Masuk"ให้เข้ามา" เพียงประโยคเดียว ทหารทั้งสองก็ถอนหายใจโล่งอกเหมือนได้รับการอภัยโทษ
พวกเขารีบเก็บกระบี่แล้วเปิดประตูทันที ซูซินหันไปกำชับเสี่ยวเป่า
"รอข้าอยู่ข้างนอก"
"เจ้าค่ะ..." เสี่ยวเป่าพยักหน้ารัวเร็ว นางไม่มีความคิดจะเข้าไปเสี่ยงชีวิตอยู่แล้ว
ภายในเรือนหนังสือ ห้องกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับฟุ่มเฟือย มีเพียงชั้นหนังสือ โต๊ะทำงาน และแผนที่สงครามที่แขวนอยู่บนผนัง ทุกสิ่งล้วนสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้อง เรียบง่าย เด็ดขาด และเย็นชา
มู่หยงเสวียนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ดำขนาดใหญ่ ในมือถือฎีกาฉบับหนึ่ง
แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนดูราวกับภาพวาด แต่ดวงตาคมเข้มคู่นั้นกลับเย็นเยียบจนทำให้คนมองไม่กล้าสบตา
ซูซินสูดหายใจลึก ก่อนเดินเข้าไปวางถาดชาลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงงัดทักษะการพรีเซนต์งานที่สั่งสมมาหลายปีออกมาใช้อย่างเต็มกำลัง
"ท่านพี่" น้ำเสียงหวานหยด
"ข้าเห็นท่านทำงานเหน็ดเหนื่อยจนดึกดื่น จึงตั้งใจเข้าครัวต้มชาอู่หลงด้วยตัวเอง หวังว่าจะช่วยให้ท่านพี่รู้สึกผ่อนคลายลึกซึ้ง" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเน้นเสียงอย่างจริงใจ
"และโล่งโปร่งสบายไปตลอดทั้งคืนเจ้าค่ะ"
มู่หยงเสวียนเงียบ สายตาคมกริบเลื่อนจากถ้วยชาไปยังใบหน้าของนาง สัญชาตญาณของแม่ทัพที่ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังกรีดร้องเตือน
ผิดปกติ
ผิดปกติมาก
สตรีผู้นี้เกลียดเขาเข้าไส้ วันนี้กลับเข้าครัวต้มชาด้วยตัวเอง แถมยังไล่คนออกจากโรงครัวจนหมด ต่อให้บอกว่าพรุ่งนี้หิมะจะตกกลางฤดูร้อน เขายังเชื่อมากกว่า
"เจ้าต้มเอง" เขาถามเรียบ ๆ
"เจ้าค่ะ" ซูซินพยักหน้ารัว ๆ
"ข้าตั้งใจทำเพื่อท่านจริง ๆ"
มู่หยงเสวียนแค่นหัวเราะเบา ๆ
"ในเมื่อเจ้าตั้งใจเช่นนั้น" เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
"เจ้าก็ดื่มให้ข้าดูก่อน" โลกทั้งใบของซูซินหยุดหมุน
ฉิบหายแล้ว!
ในใจนางร้องลั่น ไอ้สามีขี้ระแวง ไอ้สามีเฮงซวย ถ้าข้าดื่มเองคืนนี้ไม่ต้องนอนกันพอดี นางได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน สาปส่งเขาอยู่ในใจ ขณะที่ใบหน้ายิ้มแย้ม
ติ๊ง!
