Se connecterในที่สุด สวรรค์ก็เข้าใจเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของหลินซูซินเสียที
ทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อสมองเริ่มตื่นเต็มที่ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็แล่นย้อนกลับมาในหัวอย่างรวดเร็ว
น้ำชา ใบมะขามแขกโบราณหนึ่งกำมือใหญ่ และมู่หยงเสวียนที่ดื่มมันรวดเดียวจนหมดถ้วย
ซูซินลืมตาโพลง ก่อนเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมานั่ง ใบหน้างดงามซีดเผือดในพริบตา
“เสี่ยวเป่า!” นางตะโกนเรียกเสียงหลง
“เสี่ยวเป่าอยู่ไหน เข้ามาหาข้าเดี๋ยวนี้!”
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกแทบจะทันที เสี่ยวเป่าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ดอกไม้บนมวยผมสั่นไหวตามแรงหอบ ใบหน้ายังคงซีดเหมือนคนเพิ่งผ่านศึกใหญ่ เห็นสีหน้าของสาวใช้ ซูซินก็ยิ่งใจคอไม่ดี
นางรีบถลาเข้าไปจับไหล่เสี่ยวเป่า
“บอกข้ามาตามตรง” น้ำเสียงของนางเบาจนแทบเป็นกระซิบ “ท่านแม่ทัพยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
เสี่ยวเป่าชะงัก
“หา”
“เขาไม่ได้ขาดใจตายคาส้วมใช่ไหม”
“ฮูหยิน!” เสี่ยวเป่าตกใจจนแทบเข่าอ่อน
“ท่านแม่ทัพยังมีชีวิตอยู่เจ้าค่ะ มิได้เป็นอะไรถึงขั้นนั้น” ซูซินยกมือทาบอก ค่อยยังชั่ว ถ้าสามีตายเพราะยาถ่าย นางคงกลายเป็นนางร้ายประวัติศาสตร์คนแรกที่ฆ่าพระเอกด้วยใบมะขามแขก
“แต่ว่า...” เสี่ยวเป่ากลืนน้ำลาย
“เมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่ที่เรือนนอนของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ” ซูซินแข็งค้าง
“เรื่องใหญ่” นางรีบมองไปรอบห้อง
“หรือเขาส่งทหารมาล้อมเรือนข้าแล้ว” หากเป็นเช่นนั้น นางต้องรีบกวาดทอง กวาดตั๋วเงิน แล้วปีนกำแพงหนีทันที
“มิใช่เจ้าค่ะ!” เสี่ยวเป่ารีบส่ายหน้า
“เมื่อคืนมียอดฝีมือลอบเข้ามาหมายปลิดชีพท่านแม่ทัพถึงในเรือนนอนเจ้าค่ะ” ซูซินอ้าปากค้าง
“นักฆ่า”
“เจ้าค่ะ พวกมันแอบเจาะหลังคา แล้วพ่นควันพิษสลายวิญญาณลงมายังเตียงนอน หวังให้ท่านแม่ทัพสิ้นใจโดยไม่ทันรู้ตัว” หัวใจของซูซินกระตุกวาบ
“แล้วเขาโดนพิษหรือไม่”
“มิโดนเลยแม้แต่นิดเดียวเจ้าค่ะ” เสี่ยวเป่าเปลี่ยนสีหน้าจากหวาดกลัวเป็นตื่นเต้นทันที
“เพราะตอนที่ควันพิษถูกพ่นลงมาบนเตียง เตียงของท่านแม่ทัพกลับว่างเปล่า” ซูซินนิ่งไป
“ว่างเปล่า”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเป่าพยักหน้ารัว ๆ
