LOGINเมื่ออดีตมนุษย์ออฟฟิศทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ 'หลินซูซิน' นางร้ายไร้สมองอันดับหนึ่งที่มีจุดจบคือความตาย! เพื่อเอาชีวิตรอด นางจึงต้องทำภารกิจกู้แต้มอายุขัยจากระบบสุดเพี้ยนที่คอยสั่งให้ทำตัวกักขฬะ ตบโต๊ะ คว่ำหม้อแกง และโขกสับผู้คนเพื่อรักษามาดนางร้ายเอาไว้ แต่ไฉนเลย... ยิ่งนางพยายามทำตัวร้ายกาจเพื่อเอาตัวรอด คนทั้งแผ่นดินกลับมองว่านางคือ 'ปราชญ์หญิงกู้ชาติ' ผู้หยั่งรู้ฟ้าดินลึกซึ้ง! แม้กระทั่ง 'มู่หยงเสวียน' สามีแม่ทัพใหญ่กล้ามล่ำที่เคยชังน้ำหน้านาง บัดนี้ก็ผันตัวกลายมาเป็นคนคลั่งรักสายเปย์ สมองเปิดโหมดมโนทะลุขอบจักรวาลทุกครั้งที่นางอาละวาด ว่านางรักเขา ทำเพื่อเขาเพียงคนเดียว หลินซูซินได้แต่ยืนมองฟ้าด้วยความว่างเปล่า... ไม่ใช่ว้อย! ข้าไม่ได้วางแผนกู้ชาติอันใดทั้งนั้น ข้าแค่ทำตามภารกิจระบบ และข้าแค่กลัวบทลงโทษสยองขวัญโว้ย! พวกแกจะมโนเก่งไปถึงไหน! เอาเถอะ... อยากมโนอะไรก็มโนไป ขอแค่แต้มชีวิตอมตะ เงินบำนาญเต็มคลังไว้คอยนอนนับเล่น และมีสามีรูปงามคอยปรนนิบัติ 'นวดรางวัล' และ 'นาบ' เอวให้หายเมื่อยทุกคืนบนเตียง ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของนางร้ายคนนี้ก็นับว่าคุ้มค่าที่สุดในใต้หล้าแล้ว
View Moreค่ำคืนอันเงียบงันปกคลุมตึกสำนักงานสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากอาคารข้างเคียงทยอยดับลงทีละชั้น เหลือเพียงบางห้องที่ยังสว่างราวกับกำลังต่อสู้กับโชคชะตา และหนึ่งในนั้นก็คือห้องทำงานของบริษัทการตลาดชื่อดังแห่งหนึ่ง
ภายในห้องอันกว้างขวาง หลินซูซิน นักการตลาดสาววัยยี่สิบหกปี กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการอดนอนหลายคืนติดต่อกัน
บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยแก้วกาแฟเปล่า ซองขนม และเอกสารที่กองสูงราวภูเขา เสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังรัวไม่หยุดราวกับกำลังแข่งกับเวลา
คติประจำใจของหลินซูซินคือ ‘เหนื่อยวันนี้ สบายวันหน้า’
แต่ในความเป็นจริงเธอมักจะต่อท้ายประโยคนี้อยู่เสมอว่า ‘แต่ถ้าไม่ทำเลย ก็สบายตั้งแต่ตอนนี้’
น่าเสียดายที่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนไม่เคยเปิดโอกาสให้เลือกทางหลัง
โดยเฉพาะเมื่อหัวหน้าประกาศชัดเจนว่า หากดราฟต์งานชิ้นนี้ไม่เสร็จภายในคืนนี้ คนที่ได้ไปพักยาวอาจไม่ใช่โปรเจกต์ แต่เป็นเธอเอง
"อีกนิดเดียว..."
ซูซินจ้องสไลด์หน้าสุดท้ายด้วยสายตาเลื่อนลอย
"อีกแค่หน้าสุดท้ายจริง ๆ"
เธอยกกาแฟขึ้นดื่ม แต่เพิ่งนึกได้ว่าในแก้วไม่มีอะไรเหลือแล้ว หญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพิมพ์งานต่อ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง หัวใจของเธอกลับกระตุกอย่างรุนแรง
ตึก!
