Share

บทที่ 121 เงาร้ายรอบสาม

last update Last Updated: 2026-01-17 20:54:03

เช้าวันนั้น เมฆหมอกสีเทาอ่อนปกคลุมทั่วพระราชวังหลวงแห่งแคว้นเว่ย ลมหนาวปลายฤดูพัดแผ่วเบา แต่กลับแฝงความอึมครึมอย่างประหลาด ราวกับฟ้าดินเองก็กำลังรับรู้ถึงเงามืดที่กำลังคืบคลานกลับมาอีกครั้ง

เสียงระฆังยามเช้าดังขึ้นสามครั้ง เป็นสัญญาณแห่งการเข้าเฝ้า มู่เทียนหลางในชุดขุนนางแม่ทัพสีดำปักลายเมฆเงิน ก้าวเดินอย่างมั่นคงทว่าในดวงตาคมคู่นั้น กลับแฝงความเคร่งเครียดที่ไม่อาจปิดบังได้ ข้างกายเขา องค์หญิงหลิงเซียงสวมฉลองพระองค์สีม่วงหม่น เรียบง่ายแต่สง่างามใบหน้างดงามสงบเยือกเย็น ทว่าใต้ความนิ่งนั้น คือความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด

ทั้งสองได้รับพระราชโองการเรียกเข้าเฝ้าอย่างเร่งด่วน หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารในวังหลังยังไม่ทันสงบ และการสืบเรื่องสำนักโคมดำ ได้ปรากฏร่องรอยที่น่าสะพรึงเกินกว่าจะเก็บไว้เงียบ ๆ อีกต่อไป

เมื่อประตูท้องพระโรงค่อย ๆ เปิดออก เสียงรองเท้าทหารยามกระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะ ฮ่องเต้จิ้งอู่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร พระพักตร์เคร่งขรึม ดวงพระเนตรลึกดำคล้ายกำลังครุ่นคิดบางสิ่งที่หนักอึ้งยิ่งนัก

ด้านข้างบัลลังก์ มีฉินไทเฮาประทับอยู่ แม้พระวรกายจะยังอ่อนแรงจากการถูกลอบสังหารก่อนหน้านี้ แ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 129 บทสุดท้ายของสำนักโคมดำ

    รุ่งอรุณของวันนั้น เมืองหลวงแคว้นเว่ยปกคลุมด้วยหมอกหนา ไม่ใช่หมอกธรรมชาติแต่เป็นหมอกแห่งความหวาดกลัว เสียงกลองราชสำนักดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น แต่ก้องสะท้อนราวประกาศจุดจบของยุคสมัยหนึ่ง ฮ่องเต้จิ้งอู่ประทับเหนือบัลลังก์มังกร พระพักตร์ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความเด็ดขาดของผู้ปกครองที่ผ่านการสูญเสียมามากเกินพอ“สำนักโคมดำ” จิ้งอู่พระสุรเสียงดังขึ้นชัดเจนเย็นเยียบ“เป็นกลุ่มกรกบฏที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นเว่ยมาหลายสิบปี บ่อนทำลายราชสำนัก ฆ่าฟันผู้บริสุทธิ์ และสมคบกับศัตรูภายนอก” จิ้งอู่เหล่าขุนนางคุกเข่าพร้อมกันไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง“วันนี้ข้ามีพระราชโองการ” จิ้งอู่ตรามังกรถูกยกขึ้นและคำตัดสินที่รอคอยก็ดังก้อง“ให้กวาดล้างสำนักโคมดำทั่วทั้งแคว้น ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวง หัวเมือง หรือชายแดน ผู้เกี่ยวข้องให้ประหาร ผู้ให้ที่พักพิงให้ประหารผู้รู้เห็นแต่ปิดบังให้เนรเทศหรือประหารตามโทษ” จิ้งอู่เสียงอักษรถูกขีดลงบนราชโองการราวกับขีดเส้นใต้คำว่าสิ้นสุดคำสั่งถูกส่งออกไปภายในครึ่งวัน ท่านอ๋องสามจิ้งหาว ท่านอ๋องห้าจิ้งเซียน มู่เทียนหลาง และกองทัพหลวง ออกเคลื่อนไหวพร