“ยามนั้นท่านแม่ทัพไม่ได้อยู่บนเตียง แต่กำลัง เอ่อ... กำลังอยู่ในส้วมด้านนอกเจ้าค่ะ พอท่านแม่ทัพได้ยินเสียงฝีเท้าผิดปกติบนหลังคา ก็ชักกระบี่ออกไปจัดการนักฆ่าทันที รวบตัวได้หลายคน ฆ่าตายคาที่อีกหลายคนเจ้าค่ะ คือท่านแม่ทัพขี้ไป เอ่อ... ก็ฆ่าศัตรูไปเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพนี่สุดยอดไปเลยนะเจ้าคะ” ซูซินแทบตกเตียง อ้าปากค้างเป็นรอบที่สอง ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี จะตลกก็ไม่เชิง จะขำก็ไม่ใช่ สมองนักการตลาดของนางหยุดทำงานไปชั่วขณะ
เดี๋ยวนะ หมายความว่า ยาระบายสูตรมิตรภาพของนาง ไม่ได้แค่ทำให้พระเอกเข้าส้วมทั้งคืน แต่มันยังช่วยให้เขารอดจากควันพิษบนเตียงนอนด้วยอย่างนั้นหรือ
อืม... ขี้ไป ฆ่าไป มันจริงๆ
ใบมะขามแขกโบราณ ช่างลึกล้ำเกินคาดจริง ๆ ยังไม่ทันที่ซูซินจะย่อยเรื่องทั้งหมดได้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากหน้าห้อง
ตึก ตึก ตึก
หัวใจของซูซินหล่นวูบ บรรยากาศในห้องพลันตึงเครียด ประตูถูกเปิดออก มู่หยงเสวียนก้าวเข้ามาในชุดเกราะเบาสีดำสนิท
รูปร่างของเขายังคงสูงสง่า ท่วงท่ายังคงน่าเกรงขาม ทว่าขอบตากลับดำคล้ำเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ผลลัพธ์จากการนั่งห้องสุขาทั้งคืนย่อมไม่อาจปกปิดได้ง่าย ๆ
ซูซินกลืนน้ำลาย แต่สิ่งที่ทำให้นางตกใจกว่านั้น คือสายตาของเขา ไม่มีความเกลียดชัง ไม่มีความเย็นชา ไม่มีความระแวงเหมือนเมื่อคืน กลับมีเพียงความซาบซึ้ง ความละอายใจ และความเลื่อมใสอย่างลึกซึ้ง ซูซินเริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ซูซิน” มู่หยงเสวียนเรียกนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลกว่าที่เคยหลายส่วน
เขาโบกมือเบา ๆ เสี่ยวเป่าและบ่าวรับใช้ที่อยู่ในห้องรีบถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ เมื่อภายในห้องเหลือเพียงคนทั้งสอง ซูซินจึงแสร้งทำสีหน้าสงบ
“ท่านพี่มีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ”
มู่หยงเสวียนก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้านาง ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“ข้ามาเพื่อขออภัยเจ้า”
ซูซินชะงัก
“หา”
“และขอบใจเจ้า”
“หา”
มู่หยงเสวียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบมองนางด้วยแววลึกซึ้ง
“เจ้าไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกแล้ว”
ซูซินยิ่งงงกว่าเดิม ปิดบังอะไร นางยังไม่ทันได้ถาม มู่หยงเสวียนก็กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เมื่อคืนหลังจับนักฆ่าได้ ข้าให้คนสอบสวนพวกมันทั้งคืน จึงรู้ว่าพวกมันวางแผนลอบสังหารข้ามานานนับเดือน ใช้ควันพิษสลายวิญญาณที่ไร้สีไร้กลิ่น หมายปลิดชีพข้าบนเตียงโดยไม่ให้รู้ตัว” เขาหยุดเล็กน้อยแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ข้าผู้เป็นแม่ทัพกลับไม่ทันระวัง แต่เจ้ากลับรู้ล่วงหน้า”
ซูซินหน้าเหวอ ข้าไม่ได้รู้ ไม่รู้อะไรเลย ข้าแค่ต้องการทำภารกิจ นางกรีดร้องอยู่ในใจ
