Share

ตอนที่ 10

last update publish date: 2026-10-18 11:30:35

มื้อเช้าวันนั้นนางได้เห็นหวังโต้วกับหวังฮวาชัดๆ เป็นครั้งแรก เด็กทั้งสองคนขี้กลัวราวกับกระต่ายที่พร้อมกระโดดหนีขอเพียงนางพูดเสียงดังหน่อย เสิ่นจือหยิบตะเกียบขณะเด็กสองคนกลืนน้ำลายไม่กล้าขยับ หวังโต้วเจ็ดขวบรู้ความแล้วช่วยงานในบ้านได้แล้วเพียงแต่ผอมไปหน่อย หวังฮวาห้าขวบแต่ก็นับว่าเป็นเด็กดี ทั้งสองเป็นเด็กน่ารักว่านอนสอนง่ายยิ่ง

“สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว ข้าวขาว เนื้อตุ๋น” หวังต้ากลืนน้ำลาย

“จะกินไม่กิน” เสิ่นจือคีบเนื้อให้หวังต้า “กินแล้วก็รีบๆ หาย หาไม่ใครจะลงนา นางคีบเนื้อให้พี่สะใภ้ใหญ่ “กินอิ่มยังต้องไปดูว่าบ้านท่านพังแล้วจะซ่อมอย่างไร” กล่าวจบก็คีบเนื้อให้เด็กทั้งสองคน ทั้งหมดยังนั่งนิ่งราวกับยังเรียบเรียงเรื่องราวไม่ทัน “ยังไม่รีบกินอีก!”

ทั้งโต๊ะสะดุ้งเฮือกรีบหยิบตะเกียบขึ้นมากินอย่างมูมมาม เสิ่นจือรู้สึกขบขันแต่หัวเราะไม่ออก นิสัยเสียๆ ของเจ้าของร่างเดิมทำให้แม้แต่คนใกล้ตัวยังรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความจริง นางคีบเนื้อตุ๋นเข้าปากพบว่าฝีมือลั่วซื่อไม่เลวจริงๆ

กับข้าวเกลี้ยงจานแม้แต่น้ำยังถูกนำมาคลุกข้าวขาว เสียงเรอของหวังโต้วทำให้ทุกคนสะดุ้งอีกครั้ง เสิ่นจือกลั้นยิ้มทำเป็นไม่ได้ยิน ยิ่งเห็นเด็กน้อยหน้าแดงลามไปถึงใบหูนางก็ยิ่งหัวเราะไม่ได้เด็ดขาด เห็นชัดว่าพวกเขาไม่ได้กินจนอิ่มขนาดนี้มานานแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสะท้อนใจ “เอาละกินอิ่มแล้วใครจะล้างจาน”

“ข้าเอง” ลั่วซื่อลุกขึ้น

“ไม่ได้ พี่สะใภ้ใหญ่ท่านต้องกลับไปดูบ้านกับข้า ของมีค่าเก็บกลับมาไว้ที่นี่ก่อนหาไม่คงได้หายไปแน่” นางมองหวังโต้วกับหวังฮวา “พวกเจ้าโตกันแล้ว รู้ว่าต้องช่วยงานพ่อกับแม่ของเจ้า ข้าจะออกไปช่วยแม่เจ้าดูว่าเมื่อคืนมีอะไรพังบ้าง เจ้าสองคนคนหนึ่งดูแลพ่อของพวกเจ้า คนหนึ่งล้างจานตกลงหรือไม่”

เด็กสองคนมองมารดาจากนั้นพยักหน้า “ข้าล้างจานได้ขอรับที่บ้านข้าก็ทำ”

“ดีมากเช่นนั้นให้ฮวาฮวาดูแลพ่อ”

“เจ้าค่ะท่านอา”

มองเด็กน้อยไร้เดียงสาเรียกนางว่าท่านอาอย่างเชื่อฟัง เสิ่นจือยั้งมือไม่ให้ยื่นออกไปลูบแก้มใสๆ นั่น นางกระแอมกลบเกลื่อนจากนั้นลุกขึ้น “พี่สะใภ้ใหญ่ไปกันเถิด”