เหลือเวลาอีก 5 นาที หากพระเอกไม่ดื่มยา ภารกิจจะล้มเหลว ระบบจะทำการฟ้าผ่าโฮสต์ทันทีค่ะ
หน้าต่างสีแดงกระพริบรัว
เสียงนับถอยหลังดังติ๊ด ๆ ในหัว
ซูซินแทบอยากร้องไห้
จากนั้น พรสวรรค์ด้านการแสดงที่ไม่เคยรู้ว่ามีก็ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อ หยาดน้ำตาเอ่อคลอ ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ ราวกับนางกำลังถูกคนทั้งโลกทอดทิ้ง
"ท่านพี่" น้ำเสียงสั่นเครือดังขึ้น
"ท่านระแวงข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ"
มู่หยงเสวียนชะงัก
"ที่ผ่านมา" น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้ม
"ข้ายอมรับว่าข้าทำตัวไม่ดี ข้าก่อเรื่อง ข้าทำให้ท่านต้องลำบากใจ" ซูซินยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา
"แต่ครั้งนี้ข้าเพียงอยากทำหน้าที่ภรรยาที่ดีหากแม้แต่ความหวังดีของข้า ท่านยังมองว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย" นางก้มหน้าลง ไหล่สั่นน้อย ๆ
"ข้าก็คงไม่มีหน้าจะอยู่ต่อแล้วเจ้าค่ะ" กล่าวจบ นางยื่นมือไปหยิบถ้วยชา ทำท่าเหมือนจะเททิ้ง แต่ความจริงแอบเขี่ยถ้วยให้เข้าใกล้มู่หยงเสวียนมากขึ้น
ในใจตะโกนสุดเสียง
‘ห้ามข้าสิ!’
‘คว้ามือข้าสิ!’
‘ดื่มสิยะ!’
มู่หยงเสวียนมองภาพตรงหน้า ความสงสัยยังไม่หายไป แต่เขาก็รู้จักหลินซูซินดี
นางอาจร้าย อาจเอาแต่ใจ แต่อย่างไรนางก็ไม่มีความกล้าพอจะวางยาพิษเขาอย่างโจ่งแจ้งในจวนแม่ทัพแน่นอน สุดท้ายมือใหญ่จึงยื่นออกไป คว้าข้อมือบางเอาไว้
"พอได้แล้ว"
ซูซินเกือบร้องเยสออกมา
"ในเมื่อเจ้าตั้งใจ ข้าจะดื่ม"
มู่หยงเสวียนปล่อยมือ ก่อนหยิบถ้วยชาขึ้นมา เขาดมกลิ่นเล็กน้อย มีกลิ่นสมุนไพรแปลก ๆ จริง แต่ดูคล้ายยาบำรุงมากกว่า สุดท้ายชายหนุ่มจึงยกถ้วยขึ้น แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
ซูซินแทบจะกระโดดตีลังกาฉลองชัย แต่ยังคงรักษามาดเอาไว้
"ชาของเจ้า..." มู่หยงเสวียนวางถ้วยลง
"รสชาติเข้มข้นดี" นางทวนประโยคของเขา
‘ก็ต้องเข้มข้นสิยะ!’
‘ใส่ไปตั้งครึ่งสวนสมุนไพร!’
ติ๊ง!
ภารกิจที่ 1 สำเร็จ มู่หยงเสวียนดื่มยาเรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิต 10 วัน ระบบอุ่นเครื่องสายฟ้าฟาดปิดการทำงาน ซูซินแทบอยากกราบระบบ
"ขอบพระคุณท่านพี่เจ้าค่ะ" นางย่อกายอย่างงดงาม
"คืนนี้ขอให้ท่านหลับสบายและโล่งโปร่งตลอดทั้งคืนนะเจ้าคะ" นางทำหน้าชอบกลใส่เขา นึกสภาพเขาแล้วแอบส่ายหัวไปมา พรุ่งนี้เขาคงไม่มาหักคอข้านะ
จากนั้นนางจึงรีบเผ่นหนีออกจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว ทว่าเพียงหนึ่งเค่อต่อมา
โครก...
คลืน...
เสียงประหลาดดังขึ้นภายในเรือนหนังสือ มู่หยงเสวียนขมวดคิ้ว
ก่อนจะชะงัก เพราะเสียงนั้นไม่ได้ดังจากภายนอก แต่มาจาก ท้องของเขาเอง
โครก!
ความปั่นป่วนรุนแรงแล่นผ่านช่องท้อง ใบหน้าหล่อเหลาถอดสีทันที เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผาก มือใหญ่กุมท้องแน่น
"หลิน"
โครก!
"ซู"
คลืน!
"ซิน!"
