สัมปทานอาญาเถื่อน

สัมปทานอาญาเถื่อน

last updateDernière mise à jour : 2025-07-17
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
30Chapitres
2.3KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เพราะต้องชดใช้หนี้แทนพ่ออย่างไม่มีทางเลือก จึงเป็นจุดเปลี่ยนให้ชะตาชีวิตต้องเข้าไปพัวพันกับนายหัวจอมโหด จนยากจะถอนตัวขึ้น

Voir plus

Chapitre 1

ปฐมบท

ซ่าาาา!!

ยามค่ำคืนท่ามกลางเสียงท้องฟ้าคำราม ฝ่ามือของเด็กชายอายุราวสิบห้าปีคนหนึ่งกำลังพยายามตะเกียกตะกายเพื่อหาหนทางรอดจากคนบุคคลที่ได้ขึ้นชื่อว่าบิดา

ฟึ่บ! เพี้ยะ!

“...แฮ่ก ผมขอโทษ” อิฐพูดขอร้องซ้ำ ๆ เสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดจากการโดนหวดกลางหลังนับครั้งไม่ถ้วน เพียงเพราะเขาทำข้อสอบไม่ได้ดั่งที่พ่อคาดหวัง

“แกจะหนีไปไหน ห๊ะ!...ฉันบอกแกหลายครั้งแล้วว่าอย่าทำฉันขายหน้าเด็ดขาด แต่นี่อะไรผลสอบแทบจะรั้งท้ายอยู่แล้ว!”

อิฐนอนขดตัวอยู่บนพื้น มองผู้บังเกิดเกล้าด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า เขาไม่เข้าใจเลยว่าการทำข้อสอบไม่ได้ตามที่หวังจำเป็นต้องลงโทษกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ

!!!

“ครั้งหน้าผม…” ร่างที่ยังไม่สูงใหญ่เต็มวัยกำลังเตรียมอ้าปากพูดต่อ แต่กลับได้ยินเสียงมาจากขั้นบันได มองเห็นผู้เป็นแม่รีบสาวฝีเท้าลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับโอบกอดลูกชายไว้แน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดหวั่น

“คุณทำบ้าอะไร! นี่ลูกของคุณนะ!” เสียงของคุณหญิงวรารัตน์แหลมสูงคล้ายตะคอกขึ้นเล็กน้อยจากความเหลืออด แววตาฉายชัดด้วยทั้งจากความผิดหวังและเจ็บปวดขณะจ้องหน้าผู้เป็นสามีอย่างที่เธอเลือกมาเป็นคู่ชีวิต

ปึก!

“เอานี่ดูซะ! ว่าลูกของเธอสร้างเรื่องงามหน้าแค่ไหน!” รังสิมันต์กระชากสมุดผลสอบจากมือแล้วโยนลงตรงหน้าอย่างไม่ไยดี

มืออุ่น ๆ ของผู้เป็นแม่ข้างกายอิฐค่อย ๆ หยิบสมุดผลสอบขึ้นมาเปิดดู ใบหน้าที่เคยตึงเครียดกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันที เธอลูบปลายแก้มของลูกชายเบา ๆ พร้อมกับยิ้มให้

“เก่งแล้ว…ลูกแม่” คำพูดอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ทำให้อิฐปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น และสวมกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น

“มัวแต่ให้ท้ายมันถึงเป็นแบบนี้ไงล่ะ! ฉันสอนให้มันนำคนอื่น แต่กลับสอบได้รองเขามันน่านัก!” รังสิมันต์ตวาดลั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจขีดสุด คุณหญิงวรารัตน์เงยหน้ามองสามี สีหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจากความผิดหวังซ้ำ ๆ เนื่องจากครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองแม่ลูกต้องมาเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจแบบนี้

“ออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อนนะ เดี๋ยวแม่จัดการตรงนี้เอง” วารีรัตน์เอ่ยกับลูกชายเพียงคนเดียวด้วยเสียงอ่อนโยน

