เข้าสู่ระบบ
แกร๊ก..
เสียงประตูห้องพักผู้ป่วยดังขึ้นทำลายความฟุ้งซ่านของเมฆินทร์ บานประตูเปิดออกแต่เขาไม่ได้สนใจมัน เพราะคิดว่าสายหมอกอาจจะลืมของหรือไม่ก็ร้านเค้กที่ว่ามันอยู่ใกล้จริง ๆ จนใช้เวลาไม่นานก็กลับมาแล้ว
เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่เขารู้สึกคุ้นเคยและจำได้ดี กลิ่นนี้ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัว รีบหันใบหน้าไปมองยังผู้มาเยือนทันที
“ลูกแม่ฟื้นแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะคนเก่ง” อ้อมกอดที่อบอุ่นและนุ่มนวลถูกมอบให้กับเขา เมฆินทร์นิ่งค้าง ตัวแข็งทื่อไปหมด ซ้ำยังเผลอกลั้นหายใจ เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาและสัมผัสที่กำลังได้รับ
"แม่... ฟ้า...” เขาพูดเสียงเบาหวิวและสั่นเครือ สองแขนยกขึ้นกระชับกอดหญิงสาวที่สวมชุดกราวน์สีขาวสะอาดตาตรงหน้าแน่น แต่แล้วความปวดหน่วงที่ศีรษะก็กลับมาอีกครั้ง มันสร้างความทรมานให้กับร่างกาย เสียงรอบตัวเริ่มอื้ออึงแทบจะจับใจความไม่ได้
‘อีกแล้ว... ความทรงจำมันไหลเข้ามาในหัวอีกแล้ว’
“หนาว ลมหนาว ลมหนาวลูก!” เสียงเอ่ยเรียกชื่อเจ้าของร่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าดึงให้เมฆินทร์กลับมาสู่ปัจจุบัน น้ำตาใสไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง เขาเข้าใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้คือ พราวฟ้า แม่ของลมหนาว เธอเป็นแพทย์ประจำอยู่โรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ที่น่าตกใจและไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยก็คือ เธอช่างเหมือน แม่เนตรนภาของเขาอย่างกับถอดพิมพ์เดียวกัน
ความคล้ายคลึงนั้นชัดเจนเสียจนเขาเก็บกลั้นน้ำตาแห่งความโหยหาและคิดถึงแม่เอาไว้ไม่ไหว
แต่ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง... ความรู้สึกผิดอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้าใส่หัวใจ
‘นี่ไม่ใช่แม่ของเรา... เรากำลังกอดแม่ของคนอื่น แม่ที่เพิ่งสูญเสียลูกชายไป...และเราคือคนแปลกหน้าที่มาสวมรอยเป็นลูกของเขา’
“เป็นอะไรไป? เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหนบอกแม่สิ” เธอพยุงร่างกายของลมหนาวให้นั่งพิงกับหัวเตียง พลางจับสำรวจไปทุกจุดอย่างระมัดระวัง
“ดีใจจัง” เมฆินทร์พูดออกมาเบา ๆ เขาเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ผู้เป็นแม่เองก็เห็น เขาดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะรับรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิด แต่ความอบอุ่นที่ได้รับตอนนี้ เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน จะเป็นอะไรไหมถ้าเขาคิดว่าพราวฟ้าตรงหน้าคือแม่ของเขาอีกคน
“แม่ก็ดีใจ ดีใจที่ลูกกลับมาหาแม่... ตอนที่รู้ว่าลูกเข้าโรงพยาบาลหัวใจของแม่แทบจะสลายไปเลยรู้ไหม” ว่าแล้วพราวฟ้าสวมกอดลูกชายอีกครั้งแต่คราวนี้ทั้งลูบแผ่นหลังและลูบหัวด้วยความห่วงหาและความรัก
เธอร้องไห้ออกมาจนเมฆินทร์ถึงกับปล่อยโฮอย่างไม่อาย... เขาเข้าใจดีว่าการจากไปของใครสักคนนึง คนที่อยู่นั้นจะทรมานและเจ็บปวดแค่ไหน เขานึกถึงเจ้าของร่างอย่างลมหนาว อยากจะตำหนิในเรื่องที่เขาตัดสินใจทำ แต่อีกใจนึงก็เข้าใจ เพราะความเจ็บปวดที่เขาสัมผัสได้จากสิ่งที่เห็นในความทรงจำมันก็หนักหน่วงพอดูในจิตใจของลมหนายคนเก่า
แต่ทุก ๆ อย่างที่เกิดขึ้นนั้น ได้นำพาให้เขาได้มาพบเจอกับคนสำคัญที่เขาพร่ำคิดถึงอยู่ทุกช่วงเวลา... มันคงเป็นเรื่องดีจริง ๆ สินะ
“ผม... ผมขอโทษครับ”
“อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหม? ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูก เราจะมาคุยกันแล้วหาทางออกไปด้วยกันนะ”
“ครับ ผมสัญญา” เมฆินทร์ในร่างของลมหนาวเป็นคนรับปากรับคำ พลางคิดว่าหลังจากนี้...
‘ลมหนาว ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้วนะ ฉันจะสวมบทบาทลูกชายของเธอให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีก เพื่อชดเชยให้กับนาย และเพื่อโอกาสที่ฉันได้รับมานี้’
“ลมหนาว... หันหลังให้แม่หน่อยสิลูก” พราวฟ้าเอ่ยขึ้นหลังจากปรับอารมณ์อยู่ครู่ใหญ่ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป ความอ่อนโยนยังคงอยู่ แต่มีความจริงจังของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแทนที่
“ครับ?” เมฆินทร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมขยับตัวลุกขึ้นนั่งหันหลังทำตามแต่โดยดี พราวฟ้าค่อย ๆ เลิกชายเสื้อโรงพยาบาลที่หลวมโพรกของเขาขึ้นอย่างแผ่วเบา มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อย... หัวใจของคนเป็นแม่ภาวนาขออย่าให้มันร้ายแรงอย่างที่คิดเลย
แต่แล้วภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้หัวใจเธอหล่นวูบ บนแผ่นหลังที่ขาวซีดและซูบผอมนั้น คือรอยสักสัญลักษณ์ที่งดงามทว่าอันตรายถึงชีวิต
ดอกอะโคไนต์ (Aconite) ในฐานะแพทย์ เธอรู้จักมันดี “ราชินีแห่งยาพิษ” สีของมันยังคงสดและเข้มขนาดนี้ บ่งบอกได้ดีว่าพิษร้ายยังคงทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ...
‘ไอ้เด็กสารเลวคนนั้น มันทำกับลูกฉันได้ยังไง!’
ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดดีรื้นขึ้นมาในอกจนแทบจะทนไม่ไหว แต่เธอต้องรีบสะกดกลั้นมันเอาไว้ด้วยเหตุผล และต้องคอยประคับประคองให้ลมหนาวมีจิตใจที่เข้มแข็ง คนเป็นแม่อย่างเธอก็ยิ่งต้องมีสติอยู่เคียงข้างคนที่เธอรักสุดหัวใจ
มือของพราวฟ้าที่ยังคงสั่นเทาค่อย ๆ ถูกควบคุมให้นิ่งลง แววตาของเธอที่เคยหม่นแสงลงวูบหนึ่ง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด ขณะที่ริมฝีปากของเธอกำลังจะขยับเอ่ยคำพูดออกมาก็ต้องชะงักไปเมื่อประตูของห้องพักถูกเปิดออก
“อ้าว… สวัสดีครับคุณน้า” สายหมอกยกมือไหว้ ในมือถือถุงจากร้านเค้กมาอย่างเต็มมือ ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับแผ่นหลังของเพื่อนที่ยังไม่ได้ถูกเอาเสื้อลง เมื่อเขาเห็นสัญลักษณ์ของ Venom Stamen แววตาก็วูบไหวไปด้วยความโกรธ จนเผลอกำถุงในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นมาทันทีที่นึกถึงเจ้าของดอกไม้สารเลวนั่น
“สวัสดีจ้ะ เหนื่อยแย่เลยเฝ้าลมหนาวแทนน้าแทบทุกวัน” พราวฟ้าเอ่ยก่อนจะดึงเสื้อของลมหนาวลง เธอลุกขึ้นไปช่วยสายหมอกถือถุงในมือ แต่สายหมอกก็ส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงว่าเขายังถือได้
“ไม่เป็นไรเลยครับ นี่ผมซื้อเค้กมาให้มัน จะได้กลับมามีน้ำมีนวลเร็ว ๆ ผอมแห้งแบบนี้หมดมาดคุณชายประจำคณะนิเทศหมด” สายหมอกปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะเดินไปวางถุงบนโต๊ะกาแฟ
“ไหน ๆ คุณน้าก็มาแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า เมื่อคืนผมเผลอหลับยาวที่นี่ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย”
“ตายจริง... งั้นกลับบ้านดี ๆ นะลูก ขอบใจมากที่อยู่เป็นเพื่อนลมหนาวตลอด ไว้น้าจะเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนนะ”
“ไม่เป็นไรเลยครับคุณน้า ไอ้ลมหนาวก็เพื่อนรักเพื่อนตายของผม” สายหมอกตอบก่อนจะหันไปทางเจ้าของชื่อ “กูไปก่อนนะ เดี๋ยวมาหามึงใหม่”
“อืม ขอบคุณครับ” เมฆินทร์ตอบกลับไปแบบไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คนได้ยินอย่างสายหมอกและพราวฟ้าทำสีหน้าแปลกใจกับการตอบรับนี้ แต่ก็ไม่ได้มีใครเอ่ยทักท้วงอะไร
ค่ำคืนอันหนักหน่วงผ่านพ้นไป... แทนที่ด้วยแสงแรกของรุ่งอรุณที่ค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาทางช่องว่างของผ้าม่าน เสียงคลื่นลมที่เคยบ้าคลั่งในความรู้สึก บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเสียงขับกล่อมที่แผ่วเบาและสม่ำเสมอ แสงสีทองอ่อนละมุนอาบไล้ไปทั่วห้อง ขับไล่ความมืดมิดและความสับสนของราตรีกาลให้เลือนหาย เหลือทิ้งไว้เพียงความสงบและบรรยากาศของการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง น่านฟ้าลืมตาขึ้นช้า ๆ เป็นคนแรก เขามองเห็นเพียงกลุ่มผมสีบลอนด์ทองที่ซบอยู่บนตัวเขาอย่างอ่อนแรง ลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนในอ้อมกอดบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังหลับสนิทและไม่เจ็บปวดอีกต่อไป มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นไปลูบกลุ่มผมนั้นอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจที่สามารถช่วยคนรักของเขาได้ เขารู้แล้วว่าการรักษาได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น... เมื่อเห็นว่าทุก
เมฆินทร์นอนหอบตัวโยน ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสแห่งความสุข ความเจ็บปวดจากพิษทุเลาลงไปวูบหนึ่ง... แต่แล้วมันก็กลับคืนมาพร้อมกับความต้องการที่มากกว่าเดิม คล้ายยังไม่ได้รับการเติมเต็มหรือการรดน้ำให้เติบโตอย่างเหมาะสม เขารู้แล้ว... การปลดปล่อยเพียงภายนอกมันไม่เพียงพออีกต่อไป ร่างกายต้องการการเยียวยาที่ 'ลึกซึ้ง' ยิ่งกว่านี้ ด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ เมฆินทร์ใช้แขนยันตัวเองขึ้น ดึงน่านฟ้าเข้ามาบดจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน ก่อนจะพลิกร่างสูงของคนน้องที่กำลังตกใจกับการกระทำนั้นให้นอนลงบนเตียงแทนที่ตัวเอง สองมือของเขาสอดประสานเข้ากับฝ่ามือของน่านฟ้าแล้วยึดไว้กับเตียง ก่อนจะเป็นฝ่ายกดจูบไปตามลำคอแกร่ง เคลื่อนกายไล้ริมฝีปากลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ไหปลาร้า แผ่นอกกว้าง และกล้ามท้องที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามจนน่าหลงใหล