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 128 การไถ่บาปของซูหนิงซาน

    สายฝนโปรยปรายเหนือชายแดนแคว้นเว่ย ราวกับฟ้าดินกำลังไว้ทุกข์ให้กับความผิดบาปที่กำลังจะถูกชำระ ซูหนิงซานยืนอยู่ใต้ชายคาจวนร้างกลางหุบเขา มือเรียวสั่นเทาเมื่อกำสายประคำเก่าที่ติดตัวมาตั้งแต่ยังเป็นกุ้ยเฟยในวังหลวง นางเคยเป็นสตรีที่งดงามสูงศักดิ์ เป็นที่โปรดปราน เป็นมารดาของรัชทายาท เป็นผู้ที่คนทั้งวังต้องก้มศีรษะให้แต่วันนี้นางเป็นเพียงหญิงต้องโทษที่หนีออกจากวังเป็นอดีตพระสนมที่มีบาปติดตัว และเป็นมารดาของทั้งจิ้งไฉและเฟิงไป๋จิน เป็นสตรีชั่วที่คนทั่วทั้งแผ่นดินสาปแช่ง บาปที่นางทำนั้นไม่มีวันล้างออกได้“ท่านแม่…” ไป๋จินเสียงเรียกเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังเฟิงไป๋จินยืนอยู่ไม่ไกล ร่างสูงในชุดสีดำของสำนักโคมดำ ดวงตาเย็นชาเช่นเดียวกับบิดาเฟิงซือฉิน แต่ในแววตานั้นยังมีรอยแตกร้าวที่เขาไม่อาจซ่อน ซูหนิงซานไม่กล้าหันไปมอง นางรู้ดีว่าตนเองคือจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดความรักต้องห้ามและเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะที่นางก่อขึ้นนั้น ต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ซูหนิงซานยังเป็นสาวน้อยจากตระกูลขุนนาง ได้รับคัดเลือกเข้าวังเพราะความงามและปัญญา เฟิงซือฉินในเวลานั้น ยังไม่ใช่หัวหน้าสำนักโคมดำ เขาเป็นเพียงบุรุษลึกล

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 127 การปะทะกันครั้งแรกของจิ้งไฉกับเฟิงไป๋จิน

    เช้าวันนั้นท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงเว่ยไม่มืดแต่ก็ไม่สว่าง เมฆสีเทาเคลื่อนต่ำบดบังแสงอาทิตย์ราวกับฟ้ารู้ดีว่า วันนี้จะมีเลือดหลั่งลงสู่ผืนแผ่นดิน เสียงกลองศึกดังขึ้นจากกำแพงเมืองไม่ใช่กลองเฉลิมฉลอง แต่เป็นกลองเตือนภัย สำนักโคมดำเคลื่อนไหวแล้ว ข่าวจากชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ รายงานตรงกันว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยึดคลังเสบียงเผาด่านตรวจ และสังหารขุนนางท้องถิ่นภายในคืนเดียว ทุกหลักฐานชี้ไปที่ชื่อเดียเฟิงไป๋จินจิ้งไฉยืนอยู่กลางท้องพระโรงรายงานกองทัพถูกวางเรียงตรงหน้า ขุนนางเถียงกันเสียงดังบางคนเสนอให้เจรจา บางคนเสนอให้ประหารทั้งเครือข่ายบางคนยังไม่กล้าเอ่ยชื่อน้องชายต่างสายเลือด จิ้งไฉยกมือขึ้นทั้งท้องพระโรงเงียบลงทันที“นี่ไม่ใช่การก่อจลาจลเล็ก ๆ” จิ้งไฉเขาตรัสเสียงหนักแน่น“นี่คือสงครามและเป็นสงครามที่ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” จิ้งไฉเขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวประโยคที่ทำให้หลายคนใจสั่น“ข้าจะนำทัพด้วยตนเอง” จิ้งไฉเสียงฮือฮาดังขึ้นแต่ไม่มีใครคัดค้านอย่างแท้จริง เพราะทุกคนรู้นี่ไม่ใช่เพียงศึกของแผ่นดิน แต่คือศึกของหัวใจฮ่องเต้ในขณะเดียวกันที่ราบหินดำทางเหนือธงสีดำไร้ตราโบกสะบัด กองกำลังของส

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 126 การเริ่มต้นของการปะทะ

    คืนที่ลมพัดกลิ่นเลือด ลมค่ำคืนนั้นพัดแรงผิดฤดูกาล ผืนป่าชานเมืองหลวงสั่นไหว ใบไม้เสียดสีกันราวเสียงกระซิบของวิญญาณ ดวงจันทร์ถูกเมฆบดบังครึ่งหนึ่ง เหมือนฟ้าตั้งใจไม่ให้ใครเห็นทุกอย่างชัดเจน จิ้งไฉยืนอยู่กลางลานหินร้าง ด้านหลังคือกองกำลังองครักษ์ ด้านหน้าคือความว่างเปล่า แต่เขารู้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่“ไม่ต้องซ่อนตัวแล้ว ออกมาเถอะข้ารอเจอเจ้าอยู่แล้ว” จิ้งไฉเขากล่าวเสียงต่ำมั่นคง“ข้ารู้ว่าเจ้ามาแล้ว…เฟิงไป๋จิน” จิ้งไฉเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากเงาไม้ราวกับคำเชิญ ร่างหนึ่งก้าวออกมาชุดดำผมยาวมัดหลวม ใบหน้าคมคายดวงตาเย็นเฉียบ“องค์รัชทายาทว่าที่ฮ่องเต้แห่งแคว้นเว่ยคนต่อไป... ท่านพี่” ไป๋จินชายหนุ่มโค้งศีรษะเล็กน้อยท่าทางไม่ใช่การคำนับแต่คือการเยาะ“ในที่สุด…น้องชายของข้าก็ยอมมาพบกัน... เจ้าคงจะคิดถึงข้ามาสินะ” จิ้งไฉจิ้งไฉมองชายตรงหน้าหัวใจแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือเฟิงไป๋จินบุตรชายอีกคนของซูหนิงซานเลือดเดียวกันมารดาเดียวกัน เกิดมาหญิงชั่วชายโฉดที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี แต่กลับต่างกันราวฟ้ากับเหวเขาเติบโตในตำหนัก มีครูคอยสั่งสอน มีขุนนางคอยยำเกรง เป็นความคาดหวังแผ่นดินแต่อีกฝ่ายเติบโตในเ