ปลายนิ้วที่กำลังพิมพ์ชะงักค้าง ความเจ็บปวดแปลบแล่นผ่านกลางอก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบหัวใจของเธออย่างโหดเหี้ยม
"อึก..." ซูซินยกมือกุมหน้าอก ลมหายใจเริ่มติดขัด ภาพตรงหน้าพร่ามัวลงอย่างรวดเร็ว
เธอพยายามเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ แต่แขนกลับไร้เรี่ยวแรง ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงฟุบกับโต๊ะทำงาน ความมืดค่อย ๆ กลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอ
และสิ่งสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในสมอง
ไม่ใช่พ่อแม่
ไม่ใช่เพื่อน
ไม่ใช่แฟนเก่า
แต่เป็นประโยคที่สะเทือนใจมนุษย์ออฟฟิศทุกคน
‘งานยังไม่ได้เซฟ’
จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ
"ฮูหยิน!"
"ฮูหยินฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!"
"รีบไปตามหมอหลวงเร็วเข้า!"
เสียงกรีดร้องดังลั่นราวกับมีคนถูกฆ่าตายอยู่ข้างหู
หลินซูซินสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นทันที ภาพแรกที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพดานสีขาวของโรงพยาบาล
ไม่ใช่เครื่องวัดชีพจร และไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แต่กลับเป็นผ้าม่านแพรไหมสีแดงสดที่ห้อยระย้าจากเตียงหลังใหญ่ ลวดลายปักดิ้นทองงดงามประณีตราวกับงานศิลป์ชั้นสูง กลิ่นกำยานและเครื่องหอมลอยอวลอยู่ในอากาศ
ซูซินกะพริบตาถี่ ๆ อย่างสับสน เธอหันมองไปทางด้านข้าง ก่อนจะพบหญิงสาวในชุดจีนโบราณกำลังร้องไห้น้ำตานองหน้า
"ที่นี่ที่ไหน..." ซูซินเอ่ยเสียงแหบ
"แล้วเธอเป็นใคร"
หญิงสาวผู้นั้นเบิกตากว้าง ก่อนจะร้องไห้หนักกว่าเดิม
"ฮูหยินจำบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะ บ่าวชื่อเสี่ยวเป่าเจ้าค่ะ"
"เสี่ยวเป่า"
"เจ้าค่ะ!"
หญิงสาวพยักหน้ารัวเร็วราวกับจะหลุดออกจากคอ
"ฮูหยินโกรธท่านแม่ทัพมากจนเป็นลมไป ถึงได้จำอะไรไม่ได้เลย"
ซูซินชะงัก
ฮูหยิน?
แม่ทัพ?
นี่มันคำศัพท์จากซีรีส์จีนชัด ๆ
เธอก้มมองตัวเองทันที ชุดผ้าไหมสีอ่อนที่สวมอยู่ช่างงดงามและประณีตเกินกว่าคนธรรมดาจะสวมใส่ได้ มือขาวเนียนราวหยก เล็บถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ร่างกายนี้ไม่ใช่ของหญิงสาวมนุษย์เงินเดือนที่นอนวันละสี่ชั่วโมงอย่างแน่นอน
"เดี๋ยวก่อน..." ซูซินพึมพำ
"อย่าบอกนะว่า..." หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น
หรือว่า... เธอทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ ดวงตาของหญิงสาวพลันเปล่งประกายทันที
สวรรค์!
นี่มันสวรรค์ชัด ๆ โลกเดิมเธอทำงานจนหัวใจวายตาย แต่โลกใหม่นี้ดูจากข้าวของเครื่องใช้แล้ว เจ้าของร่างเดิมต้องเป็นคุณหนูหรือฮูหยินตระกูลใหญ่แน่นอน มีคนรับใช้ มีเงินทอง ไม่ต้องตื่นตีห้าไปประชุม ไม่ต้องแก้งานรอบที่สิบสอง
ไม่ต้องฟังหัวหน้าพูดว่า "แก้นิดเดียว"
ชีวิตในฝันของเธออยู่ตรงหน้าแล้ว แผนการนอนตื่นสาย กินอาหารอร่อย และใช้ชีวิตแบบขุนนางเกษียณอายุในวัยยี่สิบหกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ทว่า...
