LOGINชาติก่อน... 'เสิ่นชิงเยว่' ทุ่มเทความรัก ปกป้อง และช่วยเหลือ 'เซียวจิ้งเหิง' จนได้ครองตำแหน่งพระชายาเอกแห่งจวนจิ้งอ๋อง ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นความหวาดระแวง คดีใส่ร้าย และการถูกทอดทิ้งให้ตรอมใจตายอย่างเดียวดายในตำหนักเย็น พร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก นางสิ้นใจไปพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลายและคำสาบาน... ว่าจะไม่ขอรักบุรุษผู้นี้อีกชั่วกัปชั่วกัลป์! เมื่อสวรรค์เมตตาให้นางลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในวัยสิบเก้า ก่อนวันวิวาห์ที่เคยกลืนกินทั้งชีวิต คราวนี้นางจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใครเหยียบย่ำ นางยื่น 'หนังสือถอนหมั้น' เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ สะสางหนี้แค้นตระกูลกู้ และก้าวขึ้นมาเป็นนายหญิงใหญ่ผู้กุมอำนาจการค้าทั่วยุทธภพ ทว่า... แม่ทัพหนุ่มผู้เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน! เขากลับฉีกหนังสือถอนหมั้นทิ้ง ยอมคุกเข่าเบื้องหน้านาง มอบอำนาจ ทรัพย์สิน และตราพยัคฆ์คุมทหารทั้งหมดไว้ในมือนางแต่เพียงผู้เดียว เมื่อสตรีผู้หมดสิ้นเยื่อใย ต้องเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ยอมสละบัลลังก์เพื่อคุกเข่าขอโอกาสรัก ความแค้นในอดีตกับความคลั่งรักอันบ้าคลั่งในชาตินี้... ปลายทางของหัวใจจะจบลงเช่นไร?
View Moreแสงแดดยามสายทอประกายกระทบกระเบื้องเคลือบสีทองของพระราชวังหลวง กำแพงอิฐสีแดงชาดสูงตระหง่านทอดยาวดั่งมังกรขดตัว โอบล้อมอุทยานหลวงชุนฮวาซึ่งบัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของมวลบุปผานานาพรรณ ดอกโบตั๋นดอกใหญ่แข่งกันเบ่งบานอวดกลีบซ้อนหลากสีสัน เคียงคู่กับดอกท้อและกิ่งหลิวที่ลู่ไหวไปตามสายลมอ่อนเสียงเครื่องสายและเสียงหัวเราะใสกระดังกังวานแว่วมาจากศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัว เหล่าสตรีชั้นสูงในเมืองหลวง บุตรสาวของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และพระชายาจากตำหนักต่างๆ ต่างพากันประดับประดาตนเองด้วยอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองระยิบระยับ ประดับศีรษะด้วยปิ่นทองคำฝังอัญมณีมีค่า ทุกสายตากำลังจับจ้องไปยังทางเดินหินอ่อนทอดยาวสู่ประตูอุทยานขบวนรถม้าไม้จันทน์หอมของตระกูลเสิ่นเพิ่งหยุดลงหน้าประตูฝ่ายในเสิ่นชิงเยว่ก้าวลงจากรถม้าอย่างแช่มช้อย วันนี้นางมิได้สวมใส่ชุดสีฉูดฉาดเพื่อประชันโฉมกับผู้ใด นางเลือกสวมอาภรณ์ผ้าแพรไหมสีครามเข้มเหลือบประกายเงิน ชายกระโปรงปักลายคลื่นน้ำด้วยดิ้นเงินละเอียดอ่อน บนศีรษะปักเพียงปิ่นหยกขาวแกะสลักรูปกิ่งเหมยเพียงชิ้นเดียว ทว่าความเรียบง่ายนั้นกลับขับเน้นให้ผิวพรรณขาวผุดผ่องดั่งหยกมันแพะของนางโดดเด่นส
ค่ำคืนนั้น ณ ห้องหนังสือเรือนชิงหรู กลิ่นกำยานไม้กฤษณายังคงลอยอวลอยู่อย่างเงียบสงบเสิ่นอวี้ถังคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่ม สองมือประสานไว้บนตัก ศีรษะก้มต่ำจนหน้าผากแทบจะจรดพื้น ร่างกายของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปียังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ระทึกขวัญที่บ่อนพนันชิงอวิ๋น เขารู้ดีว่าหากพี่สาวไม่บุกเข้าไปขัดขวางในวันนี้ ป่านนี้ตั๋วเสบียงคลังหลวงคงตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว และตระกูลเสิ่นคงต้องเผชิญกับข้อหากบฏจนถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร!เสิ่นชิงเยว่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาของนางจับจ้องมองน้องชายคนเดียวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนนางโกรธในความไร้เดียงสาของเขา แต่ในขณะเดียวกัน นางก็เจ็บปวดลึกๆ เมื่อนึกถึงภาพในชาติก่อน... ภาพที่ศีรษะของเด็กหนุ่มผู้นี้ถูกตัดเสียบประจานไว้หน้าประตูกำแพงเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของราษฎร“ลุกขึ้นเถอะ” น้ำเสียงของชิงเยว่อ่อนโยนลง ทว่ายังคงแฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด“พ... พี่ใหญ่ ข้าไม่กล้าลุกขอรับ” อวี้ถังเอ่ยเสียงสะอื้น น้ำตาหยดลงบนพื้นพรม “ข้าทำผิดมหันต์... ข้าเกือบจะทำลายตระกูลเสิ่น... ท่านพี่จะโบยข้า หรือจะขังข้าไว้ในศาลบรรพชน ข้าก็ยินยอมขอรับ”“การโบยเจ
ความเงียบสงัดที่ตามมาหลังเสียงเกือกม้าศึกควบจากไป ให้ความรู้สึกกดดันยิ่งกว่าพายุฝนฟ้าคะนองเสิ่นชิงเยว่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบเศษกระดาษสีขาวที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นหินแกรนิต เศษซากของ ‘หนังสือถอนหมั้น’ ที่ถูกฉีกทึ้งด้วยมือที่สั่นสะท้านของเซียวจิ้งเหิง ปลายนิ้วของนางยังคงรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวและแรงบีบที่ข้อมือ ร่องรอยสีแดงจางๆ ปรากฏให้เห็นบนผิวขาวผ่องดั่งหยกนางก้มลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวงามค่อยๆ เก็บเศษกระดาษเหล่านั้นขึ้นมาทีละชิ้นนางมิได้มีหยาดน้ำตาแม้แต่หยดเดียวมิได้มีความเสียใจ... มิได้มีความตระหนก...มีเพียงสายตาที่สุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกยิ่งขึ้นฟึ่บ...นางโยนเศษกระดาษทั้งหมดลงไปในเตาอั้งโล่ เปลวไฟที่ยังคงคุโชนอยู่ก้นเตาเลียลามเศษกระดาษจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำไปในชั่วพริบตา รวมเข้ากับเถ้าถ่านของภาพวาดและจดหมายรักในอดีต“ชิงเยว่! ลูกพ่อ!”เสียงร้องด้วยความตระหนกดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของเสนาบดีกรมคลัง เสิ่นจื้อเฉิง ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ใบหน้าของบิดาชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือไม้สั่นเทาขณะมองสำรวจบุตรสาวคนโตด้วยความกังวลอย่างสุดซึ้ง“เจ้าเป็นอย่างไ
กลิ่นอายสังหารและไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงตระหง่านของเซียวจิ้งเหิง ทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนอันอบอุ่นของเรือนชิงหรูคล้ายจะหยุดนิ่งลงในชั่วพริบตา แม้กระทั่งเสียงเข็มตกลงบนพื้นก็คงจะได้ยินอย่างชัดเจนด้านนอกระเบียงเรือน เสนาบดีกรมคลัง เสิ่นจื้อเฉิง ผู้เป็นบิดา กำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่บนพื้นไม้ด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง แม้เขาจะมีตำแหน่งเป็นถึงขุนนางขั้นสองที่ดูแลคลังหลวง ทว่าต่อหน้าแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารพยัคฆ์เหมันต์นับแสนนายและมีศักดิ์เป็นถึงพระราชโอรสในองค์ฮ่องเต้ ความเย่อหยิ่งใดๆ ล้วนต้องถูกเก็บพับลงไป“ท... ท่านอ๋อง...” เสิ่นจื้อเฉิงพยายามเปล่งเสียงที่สั่นเครือ “เรือนชิงหรูแห่งนี้เป็นเรือนพักส่วนตัวของบุตรสาว หากท่านอ๋องมีข้อราชการใด โปรดเสด็จไปยังห้องโถงใหญ่เถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะสั่งให้คนจัดเตรียมน้ำชาชั้นเลิศ...”“หุบปาก”คำสั่งสั้นๆ สองพยางค์ที่หลุดรอดจากริมฝีปากหยักลึก ดังกังวานและเฉียบขาดดั่งฟ้าผ่าเซียวจิ้งเหิงมิได้หันกลับไปมองเสนาบดีเฒ่าแม้เพียงหางตา สายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวยังคงจับจ้องอยู่ที่สตรีร่างบางตรงหน้าเพียงผู้เดียว“ทุกคนออกไปให้

![จอมนางบัลลังก์มังกร [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)