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 125 กวาดล้างให้สิ้น

    การกวาดล้างสำนักโคมดำในเมืองหลวงกำลังเริ่มขึ้น คืนที่เงามืดถูกฉีกออกด้วยคมดาบราชวงศ์ คำสั่งที่ไม่มีเสียงกลองคำสั่งกวาดล้างสำนักโคมดำ ไม่ได้ประกาศกลางท้องพระโรง ไม่ได้ตีฆ้องไม่ได้ป่าวร้องเพราะศัตรูในครั้งนี้ไม่ได้อยู่หน้าประตูเมือง หากอยู่ในตรอกในตำหนักร้างในเรือนช่างในโรงเตี๊ยมในคุกลับ และแม้แต่ในเงาของขุนนางราชโองการถูกเขียนด้วยลายพระหัตถ์ ส่งตรงถึงมือท่านอ๋องสามจิ้งหาวและท่านอ๋องห้าจิ้งเซียนเพียงสามบรรทัด“กวาดล้างโคมดำ อย่าให้เหลือราก อย่าให้เหลือเงาอย่าให้เหลือคนที่รู้ความลับ”จิ้งหาวอ่านแล้วหลับตาจิ้งเซียนอ่านแล้วถอนหายใจ ทั้งสองรู้ดีคำสั่งนี้หมายถึงเลือดต้องนองแผ่นดินจิ้งหาวจับดาบคู่กายโดยที่ไม่ลังเล อ๋องสามขึ้นชื่อว่าเด็ดขาดเติบโตมากับสนามรบเชื่อว่าศัตรูต้องถูกกำจัดไม่ใช่เกลี้ยกล่อม“สำนักโคมดำไม่ใช่คนที่ควรอยู่บนแผ่นดินนี้” จิ้งหาวเขากล่าวกับแม่ทัพ“และมันคือพิษพิษต้องเผาทิ้ง” จิ้งหาวจิ้งเซียน สมองที่อ่านหมากขาด อ๋องห้าไม่ใช่นักรบที่ดุดันแต่เป็นนักวางแผนผู้รู้ว่าเงามืดมักซ่อนตัวในคนบริสุทธิ์“ถ้าเราฟันมั่ว” จิ้งเซียน เขาเตือน“เราจะสร้างโคมดำรุ่นใหม่จากความแค้นของผู้บริสุท

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 124 จิ้งไฉแหลกสลาย

    ข่าวนั้นไม่ได้มาพร้อมเสียงฟ้าผ่าไม่ได้มาพร้อมกลองศึก และไม่ได้มาพร้อมประกาศราชโองการ มันมาเงียบ ๆในห้องทรงพระอักษร ท่ามกลางเอกสารที่ฉินไทเฮาวางลงต่อหน้าจิ้งไฉ“เจ้าควรรู้เรื่องนี้” ฉินไทเฮาพระสุรเสียงของไทเฮานิ่งนิ่งเกินไปนิ่งราวกับตัดใจแล้ว จิ้งไฉมองกระดาษแผ่นนั้นอักษรทุกตัวคมกริบเหมือนใบมีด ซูหนิงซาน อดีตกุ้ยเฟย ความสัมพันธ์ลับกับเฟิงซือฉินมีบุตรชายหนึ่งคน เฟิงไป๋จิน โลกของจิ้งไฉเหมือนถูกกระชากออกจากแกน“ไม่จริง…” จิ้งไฉเสียงของเขาแหบแทบไม่ใช่เสียงของผู้ที่เติบโตมาในตำหนักมังกร“ไทเฮา…ท่าน” จิ้งไฉเขาเงยหน้าขึ้น“พระมารดาของข้าเป็นสตรีที่บริสุทธิ์ เป็นกุ้ยเฟยที่ซื่อสัตย์ต่ออดีตฮ่องเต้” จิ้งไฉฉินไทเฮาไม่ตอบเพียงหลับพระเนตรช้า ๆ ความเงียบนั้นเจ็บยิ่งกว่าคำพูดใดจิ้งไฉเดินออกจากตำหนักขาแทบไม่สัมผัสพื้น ภาพในอดีตไหลย้อนกลับมาเหมือนน้ำหลาก รอยยิ้มอ่อนโยนของมารดามือที่ลูบศีรษะเขายามค่ำ คำปลอบโยนในคืนฝนตกกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากแขนเสื้อไหมทั้งหมดนั้นเคยเป็นที่พักใจ แต่บัดนี้ทุกภาพเริ่มแปรเปลี่ยน เขานึกถึงคืนหนึ่งในวัยเด็ก คืนที่เขาตื่นขึ้นกลางดึกและเห็นมารดานั่งเงียบอยู่หน้าโคมสีหน้าที่ไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status