Accueil / แฟนตาซี / เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส / บทที่ 122 การเริ่มกวาดล้างสำนักโคมดำ

Share

บทที่ 122 การเริ่มกวาดล้างสำนักโคมดำ

last update Dernière mise à jour: 2026-01-17 21:08:07

คืนแรกหลังการเข้าเฝ้า ท้องฟ้าเหนือพระราชวังแคว้นเว่ยไร้ดาว เมฆดำหนาทึบปกคลุมราวกับจงใจปิดบังแสงจันทร์ โคมไฟตามทางเดินยังคงสว่าง แต่แสงนั้นกลับดูอ่อนแรงผิดปกติ เหมือนถูกกลืนกินโดยความมืดที่ไม่อาจอธิบาย

พระราชโองการลับถูกส่งออกไปในยามสาม ไม่มีการตีฆ้องไม่มีการประกาศ มีเพียงตรามังกรสีดำบนแผ่นไม้บาง ๆ และชื่อของผู้รับคำสั่งมู่เทียนหลาง หน่วยลับพิเศษถูกก่อตั้งขึ้นในคืนนั้น ไม่มีชื่อในบัญชีขุนนาง ไม่มีตำแหน่งในราชสำนัก มีเพียงคำสั่งเดียว ค้นหา ฆ่าและทำลายสำนักโคมดำให้สิ้นซาก

มู่เทียนหลางยืนอยู่ในห้องแผนที่ลับใต้ตำหนักทหาร แสงตะเกียงน้ำมันส่องเงาใบหน้าคมสันให้ดูแข็งกร้าวยิ่งขึ้น รอบตัวเขาคือบุรุษและสตรีสิบเจ็ดคนยอดฝีมือที่ถูกคัดเลือกจากทหารองครักษ์ หน่วยสืบราชการลับ และนักฆ่าที่เคยรับใช้ราชสำนักในเงามืด

“สำนักโคมดำ ไม่ใช่ศัตรูที่เราจะจัดการด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว” เทียนหลาง

มู่เทียนหลางกล่าวเสียงต่ำ

“พวกมันแฝงตัว ใช้ความกลัวเป็นอาวุธ และมีสายอยู่ในวัง” เทียนหลาง

สายตาทุกคู่เคร่งเครียด

“คำสั่งของข้าคืออย่าเชื่อใครง่าย ๆ แม้แต่คนของเราเอง” เทียนหลาง

บนโต๊ะหิน แผนที่วังหลวงและเมืองหลวงถูกกาง
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Chapitre verrouillé

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 128 การไถ่บาปของซูหนิงซาน

    สายฝนโปรยปรายเหนือชายแดนแคว้นเว่ย ราวกับฟ้าดินกำลังไว้ทุกข์ให้กับความผิดบาปที่กำลังจะถูกชำระ ซูหนิงซานยืนอยู่ใต้ชายคาจวนร้างกลางหุบเขา มือเรียวสั่นเทาเมื่อกำสายประคำเก่าที่ติดตัวมาตั้งแต่ยังเป็นกุ้ยเฟยในวังหลวง นางเคยเป็นสตรีที่งดงามสูงศักดิ์ เป็นที่โปรดปราน เป็นมารดาของรัชทายาท เป็นผู้ที่คนทั้งวังต้องก้มศีรษะให้แต่วันนี้นางเป็นเพียงหญิงต้องโทษที่หนีออกจากวังเป็นอดีตพระสนมที่มีบาปติดตัว และเป็นมารดาของทั้งจิ้งไฉและเฟิงไป๋จิน เป็นสตรีชั่วที่คนทั่วทั้งแผ่นดินสาปแช่ง บาปที่นางทำนั้นไม่มีวันล้างออกได้“ท่านแม่…” ไป๋จินเสียงเรียกเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังเฟิงไป๋จินยืนอยู่ไม่ไกล ร่างสูงในชุดสีดำของสำนักโคมดำ ดวงตาเย็นชาเช่นเดียวกับบิดาเฟิงซือฉิน แต่ในแววตานั้นยังมีรอยแตกร้าวที่เขาไม่อาจซ่อน ซูหนิงซานไม่กล้าหันไปมอง นางรู้ดีว่าตนเองคือจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดความรักต้องห้ามและเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะที่นางก่อขึ้นนั้น ต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ซูหนิงซานยังเป็นสาวน้อยจากตระกูลขุนนาง ได้รับคัดเลือกเข้าวังเพราะความงามและปัญญา เฟิงซือฉินในเวลานั้น ยังไม่ใช่หัวหน้าสำนักโคมดำ เขาเป็นเพียงบุรุษลึกล