คานบ้านพังลงมาทับข้าวของ ของในบ้านเปียกฝนเสียหายมากกว่าครึ่ง ยังดีที่เสบียงถูกคลุมเอาไว้มิดชิด แม้มีส่วนที่ถูกน้ำฝนจนเปียกแต่วันนี้อากาศแจ่มใส นำทุกอย่างออกมาตากกลางลานบ้านก็น่าจะยังใช้ได้

ช่วงสายหวังเอ้อร์กลับมาจากลงนาจึงมาช่วยเก็บกวาดข้าวของ ทุกคนเห็นตรงกันว่าซ่อมแซมคงใช้เวลา ข้าวของต้องขนไปเก็บไว้ที่ห้องว่างอีกห้องในบ้านของเสิ่นจือ ดังนั้นหวังต้ากับครอบครัวจึงต้องอาศัยบ้านของนางชั่วคราวจนกว่าจะซ่อมบ้านเสร็จ

คืนนั้นสองสามีภรรยาแอบปรึกษากันกลางดึกแต่นางก็ยังได้ ฟังว่าพี่สะใภ้ใหญ่กลับบ้านเดิมไปเพื่อขอหยิบยืมเงินมาซ่อมบ้าน ทางบ้านเดิมของนางไม่เพียงปฏิเสธแต่ยังด่าทอนางว่าไร้ยางอาย ทั้งบ้านหวังต้ามีเงินเพียงสองตำลึงที่นางเพิ่งคืนให้ครั้งก่อน ซ่อมบ้านต้องใช้เงินอย่างต่ำยี่สิบตำลึงดังนั้นหวังต้าจึงถอนหายใจออกมาด้วยความสิ้นหวัง

“ไม่เช่นนั้นพวกเราขึ้นเขาตัดไม้มาซ่อมแบบลวกๆ พออยู่ได้กันไปก่อน เก็บเกี่ยวเสร็จค่อยเอาข้าวที่ได้ไปขาย ได้เงินมาค่อยซ่อมบ้านให้มั่นคงแข็งแรง”

เสิ่นจือหลับตาลงพร้อมกับถอนหายใจ บ้านหลังนี้แข็งแรงทนทานเพราะบิดาของนางสะสมเงินสร้างใหม่ตอนที่พี่ชายทั้งสองคนแยกบ้านออกไป ดังนั้นจะว่าโชคดีก็ใช่เพราะนางไม่ต้องกังวลเรื่องบ้านอย่างพี่ชายทั้งสองคน

“ท่านพี่มิสู้พวกเราขอร้องอาจือ...”

“ไม่ได้เด็ดขาด!” หวังต้าปฏิเสธ “เงินไม่ใช่น้อยๆ นางเป็นสตรีตัวคนเดียวทั้งยังเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา เงินที่นางมีก็ไม่รู้กี่มากน้อย เพียงพอที่ใช้ประทังชีวิตหรือไม่ข้าเองก็ไม่รู้ นางคืนเงินพวกเรามาแล้วเหลือเท่าไรข้าเองยังไม่กล้าถาม ตอนนี้นางให้พวกเราเข้ามาอาศัยทั้งข้าวปลาก็เป็นส่วนของนาง มากกว่านี้ข้าจะกล้าไปรบกวนนางได้อย่างไร ไม่ได้ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด”

เสิ่นจือยิ้มทั้งที่หลับตา “เกิดใหม่ทั้งทีข้ากลับได้พี่ชายโง่งมมาทีเดียวถึงสองคน แต่ข้ากลับชอบที่พวกเขาโง่เสียนี่” นางพึมพำก่อนจะผล็อยหลับไป

เช้าวันต่อมาหญิงสาวยังคงบังคับให้ลั่วซื่อหุงข้าวขาวเหมือนเดิม “น้องอาจือข้าวขาวพวกนี้เจ้าเก็บเอาไว้กินเองดีกว่า พวกเรากินเพียงโจ๊กก็พอ เมื่อวานเจ้าทั้งจ่ายเงินค่าหมอ ทั้งออกเงินซื้อปลาจากท่านลุงเฉินมาทำน้ำแกงให้ท่านพี่ เพียงเท่านี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว”