มู่หยงเสวียนกัดฟันกรอด ความจริงทุกอย่างกระจ่างในพริบตา
จากนั้น แม่ทัพไร้พ่ายผู้ทำให้ศัตรูนับหมื่นหวาดกลัว ผู้ไม่เคยถอยหนีแม้แต่ในสนามรบ ก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ สละมาดเทพสงครามทั้งหมด แล้ววิ่งหน้าตั้งออกจากห้องหนังสือด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต มุ่งตรงไปยังห้องสุขาอย่างไม่คิดหันหลังกลับ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนอันหรูหรา
ม่านแพรไหมสีอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลม กลิ่นเครื่องหอมอ่อน ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ บรรยากาศสงบสุขเสียจนหลินซูซินแทบอยากหลับต่อไปอีกสามวันสามคืน
นางนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงแพรไหมหลังใหญ่ บิดขี้เกียจอย่างแสนสบาย นี่สิชีวิตที่ต้องการ ไม่มีเสียงนาฬิกาปลุก ไม่มีข้อความจากหัวหน้า ไม่มีคำว่าแก้นิดเดียว ไม่มีประชุมเช้า และไม่มีไฟล์งานที่ยังไม่ได้เซฟ
คติประจำใจของนางผุดขึ้นมาในหัวอย่างภาคภูมิ เหนื่อยวันนี้ สบายวันหน้า แต่ถ้าไม่ทำเลย ก็สบายตั้งแต่ตอนนี้
ยอมสละชื่อเสียงระดับนี้ เพื่อความเป็นผัวเมียของเราขนาดนี้เชียวหรือภรรยารัก!’ฮ่องเต้ทอดพระเนตรตามทัศนะของมู่หยงเสวียน ทรงถอนหายใจยาวด้วยความซาบซึ้งในความเสียสละที่ไม่ยึดติดในลาภยศของปราชญ์หญิง“ในเมื่อฮูหยินเอกรักความสันโดษ ข้าก็มิขัดข้อง ข้าขอพระราชทานเงินบำนาญพิเศษเดือนละห้าพันตำลึงทองให้เจ้าไปนอนนับเล่นที่บ้านชั่วชีวิต”ติ๊ง! ภารกิจสุดท้ายสำเร็จลุล่วงโฮสต์แสดงกิริยาโอหังปฏิเสธตำแหน่ง แต่คนทั้งแผ่นดินซาบซึ้งคิดว่าสละลาภยศเพื่อความสงบของบ้านเมือง เรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิตอมตะ และระบบขอลาจากไปอย่างถาวร ขอให้โฮสต์โชคดีกับการนอนนับเงินและกินผัวกล้ามโตค่ะ ลาก่อนค่ะสิ้นเสียงระบบ หน้าต่างสีทองพลันสลายหายไปในอากาศ ความรู้สึกโปร่งสบายแล่นริ้วไปทั่วร่าง ซูซินยืนนิ่งทำตาปริบ ๆ ในใจคิดว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิด ข้ามิได้เสียสละอันใดทั้งนั้น ข้าแค่ขี้เกียจ และข้าแค่กลัวนอนละเมอเต้นระบำหน้าท้อง แต่... เอาน่ะ มีเงินบำนาญเพิ่มมาอีกตั้งเดือนละห้าพันตำลึงทอง แถมระบบเฮงซวยก็ไปแล้ว คุ้มค่าที่สุด!มู่หยงเสวียนพุ่งเข้าไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแนบแผงอกแกร่ง พานางก้าวเดินออกจากท้องพระโรงท่ามกลางสายตาเลื่อมใสของข