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 127 การปะทะกันครั้งแรกของจิ้งไฉกับเฟิงไป๋จิน

    เช้าวันนั้นท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงเว่ยไม่มืดแต่ก็ไม่สว่าง เมฆสีเทาเคลื่อนต่ำบดบังแสงอาทิตย์ราวกับฟ้ารู้ดีว่า วันนี้จะมีเลือดหลั่งลงสู่ผืนแผ่นดิน เสียงกลองศึกดังขึ้นจากกำแพงเมืองไม่ใช่กลองเฉลิมฉลอง แต่เป็นกลองเตือนภัย สำนักโคมดำเคลื่อนไหวแล้ว ข่าวจากชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ รายงานตรงกันว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยึดคลังเสบียงเผาด่านตรวจ และสังหารขุนนางท้องถิ่นภายในคืนเดียว ทุกหลักฐานชี้ไปที่ชื่อเดียเฟิงไป๋จินจิ้งไฉยืนอยู่กลางท้องพระโรงรายงานกองทัพถูกวางเรียงตรงหน้า ขุนนางเถียงกันเสียงดังบางคนเสนอให้เจรจา บางคนเสนอให้ประหารทั้งเครือข่ายบางคนยังไม่กล้าเอ่ยชื่อน้องชายต่างสายเลือด จิ้งไฉยกมือขึ้นทั้งท้องพระโรงเงียบลงทันที“นี่ไม่ใช่การก่อจลาจลเล็ก ๆ” จิ้งไฉเขาตรัสเสียงหนักแน่น“นี่คือสงครามและเป็นสงครามที่ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” จิ้งไฉเขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวประโยคที่ทำให้หลายคนใจสั่น“ข้าจะนำทัพด้วยตนเอง” จิ้งไฉเสียงฮือฮาดังขึ้นแต่ไม่มีใครคัดค้านอย่างแท้จริง เพราะทุกคนรู้นี่ไม่ใช่เพียงศึกของแผ่นดิน แต่คือศึกของหัวใจฮ่องเต้ในขณะเดียวกันที่ราบหินดำทางเหนือธงสีดำไร้ตราโบกสะบัด กองกำลังของส

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 126 การเริ่มต้นของการปะทะ

    คืนที่ลมพัดกลิ่นเลือด ลมค่ำคืนนั้นพัดแรงผิดฤดูกาล ผืนป่าชานเมืองหลวงสั่นไหว ใบไม้เสียดสีกันราวเสียงกระซิบของวิญญาณ ดวงจันทร์ถูกเมฆบดบังครึ่งหนึ่ง เหมือนฟ้าตั้งใจไม่ให้ใครเห็นทุกอย่างชัดเจน จิ้งไฉยืนอยู่กลางลานหินร้าง ด้านหลังคือกองกำลังองครักษ์ ด้านหน้าคือความว่างเปล่า แต่เขารู้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่“ไม่ต้องซ่อนตัวแล้ว ออกมาเถอะข้ารอเจอเจ้าอยู่แล้ว” จิ้งไฉเขากล่าวเสียงต่ำมั่นคง“ข้ารู้ว่าเจ้ามาแล้ว…เฟิงไป๋จิน” จิ้งไฉเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากเงาไม้ราวกับคำเชิญ ร่างหนึ่งก้าวออกมาชุดดำผมยาวมัดหลวม ใบหน้าคมคายดวงตาเย็นเฉียบ“องค์รัชทายาทว่าที่ฮ่องเต้แห่งแคว้นเว่ยคนต่อไป... ท่านพี่” ไป๋จินชายหนุ่มโค้งศีรษะเล็กน้อยท่าทางไม่ใช่การคำนับแต่คือการเยาะ“ในที่สุด…น้องชายของข้าก็ยอมมาพบกัน... เจ้าคงจะคิดถึงข้ามาสินะ” จิ้งไฉจิ้งไฉมองชายตรงหน้าหัวใจแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือเฟิงไป๋จินบุตรชายอีกคนของซูหนิงซานเลือดเดียวกันมารดาเดียวกัน เกิดมาหญิงชั่วชายโฉดที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี แต่กลับต่างกันราวฟ้ากับเหวเขาเติบโตในตำหนัก มีครูคอยสั่งสอน มีขุนนางคอยยำเกรง เป็นความคาดหวังแผ่นดินแต่อีกฝ่ายเติบโตในเ