“ใครบอกข้าให้เขากินคนเดียว เป็นข้าที่อยากกินต่างหาก วันนี้ปลาที่เหลือมิสู้ท่านทำน้ำแกงเผ็ดให้ข้า” นางกล่าวพร้อมกับแบกตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นหลัง

“นั่นเจ้าจะไปไหน”

“ขึ้นเขา” ไม่พูดเปล่านางออกเดินทันที “ไม่ต้องห่วงข้าจะไปเก็บผักป่าเท่านั้นไม่ได้เข้าไปในป่าลึก ข้าจะกลับมาก่อนพลบค่ำ หากท่านว่างก็ทำมื้อเย็นรอได้เลยไม่ต้องรอข้ากลับมาตัดสินใจ”

นางไม่ได้พูดเล่นนางอยากออกไปเก็บผักป่าจริงๆ ครั้งก่อนเดินไปได้ไม่ลึกเพราะยังไม่คุ้นทาง ตอนนี้พอเดาได้คร่าวๆ แล้วว่าตรงไหนไปได้ไม่ได้ ในใจขอให้นางโชคดีอย่างที่ร้องขอกับไป๋อู๋ฉางสักครา ไม่ได้ผักป่าก็อาจจะโชคดีได้อย่างอื่น

ตอนกำลังเดินขึ้นเขาในใจก็ครุ่นคิดเรื่องซ่อมบ้านของผู้เป็นพี่ชาย นางมีเงินเหลือไม่ถึงยี่สิบตำลึงแล้ว กว่าจะเก็บเกี่ยวก็อีกนานตอนนี้ต้องคิดหาวิธี อีกอย่างหลังเก็บเกี่ยวก็จะเข้าสู่ฤดูหนาว เงินเท่านั้นจะไปพออะไร นางไม่ได้อยากขายผลผลิตเพื่อประทังชีวิตอย่างเดียว หากพอมีลู่ทางอื่นก็นับว่าดีกว่านั่งรอให้เงินที่มีอยู่ค่อยๆ หมดลง

ตอนเดินไปจนถึงสามแยก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...ขาอยากเลี้ยวซ้าย แต่ใจกลับอยากเลี้ยวขวา เสิ่นจือหัวเราะกับตัวเองจากนั้นตัดสินใจเลี้ยวขวา กระทั่งพบว่า...นางเดินเข้าไปในช่องเขาที่มีเพียงหินผาสูงชัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 23

    “อืมข้าได้ยินแล้ว” เดาว่าเขาเองก็คงเหมือนคนตระกูลหยาง หากทำงานก็จะได้เสบียงเพื่อให้ผ่านพ้นหน้าหนาว “ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ ข้าเพิ่งกลับมาถึงอยากรีบกลับบ้าน”“ข้า...”“ข้าก็นึกว่าใครมารั้งคนเอาไว้กลางถนนที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง ทำไมหรือตอนนี้เสียใจแล้วหรือที่เลือกหย่ากับพี่อวี้” ทายสิว่านั่นเสียงใคร...เสิ่นจือกลอกตาหันไปมองเสิ่นหูอีกฝ่ายเดินเข้ามาจากนั้นก็เข้ามาแทรกกลางระหว่างนางกับหลิวอวี้ เสิ่นหูก้มลงไปยิ้มให้อาจู ไม่ลืมที่จะแสดงความสนิทสนมด้วยการดึงมืออีกฝ่ายมากุมเอาไว้ “ไม่รีบกลับบ้านมารั้งคนเขาเอาไว้กลางถนน เสิ่นจือเจ้าไม่รู้จักอายบ้างหรือ”เสิ่นจือหัวเราะออกมา “ข้าหรือที่ต้องอาย ไม่ใช่ข้าหรอกหรือที่ต้องถามเจ้า เจ้าไม่อายหรือที่อยู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามาแทรกตอนคนเขากำลังสนทนา มารยาทเจ้าพอจะรู้จักหรือไม่”“เสิ่นจือเจ้ากล้าด่าข้าหรือ?”“ด่าคนเหตุใดต้องใช้ความกล้า ข้าว่านะเสิ่นหูสมองน่ะหัดบำรุงเสียบ้างก็ได้ ไม่ชอบใครก็อยู่ให้ห่างเอาไว้ไม่ใช่ยื่นหน้าเข้ามาให้คนเขาด่า ฉลาดบ้างจะได้ไม่โง่อย่างไรก็โง่อย่างนั้น อ้อข้าลืมไปเจ้าไม่เคยฉลาด ข้าสนทนากับผู้ใดก็เรื่องของข้า จะหึงหวงจะอิจฉาก็เก็บอา