ซินจะก้มหน้ารับกรรม เสียงระบบที่แสนคิดถึงก็แผดลั่นขึ้นกลางหัวทันทีติ๊ง! ประกาศภารกิจที่ 16จงแสดงความกักขฬะและไร้มารยาทของนางร้ายอันดับหนึ่ง จงเดินเข้าไปรวบหนวดเคราของทูตอาวุโสแคว้นซีสู่แล้วกระชากอย่างแรงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ เพื่อประกาศความป่าเถื่อนข้ามพรมแดนสำเร็จจะได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 70 วัน ล้มเหลว ระบบจะล็อกให้โฮสต์มีอาการพูดทุกคำทวนซ้ำสามรอบ เช่น กินกินกิน นอนนอนนอน นานสามวันเต็มค่ะพูดทวนซ้ำสามรอบสามวันรึ ขืนข้าต้องสั่งงานบ่าวไพร่หรือคุยกับสามีบนเตียงด้วยเสียงเยี่ยงนั้น ภาพลักษณ์ปราชญ์หญิงกู้ชาติคงกลายเป็นคนวิปลาสสติฟั่นเฟือนแน่แถมยังโดนหาว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำอีก เพื่อระบบประสาทและช่องปากที่ปกติ ซูซินสลัดความเพลีย งัดจริตนางร้ายสายลุย เดินนวยนาดตรงเข้าไปหาทูตเฒ่าแคว้นซีสู่ที่กำลังนั่งเก๊กขรึมนางเหยียดยิ้มร้ายกาจก่อนจะยื่นมือบางออกไปคว้าหมับเข้าที่หนวดเคราสีขาวปุยยาวเฟื้อยของมัน แล้วออกแรงกระชากอย่างแรงจนทูตเฒ่าร้องโอ๊ยลั่นตำหนักหลวง“โอ๊ย! ฮูหยินเอกจวนแม่ทัพ เจ้ากล้าดียังไงมาดึงเคราข้า ช่างป่าเถื่อนยิ่งนัก!” ทูตเฒ่าโวยวายลั่นขุนนางทั้งราชสำนักอ้าปากค้าง ฮ่องเต้ถึงกับกุม
หลินซูซินนั่งลงอย่างสงบ ในใจนางคิดเพียงว่า...‘พวกเจ้าด่ากันไปเถอะ ข้ากลับไปนอนนับเงินก็ชนะแล้ว’นางเพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ เสียงนรกประจำวันก็ดังขึ้นในหัวทันทีติ๊ง!ประกาศภารกิจที่ 15จงแสดงความป่าเถื่อนของนางร้ายอันดับหนึ่ง จงคว่ำโต๊ะน้ำชาและชี้หน้าข่มขู่บรรดาฮูหยินตระกูลใหญ่สำเร็จ แต้มชีวิตเพิ่ม 65 วันล้มเหลว โฮสต์จะมีอาการสะอึกเป็นเสียงหมูร้องทุกครั้งที่พูด เป็นเวลาสามวันเต็มซูซินแทบสำลักชาเสียงหมูร้อง!สามวัน!นางนึกภาพตัวเองกำลังคุยกับมู่หยงเสวียน“ท่านพี่ ข้าคิดถึงท่าน... อู๊ด!”หรือกำลังประชุมร้านหม้อไฟ“เพิ่มเนื้อวัวอีกสิบจาน... อู๊ด!”โอ๊ย! ข้าจะบ้าตาย อยากเอาหัวโขกเสาให้ตายตรงนี้เลยไม่ได้! ตายก็ยอมไม่ได้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของมนุษย์ นางจึงตัดสินใจทันทีคว่ำโต๊ะก็คว่ำโต๊ะ!ซูซินลุกขึ้นยืน ทุกสายตาหันมามอง ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอะไร นางก็ยกเท้าขึ้น แล้วเตะเข้าใส่ขากลางโต๊ะน้ำชาหรูหราตรงหน้าอย่างแรงโครม! โต๊ะไม้แกะสลักล้มคว่ำทันที ถ้วยชากระเบื้องเคลือบชั้นเลิศร่วงแตกกระจายเต็มพื้นเสียงเพล้งดังสนั่นไปทั่วอุทยานบรรดาฮูหยินกรีดร้องด้วยความตกใจ คุณหนูหลายคนถึงกับลุกหนีจนชา