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 125 กวาดล้างให้สิ้น

    การกวาดล้างสำนักโคมดำในเมืองหลวงกำลังเริ่มขึ้น คืนที่เงามืดถูกฉีกออกด้วยคมดาบราชวงศ์ คำสั่งที่ไม่มีเสียงกลองคำสั่งกวาดล้างสำนักโคมดำ ไม่ได้ประกาศกลางท้องพระโรง ไม่ได้ตีฆ้องไม่ได้ป่าวร้องเพราะศัตรูในครั้งนี้ไม่ได้อยู่หน้าประตูเมือง หากอยู่ในตรอกในตำหนักร้างในเรือนช่างในโรงเตี๊ยมในคุกลับ และแม้แต่ในเงาของขุนนางราชโองการถูกเขียนด้วยลายพระหัตถ์ ส่งตรงถึงมือท่านอ๋องสามจิ้งหาวและท่านอ๋องห้าจิ้งเซียนเพียงสามบรรทัด“กวาดล้างโคมดำ อย่าให้เหลือราก อย่าให้เหลือเงาอย่าให้เหลือคนที่รู้ความลับ”จิ้งหาวอ่านแล้วหลับตาจิ้งเซียนอ่านแล้วถอนหายใจ ทั้งสองรู้ดีคำสั่งนี้หมายถึงเลือดต้องนองแผ่นดินจิ้งหาวจับดาบคู่กายโดยที่ไม่ลังเล อ๋องสามขึ้นชื่อว่าเด็ดขาดเติบโตมากับสนามรบเชื่อว่าศัตรูต้องถูกกำจัดไม่ใช่เกลี้ยกล่อม“สำนักโคมดำไม่ใช่คนที่ควรอยู่บนแผ่นดินนี้” จิ้งหาวเขากล่าวกับแม่ทัพ“และมันคือพิษพิษต้องเผาทิ้ง” จิ้งหาวจิ้งเซียน สมองที่อ่านหมากขาด อ๋องห้าไม่ใช่นักรบที่ดุดันแต่เป็นนักวางแผนผู้รู้ว่าเงามืดมักซ่อนตัวในคนบริสุทธิ์“ถ้าเราฟันมั่ว” จิ้งเซียน เขาเตือน“เราจะสร้างโคมดำรุ่นใหม่จากความแค้นของผู้บริสุท

