Share

ตอนที่ 7 : พันธะแห่งพิษ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-14 15:42:52

หลังจากสายหมอกกลับไปแล้ว บรรยากาศในห้องก็กลับมาเงียบสงบลง พราวฟ้าเดินมานั่งข้างเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง เธอจับมือของลูกชายมากุมเอาไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวดและความมุ่งมั่นที่แน่วแน่กับสิ่งที่เธอกำลังจะพูดออกมาหลังจากนี้

และเป็นจังหวะเดียวกันที่เมฆินทร์เห็นป้ายชื่อที่ถูกปักไว้บนเสื้อกาวน์ของคนตรงหน้า ชื่อจริงเป็นชื่อพราวฟ้า ส่วนนามสกุลทำไมนามสกุลเดียวกันกับเขา

มันเป็นความบังเอิญอีกอย่างที่น่าตกใจมาก บังเอิญราวกับถูกจับวาง รวมถึงการแสดงออกหรือสีหน้าท่าทางก็เหมือนแม่เนตรนภาในโลกเดิม แต่ที่สะดุดตาและชวนสงสัยมากกว่าคือแผนก เวชศาสตร์เพศรอง ชื่อแผนกแปลกจนในหัวเมฆินทร์นึกตลก หรือว่าจะเป็นพวกโอเมก้าอัลฟ่าแบบในนิยายที่เขาเคยอ่าน

‘ต้องช็อคอีกกี่เรื่อง… พวกเพศรองมีจริงบนโลกเหรอ? โอเมก้าเวิร์สของแท้ไหมเนี่ย แล้วลมหนาวคือโอเมก้า หรืออัลฟ่ากันล่ะ’

“ลมหนาว... ฟังแม่นะลูก”

เสียงของพราวฟ้าจริงจังเรียกสติที่กำลังคิดนั่นคิดนี่ของเมฆินทร์ให้เข้าที่

“สิ่งที่อยู่บนหลังของลูก พิษของดอกอะโคไนต์... มันไม่ใช่สิ่งที่จะปล่อยไว้เฉย ๆ ได้ แม่ว่าลูกเข้าใจความร้ายกาจของพิษนี้ดี เพราะมันเคยกำเริบมาหลายครั้งแล้ว”

เมฆินทร์ขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่ง สิ่งที่ได้ยินในตอนนี้ชวนงง สร้างความสงสัย และไม่เข้าใจเรื่องราวอะไรเลยยิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงของพราวฟ้า ทำให้สัญชาตญาณบอกว่านี่คือเรื่องสำคัญ อาจจะเป็นเรื่องที่มีผลกับตัวเขามาก มันน่าจะมากพอที่ทำให้เขาตอบข้อสงสัยที่เกิดขึ้นหลายอย่างได้ในตอนนี้

“ลูกทรมานกับมันมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องกำจัดพิษนี้ไม่ให้มันควบคุมร่างกายของลูก ให้ลูกตัดขาดความสัมพันธ์ที่เลวร้ายนั้นออกไปอย่างถาวร แต่อาจจะต้องใช้วิธีที่...พิเศษหน่อย”

คำว่า ‘พิเศษ’ ของพราวฟ้า ลอยค้างอยู่ในความเงียบของห้องพักผู้ป่วย ไหนจะพิษอะไรที่จะทำให้เกิดความทรมาน? มันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความนัยที่ยากจะคาดเดา

เมฆินทร์จ้องดวงตาของผู้เป็นแม่ รับรู้ได้เลยว่ายังคงมีความจริงจัง มุ่งมั่น และหนักแน่นมากแค่ไหน

“คือ... อะไรเหรอครับ?”

เขาถามเสียงแผ่ว พยายามที่จะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรได้ยากนี้

“ก่อนอื่น ลูกต้องเข้าใจก่อนว่าโลกใบนี้มันทำงานยังไง... น้องหนาวตามแม่ทันไหมครับ?”

มือของพราวฟ้าที่กุมอยู่เริ่มขยับปลายนิ้วตบลงบนหลังมือของลูกชายตัวเองเบา ๆ เธอพยายามสร้างความผ่อนคลาย เพราะรู้ว่าเรื่องต่อไปนี้อาจจะกระทบต่อจิตใจ หรือค่อนข้างเครียดพอสมควร

อีกทั้งการประเมินสภาพจิตใจจากหมอเจ้าของไข้ที่มาแจ้งอาการให้ฟัง มีการบอกถึงสภาวะของความจำ และความสับสน ดังนั้นเธอต้องค่อยเป็นค่อยไปกับลมหนาวในเวลานี้ให้มาก ๆ

เธอเอ่ยคำในการสนทนาให้ช้าลงกว่าการพูดปกติ ในสิ่งที่เธอกำลังจะอธิบายหรือบอกทุกอย่างต่อจากนี้ การรีเช็กเป็นระยะถือเป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นวิธีที่เธอเคยใช้กับคนไข้ในเคสที่คล้ายกับลมหนาวมาแล้ว

เมฆินทร์เลือกที่จะรับฟังเงียบ ๆ พลางพยักหน้าตอบกลับไป แม้ในหัวของเขากำลังหมุนคว้างกับสิ่งที่พราวฟ้าทำ

 

‘โลกในนี้ทำงานยังไง? หมายความว่ายังไง? แสดงว่ามันไม่ใช่โลกใบเดิมที่เราเคยอยู่แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์แล้วสินะ’

“น้องหนาวเป็นพิสทิล (Pistil) ซึ่งร่างกายของพิสทิลนั้น มีกิ่งก้านลำต้นที่พร้อมจะให้ดอกไม้ของสเตเมน (Stamen) แตกหน่อเบ่งบาน และดอกไม้ที่อยู่บนหลังของลูกตอนนี้ มันคือดอกอะโคไนต์ มันไม่ใช่แค่ดอกไม้ธรรมดา”

พราวฟ้าหยุดเว้นจังหวะ พลางมองปฏิกิริยาของลูกชาย ยังคงนิ่งและดูตั้งใจฟังเธอดี แม้หัวคิ้วจะชนกันอยู่ก็ตาม เธอเลือกที่จะพูดต่อ

“มันคือสัญลักษณ์ของเวน่อมสเตเมน (Venom Stamen) ดอกไม้พิษชนิดที่รุนแรงที่สุด และเจ้าของดอกไม้นี้คือแฟนเก่าของลูก”

“ห้ะ! อะไรนะครับ? พิษหรอ?” เมฆินทร์เผลอโพล่งออกมาแบบลืมตัว

‘นี่มันไม่ใช่เพศรองในโอเมก้าเวิร์สที่คิดไว้แต่แรกหรอกเหรอ แต่มันอะไรกัน’

“พิษของมันจะผูกมัดลูกเอาไว้กับเขาแค่คนเดียว หมายความว่าลูกจะไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับสเตเมนทั่วไปได้ ถ้าลูกไปมีสัมพันธ์กับคนอื่น จะทำให้พิษเข้าสู่กระแสเลือดและปะปนอยู่ในสิ่งที่ปลดปล่อยออกมา ไม่ว่าจะเป็นทางเลือด น้ำลาย หรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ ทั้งตัวลูกและสเตเมนคนนั้นจะได้รับพิษด้วยกัน แล้วมันยังส่งเข้าสู่หัวใจร้ายแรงที่สุดคือการเสียชีวิต... ลูกและคนที่รับพิษจะตาย… พอเข้าใจที่แม่พูดใช่ไหมครับ?”

เธอถามย้ำ ทุกอย่างที่เธอพูดคือเรื่องพื้นฐานที่โดยปกติแล้วจะได้รับการสอนและปลูกฝังตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ลมหนาวนั้นอาจจะไม่รู้ข้อมูลในเชิงลึกที่มันเป็นเรื่องเฉพาะด้าน ซึ่งเธอมองว่าคือสิ่งจำเป็นอย่างมากในเวลานี้ ในทุกเรื่องที่กำลังจะบอกต่อไป…

 

เมฆินทร์เริ่มพูดอะไรไม่ออก แต่รับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวจับใจอีกครั้ง คำว่า เสียชีวิต, ตาย หลอนหูจนเขาไม่อยากกลับไปเจอเรื่องพวกนั้นอีก

นี่มันอาจจะไม่ใช่แค่คำสาป... แต่มันคือการผูกขาดที่สมบูรณ์แบบ ร่างกายนี้ถูกผูกติดกับอดีตจนไม่มีทางไปต่อ และทางรอดเพียงหนึ่งเดียวก็คงเป็นการที่ลมหนาวคนก่อนตัดสินใจจะพาตัวเองหลุดพ้นด้วยวิธีสิ้นคิดแบบนั้นสินะ

“แต่แม่มีวิธีที่พิเศษ เพื่อให้ลูกหลุดพ้นจากความทรมานและความทรงจำเลวร้ายพวกนั้น”

พราวฟ้าระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย “ในโลกนี้นอกจากเวน่อมสเตเมนที่เป็นผู้สร้างพิษแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่เป็นขั้วตรงข้ามแอนไทสเตเมน (Anti Stamen) ที่สามารถถอนพิษร้ายเหล่านี้ได้”

“แอนไทสเตเมน?”

ถ้าไม่ติดว่าพราวฟ้าคอยกุมมือเขาอยู่ เมฆินทร์คงยกมือกุมขมับหรือทุบหัวตัวเองสักที...

 

‘เพศรองที่ว่ามันคือไอ้พวกนี้ใช่ไหมเนี่ย? พิสทิลเอย... เวน่อมสเตเมนเอย… นี่แอนไทสเตเมนโผล่มาอีกแล้ว แล้วอะไรนะ.. สเตเมนทั่วไปอีก’

ในความสับสนนั้น สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว แอนไทสเตเมนคือทางรอด คือตัวแปรที่จะพลิกสถานการณ์นี้ได้ ต้องรู้ให้ได้ว่าคนพวกนี้คือใคร และจะควบคุมพวกเขาได้อย่างไร จะได้ไม่ต้องตายซ้ำตายซาก

‘ถ้าได้ตายอีกที ยมบาลคงไม่ปล่อยมาให้มีชีวิตอีกเป็นครั้งที่สามแน่ ๆ’

 

“ใช่จ้ะ.. พวกเขามีน้อยมาก หาตัวยากมาก พบเจอแค่ 1% ของโลกนี้ การรักษาพิษของลูกจำเป็นที่จะต้องอาศัยพวกเขาเท่านั้น เพราะแม่เคยฉีดยาต้านพิษให้ลูกไปหลายเข็มแล้ว เพิ่มโดสก็แล้ว แต่มันไม่ได้ช่วยให้พิษของดอกอะโคไนต์ลดลงเลย”

“หมายความว่าผม.. จะตายหรอครับ? ถ้าไม่อยากตาย ผมต้องทำยังไงถึงจะเจอคนที่เป็นแอนไทสเตเมน”

เมฆินทร์เริ่มร้อนรน แววพินาศมาอีกแล้ว… ยังไม่ได้ใช้ชีวิต มันไม่ตลกสักนิดเดียว

“ปกติแล้วทางโรงพยาบาลจะมีให้แอนไทสเตเมนลงทะเบียนเพื่อเป็นอาสาสมัครในการรักษาพิสทิลที่ต้องการความช่วยเหลือจ้ะ แต่ว่า..”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 72 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 2/2

    “ถ้าพี่ไม่ใช่อย่างที่นายคิดล่ะ? ถ้าพี่ในตอนนี้ไม่ได้น่ารักเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้อ่อนโยน ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ แถมยังมีความลับเยอะแยะ... นายจะยังรู้สึกดีกับพี่อยู่ไหม?” “...” “ที่นายทำดีกับพี่ทุกวันนี้... เพราะนายผูกพันกับภาพจำของพี่ในอดีตหรือเปล่า?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ เมฆินทร์ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา รอคอยคำตอบด้วยหัวใจที่บีบรัด สัมผัสอุ่นวาบแตะลงที่ข้างแก้ม น่านฟ้าประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างเบามือ “พี่ลมหนาวฟังผมนะ...” น่านฟ้าเอ่ยเสียงนุ่มลึก สายตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาคู่สวย “ผมยอมรับว่าอดีตมันสวยงาม... ผมอยากจะเก็บช่วงเวลานั้นเอาไว้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกกับพี่ในตอนนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะภาพจำในอดีต” น่านฟ้าขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “ตอนที่กลับมาเจอพี่อีกครั้ง ผมสารภาพตรง ๆ ว่าพยายามจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างเราไว้ เพราะกลัวว่าผมจะผิดหวัง... แต่ยิ่งได้อยู่ใกล้พี่ ยิ่งได้เห็นพี่ในมุมที่ผมไม่เคยเห็น”

