ログインเพราะความผิดพลาดในคืนนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยนไป จากคนที่เคยสนิทเป็นเพียงคนห่างไกลจะโทษความเผลอไผล จะโทษเพราะความไม่ตั้งใจ หรือจะโทษใจข้า...ที่เรียกร้องหาเจ้าดี “ข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า ข้าเห็นเจ้าเป็นเพียงสหาย” “เพราะข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด!” จินเฟยหลงพูดจบจึงหันกลับไปมองสหายสนิทเพียงคนเดียวของเขา “อืม” เหรินเหยียนชิงมองคนตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันที จินเฟยหลงทำเพียงมองอีกฝ่ายเดินจากไป...จนลับสายตา
もっと見るจินเฟยหลงยืนมองเหรินเหยียนชิงสอนเรื่องการคัดเลือกสมุนไพรและการทำบัญชีให้กับจินเฟยฮวา เพราะยามนี้น้องสาวของเขาเริ่มสนใจสองเรื่องนี้เป็นพิเศษ หลังจากที่เจ้าตัวตกลงหมั้นหมายให้กับเกาเล่อ ซึ่งการหมั้นหมายระหว่างจินเฟยฮวากับเกาเล่อก็เพิ่งผ่านมาได้เพียงแค่สองเดือน เพราะด้วยเรื่องฐานะ รวมไปเรื่องในอดีตเกี่ยวกับคนในครอบครัวของเกาเล่อ จึงทำให้อีกฝ่ายดูไม่เหมาะสมกับจินเฟยฮวาไปเสียหมดทุกทาง แต่ก็ด้วยเพราะความรัก ความดีและความซื่อสัตย์ของเกาเล่อ จึงสามารถเอาชนะใจผู้เป็นน้องสาว รวมไปถึงบิดาและคนในครอบครัวของเขามาได้ แต่ความรักของคนทั้งคู่ก็ยังคงมีเงื่อนไขจากผู้เป็นบิดาอยู่อีกหนึ่งข้อ นั่นก็คือทั้งสองคนจะต้องทำการหมั้นหมายและคบหากันต่อจากนี้ไปอีกหนึ่งปี จากนั้นค่อยมาพูดคุยกันเรื่องงานมงคลสมรส ซึ่งหากจะพูดถึงเรื่องงานมงคลก็คงจะต้องพูดถึงคู่ของจิงเสี่ยวเจี้ยนกับเยว่ซือซือ เพราะสองคนนี้เพิ่งเข้าพิธีมงคลสมรสกันไปเมื่อสี่เดือนที่แล้ว ถึงแม้ว่าในอดีตคนทั้งสองอาจจะเคยเป็นอริกั
ช่วงค่ำเหรินเหยียนชิงหลังจากแยกเข้าไปจัดการดูแลตัวเองในกระโจมเสร็จ เมื่อเขากลับออกมา...เขาก็เห็นจินเฟยหลงยืนสั่งงานหยงหมินอยู่ที่ข้างกระโจมเพียงสองคน เขาจึงทำเป็นไม่สนใจ แล้วเดินเข้าไปนั่งกับพวกชิงหลวนคุนที่ข้างกองไฟ แต่สายตาของเขาก็ยังคงแอบมองไปที่นายบ่าวคู่นั้นเป็นระยะ ยามนี้เหรินเหยียนชิงเริ่มสงสัยแล้วว่าตอนที่จินเฟยหลงเข้าไปสำรวจภายในถ้ำ อีกฝ่ายเข้าไปเจอกับอะไร? หรือว่า...จินเฟยหลงจะเข้าไปเจอร่องรอยของศัตรูที่กำลังแอบซุ่มดูพวกเขาอยู่ในตอนนี้! จนเวลาผ่านล่วงเลยมาเกือบหนึ่งชั่วยาม ตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มแยกย้ายกันไปนอนพัก จะเหลือก็เพียงแค่ทหารกลุ่มหนึ่งที่คอยผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าระวังความปลอดภัย “เจ้าจะไปไหน?” เหรินเหยียนชิงถามขึ้น เมื่อเห็นจินเฟยหลงกำลังจะเดินออกจากกระโจม หลังจากที่พวกเขาเข้ามานอนพักพร้อมกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม “เจ้ายังไม่หลับหรือเหยียนชิง พอดีข้ารู้สึกร้อน ๆ หนาว
วันนี้เป็นวันที่จินเฟยหลงต้องออกเดินทางไปตรวจงานที่ชายแดนฝั่งทางตอนใต้ของแคว้นตง ซึ่งแน่นอนครั้งนี้เขาได้พาเหรินเหยียนชิงผู้เป็นภรรยาของเขาไปด้วย แล้วเมื่อเขาฝากงานส่วนต่าง ๆ กับรองแม่ทัพแต่ละฝ่ายในช่วงที่เขาไม่อยู่เสร็จ จินเฟยหลงก็รีบเดินทางกลับจวนทันที “เหยียนชิง ข้ากลับมาแล้ว” จินเฟยหลงกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง ก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มซ้ายของอีกฝ่าย แล้วมองลงไปยังห่อสัมภาระที่เจ้าตัวกำลังจัดเรียงไว้เป็นกอง ๆ บนโต๊ะกลมกลางห้อง “เจ้าเตรียมของเสร็จแล้วหรือ?” “อืม...เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเรียกให้พวกบ่าวเข้ามานำห่อสัมภาระพวกนี้ออกไปไว้ในรถม้าเท่านั้น” “อย่างนั้นพวกเราก็เหลือเวลาก่อนออกเดินทางเกือบหนึ่งชั่วยามเลยน่ะสิ ข้าว่า...พวกเราสองคนมาสานต่อเรื่องเมื่อ...” “เฟยหลง! คือข้า ยามนี้ข้า...ข้าควรออกไปตรวจดูพวกเสบียง ยาและสมุนไพรที่จะใช้
จินเฟยหลงเมื่อเห็นว่าเหรินเหยียนชิงกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับการปรนเปรอของเขาแล้ว เขาจึงค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างกลางลำตัวของอีกฝ่ายทันที ก่อนจะกดจุมพิตต่ำลงไปจนถึงหน้าท้องที่แบนราบ และเพียงไม่นานเขาก็ใช้ริมฝีปากครอบครองเครื่องแสดงความเป็นบุรุษโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัว “อ่ะ! เฟยหลง อย่า! อือ...” ริมฝีปากบางพยายามขบเม้มเพื่อเก็บเสียงครางหวานของตนเองเอาไว้ ก่อนที่คนตัวเล็กจะเผลอเลื่อนมือลงมากดที่ศีรษะของเขาอย่างลืมตัว ยามนี้เหรินเหยียนชิงรู้สึกเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วในขณะที่เขารู้สึกได้ว่าตัวเขาเหมือนกำลังจะปลดปล่อย... เขาจึงพยายามขยับเอาอาวุธประจำกายออกมาจากริมฝีปากของจินเฟยหลง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ต้องการให้เขาทำเช่นนั้น “เฟยหลง ข้า...อ่า...” “หวานยิ่งนัก น้ำวิสุทธิ์แรกของเจ้า” “เจ้า!” เหรินเหยียนชิงมองจินเฟยหลงที่กลืนกินและไล่เลียน้ำวิสุทธิ์แรกของเขาอย่างไม่รัง
เหรินเหยียนชิงกับจิงเสี่ยวจางเมื่อเดินเข้าไปในเรือนพักของพวกเฉิงเจียวจิน พวกเขาก็เห็นจิงเสี่ยวเจี้ยนกำลังช่วยเยว่ซือซือสอนเยว่ซือเค่อท่องบทกวีอยู่ในห้องโถง จิงเสี่ยวจางจึงเดินเข้าไปหาเย่วซือเค่อทันที ส่วนเหรินเหยียนชิงแยกออกไปเดินตามหาผู้เป็นมารดา ไม่นานเขาก็เห็น
เช้าวันถัดมาจินเฟยเทียนก็ได้เข้าไปตรวจร่างกายของจินเฟยหลงอีกครั้ง ก่อนออกเดินทาง...แล้วเมื่อเขาได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย เขาจึงขอให้หยางหมิงเซียนกับชิงหลวนคุนออกไปลาเจ้าของจวน และรอเขาอยู่ที่รถม้า... และเมื่อเห็นว่าคนทั้งสองเดินออกจากห้อง
จินเฟยหลงมองเหรินเหยียนชิงเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง พร้อมกับหนังสือที่เจ้าตัวหยิบออกมาเปิดอ่านเมื่อครู่ จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงตอบคำถามโดยที่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา “ข้าไม่ได้รังเกียจ เพียงแต่ข้า.
เช้าวันรุ่งขึ้น จินเฟยหลงตื่นมาก็พบว่าคนที่มานอนเฝ้าเขาได้กลับออกไปแล้ว และวันนี้ทั้งวันก็มีคนในจวนตระกูลเหรินแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนเขา ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัวของเหรินเหยียนชิง จะยกเว้นก็เพียงแค่...คนตัวเล็กของเขาเท่านั้น จินเฟยหลง