“แต่ว่า…”

“ไปเถอะ เชื่อฟังแม่นะ”

“ครับ…” ดวงตาสีดำขลับน้ำตาคลอหน่วย ค่อย ๆ เดินคอตกออกจากตัวบ้านหลังใหญ่ แต่ก็ยังไม่ลืมหันกลับไปมองคนสองคนที่ทั้งรักและเกลียดออกมาห่างไกลพอสมควร ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ 

อิฐวิ่งหน้าตั้งฝ่าสายฝนที่ยังคงกระหน่ำตกลงมาไม่หยุดหย่อน ก่อนพาตัวเองไปหลบอยู่ข้างโกดังไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวบ้านเท่าไหร่นัก

“ฮึก…ฮือ”

ทันทีที่เข้ามาถึง เสียงร้องประหลาดดังก็ดังแว่วราวกับอยู่ใกล้ ๆ อิฐพยายามเงี่ยหูฟังและมองหาที่มาของมัน ไม่ทันไรก็พบเด็กชายตัวเล็กกว่าเขารูปร่างอวบอ้วนกำลังนั่งขดตัวก้มหน้าร้องไห้ตัวสั่นอยู่หลังกล่องกระดาษเก่า ๆ

“เป็นอะไร ทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้” เด็กชายที่กำลังก้มหน้าร้องไห้อยู่ชะงักกึก ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองดูทีละนิด เนื่องจากกลัวว่าอาจเป็นกุ๊กกู๋

“แล้วพี่ชายล่ะ เป็นอะไร” เสียงเล็ก ๆ นั่นถามย้อนเขากลับมาทั้งที่ตัวเองยังคงร้องไห้ไม่หยุด ราวกับกำลังสังเกตท่าทีอยู่เหมือนกัน

“ฉันถามนายก่อนนะ...”

“ก็แค่เจอเรื่องนิดหน่อยฮะ แต่เดี๋ยวก็ผ่านไปฮะ ถึงตาพี่ต้องเล่าให้ผมฟังแล้ว…”

“ขนาดนายยังไม่คิดบอกฉันเลย เอาเป็นว่าทุกอย่างอยู่ในบาดแผลที่นายเห็นแล้วนั่นแหละ” ทั้งคู่ต่างมานั่งอยู่ใกล้ ๆ กันราวกับกำลังปรับทุกข์ในเรื่องที่แต่ละคนพบเจอ แต่ก็ยังไม่มีใครยอมเอ่ยปัญหาที่แท้จริงออกมา เด็กชายตัวจ่ำม่ำเหลือบมองบาดแผลฉกรรจ์กลางหลังและตามตัวอีกเล็กน้อย

“เจ็บไหมฮะ” มืออวบอ้วนพยายามจิ้มเข้าไปในแผล

“ถามได้ ลองดูไหมล่ะ”

“แฮะ ขอโทษฮะ” ไม่รู้ว่าตอนไหน จู่ ๆ นัยน์ตาของอิฐเริ่มเปลี่ยนไปราวกับเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมา

“ไม่เป็นไร…”

ทันใดนั้นเด็กชายร่างอวบอ้วนก็เริ่มยุกยิก ๆ อยู่ไม่สุขเหมือนกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง ก่อนปลาสเตอร์ยาที่ดูจะผ่านสงครามมาหนักหน่วงจะถูกแกะออกมา พร้อมแปะลงบนหน้าผากเขาอย่างรวดเร็ว

“เพี้ยง! เดี๋ยวโตขึ้น ผมจะคอยอยู่ข้าง ๆ พี่เองนะ” คำพูดไร้เดียงสา แม้อิฐจะรู้ว่าไม่ควรใส่ใจ แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อประโยคดังกล่าวเปรียบเสมือนแสงสว่างสำหรับเขาไปแล้ว

“จริงนะ”