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 22

    “เจรจาการค้า?” เสียงสตรีดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าสงสัย สตรีผู้นี้อายุราวๆ สามสิบน่าจะเป็นเจ้าของร้าน “เจ้าเข้ามาก่อนสิ”เสิ่นจือเดินตามเข้าไปยังหลังร้านจากนั้นมองไปรอบๆ กลิ่นหอมของเครื่องประทินผิวรมจนนางแสบจมูก ตอนเด็กในร้านยกชามาให้นางยิ้มกล่าวขอบคุณด้วยความเคยชิน ท่าทางสุภาพของนางทำให้สตรีนางนั้นยิ้มกว้าง “ข้าแซ่ฝาน เรียกข้าว่าเถ้าแก่ฝานก็ได้”“เถ้าแก่ฝานข้าแซ่เสิ่น ท่านเรียกข้าว่าจือจือก็ได้”“แม่นางจือจือมีเรื่องใดเจรจาหรือ”เสิ่นจือปลดตะกร้าบนหลังจากนั้นหยิบสบู่นมแพะออกมาเพียงก้อนเดียว “ข้ามาเพราะเจ้านี่” เถ้าแก่ฝานรับไปจากนั้นพลิกไปมา นอกจากนั้นนางยังดมกลิ่นแล้วเลิกคิ้ว เสิ่นจือยิ้ม “นี่คือสบู่นมแพะ”“สบู่นมแพะ?”“ใช่แล้ว เป็นสบู่สำหรับความงามโดยเฉพาะ ได้ทั้งอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างมือ เป็นสบู่ที่ใช้ได้ทั้งกับผิวหน้า ทั้งทำความสะอาดผิวช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ท่านลองล้างมือดูสักรอบจะได้เข้าใจในสิ่งที่ข้าบอก”“นำอ่างล้างมือเข้ามา” เถ้าแก่ฝานบอกเด็กดูแลร้าน ตอนที่นางล้างมือเสร็จก็ยกมือขึ้นดม คิ้วเรียวเลิกขึ้น “หอม ยิ่งเกิดฟองก็ยิ่งหอม” ตอนเช็ดมือนางลูบมือของตัวเองด้วยรอยยิ้ม “นุ่

