้กับลูกชายคนเล็กสุดบ้านเฉิน
โมซีย์ตื่นขึ้นมาเธอพบว่าตัวเองยังอยู่ในร่างเดิม เเถมยังเป็นเช้าอันวุ่นวายเพราะคนค้นย้ายข้าวของเข้ามาในห้อง เธอเเอบถามคนเเถวนั้นข้าวของมากมายที่ถูกย้ายมาคือข้าวของหลี่ เอิน นอกจากจะค้นย้ายเเล้วพวกเขายังช่วยกันจัดไว้ เธอทำได้เเค่ยืนดูกระทั่งเสร็จสรรพวกเขาก็เดินออกไป มีเพียงผู้หญิงผมสั้นเท่าติ่งหูที่เดินเข้ามาหาเธอพร้อมรอยยิ้มเเละสมุดปกน่ารัก ๆ เธอส่งมันให้โมซีย์
“ให้ฉันเหรอ” โมซีย์พูดกับเจ้าหล่อน
“ใช่ค่ะ อันนี้เป็นสมุดไดอารี่ของคุณเอินค่ะ เผื่อคุณได้อ่านอาจจะจำอะไรได้บ้าง”
“…” โมซีย์รับสมุดเล่มนั้นเเล้วลูบหน้าปกเเผ่วเบา เเล้วเงยหน้ามองคนตรงหน้าพร้อมกับถามว่า “ทุกอย่างเลยเหรอ เกี่ยวกับฉันน่่ะ”
“ใช่ค่ะ”
“…” โมซีย์ส่งยิ้มให้เฉย ๆ เเต่เเล้วเธอคนนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาโอบกอด ทำให้เธอตกใจนิดหน่อยเพราะไม่เคยถูกกอดเเบบนี้…กอดเเบบความรักอันอบอุ่น
“อยู่ที่นี่ก็ดูเเลตัวเองด้วยนะคะ หากคุณหนูเหงาหรือต้องการเพื่อนเรียกหาฉันได้ตลอดเลยนะคะ หรือะถ้าฮึก..คุณหนูอยากทานถังหูลู่ล่ะก็..เรียกใช้ได้ตลอดเลยค่ะอึก..ดูเเลตัวเองนะคะ ฉันคงคิดถึงคุณหนูเเน่ ๆ” เธอกล่าวทั้งเสียงสะอื้นเเรงกอดก็มากขึ้นเช่นกัน หัวใจของโมซีย์เต้นตึก ๆ เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ควรตอบเธอยังไง
“ฉันจะดูเเลตัวเองให้ดี ๆ นะ” โมซีย์ทาบมือลงบนเเผ่นหลังเล็กลูบขึ้นลงเบา ๆ เเบบนี้คงทำให้อีกฝ่ายสบายในระดับหนึ่ง
เธอผละออก “ค่ะ ฉันกลับก่อนนะคะ มีเรื่องให้ทำเยอะเเยะเลยที่บ้านสวี”
“อือ”
“กลับก่อนนะคะ” เธอยกมือปาดนํ้าตาเเล้วเดินจากไป โมซีย์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่่าจะถามชื่อของเธอเเต่พอจะปริปากเจ้าตัวก็ไม่อยู่เสียเเล้ว
โมซีย์หุบปากลงฉับพลัน เธอถอนหายใจพรืดเดียวเเล้ววกตัวกลับเข้าห้อง หย่อนก้นลงบนเตียงนุ่ม ๆ เปิดสมุดที่ได้จากเธอคนนั้น คนที่เธอไม่ทันได้ถามชื่อ โมซีย์เริ่มอ่านตั้งเเต่หน้าเเรกที่ขึ้นต้นด้วยว่า…
‘สวัสดีฉันชื่อหลี่เอินเอาจริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจให้ใครมาเปิดอ่านหรอกเเค่อยากเขียนไว้ให้กับตัวเองช่วงนี้ฉันเหงามากๆไม่มีอะไรทำเเถมสมุดเล่มนี้ก็น่ารักดีด้วยไม่ควรปล่อยไว้ให้โล่งฉันขอตั้งชื่อสมุดเล่มนี้ว่่าไดอารี่ของหลี่เอินฉันเป็นลูกสาวคนคุณนายหลี่อันฉีม๊าของฉันเป็นคนขายผักขายปลาอยู่ในตลาดเธอได้เเต่งงานกับป๊าเเต่ป๊าไม่ได้มีภรรยาคนเดียวเธอเเต่งเข้ามาเป็นเมียคนที่สองส่วนภรรยาคนเเรกคือคุณสวีหนิงเหมยเธอคนนี้ฉันไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่เพราะเธอชอบว่าร้ายฉันกับม๊าตลอดตั้งเเต่ฉันเกิดขึ้นมาดูโลกม๊าของฉันเป็นคนใจเย็นมากๆเเม้จะถูกว่าร้ายก็ยังหูทวนลมเเละเหมือนการกระทำดังกล่าวจะไปทำให้คุณนายสวีโกรธเอามากๆเธอจะเก็บกลั้นมันเอาไว้เฉพาะตอนที่อยู่ต่อหน้าป๊าเเต่พอลััััััับตาก็จะใช้คำหยาบคายว่าหาม๊าฉันเรื่องจะเขียนวันนี้มีเท่านี้เเหละนอนก่อนดีีีีีกว่าวันพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน’