ติ๊ง!
เสียงใสแจ๋วดังขึ้นกลางศีรษะ
ตรวจพบสัญญาณชีพของโฮสต์ กำลังเชื่อมต่อระบบ ทำการผูกมัด ‘ระบบนางร้ายต้องรอด’ สำเร็จ
"เฮ้ย!" ซูซินสะดุ้งตัวลอย
"ใครพูด" เธอหันซ้ายหันขวาทันที แต่เสี่ยวเป่ากลับมองเธออย่างงุนงง เห็นได้ชัดว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่ได้ยินเสียงนั้น
ยินดีต้อนรับโฮสต์ หลินซูซิน ท่านได้เข้าสู่โลกนิยายโบราณและครอบครองร่างของ ‘หลินซูซิน’ ฮูหยินเอกแห่งจวนแม่ทัพ
ซูซินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ดีมาก ฮูหยินเอก ฟังดูก็รวยแล้ว แต่ประโยคต่อมาทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างทันที
อย่างไรก็ตาม เจ้าของร่างเดิมเป็นนางร้ายตัวฉกาจที่คนทั้งจวนเกลียดชัง และมีจุดจบคือถูกสามีสั่งประหารชีวิตในอีกสามเดือนข้างหน้า
"อะไรนะ"
ถูกประหารชีวิตค่ะ
"หา!"
ตัดหัวค่ะ
"หา!"
เสียชีวิตค่ะ
"หยุดย้ำได้แล้ว"
ซูซินแทบอยากกระโดดลงจากเตียง นี่มันสวรรค์ตรงไหน นี่มันนรกชัด ๆ
ยอมสละชื่อเสียงระดับนี้ เพื่อความเป็นผัวเมียของเราขนาดนี้เชียวหรือภรรยารัก!’ฮ่องเต้ทอดพระเนตรตามทัศนะของมู่หยงเสวียน ทรงถอนหายใจยาวด้วยความซาบซึ้งในความเสียสละที่ไม่ยึดติดในลาภยศของปราชญ์หญิง“ในเมื่อฮูหยินเอกรักความสันโดษ ข้าก็มิขัดข้อง ข้าขอพระราชทานเงินบำนาญพิเศษเดือนละห้าพันตำลึงทองให้เจ้าไปนอนนับเล่นที่บ้านชั่วชีวิต”ติ๊ง! ภารกิจสุดท้ายสำเร็จลุล่วงโฮสต์แสดงกิริยาโอหังปฏิเสธตำแหน่ง แต่คนทั้งแผ่นดินซาบซึ้งคิดว่าสละลาภยศเพื่อความสงบของบ้านเมือง เรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิตอมตะ และระบบขอลาจากไปอย่างถาวร ขอให้โฮสต์โชคดีกับการนอนนับเงินและกินผัวกล้ามโตค่ะ ลาก่อนค่ะสิ้นเสียงระบบ หน้าต่างสีทองพลันสลายหายไปในอากาศ ความรู้สึกโปร่งสบายแล่นริ้วไปทั่วร่าง ซูซินยืนนิ่งทำตาปริบ ๆ ในใจคิดว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิด ข้ามิได้เสียสละอันใดทั้งนั้น ข้าแค่ขี้เกียจ และข้าแค่กลัวนอนละเมอเต้นระบำหน้าท้อง แต่... เอาน่ะ มีเงินบำนาญเพิ่มมาอีกตั้งเดือนละห้าพันตำลึงทอง แถมระบบเฮงซวยก็ไปแล้ว คุ้มค่าที่สุด!มู่หยงเสวียนพุ่งเข้าไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแนบแผงอกแกร่ง พานางก้าวเดินออกจากท้องพระโรงท่ามกลางสายตาเลื่อมใสของข