“อื้อ” อิฐยื่นปลายนิ้วนางขึ้นมาเพื่อเกี่ยวก้อยเป็นคำมั่นสัญญาเอาไว้ ก่อนเด็กชายอวบอ้วนตรงหน้าจะยิ้มแป้นพยักหน้ารับคำ

“ฝนหยุดตกแล้ว งั้นผมไปก่อนนะฮะ เดี๋ยวค่ำจะโดนดุเอา” เหมือนน้ำฝนที่ค่อย ๆ จางหายไป เมื่อช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นผ่านไปเร็วเหลือเกิน อิฐจำใจพยักหน้า มองแผ่นหลังอวบ ๆ ที่สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ดูแล้วฐานะคงไม่ดีนัก แต่กลับมีกะจิตกะใจเป็นห่วงคนอื่นอีก

“เดี๋ยว!...นายชื่ออะไรเหรอ เผื่อวันหนึ่งเจอกันจะได้เรียกถูก” คนเป็นพี่กว่าตะโกนถามลั่น

“ผมชื่อขลุ่ยฮะ!” เสียงเล็กตอบกลับด้วยรอยยิ้มสดใส แม้นัยน์ตาจะแลดูเศร้าไปหน่อย แต่ก็ยังคงงดงามอยู่ในความทรงจำของอิฐไม่เสื่อมคลาย

เวลาผ่านไปไม่นาน อิฐจำต้องกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ทว่าเบื้องหน้ากลับกลายเป็นภาพนองเลือดและโศกนาฏกรรมที่เปรียบเสมือนฝันร้ายที่เขาจะไม่มีวันลืม และใช่… บัดนี้เขากลายเป็นเด็กกำพร้าอย่างเต็มตัวแล้ว เหลือไว้เพียงมรดกจากสัมปทานของผู้เป็นพ่อเท่านั้น