ข้อหยุดเพียงเท่านั้น โมซีย์เลยเปิดไปยังหน้าสุดท้าย เพราะมันเยอะจะให้อ่านหมดในวันเดียวคงไม่ไหว
‘ปีนี้ฉันอายุสิบเก้าเเล้วฉันคิดว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้เขียนเรื่องวุ่นๆลงในสมุดเล่มนี้เพราะชะตาชีวิตฉันต่อจากนี้คงเหมือนนกไม่สิคงเหมือนหงส์ที่ถูกหักปีกทิ้งฉันคิดมาตลอดว่าหากฉันเก้าพ้นสิบเเปดฉันจะได้เป็นอิสระเลือกในสิ่งที่ชอบเเต่ตอนนี้เข้าใจเเล้วว่าฉันไม่มีสิทธิ์มีเพียงเเค่สิทธิ์ที่เกิดมาลืมตาดูโลกชีวิตฉันหลังจากนี้คงเปลี่ยนไปมากเพราะฉันกำลัััังจะเเต่่่่งงานกัับชายที่ไม่รู้จักหน้าตาก็ไม่เคยเห็นเราต้องเเต่่่งงานกันเพียงเพราะว่าป๊าของฉันต้องการให้ลูกสาวบ้านสวีไปใช้นามสกุลเฉินสักคนฉันพยายามต่อต้านเเต่ก็เปล่าประโยชน์เหมือนเสียงเรียกข้อความเห็นใจจะไม่ดังพอเเต่ฉัน..’
เนื้อหาถูกตัดจบไปทิ้งไว้เพียงรอยนํ้าตาตรงข้อความท้ายสุดของบรรทัด โมซีย์ปิดสมุดเล่มนั้น มันเป็นอย่างที่เธอคิดไว้จริง ๆ ด้วย พวกเขาทั้งสองไม่ได้รักกันเเต่เเต่งงานกันด้วยเหตุผลโง่ ๆ ของพวกผู้ใหญ่บัดซบ ตลอดที่อ่านมาโมซีย์สั่นไหวในใจเล็กน้อย เพราะเองก็ไม่ต่างจากเธอคนนี้ จะต่างก็เพียงเเค่มีพ่อเเม่ให้เห็น
ส่วนเธอนั้นไม่เคยเห็นเเละไม่รู้ชื่อของพ่อเเม่ โมซีย์รู้เพียงเเค่รู้เองเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า อายุได้เจ็ดขวบเธอถูกนำตัวเข้าไปอยู่ในองค์กรนักฆ่าโดยอยู่ในความดูเเลของ‘วีม่อน’ เขาเลี้ยงเธอราวกับลูกฝึกสอนเธอทุกอย่าง เธอก็คิดว่าเขาเป็นพ่อท้ายสุดความจริงก็ได้กระจ่างเขามองเธอเป็นเพียงเครื่องมือ ชีวิตเธอถูกตีไปด้วยกรอบอยากหลุดพ้นก็เจออดีตที่ฉุดดึงเเละความเป็นจริงที่กลืนกินอย่างกระหาย
เมื่อนึกไปหัวใจได้เจ็บจี๊ดขึ้นมา เเต่นั่นมันก็เป็นเพียงความเจ็บปวดเพียงกระจิด มันคงเปรียบเทียบไม่กลับความเจ็บปวดที่ถูกหักหลัง นั่งเมอลอยนึกถึงอดีตอยู่นั้นจู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามา ชายผู้เป็นสามีเเบบไม่ได้ตั้งใจ
“ไปทานข้าวกันเถอะ เเม่บ้านเตรียมอาหารเรียบร้อยเเล้ว”
เธอวาดยิ้มส่งให้ “ค่ะ เดี๋ยวตามลงไป”
“…” ไม่พูดต่อเขาหันหลังเดินออกจากห้องลงไปชั้นล่าง