ซินจะก้มหน้ารับกรรม เสียงระบบที่แสนคิดถึงก็แผดลั่นขึ้นกลางหัวทันทีติ๊ง! ประกาศภารกิจที่ 16จงแสดงความกักขฬะและไร้มารยาทของนางร้ายอันดับหนึ่ง จงเดินเข้าไปรวบหนวดเคราของทูตอาวุโสแคว้นซีสู่แล้วกระชากอย่างแรงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ เพื่อประกาศความป่าเถื่อนข้ามพรมแดนสำเร็จจะได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 70 วัน ล้มเหลว ระบบจะล็อกให้โฮสต์มีอาการพูดทุกคำทวนซ้ำสามรอบ เช่น กินกินกิน นอนนอนนอน นานสามวันเต็มค่ะพูดทวนซ้ำสามรอบสามวันรึ ขืนข้าต้องสั่งงานบ่าวไพร่หรือคุยกับสามีบนเตียงด้วยเสียงเยี่ยงนั้น ภาพลักษณ์ปราชญ์หญิงกู้ชาติคงกลายเป็นคนวิปลาสสติฟั่นเฟือนแน่แถมยังโดนหาว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำอีก เพื่อระบบประสาทและช่องปากที่ปกติ ซูซินสลัดความเพลีย งัดจริตนางร้ายสายลุย เดินนวยนาดตรงเข้าไปหาทูตเฒ่าแคว้นซีสู่ที่กำลังนั่งเก๊กขรึมนางเหยียดยิ้มร้ายกาจก่อนจะยื่นมือบางออกไปคว้าหมับเข้าที่หนวดเคราสีขาวปุยยาวเฟื้อยของมัน แล้วออกแรงกระชากอย่างแรงจนทูตเฒ่าร้องโอ๊ยลั่นตำหนักหลวง“โอ๊ย! ฮูหยินเอกจวนแม่ทัพ เจ้ากล้าดียังไงมาดึงเคราข้า ช่างป่าเถื่อนยิ่งนัก!” ทูตเฒ่าโวยวายลั่นขุนนางทั้งราชสำนักอ้าปากค้าง ฮ่องเต้ถึงกับกุม
หลินซูซินนั่งลงอย่างสงบ ในใจนางคิดเพียงว่า...‘พวกเจ้าด่ากันไปเถอะ ข้ากลับไปนอนนับเงินก็ชนะแล้ว’นางเพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ เสียงนรกประจำวันก็ดังขึ้นในหัวทันทีติ๊ง!ประกาศภารกิจที่ 15จงแสดงความป่าเถื่อนของนางร้ายอันดับหนึ่ง จงคว่ำโต๊ะน้ำชาและชี้หน้าข่มขู่บรรดาฮูหยินตระกูลใหญ่สำเร็จ แต้มชีวิตเพิ่ม 65 วันล้มเหลว โฮสต์จะมีอาการสะอึกเป็นเสียงหมูร้องทุกครั้งที่พูด เป็นเวลาสามวันเต็มซูซินแทบสำลักชาเสียงหมูร้อง!สามวัน!นางนึกภาพตัวเองกำลังคุยกับมู่หยงเสวียน“ท่านพี่ ข้าคิดถึงท่าน... อู๊ด!”หรือกำลังประชุมร้านหม้อไฟ“เพิ่มเนื้อวัวอีกสิบจาน... อู๊ด!”โอ๊ย! ข้าจะบ้าตาย อยากเอาหัวโขกเสาให้ตายตรงนี้เลยไม่ได้! ตายก็ยอมไม่ได้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของมนุษย์ นางจึงตัดสินใจทันทีคว่ำโต๊ะก็คว่ำโต๊ะ!ซูซินลุกขึ้นยืน ทุกสายตาหันมามอง ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอะไร นางก็ยกเท้าขึ้น แล้วเตะเข้าใส่ขากลางโต๊ะน้ำชาหรูหราตรงหน้าอย่างแรงโครม! โต๊ะไม้แกะสลักล้มคว่ำทันที ถ้วยชากระเบื้องเคลือบชั้นเลิศร่วงแตกกระจายเต็มพื้นเสียงเพล้งดังสนั่นไปทั่วอุทยานบรรดาฮูหยินกรีดร้องด้วยความตกใจ คุณหนูหลายคนถึงกับลุกหนีจนชา