เพียงเท่านั้น น่านฟ้าก็ดันร่างของลมหนาวให้นอนหงายราบไปกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล เขาขึ้นไปคร่อมทับร่างนั้นไว้ ปลายนิ้วลากไล้ตั้งแต่ข้อมือบางจวบจนฝ่ามือทาบทับสอดประสานกันแน่น มืออีกข้างประคองใบหน้าที่เห่อร้อนพลางเกลี่ยไล้อย่างอ่อนโยน แล้วประทับจูบลงไปอีกครั้ง... จูบที่เต็มไปด้วยความรัก, ความปรารถนาที่จะปกป้อง, และคำสัญญาที่ไม่มีเสียง เมฆินทร์ค่อย ๆ หลับตาลงเผยอริมฝีปากรับจูบจากน่านฟ้าอย่างเต็มใจ ซึมซับทุกสัมผัสที่เขารับรู้ได้ว่ามันทั้งอ่อนโยนและลึกซึ้ง แต่ความหอมหวานก็คงอยู่ได้ไม่นาน เขาวาดวงแขนขึ้นโอบรอบลำคอของน่านฟ้าพลางสอดมือเข้าใต้กลุ่มผม กดคนด้านบนให้จูบแนบแน่นมากขึ้น ในขณะเดียวกันเป็นฝ่ายสอดเรียวลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดในโพรงปากอุ่น เร่งเร้าจังหวะจูบให้รุนแรงตามความต้องการของร่างกาย ยิ่งได้รับสัมผัสที่แนบแน่นและอุ่นร้อนจากคนน้องเหมือนเป็นยารักษาที่ช่วยบรรเทาความเจ็บป
เสียงของพราวฟ้าดังก้องในความทรงจำ ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว... 'นี่คือโซ่ตรวนเส้นใหม่ที่หนักอึ้งกว่าเดิม และเราก็เป็นคนลากน่านฟ้าเข้ามาเจ็บปวดกับมันด้วย' "ทำไม..." เสียงแหบพร่าของเมฆินทร์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายังคงซบหน้าอยู่กับหมอน ไม่ได้หันกลับมา ถึงจะรู้สึกผิดที่น่านฟ้าจะต้องมาลำบาก แต่ก็อยากรู้เหตุผลที่น่านฟ้าเลือกกระทำลงไปในแบบนั้น เขารู้ว่าตัวเองทั้งการกระทำและความรู้สึกกำลังย้อนแย้งไปหมด "ทำไมนายไม่ไล่เธอไปตั้งแต่แรก" น่านฟ้ากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ซบใบหน้าลงกับกลุ่มผมสีบลอนด์ทองประกายเบจนั้นหวังปลอบประโลม ก่อนจะสารภาพความจริงที่หนักอึ้งอยู่ในใจออกม
'บ้าน่า... ไม่ใช่ตอนนี้สิ...' เขาข่มความเจ็บปวดไว้ พยายามหายใจให้เป็นปกติที่สุด จนน่านฟ้าที่กำลังฟังมิลกี้พูดอยู่ จู่ ๆ จมูกของเขาก็ได้กลิ่นบางอย่าง... มันคือกลิ่นหอมเย็นที่แฝงความอันตรายของดอกอะโคไนต์... กลิ่นที่เขาจำได้ขึ้นใจ! สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที ร่างกายเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ แววตาที่เคยเรียบนิ่งฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่ง เขารีบหันขวับไปมองทางเตียงนอนที่บัดนี้เงียบกริบ 'พิษอะโคไนต์ของพี่ลมหนาวกลับมาแล้ว' สัญชาตญาณแรกสั่งให้เขาลุกขึ้นแล้วพุ่งไปท
อาหารเลิศรสที่วางอยู่ตรงหน้าพลันหมดความหมาย ความอยากอาหารที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตึงเครียดที่เข้าปกคลุมบรรยากาศบนโต๊ะ น่านฟ้าโกรธจนขบกรามแน่น ดวงตาของเขาแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาโกรธที่อลิสากล้ามาคุกคามคนที่อยู่ในความดูแลของเขาถึงตรงนี้ ในจังหวะที่ความโกรธของน่านฟ้ากำลังจะปะทุขึ้นมานั้นเอง เมฆินทร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ค่อย ๆ เลื่อนมือของตัวเองไปวางลงบนท่อนแขนของน่านฟ้าที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เขาไม่ได้ออกแรงบีบ เป็นเพียงสัมผัสที่นิ่งและหนักแน่น เพื่อจะบอกว่า... ‘ไม่เป็นไร ฉันโอเค... ไม่ต้องโกรธแทนฉันขนาดนี้ก็ได้’ น่านฟ้ารู้สึกได้ถึงสัมผัสนั้น ความเกร็งที่แขนของเขาคลายลงวูบหนึ่ง เขาเหลือบมอง






![[Mpreg] เร้นรักพันธนาการหัวใจ](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