โมซีย์วางสมุดเล่มนั้นลงเธอมองตัวเองในกระจก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เเล้วปล่อยออกมาช้า ๆ หลังจากนี้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น เเต่เธอจะดูเเลร่างนี้ให้ดีที่สุดเเละจะใช้ร่างนี้ทำสิ่งที่ปรารถนาอยู่ ไม่ยอมใครมากดขี่ข่มเหงอีกครั้ง
“ฉันสัญญาด้วยจิตวิญญาณของนักฆ่า”
‘หลี่ เอิน’ ในวิญญาณร่างใหม่เดินลงมาชั้นล่าง เลี้ยวเข้าห้องท่านอาหาร มีจานอาหารหลายอย่างรายเรียงอยู่เต็มไปหมด น่าเสียดายที่ผู้กินมีเพียงสองคน เมื่อมาถึงเเม่บ้านคนอวบ ๆ ทำการถอยเก้าอี้ให้เธอนั่ง ตักข้าวสวยร้อน ๆ ส่งให้ หลี่เอินจับตะเกียบขึ้นมา เธอกลอกมองอาหารทุกจานบนโต๊ะ มีเเต่ของอร่อย ๆ ไม่รู้จะเริ่มที่จานไหนก่อนดี
เเต่เเล้วหมูเเช่นํ้าซอสเข้มข้นก็ถูกส่งมาในถ้วยข้าวเธอ หลี่เอินเงยหน้าสบมองใบหน้านิ่งเรียงของอีกฝ่าย เขาไม่ตอบอะไรเเล้วก้มหน้าลงกินข้าว หลี่เอินพยักหน้าขอบคุณเเม้เขาจะไม่สนใจก็ตาม เธอคีบหมู่เเช่นํ้าซอสฉํ่า ๆ กับข้าวสวยเข้าปาก เข้ากันดีจนพูดไม่ถูก ทว่าน่าเสียดายบทโต๊ะอาหารกับเงียบกริบมีเพียงเสียงกินข้าว
น่าเสียดายจริง ๆ น่าจะมีบทสนทนาสักหน่อย
TBC…
ตอนที่ 65‘บทสรุป’“ดูเเลฉันจากระยะไกลก็พอ” พูดจบเอินใช้ความมืดกำบังตนเดินหายเข้าไปยังอีกห้องหนึ่งตามคำบอกของไป๋ฮุ่ง เธอเดินไปตามคำบอกของคนในสายสื่อสารเรื่อย ๆ กระทั่งถึงจุดหนึ่ง หญิงสาวชะลอความเร็วของฝีเท้าลง เสียงพูดคุยอู้อี้ดังลอดผ่านรอยเเยกของประตู เธอขยับเข้าไปใกล้จ้องมองลอดเข้าไปจนถึงด้านใน เห็นเร็กซี่นั่งพิงกำเเพง โดยสองเเม่ลูกยืนเฝ้าไม่ห่าง ทว่าความมืดกำบังเธอไม่มิด ทำให้สัตว์เห็นตัวเข้า สัมผัสของปลายกระบอกปืนเเนบวางลงที่ศรีษะ เอินรีบยกมือขึ้นช้า ๆ “ดีมากสาวน้อย ร้ายนักนะ ลุกขึ้น” ผิงผิงสั่งเสียงเหี้ยมเอินไม่มีทางเลือกยอมทำตามเเต่โดยดี เธอถูกพาตัวเข้าไปในห้องที่มีสองเเม่ลูกอยู่ด้วย ผิงผิงทำการล็อคประตู หนทางเดียวที่จะรอดถูกปิดระงับ“ไหนลองพูดมาสิ ว่าพากันมากี่คน” ผิงผิงถามพร้อมจ่อปืนใส่เอิน กะว่าอีกฝ่ายคิดโกหกเธอจะลั่นไกใส่ทันที“ฉันมาคนเดียว” เอินยืนกรานหนักเเน่น“ยิงมันเลยผิงผิง ยิงมันตอนที่ยังมีโอกาส” หนิงเหมยยั่วยุ“หุบปากสักทีเถอะ! ฉันรำคาญเธอจะเเย่อยู่เเล้ว” ผิงผิงหันไปตะคอกเสียงดังใส่ ทำให้หนิงเหมยหน้าเสีย“นี่เธอว่าฉันเหรอ” “ใช่! ทุก ๆ อย่างที่มันพังก็เพราะเเกนั่น
ตอนที่ 64‘งานเลี้ยงที่มีเเค่เรา’วันที่นัดหมายเดินทางมาถึง เอินเเต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสุดเดรสสีไข่มุขสวย ผมยาวปะบ่าถูกมัดรวบเป็นช่อบัว ใบหน้าเเต้มเเต่งเครื่องประทิน พรมกายดวยนํ้าหอมใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเธอก็เข้าที่ก่อนจะขึ้นรถซีฮันได้มอบเครื่องสื่อสารให้เธอ เอินติดเครื่องสื่อสารไว้ที่หูในทันที ด้วยความที่เจ้าเครื่องนี้มันเล็กมากหากไม่สังเกตดี ๆ คงไม่เห็น เขากวาดสายตามองเธอตั้งเเต่หัวจรดเท้าเเล้วพูดขึ้นว่า..“เธอสวยมาก”“ค่ะ” เอินตอบยิ้ม ๆ เเล้วมุดตัวขึ้นรถโดยมีไป๋ฮุ่งเป็นคนขับ“ระวังตัวด้วยนะ สักพักพวกฉันจะตามไป”“…” เอินพยักหน้ารับ ๆ รถหรูได้เคลื่อนตัวออกจากเขตบ้านเฉิน ขึ้นถนนสายหลักเดินทางไปตามจีพีเอส ระหว่างที่รออยู่นั้นผิงผิงได้ใช้ไอดีของเร็กซี่ทักหาเธอตลอดทาง เอินพิมพ์ตอบไปเเค่ไม่กี่คำก่อนจะปิดมือถือเเละเก็บมันลง เธอตั้งข้อศอกกับขอบกระจกรถเกยคางบนหลังมือมองลอดผ่านกระจกไปยังข้างนอก นัยน์ตาสะท้อนภาพท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อมสีม่วง ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลับลงภูเขาลูกใหญ่ เเสงของดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏ เวลาเดินไวกว่าที่เธอคิด เพียงเเค่ไม่นานก็จะคํ่าเเล้ว เธอถอนหายใจเเผ่วเบา เเละในที
ตอนที่ 63‘คำร้องขอ’เอินขับรถออกจากบ้านสวี เเล่นไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถประจำ เเละรถจักรยาน ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงตามเวลา เธอขับรถด้วยความเร็วเอื่อย ๆ พลางสอดสายตามองไปยังนอกรถ ในหัวโล่งโจ่งไม่มีอะไรเลยเสมือนเท้าเธอที่เหยียบรถให้ไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย สุดท้ายเธอก็มาหยุดรถอยู่ที่หน้าซอกตึก สถานที่ที่เธอไม่ควรมา เอินลงจากรถปิดประตูอย่างเบามือ เธอก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าภาพของจินกงถูกมัดเเละตัดอวัยวะชัดฉายเหมือนภาพช็อต เสียงโหยหวนดังอื้อในโสตประสาทการได้ยิน ทุกอณูคำชัดก้อง เธอหยุดสองเท้าหน้าประตูบ้านของคน ๆ หนึ่ง บ้านที่เธอไม่ควรมาอย่างยิ่งหญิงสาวยืนกํ่ากึ่งหน้าประตู เธอจ้องมันอยู่พักหนึ่งเเล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิล กลไกลความปลอดภัยถูกทำลายทิ้งจนหมดคราบ เเค่บิดเบา ๆ ประตูก็เปิดออกเเล้ว เธออ้าบานประตูจนสุดเเสงไฟกิ่งดวงน้อยสาดกระทบเเผ่นหลังสะท้อนเงาฉายบนพื้นบ้าน เงาดำขยับพร้อมร่างต้นกลืนเข้าไปในความมืดเอินต้องล้วงเอามือถือเปิดโหมดไฟฉาย เธอกวาดไฟฉายไปรอบ ๆ รอยเลือดบาง ๆ ฝั่งลึกบนพื้น เอินไม่พูดอะไรเเค่มองดูคราบเลือดก่อนจะละสายตา เเละหมุนตัวจะเดินออกไป ทว่าไม่ท้นพ้นขอบประตูโทรศัพ
ตอนที่ 62‘ความจริงจากปากป๊า’ห่างหายไปนานพอกลับมาสิ่งเเรกที่เอินทำ คือเดินทางกลับไปยังบ้านของตน ในขณะเดียวกันเอินก็ได้ทราบข่าวจากปากคนใช้ในบ้านสวีอีกว่าคุณนายสวีได้ย้ายออกไปกับลูกชาย…ไปที่ไหนสักที่หนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ละทิ้งลูกชายกับสามีไว้ เอินยืนอยู่กลางบ้านหลังใหญ่ตกเเต่งจีนล้วน ทว่ามันกลับเงียบสงัด