“ซูซิน... เจ้าช่างปราดเปรื่องลึกล้ำยิ่งนัก” มู่หยงเสวียนกระชับอ้อมกอดแน่นด้วยความตื้นตันใจ“เจ้าแสร้งทำเป็นกลัวตายและสั่งขนหีบสมบัติอย่างเอิกเกริก ทั้งหมดก็เพื่อใช้หีบกระแทกปิดโปงช่องลมที่มันใช้พ่นพิษลวงตา เจ้าใช้ตัวเองและสมบัติเป็นเหยื่อล่อเพื่อปกป้องตราเสือของข้า เจ้าทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือภรรยารัก”ติ๊ง! ภารกิจที่ 13 สำเร็จลุล่วงโฮสต์แสดงกิริยารักตัวกลัวตาย แต่สามีซาบซึ้งใจคิดว่าใช้สมบัติเปิดโปงแผนร้าย เรียบร้อย ได้รับแต้มชีวิตเพิ่ม 55 วัน ระบบยกเลิกบทลงโทษเรอเป็นเสียงดนตรีคลาสสิกค่ะซูซินทำเพียงยืนนิ่งทำสีหน้าว่างเปล่าในอ้อมกอดแกร่ง ในใจคิดว่า ข้าแค่หวงเงินและกลัวเรอเป็นเพลง! พวกแกนี่มัน มโนจนฉันขี้เกียจจะพูดแล้ว!แต่เมื่อเห็นสายตาคลั่งรักและแผงอกล่ำ ๆ ที่ยังอุ่นอยู่จากเมื่อคืน นางก็ยอมซบหน้าลงอย่างจำนน รอดตาย ได้แต้มชีวิตเพิ่ม เงินยังอยู่ครบ แถมสามียังหล่อล่ำปลอดภัย หนทางสโลว์ไลฟ์ของนางช่างมั่นคงจริง ๆ คิก ๆกลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำมันหอมสกัดจากดอกมะลิอบอวลไปทั่วห้องแต่งตัวเรือนหลัก หลินซูซินยืนส่องกระจกทองเหลืองบานใหญ่ สำรวจชุดแพรไหมเนื้อบางเบาแนบเนื้อสีแดงเพลิงที่สั่ง
ระบบยังคงพูดต่ออย่างร่าเริง เพื่อความอยู่รอด โฮสต์ต้องปฏิบัติภารกิจตามที่ระบบกำหนด หากสะสมแต้มชีวิตได้เพียงพอ จะสามารถเปลี่ยนชะตากรรมได้"ฟังดูยังพอมีความหวัง" แต่หากปฏิเสธภารกิจ หรือทำตัวเป็นคนดีเกินไป ระบบจะลงโทษด้วยสายฟ้าฟาดจนวิญญาณสลายค่ะหวังที่มีก็ดับลงทันที"แล้วถ้าฉันอยากลาออก"ไม่มีค่ะ"ยก
ค่ำคืนอันเงียบงันปกคลุมตึกสำนักงานสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากอาคารข้างเคียงทยอยดับลงทีละชั้น เหลือเพียงบางห้องที่ยังสว่างราวกับกำลังต่อสู้กับโชคชะตา และหนึ่งในนั้นก็คือห้องทำงานของบริษัทการตลาดชื่อดังแห่งหนึ่งภายในห้องอันกว้างขวาง หลินซูซิน นักการตลาดสาววัยยี่สิบหกปี กำลังนั่งหลังขดหลังแข็
ในที่สุด สวรรค์ก็เข้าใจเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของหลินซูซินเสียทีทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อสมองเริ่มตื่นเต็มที่ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็แล่นย้อนกลับมาในหัวอย่างรวดเร็วน้ำชา ใบมะขามแขกโบราณหนึ่งกำมือใหญ่ และมู่หยงเสวียนที่ดื่มมันรวดเดียวจนหมดถ้วยซูซินลืมตาโพลง ก่อนเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมานั่ง ใ
"ให้เข้ามา" เพียงประโยคเดียว ทหารทั้งสองก็ถอนหายใจโล่งอกเหมือนได้รับการอภัยโทษพวกเขารีบเก็บกระบี่แล้วเปิดประตูทันที ซูซินหันไปกำชับเสี่ยวเป่า"รอข้าอยู่ข้างนอก""เจ้าค่ะ..." เสี่ยวเป่าพยักหน้ารัวเร็ว นางไม่มีความคิดจะเข้าไปเสี่ยงชีวิตอยู่แล้วภายในเรือนหนังสือ ห้องกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย