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 124 จิ้งไฉแหลกสลาย

    ข่าวนั้นไม่ได้มาพร้อมเสียงฟ้าผ่าไม่ได้มาพร้อมกลองศึก และไม่ได้มาพร้อมประกาศราชโองการ มันมาเงียบ ๆในห้องทรงพระอักษร ท่ามกลางเอกสารที่ฉินไทเฮาวางลงต่อหน้าจิ้งไฉ“เจ้าควรรู้เรื่องนี้” ฉินไทเฮาพระสุรเสียงของไทเฮานิ่งนิ่งเกินไปนิ่งราวกับตัดใจแล้ว จิ้งไฉมองกระดาษแผ่นนั้นอักษรทุกตัวคมกริบเหมือนใบมีด ซูหนิงซาน อดีตกุ้ยเฟย ความสัมพันธ์ลับกับเฟิงซือฉินมีบุตรชายหนึ่งคน เฟิงไป๋จิน โลกของจิ้งไฉเหมือนถูกกระชากออกจากแกน“ไม่จริง…” จิ้งไฉเสียงของเขาแหบแทบไม่ใช่เสียงของผู้ที่เติบโตมาในตำหนักมังกร“ไทเฮา…ท่าน” จิ้งไฉเขาเงยหน้าขึ้น“พระมารดาของข้าเป็นสตรีที่บริสุทธิ์ เป็นกุ้ยเฟยที่ซื่อสัตย์ต่ออดีตฮ่องเต้” จิ้งไฉฉินไทเฮาไม่ตอบเพียงหลับพระเนตรช้า ๆ ความเงียบนั้นเจ็บยิ่งกว่าคำพูดใดจิ้งไฉเดินออกจากตำหนักขาแทบไม่สัมผัสพื้น ภาพในอดีตไหลย้อนกลับมาเหมือนน้ำหลาก รอยยิ้มอ่อนโยนของมารดามือที่ลูบศีรษะเขายามค่ำ คำปลอบโยนในคืนฝนตกกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากแขนเสื้อไหมทั้งหมดนั้นเคยเป็นที่พักใจ แต่บัดนี้ทุกภาพเริ่มแปรเปลี่ยน เขานึกถึงคืนหนึ่งในวัยเด็ก คืนที่เขาตื่นขึ้นกลางดึกและเห็นมารดานั่งเงียบอยู่หน้าโคมสีหน้าที่ไม่

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 123 ทายาทแห่งสำนักโคมดำ

    คืนที่ความจริงตื่นจากความตายก้มาถึง ค่ำคืนนั้นพระราชวังแคว้นเว่ยเงียบงันราวกับทั้งแผ่นดินกลั้นลมหายใจ ไม่มีเสียงพิณจากตำหนักสนม ไม่มีเสียงหัวเราะของขันที แม้แต่เสียงยามเดินตรวจเวรยังแผ่วเบาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนลมหนาวพัดผ่านระเบียงหินยาว เสียงโคมกระทบกันเบา ๆ โคมแดงที่เคยส่องสว่าง บัดนี้กลับดูหม่นหมอง ในสายตาของฉินไทเฮา โคมเหล่านั้นกลายเป็นโคมดำ ภายในตำหนักไทเฮาเทียนไขเพียงสามเล่มถูกจุดไว้ แสงสลัวสะท้อนพระพักตร์ที่ผ่านความตายและการหักหลังมานับไม่ถ้วน ดวงตาที่เคยเด็ดขาด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนล้าไม่ใช่เพราะชรา แต่เพราะความจริงบนโต๊ะไม้จันทน์เก่า เอกสารวางกระจัดกระจายบันทึกคดีสำนักโคมดำรุ่นแรก รายชื่อผู้ตายที่ไม่มีศพแผนผังเส้นทางลับในวัง บันทึกการประสูติที่ไม่เคยถูกขึ้นทะเบียนและเศษผ้าไหมสีม่วงซีดสีแห่งตำแหน่งกุ้ยเฟย ฉินไทเฮาหยิบผ้าไหมนั้นขึ้นมาปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย“ซูหนิงซาน…” ฉินไทเฮาพระสุรเสียงแผ่วราวลมหายใจ“เจ้าทิ้งระเบิดเอาไว้ในราชวงศ์นี้ และปล่อยให้มันหลับใหลมานานกว่าสามสิบปี ส่วนเจ้าก็ใช้ชีวิตสุขสบายหน้าตาเฉย... นางคนชั่ว” ฉินไทเฮาการตายที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญทุกอย่างเริ่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status