เอินพอจะเดาได้ว่าคุณนายสวีไปที่ไหน เเต่ตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่ใช่ เธอต้องการคุยกับป๊ามากกว่า เอินเดินขึ้นบรรไดตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เธอถามคนใช้ที่กวาดถูเเถวนั้นจึงรู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหนในเวลานี้ เอินเคาะประตูสามครั้งจึงจะเปิดเข้าไป พ่อของเขาครั้งล่าสุดที่เจอกันคือชายที่ล้มป่วยติดเตียงด้วยโรคประจำตัว ทว่าตอนนี้พ่อของเธอกลับดูดีขึ้น ร่างกายกลับมาดีอย่างน่าอัศจรรย์ สวีหยางอันวางปากกาหลังเห็นลูกชายของภรรยาคนรอง เขาลุกขึ้นเเล้วเดินมาหาเธอ เขาฉีกยิ้มดวงตากวาดมองลูกสาว ก่อนดึงร่างระหงเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึงมหาศาลผละออก สวีหยางอันปัดเส้นผมบนหน้าลูกสาวพลางถามว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่าป๊าเป็นห่วงเรามาก” เอินผลิยิ้มอ่อน “มีเรื่องต้องทำนิดหน่อยค่ะ” “งั้นเหรอ ป๊าเองก็มีเรื่องให้ทำเหมือนกัน
ตอนที่ 61‘การกลับมาของหลี่เอิน’นับเป็นเช้าที่เสียงดังยิ่ง พื้นบ้านสนั่นหวั่นสร้างความสงสัยให้เฉินซีซึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องไม่น้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้อง ถึงได้รู้ว่าเหตุฉะไนพื้นบ้านถึงสนั่นราวกับเเผ่นดินไหว นั่นเป็นเพราะการปรากฏของคนคนหนึ่งน่าอัศจรรย์“เอิน” เขาเบิกตาโตกลมมองร่างระหงที่กำลังใกล้เขามาเรื่อย ๆ ใบหน้าของนิ่งเรียบราวกับนํ้าเย็นเฉียบปลายเท้าหยุดกึกตรงหน้าชายหนุ่ม หัวใจอันเเข็งกร้าวมองเขาอย่างไม่รู้สึกใด ๆ เว้นเเต่เฉินซีฮันที่จู่ ๆ ก็สืบเท้าเข้าคว้าเเขนเธอเข้าไปให้อ้อมอกเเกร่งเเล้วผละออกพร้อมกับถามไถ่เธอว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่า-”“ฉันมาเเค่เเป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปเเล้ว” เธอตัดบทเเละไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ย เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ“มีอะไรที่ฉัน-”“ขอตัวก่อนค่ะ” เอินยิ้มอ่อน ๆ ปัดมือเขาลงจากเเขน เเล้วเดินผ่านเขาไปราวกับอากาศ ทันทีที่ปลายพ้นตัวชายหนุ่ม หญิงสาวผมสั้นเท่าติ่งหูก็วิ่งพรวดเข้ามาสวมกอดเธอทั้งนํ้าตา มุดหน้าเข้ากับอ้อมอก เอินผลิยิ้มก่อนยกมือขึ้นลูบไล้กลุ่มผมสีดำของฟางหรง หญิงสาวสะอื้นไห้พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคุณหนูของตน เเละเอ่ยถามด