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
30
ปฐมบท
ซ่าาาา!!ยามค่ำคืนท่ามกลางเสียงท้องฟ้าคำราม ฝ่ามือของเด็กชายอายุราวสิบห้าปีคนหนึ่งกำลังพยายามตะเกียกตะกายเพื่อหาหนทางรอดจากคนบุคคลที่ได้ขึ้นชื่อว่าบิดาฟึ่บ! เพี้ยะ!“...แฮ่ก ผมขอโทษ” อิฐพูดขอร้องซ้ำ ๆ เสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดจากการโดนหวดกลางหลังนับครั้งไม่ถ้วน เพียงเพราะเขาทำข้อสอบไม่ได้ดั่งที่พ่อคาดหวัง“แกจะหนีไปไหน ห๊ะ!...ฉันบอกแกหลายครั้งแล้วว่าอย่าทำฉันขายหน้าเด็ดขาด แต่นี่อะไรผลสอบแทบจะรั้งท้ายอยู่แล้ว!”อิฐนอนขดตัวอยู่บนพื้น มองผู้บังเกิดเกล้าด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า เขาไม่เข้าใจเลยว่าการทำข้อสอบไม่ได้ตามที่หวังจำเป็นต้องลงโทษกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ!!!“ครั้งหน้าผม…” ร่างที่ยังไม่สูงใหญ่เต็มวัยกำลังเตรียมอ้าปากพูดต่อ แต่กลับได้ยินเสียงมาจากขั้นบันได มองเห็นผู้เป็นแม่รีบสาวฝีเท้าลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับโอบกอดลูกชายไว้แน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดหวั่น“คุณทำบ้าอะไร! นี่ลูกของคุณนะ!” เสียงของคุณหญิงวรารัตน์แหลมสูงคล้ายตะคอกขึ้นเล็กน้อยจากความเหลืออด แววตาฉายชัดด้วยทั้งจากความผิดหวังและเจ็บปวดขณะจ้องหน้าผู้เป็นสามีอย่างที่เธอเลือกมาเป็นคู่ชีวิตปึก!“เอานี่ดูซะ! ว่าลูกของเ
Read More
บทที่ ๑ ชีวิตลำเข็ญ
สิบปีต่อมาภายในงานวัดของจังหวัดทางภาคใต้แห่งหนึ่ง เสียงปี่กลองแหลมสูงแทรกด้วยจังหวะเร่งเร้า รัวเป็นจังหวะสลับหนักและเบากันไป ท่วงทำนองดุดันแฝงไปด้วยความขลัง ดึงดูดให้ทุกสายตาจับจ้องร่างที่กำลังร่ายรำอยู่กลางเวทีนายมโนราห์ทั้งชายและหญิงกำลังหมุนเวียนสลับกันทำหน้าที่ของตนเองเพื่อซื้อใจคนที่นั่งดูอยู่ หรือแม้กระทั่งผู้คนที่ต่างเดินผ่านไปมาทางนี้และทันทีที่เสียงดนตรีและเสียงปรบมือจบลง ทั้งนายและนางรำต่างก็เดินลงมาจากเวที พร้อมกับถอนหายใจกันอย่างโล่งอก“เหนื่อยวะ วันนี้อากาศโคตรร้อนเลย มึงไม่ร้อนหรือไงว่ะ” เป้ว่าพลางถอดเสื้อผ้าพร้อมมองออกไปยังเพื่อนอีกคน“ทำมาตั้งนานแล้ว กูชินแล้วล่ะ”“มึงชิน หรือเพราะไม่มีทางเลือกกันแน่วะ…ไอ้ขลุ่ย” คำพูดของเป้จี้ใจดำขลุ่ยเข้าอย่างจัง“ช่างมันเหอะ สักวันคงดีเองนั่นแหละ” เป้ส่ายหน้า เพราะไม่ว่ากี่ครั้งก็มักจะเห็นเพื่อนสนิทพูดแบบนี้เสมอ“งั้นมึงเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวกูออกไปหาของหน่อย ไม่รู้ตั้งไว้ไหน”“มึงลืมอะไร เดี๋ยวกูช่วยหา”“มือถืออ่ะ แต่ไม่เป็นไร มึงรอตรงนี้แหละ เดี๋ยวกูหาเอง แป๊บเดียว” เป้ว่าพลางเดินออกไปจากห้องแต่งตัวที่ตอนนี้
Read More
บทที่ ๒ พลีกายชดใช้