“ชาที่เจ้าต้มให้ข้าเมื่อคืน รสชาติเข้มข้นหนักแน่นจนผิดปกติ อีกทั้งเจ้ายังย้ำให้ข้าโล่งโปร่งสบายตลอดทั้งคืน”
มู่หยงเสวียนมองนางด้วยแววตาที่เหมือนเพิ่งค้นพบหยกงามในกองโคลน
“แท้จริงแล้ว เจ้าจงใจทำให้ข้าต้องลุกออกจากเตียง เพื่อหลบเลี่ยงควันพิษใช่หรือไม่”
ซูซินหน้าเหวออีกรอบ ไม่ใช่ ข้าแค่อยากให้ท่านท้องเสีย
“เจ้าถึงกับยอมให้ข้าระแวง ยอมเสี่ยงให้ข้าเข้าใจผิด ยอมแสดงท่าทีร้ายกาจเพื่อบังคับให้ข้าดื่มชาถ้วยนั้น” น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย
“ทั้งหมดก็เพื่อช่วยชีวิตข้า” ซูซินค่อย ๆ กะพริบตา นางใช้เวลาสามลมหายใจเพื่อประมวลผลความเข้าใจผิดระดับแผ่นดินไหวครั้งนี้ แล้วสัญชาตญาณนักการตลาดที่เคยเนียนรับหน้าลูกค้าในสถานการณ์คับขันก็เริ่มทำงานทันที
โอกาสมาแล้ว ต้องคว้าไว้ ใบหน้าของหลินซูซินค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นลึกล้ำ นางหลุบตาลงเล็กน้อย ถอนหายใจเบา ๆ ราวกับสตรีผู้แบกรับความลับของใต้หล้าไว้เพียงลำพัง
“ในเมื่อท่านพี่เข้าใจเจตนาอันลึกซึ้งของข้าแล้ว” น้ำเสียงของนางเรียบเรื่อย
“ข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังอีก”
มู่หยงเสวียนนิ่งฟัง ซูซินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาอ่อนโยนปนเด็ดเดี่ยว
“ความปลอดภัยของท่านพี่และจวนแม่ทัพ ย่อมสำคัญที่สุดสำหรับข้าเสมอเจ้าค่ะ” ประโยคนี้กระแทกหัวใจมู่หยงเสวียนอย่างจัง
ที่ผ่านมาข้าช่างตาถั่วยิ่งนัก เขาคิดอย่างรู้สึกผิด สตรีตรงหน้ามิใช่เพียงภรรยาเอาแต่ใจไร้เหตุผล
ยอมสละชื่อเสียงระดับนี้ เพื่อความเป็นผัวเมียของเราขนาดนี้เชียวหรือภรรยารัก!’ฮ่องเต้ทอดพระเนตรตามทัศนะของมู่หยงเสวียน ทรงถอนหายใจยาวด้วยความซาบซึ้งในความเสียสละที่ไม่ยึดติดในลาภยศของปราชญ์หญิง“ในเมื่อฮูหยินเอกรักความสันโดษ ข้าก็มิขัดข้อง ข้าขอพระราชทานเงินบำนาญพิเศษเดือนละห้าพันตำลึงทองให้เจ้าไปนอนนับเล่นที่บ้านชั่วชีวิต”ติ๊ง! ภารกิจสุดท้ายสำเร็จลุล่วงโฮสต์แสดงกิริยาโอหังปฏิเสธตำแหน่ง แต่คนทั้งแผ่นดินซาบซึ้งคิดว่าสละลาภยศเพื่อความสงบของบ้านเมือง เรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิตอมตะ และระบบขอลาจากไปอย่างถาวร ขอให้โฮสต์โชคดีกับการนอนนับเงินและกินผัวกล้ามโตค่ะ ลาก่อนค่ะสิ้นเสียงระบบ หน้าต่างสีทองพลันสลายหายไปในอากาศ ความรู้สึกโปร่งสบายแล่นริ้วไปทั่วร่าง ซูซินยืนนิ่งทำตาปริบ ๆ ในใจคิดว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิด ข้ามิได้เสียสละอันใดทั้งนั้น ข้าแค่ขี้เกียจ และข้าแค่กลัวนอนละเมอเต้นระบำหน้าท้อง แต่... เอาน่ะ มีเงินบำนาญเพิ่มมาอีกตั้งเดือนละห้าพันตำลึงทอง แถมระบบเฮงซวยก็ไปแล้ว คุ้มค่าที่สุด!มู่หยงเสวียนพุ่งเข้าไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแนบแผงอกแกร่ง พานางก้าวเดินออกจากท้องพระโรงท่ามกลางสายตาเลื่อมใสของข