ตอนที่ 60‘ห้วงฝันที่เเหลกสลาย’คำเตือน - เนื้อหาในตอนนี้มีการกล่าวถึงการตัดอวัยวะเเบบโจ่งเเจ้งการจูบของจินกงส่งผลให้หญิงสาวนอนไม่หลับจนถึงเช้า เธอลงมาจากห้องนอนเเต่เช้าพบว่าเร็กซี่กำลังยืนทำบางสิ่งอยู่ในครัว เอินเลยเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย ถึงได้รู้ว่านั่นชงชาร้อนอยู่ด้วย ด้วยผงที่เธอนำมาสกัดเอง“อรุณสวัสดิ์” เธอเอ่ยทักด้วยประโยคเดิมอีกครั้ง“อื้อ เธอชาอยู่เหรอ”“ใช่เเล้ว นอนไม่หลับใช่ไหม”เอินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาท์เตอร์ครัว “อื้อ นอนไม่ค่อยหลับเลย”“เหมือนกัน ฉันเลยหนีลงมาชงชานี่ไง”“เเล้วกินช้าเข้าไป จะช่วยให้หลับได้เหรอ”“จริง ๆ ชาที่ทำมีดอกคาร์โมมายอยู่ด้วยน่ะ มันจะช่วยผ่อนคลายนะ” เอินพนักหน้าเข้าใจนั่งดูเร็กซี่ชงชาไปเพลิน ๆ ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้จิบขาของเร็กซี่ มันทั้งหอมรสชาติดีเเละผ่านคลายจากไอหอมของดอกคาร์โมมาย เมื่อจิบเข้าไปจะรู้สึกมันทีที่ว่ามันชวยเเค่ไหนทั้งความอุ่นเเละหอม“จริงสิ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เร็กซี่หันมาถาม “เอินทะเลาะอะไรกับจินกงเหรอ หมอนั่นเพิ่งออกไปเมื่อกี้เลย”“ไม่ได้ทะเลาะ เเค่มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”“นิดหน่อยจริงเหรอ เเต่สีหน้าหมอนั่นดูไ
ตอนที่ 54‘ปาร์ตี้เนื้อย่าง’ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์บาดเเผลตรงหน้าท้องเริ่มสมานกัน เฉกเช่นความรู้สึกของเอินที่สูญเสียไปให้กับเรื่องบ้า ๆ เธออาศัยอยู่บ้านไม้ในป่าลึกกับเร็กซี่ ทั้งสองอยู่ด้วยกันเพียงเวลาสั้น ๆ เเต่ความสนิทสนมกลับไวกว่าเวลา เพราะความเหมือนกันเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงความสนิท“วันนี้เราจะทำปาร์ต
‘เฉินซีฮันถูกทำร้ายอีกครั้ง’ชีวิตของเฉินซีฮันสำคัญมากในเวลานี้ ถึงเเม้ตำเเหน่งผู้นำยังตกไม่ถึงตัว เเต่พวกปองร้ายยังคงทำหน้าที่ขจัดเขา ไม่ว่ามองไปทางไหนลูกชายคนเล็กสุดเเซ่เฉินก็มีเเต่เรื่องชวนพรากลมหายใจ ทำให้ผู้นำคนปัจจุบันต้องสั่งเด็ดขาด เฉินซีฮันชอบอิสระ เขาไม่ชอบให้ใครมาติดตามคอยดูเเลเหมืิอนไข
‘ลูกคุณนายหลี่’จินกงกลืนนํ้าลายดังอึก ยืนตัวเเข็งทื่อกลางป้อมปราการเเสนปลอดภัยของตน ทว่าบัดนี้มันกลับไม่ปลอดภัยเเล้ว เพราะมีหนูหลุดเข้ามาได้ เเถมยังเป็นผู้หญิงตัวเล็ก เเต่ถึงจะเล็กเธอคงมีอะไรมากกว่านั้น ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามปีจ้องเธอเขม็ง ถึงหน้าจะนิ่งทว่ามือกับสั่นเทาหยาดเหงื่อก่อตัวตามกรอบหน้า เห
‘ข้อสงสัยที่ไม่ได้คำตอบ’ตกลงกับว่าพี่สะใภ้ไว้ ทำให้เเพลนวันนี้มีเรื่องให้ออกมาข้างนอก เเต่ก็ดีเหมือนกันเพราะจะได้พบอะไรใหม่ ๆ บ้าง การที่ชีวิตได้ออกจาพื้นที่เเคบ ๆ ก็ทำให้มีสีสันเล็กน้อย เเละจุดที่เธอเลือกให้เเก่อลิซคือ ถนนหนานจิงหรือนานจิงเป็นย่านช็อปปิ้งเก่าเเก่ เเละใหญ่ที่สุดในเซียงไฮ้ ครอบคลุม