ขลุ่ยเดินทางมาด้วยเรือเพื่อข้ามฟากมายังอีกฝั่งของเกาะ ซึ่งอยู่ในจังหวัดทางภาคใต้แห่งเดียวกัน เพียงแต่ที่ตรงนี้จะถูกตัดขาดการจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เพราะค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชนพอสมควรนั่นก็เท่ากับว่าโทรศัพท์ก็แทบจะไร้ประโยชน์ ก่อนออกมาขลุ่ยก็ไม่ลืมเอาเงินที่ตนเองมีอยู่ทั้งหมดยกให้กับพ่อ และไม่ลืมฝากฝังป้าข้างบ้านในชุมชนเดียวกันช่วยดูแลอีกทาง“เอ๊ย! ถึงแล้ว ส่วนนี่สัญญามึง เซ็นซะ!” ขลุ่ยมองแผ่นกระดาษสีขาวที่มีตัวหนังสือเป็นข้อ ๆ ระบุอยู่ พลางกวาดตาดูรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ก่อนจรดปลายปากกาเซ็นลงไปใบหน้าเรียวยาวได้รูปมองเรือที่จอดเทียบท่า พร้อมคนงานหน้าตาโหด ๆ ยืนอยู่เรียงราย ความรู้สึกตอนนี้แทบอยากจะกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่ไม่มีทางเลือกมากนักระหว่างคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าพอดี หลาย ๆ คนต่างให้ความเคารพ และคาดว่าอาจเป็นนายของที่นี่“กูชื่อเสือ เป็นลูกน้องของนายหัว เดี๋ยวกูจะพามึงไปหานาย ทำตัวให้ดี ๆ ล่ะ”“ครับ” “ส่วนพวกมึงก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองซะ! งานไม่เสร็จไม่ต้องแดกข้าว!” เสือพูดพลางกวาดตามองดูคนงานและลูกน้องบางส
Read More
บทที่ ๓ กรงทองแห่งใหม่
…เด็กนั่นบอบบางเป็นบ้าคำจำกัดความที่อิฐมอบให้กับคนที่เพิ่งพบเจอไม่นาน หน้าตาสะสวยขนาดนั้น ผิวก็ขาวราวหยวก แถมตรอกซอยที่อยู่อาศัยก็ไม่ได้ปลอดภัยหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีนัก แต่กลับไม่เคยผ่านใครมาเสียอย่างนั้น หนำซ้ำยังอ่อนปวกเปียกอีกต่างหาก อิฐสูบม้วนบุหรี่เข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะปล่อยควันและปาลงบนผืนทรายอย่างไม่คิดใส่ใจ ร่างกำยำสวมเสื้อกล้ามสีขาวกางเกงลำลองสบาย ๆ ดวงตาสีดำขลับถอดมองไปยังชายหาดที่เขาเป็นเจ้าของ พลันนึกถึงเรื่องราวในอดีต ใบหน้าของเด็กอวบอ้วนคนหนึ่งไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำพอ ๆ กับอดีตอันแสนเลวร้ายที่อยากจะลืมมันให้สิ้นซากผ่านไปหลายชั่วโมงพระอาทิตย์ที่เคยทอแสงสว่างเจิดจ้า บัดนี้ได้หม่นลงเพื่อเตรียมเข้าสู่ความมืดมิด ขลุ่ยที่ต้องระหกระเหินมาใช้ชีวิตในบ้านพักที่ตั้งเรียงกันอยู่ แต่ยังคงมีพื้นที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน“นี่ที่นอนของมึง ส่วนห้องน้ำอยู่ตรงนู้น” เสือที่นำทางมาส่งถึงที่พัก พลางชี้นิ้วไปยังข้างหลัง“ขอบคุณครับ” ร่างผอมบางเดินด้วยท่าทีทุลักทุเลเข้ามา ท่าทางเหมือนจะล้มลงได้ทุกเมื่อ“งั้นมึงวางสัมภาระลง เดี๋ยวกูพาไปทานข้าว ไหวหรือเปล่า” “...
Read More
บทที่ ๔ แสนสาหัส