ซินจะก้มหน้ารับกรรม เสียงระบบที่แสนคิดถึงก็แผดลั่นขึ้นกลางหัวทันทีติ๊ง! ประกาศภารกิจที่ 16จงแสดงความกักขฬะและไร้มารยาทของนางร้ายอันดับหนึ่ง จงเดินเข้าไปรวบหนวดเคราของทูตอาวุโสแคว้นซีสู่แล้วกระชากอย่างแรงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ เพื่อประกาศความป่าเถื่อนข้ามพรมแดนสำเร็จจะได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 70 วัน ล้มเหลว ระบบจะล็อกให้โฮสต์มีอาการพูดทุกคำทวนซ้ำสามรอบ เช่น กินกินกิน นอนนอนนอน นานสามวันเต็มค่ะพูดทวนซ้ำสามรอบสามวันรึ ขืนข้าต้องสั่งงานบ่าวไพร่หรือคุยกับสามีบนเตียงด้วยเสียงเยี่ยงนั้น ภาพลักษณ์ปราชญ์หญิงกู้ชาติคงกลายเป็นคนวิปลาสสติฟั่นเฟือนแน่แถมยังโดนหาว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำอีก เพื่อระบบประสาทและช่องปากที่ปกติ ซูซินสลัดความเพลีย งัดจริตนางร้ายสายลุย เดินนวยนาดตรงเข้าไปหาทูตเฒ่าแคว้นซีสู่ที่กำลังนั่งเก๊กขรึมนางเหยียดยิ้มร้ายกาจก่อนจะยื่นมือบางออกไปคว้าหมับเข้าที่หนวดเคราสีขาวปุยยาวเฟื้อยของมัน แล้วออกแรงกระชากอย่างแรงจนทูตเฒ่าร้องโอ๊ยลั่นตำหนักหลวง“โอ๊ย! ฮูหยินเอกจวนแม่ทัพ เจ้ากล้าดียังไงมาดึงเคราข้า ช่างป่าเถื่อนยิ่งนัก!” ทูตเฒ่าโวยวายลั่นขุนนางทั้งราชสำนักอ้าปากค้าง ฮ่องเต้ถึงกับกุม
หลินซูซินนั่งลงอย่างสงบ ในใจนางคิดเพียงว่า...‘พวกเจ้าด่ากันไปเถอะ ข้ากลับไปนอนนับเงินก็ชนะแล้ว’นางเพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ เสียงนรกประจำวันก็ดังขึ้นในหัวทันทีติ๊ง!ประกาศภารกิจที่ 15จงแสดงความป่าเถื่อนของนางร้ายอันดับหนึ่ง จงคว่ำโต๊ะน้ำชาและชี้หน้าข่มขู่บรรดาฮูหยินตระกูลใหญ่สำเร็จ แต้มชีวิตเพิ่ม 65 วันล้มเหลว โฮสต์จะมีอาการสะอึกเป็นเสียงหมูร้องทุกครั้งที่พูด เป็นเวลาสามวันเต็มซูซินแทบสำลักชาเสียงหมูร้อง!สามวัน!นางนึกภาพตัวเองกำลังคุยกับมู่หยงเสวียน“ท่านพี่ ข้าคิดถึงท่าน... อู๊ด!”หรือกำลังประชุมร้านหม้อไฟ“เพิ่มเนื้อวัวอีกสิบจาน... อู๊ด!”โอ๊ย! ข้าจะบ้าตาย อยากเอาหัวโขกเสาให้ตายตรงนี้เลยไม่ได้! ตายก็ยอมไม่ได้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของมนุษย์ นางจึงตัดสินใจทันทีคว่ำโต๊ะก็คว่ำโต๊ะ!ซูซินลุกขึ้นยืน ทุกสายตาหันมามอง ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอะไร นางก็ยกเท้าขึ้น แล้วเตะเข้าใส่ขากลางโต๊ะน้ำชาหรูหราตรงหน้าอย่างแรงโครม! โต๊ะไม้แกะสลักล้มคว่ำทันที ถ้วยชากระเบื้องเคลือบชั้นเลิศร่วงแตกกระจายเต็มพื้นเสียงเพล้งดังสนั่นไปทั่วอุทยานบรรดาฮูหยินกรีดร้องด้วยความตกใจ คุณหนูหลายคนถึงกับลุกหนีจนชา