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 21

    “แล้วนี่เจ้าไม่ซื้อเนื้อแต่ซื้อกลับมาแค่มันหมู เจ้าจะเอาไปทำอะไร”“ข้าจะทำสบู่”“สบู่??”“ทำออกมาแล้วพวกท่านก็รู้เอง ข้าชอบอาบน้ำไม่มีสบู่ข้าไม่สบายตัว” นางกล่าวจากนั้นตัดบทไม่ยอมให้ใครถามอะไรอีก “จริงสิพี่ใหญ่ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่ามีวัวบ้านไหนที่ยังให้นมลูกวัว แพะก็ได้ ข้าอยากได้นมวัวไม่ก็นมแพะ ไม่เยอะหรอกสองสามถ้วย”หวังต้าแม้ไม่เข้าใจแต่ก็นึก “มีนะ ท่านยายหลิวบ้านที่อยู่ฝั่งตะวันออก”“ท่านพอจะไปขอซื้อมาให้ข้าสักสองสามถ้วยได้หรือไม่ เงินข้าออกเอง”“ได้สิ พรุ่งนี้เช้าจะไปซื้อให้เจ้าแต่เช้า”คืนนั้นนางเตรียมน้ำด่างเอาไว้ด้วยการนำขี้เถ้ามาผสมน้ำกรองจนสะอาดจากนั้นพักเอาไว้ รอตอนเช้าค่อยเจียวมันหมูเอาน้ำมันออกมากรอง ง่วนอยู่คนเดียวไม่สนทนาไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยจนเกือบพลบค่ำ ในที่สุดก็ได้สบู่นมแพะออกมากระบอกไม้ไผ่ที่นำมาทำเป็นแม่พิมพ์ถูกผ่าออก สบู่หอมนมแพะสี่กระบอกแรกถูกนำออกมาตัดเป็นก้อนเล็กๆ เสิ่นจือประคองมันเอาไว้ด้วยสองมือขอบตาร้อนผ่าว นางรู้สึกอยากจะร้องไห้จริงๆ นะ วิธีการแม้ไม่ซับซ้อนแต่เพราะที่นี่คือยุคที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก กว่าจะได้สบู่พวกนี้ออกมานางแทบหมดแรง...“ท่านอา?” หวั

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 20

    สิบหกคน?! เสิ่นจือนึกถึงสตรีเหล่านั้นที่นางพบเมื่อวาน“มีบุรุษสามคน ที่เหลือล้วนเป็นสตรีม่าย ฟังว่าสามีล้วนสิ้นใจในสนามรบ ทายาทที่พอจะพึ่งพาได้เหลือรอดมาได้มีคนเดียว อีกสองคนเด็กเกินไปจึงได้รับการละเว้น ได้ยินหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวว่าแซ่หยาง”“หรือจะเป็น...หยางกั๋วกง?!”“ท่านรู้จักหรือพี่ใหญ่”“เคยได้ยินชื่อ หยางกั๋วกงมิใช่ว่ามีความดีความชอบหรอกหรือ ตอนข้ามาถึงที่หมู่บ้านใหม่ๆ ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าสงครามประชิดชายแดน หยางกั๋วกงนี่ละเป็นคนยึดป้อมกลับมาได้ ชะตาคนเราช่างน่าประหลาด รุ่งโรจน์สุดขีดกลับตกต่ำจนชีวิตก็ไม่อาจรักษา หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวว่าหลายคนสิ้นใจในสมรภูมิ หลายคนถูกประหารตายตก ชั่วชีวิตนี้เกรงว่าคนตระกูลหยางที่เหลือมีเพียงขามาแต่กลับเมืองหลวงไม่ได้อีกแล้ว เฮ้อ...”คนกำลังเดินเข้ามายังทิศทางที่พวกเขาทั้งสามอยู่ ตะกร้าของนางอยู่ในมือของบุรุษชุดสีเทา เสิ่นจือมองชายหนุ่มใบหน้าสุขุมซึ่งกำลังเดินเข้ามา ด้านหลังของเขายังมีเด็กชายอายุราวสิบเอ็ดสิบสองเดินตามมาด้วยสองคน ชุดที่เขาสวมมีคราบสกปรกทว่าก็ยังมองออกว่าเป็นผ้าชั้นดีที่มีลายปักอันประณีต“คารวะท่านทั้งสาม เมื่อวานพี่สะใภ้กล่าวว่า