ร่างผอมบางขดขาเกร็งอยู่ในห้องที่มีแสงสว่างหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ใบหน้าที่เคยขาวเนียนบัดนี้แลดูซูบซีดและอ่อนล้า เนื่องจากบาดแผลจากการถูกลงโทษซ้ำ ๆ อย่างสาหัสสากรรจ์ขลุ่ยประสานสองฝ่ามือบีบเอาไว้แน่น ก่อนค่อย ๆ หลับตาลงเพื่อหวังจะบรรเทาความเจ็บปวดตรงนี้ลงไปบ้าง…เสียงกุกกักดังเล็ดลอดจากข้างนอก ทำให้ขลุ่ยจำต้องเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นมามองด้วยความหวาดระแวง ก่อนรีบถอยกายห่างไปข้างหลังอัตโนมัติร่างกำยำคุ้นเคยเดินมาคนเดียว พร้อมกระเป๋าสีดำปริศนาในมือ ก่อนนั่งลงยอง ๆ พลางรวบใบหน้าที่กำลังมองเขาราวกับโกรธเกรี้ยวขึ้นมา“ไง อยู่ตรงนี้เหงาหรือเปล่า”“...มึงมันเหี้ย” เสียงอ่อนระโหยพูดอย่างเดือดดาล“จุ๊ ๆ จากนี้มึงคือทาสของกูเท่านั้น…”“ตอนเด็กครอบครัวของมึงไม่ได้สั่งสอนเหรอวะ! ว่าอย่าใช้ความรุนแรงกับคนอื่นแบบนี้!” อิฐที่กำลังรูดซิปก้มมองหาอุปกรณ์ในกระเป๋าเงยหน้าขึ้นมา เมื่อถูกจี้จุดให้ย้อนนึกถึงอดีตอันแสนเจ็บปวดอีกครั้ง“เรื่องของกู ไม่ต้องมาสะเออะจะดีกว่านะ…”“...สารเลว”“หึ เดี๋ยวมึงก็รู้ว่าความรุนแรงแบบนี้ จะสั่งสอนให้มึงเชื่องได้แค่ไหน ดูจากตอนนี้ก็พอเป็นคำตอบได้แล้วนะ” มีดสั้นถูกหยิบข
Read More
บทที่ ๕ สัมปทานรังสิมันต์
ดึกดื่นจู่ ๆ ก็มีเรือเข้ามาจอดเทียบท่าชายหาด แสงไฟฉายจากคนงานต่างสาดส่องไปทั่วบริเวณ เพื่อนำทางบุคคลที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอตามมาอย่างเร่งด่วนขลุ่ยที่กำลังนอนซมด้วยพิษไข้ไม่มีกะจิตกะใจสนใจอะไรรอบตัว ลมหายใจร้อนผ่าว แถมความหนาวจากข้างนอกยังคงเล็ดลอดถาโถมเข้ามาอยู่เป็นระยะ ร่างผอมบางขดตัวเข้าหากัน พลันยกแขนกอดอกแน่น ก่อนจะกระชับผืนผ้าห่มขึ้นคลุมกายไว้มิดชิดทันใดนั้นบุคคลในชุดกาวน์ก็เข้ามาทำการรักษาคนที่กำลังนอนไม่ได้สติ เสาค้ำไม้เก่าข้าง ๆ ถูกนำมาเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อแขวนน้ำเกลือชั่วคราว เสียงร้องของขลุ่ยดังออกมาเป็นระยะ เนื่องจากขั้นตอนการล้างบาดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ“อย่าลืมกำชับคนไข้ให้ทานยาตรงเวลา และครบจนหมดด้วยนะครับ” เสียงของหมอเปรยขึ้นกับเสือที่กำลังยืนรออยู่ข้างนอกเพื่อรอส่งคุณหมอกลับพอดี เดิมทีเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แต่กลับได้รับคำสั่งเร่งด่วนจากไอ้ทัพ คราแรกได้ยินนึกว่าหูฝาด เพราะปกตินายหัวไม่เคยปรนนิบัติลูกหนี้คนไหนแบบนี้เลย...“เป็นไงบ้าง” คำพูดแรกเอ่ยถาม ในขณะที่ลูกน้องอย่างทัพเพิ่งเข้ามาถึง“เรียบร้อยครับนายหัว”“อืม ขอบใจ งั้นมึงออกไปได้แล้ว”“...ครับนายหัว!”ท
Read More
บทที่ ๖ ปัญหาจากศัตรู