“ซูซิน... เจ้าช่างปราดเปรื่องลึกล้ำยิ่งนัก” มู่หยงเสวียนกระชับอ้อมกอดแน่นด้วยความตื้นตันใจ“เจ้าแสร้งทำเป็นกลัวตายและสั่งขนหีบสมบัติอย่างเอิกเกริก ทั้งหมดก็เพื่อใช้หีบกระแทกปิดโปงช่องลมที่มันใช้พ่นพิษลวงตา เจ้าใช้ตัวเองและสมบัติเป็นเหยื่อล่อเพื่อปกป้องตราเสือของข้า เจ้าทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือภรรยารัก”ติ๊ง! ภารกิจที่ 13 สำเร็จลุล่วงโฮสต์แสดงกิริยารักตัวกลัวตาย แต่สามีซาบซึ้งใจคิดว่าใช้สมบัติเปิดโปงแผนร้าย เรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 55 วัน ระบบยกเลิกบทลงโทษเรอเป็นเสียงดนตรีคลาสสิกค่ะซูซินทำเพียงยืนนิ่งทำสีหน้าว่างเปล่าในอ้อมกอดแกร่ง ในใจคิดว่า ข้าแค่หวงเงินและกลัวเรอเป็นเพลง! พวกแกนี่มัน มโนจนฉันขี้เกียจจะพูดแล้ว!แต่เมื่อเห็นสายตาคลั่งรักและแผงอกล่ำ ๆ ที่ยังอุ่นอยู่จากเมื่อคืน นางก็ยอมซบหน้าลงอย่างจำนน รอดตาย ได้แต้มชีวิตเพิ่ม เงินยังอยู่ครบ แถมสามียังหล่อล่ำปลอดภัย หนทางสโลว์ไลฟ์ของนางช่างมั่นคงจริง ๆ คิก ๆกลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำมันหอมสกัดจากดอกมะลิอบอวลไปทั่วห้องแต่งตัวเรือนหลัก หลินซูซินยืนส่องกระจกทองเหลืองบานใหญ่ สำรวจชุดแพรไหมเนื้อบางเบาแนบเนื้อสีแดงเพลิงที่สั่ง
ทว่า ความสุนทรีย์หลังศึกรักบนรถม้าก็พังทลายลงทันทีเมื่อก้าวเท้าเข้าจวน“หลินซูซิน! เจ้าสตรีหน้าเงิน ไร้ยางอาย!” เสียงแหลมสูงของ ‘องค์หญิงแปด’ พระขนิษฐาผู้เอาแต่ใจของฮ่องเต้แผดลั่นขึ้นกลางโถงรับรอง นางมารอนานนับชั่วโมงด้วยความริษยาที่มู่หยงเสวียนมีใจรักมั่นเพียงซูซิน แถมยังเปิดร้านชาบูขูดรีดเงินทองจนโด่งดังองค์หญิงแปดชี้หน้าด่านางร้ายอย่างไม่ไว้หน้า“เจ้าครอบครองท่านแม่ทัพไว้ผู้เดียว ทั่งยังทำตัวหน้าเลือดขูดรีดประชาราษฎร์ สตรีเช่นเจ้ามิคู่ควรกับจวนแม่ทัพสักนิด” ยังไม่ทันที่ซูซินจะอ้าปากโต้ตอบ เสียงสั่นประสาทที่แสนเกลียดชังก็แผดลั่นขึ้นในหัวทันทีติ๊ง! ประกาศภารกิจที่ 12จงแสดงความหน้าเงินและไร้ยางอายของนางร้ายอันดับหนึ่ง ปฏิบัติการผลักไสสามีให้องค์หญิงแปดต่อหน้าธารกำนัล และเอ่ยปากขอ 'เงินค่าสินสอดชดเชย' เป็นทองคำห้าพันตำลึง เพื่อแลกกับการลงนามในใบหย่า ขูดรีดเชื้อพระวงศ์ให้ผู้คนประณาม สำเร็จจะได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 50 วัน ล้มเหลว ระบบจะล็อกให้โฮสต์มีอาการพูดคำว่า "อุ๊ย" ทุกครั้งที่กระพริบตานานสามวันเต็มค่ะกระพริบตาทุกครั้งแล้วต้องร้องอุ๊ยสามวันรึ ข้าได้กลายเป็นตัวตลกวิปลาสของเมืองหลวงแน