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 19

    “อืม อย่างไรเสียก็อยู่บนเขาอาจเจอกับสัตว์ป่า”หวังม่ายสะดุ้งขยับเข้ามาใกล้เสิ่นจือโดยไม่รู้ตัว “ชะ...เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ” ความเหนื่อยเมื่อครู่ถูกทำให้ความกลัวบดบังเรี่ยวแรงจึงกลับมา ตอนเดินไปถึงลำธารหวังม่ายวางตะกร้าทิ้งตัวลงนอนหงายใต้ร่มไม้ใหญ่ นางหอบหายใจจนตัวโยนหลับตาไม่เอาอะไรแล้วหวังโต้วเองก็เหนื่อยแต่เก็บอาการ ตอนที่เสิ่นจือบอกให้เขาพักเขารับคำเบาๆ จากนั้นมองนางที่เดินไปล้างรากซู “ทะ...ท่านอาข้าช่วยท่านขอรับ”“ไม่เป็นไรเจ้าไปนั่งพักกับเสี่ยวม่ายเถิด ล้างรากซูไม่ได้เหนื่อยอะไร เจ้าพักครู่หนึ่งค่อยมาช่วยกันล้างเห็ดโคน” เขามีท่าทางลังเลแต่นางพยักหน้าอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม เช่นนั้นเขาจึงยอมเดินไปพักเพิ่งล้างรากซูจนสะอาดอีกฝั่งของลำธารก็เจอกลุ่มคน เสิ่นจือไม่คุ้นหน้าคนกลุ่มนี้จึงจ้องนานหน่อย เห็นอีกฝ่ายเพียงนำเสื้อผ้ามาซักนางจึงวางใจ ในใจคิดว่าคงเป็นนักโทษเนรเทศกลุ่มนั้น ที่มามีเพียงสตรีหกคนท่าทางเก้ๆ กังๆ ไม่คล่องแคล่ว ดูยังไงก็น่าจะไม่เคยทำงานอย่างนี้มาก่อน ตอนนำตะกร้าเห็ดโคนมาล้าง นางเห็นในน้ำมีเงาวูบไหวคิ้วก็เลิกขึ้น อยู่ๆ ก็เดินไปที่ฝั่งมองหาไม้มาเหลาให้แหลมหวังโต้ว

  • เกิดใหม่เป็นสตรีอ้วนไม่พอข้ายังถูกหย่าด้วยหรือนี่!   ตอนที่ 18

    เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อพี่ชายเดินเข้ามา “วันนี้คงต้องไปช่วยบ้านฝั่งโน้นสักหน่อย บ้านของท่านน้าลู่พังถล่มเสบียงเสียหายแทบทั้งหมด ต้องนำออกมาตากหากโชคดีวันนี้ฝนอาจจะไม่ตก” หวังต้านั่งลงเสิ่นจือมองลั่วซื่อที่รีบหลบตานาง ในดวงตาของอีกฝ่ายมีน้ำตาคลอคลอง “โชคดีเหลือเกิน พวกเราโชคดีที่ทันทีที่บ้านพังก็มีที่ขนของมาเก็บเอาไว้ หาไม่หากรอจนฝนหยุดข้าวของก็พังเสียหายหมดแล้ว” นางมองไปยังลูกสองคน “ข้านึกไม่ออกเลยว่าจะห่วงหน้าพะวงหลังเพียงใด ไหนจะโต้วโต้ว ฮวาฮวา ไหนจะข้าวของ ขอบใจเจ้าเหลือเกินอาจือ”“ไหนๆ ท่านก็จะไปที่นั่นข้ามีผ้านวมเก่าสภาพยังใช้ได้เพราะข้าเพิ่งซื้อมาเปลี่ยน ท่านก็นำไปให้พวกเขาด้วยแล้วกัน อย่างน้อยก็แห้งและยังสะอาดใช้ไปก่อนให้พ้นช่วงเวลายากลำบากนี้”“เจ้าไม่ไปด้วยกัน?”“ไม่ละข้าอยากขึ้นเขา ข้าอยากไปดูเห็ดโคนสักหน่อย คิดว่าตากแห้งเอาไว้เป็นเสบียงหน้าหนาวก็ดีเหมือนกัน พวกท่านยุ่งเรื่องที่นี่ไปเรื่องเสบียงตอนนี้ยังไม่ต้องกังวล” เพิ่งพูดจบก็เห็นท่าทางแปลกๆ ของหวังโต้ว “อะไรหรือ”“คือว่า...” เขามองบิดามารดา “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอา ข้า...ข้าอยากขึ้นเขาไปกับท่านอา ได้หรือไม่ขอรับ” นางถึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status