แผ่นเยื่อใสบาง ๆ ที่มีขนนกอัดแน่นอยู่ข้างใน พร้อมแปรงทำความสะอาด และแหนบเอาไว้ดึงเส้นเล็ก ๆ ในนั้นออกมาทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง เรียกว่ากว่าจะเสร็จต้องนั่งหลังขดหลังแข็งกันอยู่นาน ทำครั้งแรกไม่ได้คล่องแคล่วอะไรนัก แต่โชคดีมีเพียงไม่กี่แผ่นเท่านั้นขลุ่ยกว่าจะกลับถึงที่พักก็ค่ำมืดแล้ว แต่ทันทีที่เห็นประตูห้องถูกเปิดแง้มอยู่ ความรู้สึกวูบโหวงก็แล่นขึ้นมาในอก ร่างผอมบางก้าวเท้าเข้าไปอย่างร้อนรน ก่อนจะชะงักเมื่อพบว่าข้าวของทั้งหมดที่เคยวางอยู่บัดนี้หายไปจนหมดสิ้นยังไม่ทันได้ตั้งสติ ทว่าเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างของทัพลูกน้องของนายหัวหน้าโหดนั่นก้าวเข้ามาแทรกอยู่ตรงทางออกประตู“ของทั้งหมดของมึง นายหัวให้ขนเอาไปไว้ที่บ้านใหญ่แล้ว” ขลุ่ยภาวนาลึก ๆ ขอให้ไม่ใช่บ้านหลังเดียวกับที่คิด“แล้วทำไมนายหัวของคุณถึงต้องย้ายใครตามอำเภอใจแบบนี้ด้วย”“มึงอยากรู้อะไรไปถามนายหัวเองดีกว่า ส่วนกูมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น” ทัพแจกแจงแค่นั้น ก่อนเดินนำออกไป ขลุ่ยกำมือแน่นพลางถอนหายใจเข้าออกราวกับกำลังระงับโทสะบ้านพักไม้กลางหุบเขาหลังเดิมอยู่ตรงหน้า ก่อนเตรียมก้าวฝีเท้าเข้าไปและพบกับเสือที่ก
Read More
บทที่ ๗ ถล่ม
ขลุ่ยถูกจับตัวออกมากลางดึก เสียงโวยวายยังคงดังออกมาไม่ขาดสาย ทว่าบริเวณนี้กลับเงียบราวกับไม่มีใครอยู่เลย เพราะทุกคนต่างกรูกันไปยังจุดเกิดเหตุกันหมดแล้ว“พวกมึงเป็นใคร...แล้วมาจับกูทำไม กูไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนายหัวโหดนั่นสักนิด!” ขลุ่ยกลั้นใจเอ่ยถามชายร่างท้วมที่กำลังเดินนำอยู่ข้างหน้า“หึ แต่นอกจากลูกน้องมันสองคน ก็มีคนแปลกหน้าเช่นมึงเนี่ยแหละที่ได้อภิสิทธิ์นอนบ้านหลังเดียวกับมันน่ะ”“...กูก็แค่ลูกหนี้เท่านั้น จับไปแล้วจะได้อะไรวะ…” ขลุ่ยพยายามแจกแจง พร้อมหาหนทางเอาตัวรอด“มึงนี่มันเด็กน้อยจริง ๆ”ทันใดนั้นขลุ่ยมองเห็นสปีดโบ๊ทปริศนาคาดว่าคงเป็นของพวกมันแน่ ๆ จอดเทียบท่าอยู่ ความคิดที่อยากหลบหนีจากที่นี่ก็พลันโผล่พรวดขึ้นมาราวกับมีความหวังอีกครั้ง“...พวกมึงจะพากูไปไหน” ขลุ่ยเอ่ยถามเสียงเครียด ดวงตาจับจ้องไปยังสปีดโบ๊ทที่จอดอยู่ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าขึ้นฝั่งไปแล้วจะเป็นยังไง แต่ถ้าได้ออกจากเกาะนี้ อย่างน้อยก็มีโอกาสรอดแล้วขณะเดียวกันภาพความทรงจำครั้งล่าสุดกลับผุดวาบขึ้นมา วันที่เขาพยายามหลบหนี แล้วถูกอิฐตามจับได้ ทุกอย่างยังคงแจ่มชัดและเขาเองก็ยังไม่พร้อมที่จะให้ตัวเองต้องเผชิญกับเหตุก
Read More