แผ่นดินมาลงตรงตำแหน่ง “กลุ่มตึกไม้ซอมซ่อ 5 หลัง” ที่หลินซูซินเพิ่งซื้อไปพอดิบพอดีภายในพริบตา ที่ดินขยะรอบตึกเน่า 5 หลังนั้นกลายเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่แพงที่สุดในแผ่นดินใต้” มูลค่าพุ่งสูงขึ้นนับร้อยเท่าพันทวี คหบดีหน้าเลือดคนเดิมที่เคยหัวเราะเยาะถึงกับหน้าเขียวคล้ำ กระอักเลือดสด ๆ ล้มพับหมดสติกลางตลาดทันทีเพราะความเสียดายและอิจฉามู่หยงเสวียนในชุดขุนนางเต็มยศเดินเข้ามาโอบกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลัง สายตาคู่คมที่มองนางบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนเหนือเกล้า อาการมโนขั้นทะลุขอบจักรวาลสั่นสะเทือนทำหน้าที่ทันที“ซูซิน... เจ้าช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก” มู่หยงเสวียนกระซิบเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจ“เจ้าจงใจกว้านซื้อตึกซอมซ่อเหล่านั้นล่วงหน้าในราคาสูง เพื่อเก็งกำไรและเตรียมขยายเมืองท่ารอรับชัยชนะของกองเรือข้า เจ้าแสร้งทำเป็นนางร้ายหน้าใหญ่ใจโตเพื่อตบตาพวกพ่อค้าหน้าเลือดในพื้นที่มิให้ตื่นตระหนก เจ้ารักและทำเพื่อกองทัพของข้าขนาดนี้เชียวหรือ”ขุนนางแดนใต้และชาวบ้านพากันคุกเข่าโห่ร้องสรรเสริญความปราดเปรื่องระดับเทพธิดาการค้าของฮูหยินเอกทันทีติ๊ง! ภารกิจที่ 11 สำเร็จลุล่ว
"ให้เข้ามา" เพียงประโยคเดียว ทหารทั้งสองก็ถอนหายใจโล่งอกเหมือนได้รับการอภัยโทษพวกเขารีบเก็บกระบี่แล้วเปิดประตูทันที ซูซินหันไปกำชับเสี่ยวเป่า"รอข้าอยู่ข้างนอก""เจ้าค่ะ..." เสี่ยวเป่าพยักหน้ารัวเร็ว นางไม่มีความคิดจะเข้าไปเสี่ยงชีวิตอยู่แล้วภายในเรือนหนังสือ ห้องกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย
"พวกเจ้าทุกคนออกไป" ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน"ข้าจะต้มชาให้ท่านแม่ทัพด้วยตัวเอง""ห้ามผู้ใดเข้ามารบกวน" สิ้นคำสั่ง บรรดาสาวใช้และพ่อครัวต่างรีบวิ่งออกจากโรงครัวอย่างรวดเร็ว ราวกับหนีเอาชีวิตรอด ไม่ถึงอึดใจ พื้นที่กว้างใหญ่ก็เหลือเพียงซูซินคนเดียว รวมถึงเสี่ยวเป่าที่ถูกไล่ไปเฝ้าหน้าประตูเช่นกันเมื่อไม่ม
ระบบยังคงพูดต่ออย่างร่าเริง เพื่อความอยู่รอด โฮสต์ต้องปฏิบัติภารกิจตามที่ระบบกำหนด หากสะสมแต้มชีวิตได้เพียงพอ จะสามารถเปลี่ยนชะตากรรมได้"ฟังดูยังพอมีความหวัง" แต่หากปฏิเสธภารกิจ หรือทำตัวเป็นคนดีเกินไป ระบบจะลงโทษด้วยสายฟ้าฟาดจนวิญญาณสลายค่ะหวังที่มีก็ดับลงทันที"แล้วถ้าฉันอยากลาออก"ไม่มีค่ะ"ยก
ค่ำคืนอันเงียบงันปกคลุมตึกสำนักงานสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากอาคารข้างเคียงทยอยดับลงทีละชั้น เหลือเพียงบางห้องที่ยังสว่างราวกับกำลังต่อสู้กับโชคชะตา และหนึ่งในนั้นก็คือห้องทำงานของบริษัทการตลาดชื่อดังแห่งหนึ่งภายในห้องอันกว้างขวาง หลินซูซิน นักการตลาดสาววัยยี่สิบหกปี กำลังนั่งหลังขดหลังแข็