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 71 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 1/2

    ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเข้าไปอย่างเบามือ เผยให้เห็นอาณาจักรส่วนตัวของน่านฟ้าที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตู ห้องนอนของน่านฟ้ากว้างขวางและคุมโทนด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีเทา ให้ความรู้สึกสุขุมและเงียบสงบเหมือนเจ้าของห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีของวางระเกะระกะแม้แต่ชิ้นเดียว ราวกับว่าห้องนี้เป็นห้องตัวอย่างในโครงการหรูมากกว่าห้องที่มีคนอาศัยอยู่จริง “พี่ลมหนาวตามสบายเลยนะครับ คิดซะว่าเป็นห้องตัวเอง” น่านฟ้าเอ่ยบอกขณะวางกุญแจรถและกระเป๋าตังค์ไว้ที่โต๊ะหัวเตียง เขาหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้คนพี่ที่ยังยืนกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความเกร็ง “อยากอาบน้ำก่อนไหม เดี๋ยวผมหาชุดเปลี่ยนให้ แต่ไซส์มันอาจจะใหญ่สักหน่อย” น่านฟ้าบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในโซนวอคอินโครเซท “ไม่เป็นไร ชุดไหนพี่ก็ใส่ได้หมดนะ” เมฆินทร์ตอบพลางถือวิสาสะก้าวเดินสำรวจห้องนอนของคนน้องอย่างสนใจ... สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับตู้โชว์กระจกใสที่มุมห้อง ภายในนั้นไม่ได้มีของสะสมราคาแพงอย่างโมเดลรถหรือนาฬิกาหรูอย่างที่ผู้ชายทั่วไปชอบสะสม แต่มันกลับเต็มไปด้วย ‘ความทรงจำ’ กร

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 70 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 2/2

    “มากันแล้วเหรอจ๊ะ” คุณหญิงณิรดาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานเมื่อเห็นทุกคนมาถึงอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านให้ขึ้นไปเชิญสามีของตนเองลงมารับประทานอาหาร ไม่นานนักกวินภพก็เดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทีภูมิฐาน แม้จะอยู่ในชุดลำลองแต่รัศมีของนักธุรกิจใหญ่เจ้าของค่ายเพลงระดับประเทศก็ยังแผ่ออกมาให้คนแปลกหน้าอย่างสายหมอกต้องลอบกลืนน้ำลาย ‘อยากกลับบ้านชะมัด อยู่ท่ามกลางไฮโซ อยู่บ้านคนรวยแล้วมันโคตรจะเกร็งเลย ไอ้บ้าเอ้ย!’ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดดูหรูหราแต่ก็อบอุ่นอย่างน่าประหลาด แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบเครื่องเงินบนโต๊ะจนเป็นประกายวับวาว “ลมหนาวเป็นยังไงบ้างลูก? ไม่ได้เจอกันนาน ดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะ” ณิรดาเอ่ยทักทายว่าที่ลูกสะใภ้อนาคตด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “น้องน่านฟ้าเขาดื้อหรือเปล่า? ทำอะไรให้หนูไม่สบายใจไหม ฟ้องแม่ได้เลยนะ” เมฆินทร์สบตากับผู้ใหญ่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงความจริงใจและน้ำเสียงเอ็นดู เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยเกร้งเท่าครั้งแรกที่เจอกัน ระบายรอยยิ้มบาง ๆ “สบายดีครับคุณน้า” เขาตอบ

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 69 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 1/2

    กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและอาหารไทยรสเลิศลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนนำเข้าอย่างเรียบหรู คุณหญิงณิรดากำลังง่วนอยู่กับการปรุงรสอาหารด้วยตัวเอง ท่าทางของเธอดูสง่างามและคล่องแคล่วสมกับเป็นแม่ศรีเรือน แม้ในยามสวมผ้ากันเปื้อนทับชุดอยู่บ้าน“คุณน้าครับ”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้ณิรดาละมือจากหม้อแกง หันมามองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ตาคุณ มาแล้วเหรอจ๊ะ”สายหมอกที่เดินตัวลีบตามหลังมาติด ๆ รีบยกมือไหว้หญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างนอบน้อมโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา“มาช่วยครับ”ณคุณพูดพลางเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ครัว วางกุญแจรถลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาเหมือนเป็นบ้านตัวเอง“ดีเลยจ้ะ น้ากำลังต้องการลูกมือพอดี”ณิรดาพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปเห็นชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างหลัง “แล้วนี่... ใครเหรอจ๊ะณคุณ?”“เพื่อนครับคุณน้า ชื่อสายหมอก”“กูเป็นรุ่นพี่มึง... ไม่ใช่เพื่อนมึง”สายหมอกกัดฟันกระซิบเสียงรอดไรฟั

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 68 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 2/2

    “น่านฟ้าคะ ตกลงเรื่องที่ไปกินข้าว...”แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยค ร่างสูงของเดือนคณะบริหารก็ก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงผ่าวงล้อมออกไป... จุดหมายของเขามีเพียงที่เดียว คือจุดที่คนพี่ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนข้างเวทีทิ้งให้มิลกี้ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นราวกับธาตุอากาศ“พี่ลมหนาว คุณแม่ชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน...” น่านฟ้าเอ่ยบอกเมฆินทร์ทันทีที่เดินมาถึง ไม่มีการเกริ่นนำ ไม่มีความอ้อมค้อม สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างรอคอยคำตอบ“พี่ต้องอยู่คุยกับสตาฟฟ์ต่อหรือเปล่า?”ริวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาโต หันมามองเพื่อนสลับกับรุ่นน้องตัวสูงด้วยสายตาแซว ๆ"โหยยย... พ่อแม่สามีตามตัวซะแล้ว ไม่ต้องมาทำหน้าคิดเยอะ มึงก็รอกลับพร้อมน้องเขาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ”ริวตบหลังเพื่อนเบา ๆ เป็นเชิงเร่ง“พ่อแม่สามีอะไร! ยังไม่ใช่”เมฆินทร์หันไปกัดฟันพูดใส่เพื่อนตัวดีที่ตั้งแต่รู้เรื่องราวของเขาก็มักจะแซวทุกครั้งที่มีโอกาส ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกระทันหัน“วันนี้ยังไม่ใช่ อนาคตไม่แน่ป่าวว้าา&hell

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 67 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 1/2

    หลังจากแยกย้ายกันที่หลังเวที เมฆินทร์กลับมาประจำตำแหน่งพิธีกรข้างเวที คอยรันคิวการซ้อมช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนน่านฟ้าก็กลับเข้าไปยืนประจำจุดในแถวเดือนคณะ... แม้จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาที่ลอบมองกันเป็นระยะนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม...เป็นความอุ่นวาบที่รู้กันอยู่แค่สองคนบรรยากาศภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยในช่วงบ่ายคล้อยอบอวลไปด้วยความร้อนจากแสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องลงมายังเวทีเบื้องล่าง ผสมปนเปไปกับกลิ่นอายของการแข่งขันที่เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เสียงประกาศจากทีมงาน เสียงรองเท้าคัตชูที่กระทบพื้นเวที และเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่คลอเบา ๆ สร้างความฮึกเหิมให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนยกเว้นเพียงคนเดียว...น่านฟ้าในชุดนักศึกษาถูกระเบียบยืนสงบนิ่งอยู่ในแถวรอซ้อม รัศมีความเย็นชาแผ่ออกมารอบตัวจนเพื่อนต่างคณะแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จะมีก็แต่มิลกี้ ดาวคณะบริหารธุรกิจที่ยังคงยืนเกาะติดอยู่ข้างกายไม่ห่าง“น่านฟ้าคะ พรุ่งนี้มิลกี้ว่าเราน่าจะนัดซ้อมกันเพิ่มอีกนิดนะ มิลกี้กลัวคิวเดินยังไม่เป๊ะ แล้วก็เพลงที่ต้องร้องตอนประกวด มิลกี้ว่ามั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status