บทที่ ๘ ตีตราจองจำ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...หลังผ่านเหตุการณ์ในคืนนั้น ข้าวของทุกอย่างที่ถูกพวกมันขโมยไป เละเทะไม่มีชิ้นดี อีกทั้งพวกมันยังหนีรอดไปได้ต่างหากแกร๊ก!อิฐที่กำลังเหยียดกายสูบบุหรี่พิงพนักเก้าอี้อยู่ในห้องทำงาน ด้วยสีหน้าเย็นยะเยือก บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ จู่ ๆ ประตูก็กลับถูกเปิดเข้า โดยไม่ผ่านการเคาะหรือขออนุญาตแม้แต่ครั้งเดียว“...นายหัวครับ เมื่อไหร่จะปล่อยไอ้ขลุ่ยมันสักที!!” อิฐหันมองตามเสียงของเสือที่กำลังยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ กับทัพที่คาดว่ากำลังเข้ามาห้ามพอดี“แล้วมึงเสือกอะไร!!”“แต่นายครับ มันจะไม่ไหวอยู่แล้ว ตั้งแต่วันนั้นก็เป็นสัปดาห์แล้วนะครับนายหัว !” เสือพยายามอธิบายกับผู้เป็นนายอย่างกล้าหาญ เพราะหากไม่ทำเช่นนี้ เด็กนั่นก็คงต้องตายอยู่ในนั้น“กูแค่สั่งสอนลูกหนี้อย่างมัน หรือมึงมีปัญหา…”“เปล่าครับนายหัว แต่เด็กมันก็มีชีวิตรันทดมากพออยู่แล้ว หนี้สินก็มาจากพ่อมัน แล้วมาอยู่ที่นี่เจอนายทำแบบนั้นกับมันอีก หากมันตา…”ปึง!“ไม่ต้องมาสอนกู ไอ้ทัพพามันออกไป!!!” อิฐไม่สนใจคำกล่าวของลูกน้อง ยิ่งคำพูดที่ไม่เข้าหู ทำให้ร่างสูงใหญ่กำลังพักผ่อนอยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาตบโต๊ะทำงานจนดังลั่นห้อง เสือแล
Read More
บทที่ ๙ หนักหน่วง
ขลุ่ยรู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บที่แล่นแปร๊บเข้ามากลางแผ่นหลัง ความร้อนจากบาดแผลยังหลงเหลือให้รับรู้ว่าทุกอย่างเมื่อคืนไม่ได้เป็นเพียงแค่ฝัน มือบางเอื้อมสัมผัสแผ่นหลังที่มีผ้าก๊อซปิดเอาไว้อย่างดี บ่งบอกว่ามีคนคอยดูแลอยู่ตลอดทั้งคืนร่างผอมบางขยับตัวอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้คือความระบมไปทั่วร่าง ขลุ่ยค่อย ๆ ก้าวฝีเท้าลงมาบนพื้นข้างล่าง ก่อนดวงตาไร้เดียงสาจะมองเห็นคนที่เพิ่งทำให้เขาต้องอยู่ในสภาพแบบนี้กำลังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะใกล้ ๆความคิดผุดขึ้นมาในหัวว่าเขาเผลอทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจหรือเปล่า ถึงได้ลงโทษกันหนักหนาขนาดนี้เพล้ง!เสียงเหยือกน้ำตกลงบนพื้น ด้วยความพร่าเบลอและมองไม่เห็นว่ามีอะไรวางอยู่ตรงนั้น ร่างกำยำที่นอนอยู่สะดุ้งเฮือก ดวงตาลืมขึ้นแทบจะทันที“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมห้อง ขลุ่ยสะดุ้งเล็กน้อยและเมื่อหันไปมอง ก่อนสังเกตเห็นแววตาว่าอีกฝ่ายดูอิดโรยมากเลยทีเดียวขลุ่ยถึงกับคิดไม่ตกอีกแล้ว จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงกัน เพิ่งทำร้ายกันไปแท้ ๆ แต่นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นกลับมองตรงมายังเขาด้วยแววตาอ่อนลงราวกับรู้สึกผิด“...” ขลุ่ยเม้มปากแน่น ไม่ตอบอะไร ดว
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status