“ซูซิน... เจ้าช่างปราดเปรื่องลึกล้ำยิ่งนัก” มู่หยงเสวียนกระชับอ้อมกอดแน่นด้วยความตื้นตันใจ“เจ้าแสร้งทำเป็นกลัวตายและสั่งขนหีบสมบัติอย่างเอิกเกริก ทั้งหมดก็เพื่อใช้หีบกระแทกปิดโปงช่องลมที่มันใช้พ่นพิษลวงตา เจ้าใช้ตัวเองและสมบัติเป็นเหยื่อล่อเพื่อปกป้องตราเสือของข้า เจ้าทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือภรรยารัก”ติ๊ง! ภารกิจที่ 13 สำเร็จลุล่วงโฮสต์แสดงกิริยารักตัวกลัวตาย แต่สามีซาบซึ้งใจคิดว่าใช้สมบัติเปิดโปงแผนร้าย เรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 55 วัน ระบบยกเลิกบทลงโทษเรอเป็นเสียงดนตรีคลาสสิกค่ะซูซินทำเพียงยืนนิ่งทำสีหน้าว่างเปล่าในอ้อมกอดแกร่ง ในใจคิดว่า ข้าแค่หวงเงินและกลัวเรอเป็นเพลง! พวกแกนี่มัน มโนจนฉันขี้เกียจจะพูดแล้ว!แต่เมื่อเห็นสายตาคลั่งรักและแผงอกล่ำ ๆ ที่ยังอุ่นอยู่จากเมื่อคืน นางก็ยอมซบหน้าลงอย่างจำนน รอดตาย ได้แต้มชีวิตเพิ่ม เงินยังอยู่ครบ แถมสามียังหล่อล่ำปลอดภัย หนทางสโลว์ไลฟ์ของนางช่างมั่นคงจริง ๆ คิก ๆกลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำมันหอมสกัดจากดอกมะลิอบอวลไปทั่วห้องแต่งตัวเรือนหลัก หลินซูซินยืนส่องกระจกทองเหลืองบานใหญ่ สำรวจชุดแพรไหมเนื้อบางเบาแนบเนื้อสีแดงเพลิงที่สั่ง
ทว่า ความสุนทรีย์หลังศึกรักบนรถม้าก็พังทลายลงทันทีเมื่อก้าวเท้าเข้าจวน“หลินซูซิน! เจ้าสตรีหน้าเงิน ไร้ยางอาย!” เสียงแหลมสูงของ ‘องค์หญิงแปด’ พระขนิษฐาผู้เอาแต่ใจของฮ่องเต้แผดลั่นขึ้นกลางโถงรับรอง นางมารอนานนับชั่วโมงด้วยความริษยาที่มู่หยงเสวียนมีใจรักมั่นเพียงซูซิน แถมยังเปิดร้านชาบูขูดรีดเงินทองจนโด่งดังองค์หญิงแปดชี้หน้าด่านางร้ายอย่างไม่ไว้หน้า“เจ้าครอบครองท่านแม่ทัพไว้ผู้เดียว ทั่งยังทำตัวหน้าเลือดขูดรีดประชาราษฎร์ สตรีเช่นเจ้ามิคู่ควรกับจวนแม่ทัพสักนิด” ยังไม่ทันที่ซูซินจะอ้าปากโต้ตอบ เสียงสั่นประสาทที่แสนเกลียดชังก็แผดลั่นขึ้นในหัวทันทีติ๊ง! ประกาศภารกิจที่ 12จงแสดงความหน้าเงินและไร้ยางอายของนางร้ายอันดับหนึ่ง ปฏิบัติการผลักไสสามีให้องค์หญิงแปดต่อหน้าธารกำนัล และเอ่ยปากขอ 'เงินค่าสินสอดชดเชย' เป็นทองคำห้าพันตำลึง เพื่อแลกกับการลงนามในใบหย่า ขูดรีดเชื้อพระวงศ์ให้ผู้คนประณาม สำเร็จจะได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 50 วัน ล้มเหลว ระบบจะล็อกให้โฮสต์มีอาการพูดคำว่า "อุ๊ย" ทุกครั้งที่กระพริบตานานสามวันเต็มค่ะกระพริบตาทุกครั้งแล้วต้องร้องอุ๊ยสามวันรึ ข้าได้กลายเป็นตัวตลกวิปลาสของเมืองหลวงแน
แผ่นดินมาลงตรงตำแหน่ง “กลุ่มตึกไม้ซอมซ่อ 5 หลัง” ที่หลินซูซินเพิ่งซื้อไปพอดิบพอดีภายในพริบตา ที่ดินขยะรอบตึกเน่า 5 หลังนั้นกลายเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่แพงที่สุดในแผ่นดินใต้” มูลค่าพุ่งสูงขึ้นนับร้อยเท่าพันทวี คหบดีหน้าเลือดคนเดิมที่เคยหัวเราะเยาะถึงกับหน้าเขียวคล้ำ กระอักเลือดสด ๆ ล้มพับหมดสติกลางตลาดทันทีเพราะความเสียดายและอิจฉามู่หยงเสวียนในชุดขุนนางเต็มยศเดินเข้ามาโอบกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลัง สายตาคู่คมที่มองนางบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนเหนือเกล้า อาการมโนขั้นทะลุขอบจักรวาลสั่นสะเทือนทำหน้าที่ทันที“ซูซิน... เจ้าช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก” มู่หยงเสวียนกระซิบเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจ“เจ้าจงใจกว้านซื้อตึกซอมซ่อเหล่านั้นล่วงหน้าในราคาสูง เพื่อเก็งกำไรและเตรียมขยายเมืองท่ารอรับชัยชนะของกองเรือข้า เจ้าแสร้งทำเป็นนางร้ายหน้าใหญ่ใจโตเพื่อตบตาพวกพ่อค้าหน้าเลือดในพื้นที่มิให้ตื่นตระหนก เจ้ารักและทำเพื่อกองทัพของข้าขนาดนี้เชียวหรือ”ขุนนางแดนใต้และชาวบ้านพากันคุกเข่าโห่ร้องสรรเสริญความปราดเปรื่องระดับเทพธิดาการค้าของฮูหยินเอกทันทีติ๊ง! ภารกิจที่ 11 สำเร็จลุล่ว
ในที่สุด สวรรค์ก็เข้าใจเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของหลินซูซินเสียทีทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อสมองเริ่มตื่นเต็มที่ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็แล่นย้อนกลับมาในหัวอย่างรวดเร็วน้ำชา ใบมะขามแขกโบราณหนึ่งกำมือใหญ่ และมู่หยงเสวียนที่ดื่มมันรวดเดียวจนหมดถ้วยซูซินลืมตาโพลง ก่อนเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมานั่ง ใ
"พวกเจ้าทุกคนออกไป" ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน"ข้าจะต้มชาให้ท่านแม่ทัพด้วยตัวเอง""ห้ามผู้ใดเข้ามารบกวน" สิ้นคำสั่ง บรรดาสาวใช้และพ่อครัวต่างรีบวิ่งออกจากโรงครัวอย่างรวดเร็ว ราวกับหนีเอาชีวิตรอด ไม่ถึงอึดใจ พื้นที่กว้างใหญ่ก็เหลือเพียงซูซินคนเดียว รวมถึงเสี่ยวเป่าที่ถูกไล่ไปเฝ้าหน้าประตูเช่นกันเมื่อไม่ม
ระบบยังคงพูดต่ออย่างร่าเริง เพื่อความอยู่รอด โฮสต์ต้องปฏิบัติภารกิจตามที่ระบบกำหนด หากสะสมแต้มชีวิตได้เพียงพอ จะสามารถเปลี่ยนชะตากรรมได้"ฟังดูยังพอมีความหวัง" แต่หากปฏิเสธภารกิจ หรือทำตัวเป็นคนดีเกินไป ระบบจะลงโทษด้วยสายฟ้าฟาดจนวิญญาณสลายค่ะหวังที่มีก็ดับลงทันที"แล้วถ้าฉันอยากลาออก"ไม่มีค่ะ"ยก
ค่ำคืนอันเงียบงันปกคลุมตึกสำนักงานสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากอาคารข้างเคียงทยอยดับลงทีละชั้น เหลือเพียงบางห้องที่ยังสว่างราวกับกำลังต่อสู้กับโชคชะตา และหนึ่งในนั้นก็คือห้องทำงานของบริษัทการตลาดชื่อดังแห่งหนึ่งภายในห้องอันกว้างขวาง หลินซูซิน นักการตลาดสาววัยยี่สิบหกปี กำลังนั่งหลังขดหลังแข็







