Beranda / วาย / เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL / ตอนที่ 8 : การรักษาที่ต้องแลก

Share

ตอนที่ 8 : การรักษาที่ต้องแลก

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-14 15:52:51

“อะไรครับ? แต่อะไร”

“ลูกใจเย็น ๆ ก่อน” พราวฟ้าเห็นท่าทางเริ่มไม่สงบของลมหนาว เธอเริ่มกังวลมากขึ้น

“การรับการรักษาผ่านทางโรงพยาบาลต้องรอคิวที่นาน และทั้งพิสทิลเอง แอนไทสเตเมนเองก็มีสิทธิ์เลือกว่าจะตกลงรักษาให้กันหรือปฏิเสธที่จะไม่รับเคสนี้ก็ได้ มันเลยทำให้การรันระบบช้ามากกว่าที่ควรจะเป็น”

“เอ้า.. แล้วแบบนี้จะมาลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครเพื่อ?”

เมฆินทร์ทั้งไม่เข้าใจ และงงหนักกว่าเก่า

“เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายจ้ะ มันมีระบบกฎหมายเข้ามาคุ้มครองด้วยสำหรับแอนไทสเตเมนที่ลงทะเบียน เอาเป็นว่า… เราอย่าสนใจเลยเรื่องในมุมของระบบและกฎหมายเลย เพราะที่แม่จะบอกคือแม่มีทางรักษาให้น้องหนาวแบบที่ไม่ต้องรอคิวอะไรทั้งนั้น อย่างที่แม่บอกไปพิษค่อนข้างรุนแรงจะมัวแต่ยืดเวลานานมากไม่ได้ เวน่อมสเตเมนไม่กลับมาหาพิสทิลมีแต่จะทำให้เกิดอาการพิษกำเริบรุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นพิษสะท้อนกลับกัดกินเจ้าของร่างกาย ต่อให้เราไม่ได้ไปมีอะไรกับใคร ความตายก็พรากลมหายใจเราไปอยู่ดี”

พราวฟ้าพูดพลางลูบหัวลูกชายตนเบา ๆ เมื่อเห็นว่าลูกชายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่คล้ายโล่งอก

“งั้นดีเลยครับ แม่บอกวิธีมาเลย ผมจะทำตาม.. ผมไม่อยากจบชีวิตอีกรอบแล้วจริง ๆ”

“ลูกยอมรับได้ใช่ไหม ถ้าลูกต้องมีอะไรกับแอนไทสเตเมนเพื่อการรักษาพิษ... มันอาจจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว หรือสองครั้ง แม่จำได้ว่าเคยพูดกับลูกไปแล้วครั้งนึก แต่ยังไม่ทันฟังแม่อธิบายให้จบ น้องหนาวก็ปฏิเสธออกมาเลย”

“ห้ะ!! ด… เดี๋ยวนะ มีอะไรกับแอนไทสเตเมนหรอครับ? หมายถึง?”

เมฆินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ วิธีพิเศษที่แม่ของเขาพูดถึงหมายถึงวิธีอย่างว่านี่หรอ?

‘อยากจะบ้า ให้ไปนอนกับคนที่ไม่รู้จักอะไรเลยเนี่ยนะ’

ถ้าเป็นตอนถ่ายซีรีส์แล้วใช้มุมกล้องยังพอรับได้ แต่นี่ต้องมีอะไรกันจริง ๆ แบบใช้ร่างกายจริง ๆ ความรู้สึกต่อต้านพุ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ จากคนที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุด ต้องมาตกอยู่ในสถานะที่ต้องใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อแลกกับความอยู่รอด... มันไม่ต่างกับการขายเรือนร่างให้พวกบ้ากาม พวกหื่น ๆ หรือเปล่านะ

“มันต้องรักษาด้วยวิธีแบบนี้วิธีเดียว เพราะร่างกายลูกรับยาเข้าไปแล้วก็สลายหมด ไม่สามารถลดหรือถอนพิษได้ การรักษาด้วยวิธีการโดยตรงแบบดั่งเดิมเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การมีสัมพันธ์ทางกายกับแอนไทสเตเมนจะช่วยให้สารคัดหลั่งที่มีฤทธิ์เป็นยาถอนพิษซึมซับเข้าร่างกายจนลูกหายจากความทรมาน”

พราวฟ้าอยากจะพูดและอธิบายให้มากกว่านี้ แต่กลัวลมหนาวจะไม่ยอมรับ ลูกชายเธอเพิ่งผิดหวังกับความรักมาและสภาพจิตใจน่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องพวกนี้

การได้รับสัมผัสจากคนอื่นที่ไม่ใช่คนรักของตัวเองคงยากที่จะทำใจให้ทำลง แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ เรียกได้ว่าลองทุกวิธีทางการแพทย์ที่พัฒนามาให้เข้ากับยุคสมัยและวิวัฒนาการจองเพศรอง แต่ใช้ไม่ได้ผลกับร่างกายของลมหนาวเลย เหลือแค่ใช้วิธีดั้งเดิมและวิธีต้นกำเนิดเท่านั้น

“…”

“แม่รู้ว่ามันน่าตกใจและยอมรับได้ยาก แต่แอนไทสเตเมนที่แม่จะให้เขามาช่วยลูก ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเลย เมื่อก่อนพวกลูกก็สนิทกันมาก น้องน่านฟ้า ลูกจำได้ไหม?”

‘ใครในตอนนี้ก็จำไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ผมจำได้แค่ตัวเองตอนที่ฟื้นมาในโลกนี้ก็บุญหัวแล้ว..’

“แม่คุยกับน้ารดาเรื่องลูก บ้านนั้นเลยอยากจะช่วยเรา เป็นฝ่ายเสนอมาเองเลยว่าควรให้ลูกกับน่านฟ้าหมั้นกันด้วย แล้วก็ให้น่านฟ้ารักษาลูกจนกว่าจะหายดี เพราะว่าพวกลูกต้องมีความสัมพันทางกายที่ลึกซึ้ง แต่จะให้แต่งงานกันคงจะเป็นการบังคับจิตใจทั้งสองคนจะเกินไป ทางเลือกคือการหมั้นหมายคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้”

“ห้ะ!? … หมั้น?”

เมฆินทร์ทวนคำเสียงหลง สมองใกล้ระเบิดเต็มที่แล้ว เขาแทบอยากจะมุดดินหนีไปที่สงบ ๆ จริง ๆ เรื่องนั้น เรื่องนี้ยัดใส่หัวเขาจนต้องพยายามตั้งสติให้ดีครั้งแล้วครั้งเล่า ไอ้เรื่องเสียตัวฟรียังไม่ทันหาย เรื่องบ้า ๆ อย่างเรื่องหมั้นก็แทรกเข้ามาอีก

“เดี๋ยวครับแม่ ผมตามไม่ทันแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน? พิษก็เรื่องนึงแล้วนะ แอนไทสเตเมนก็อีกเรื่อง … แล้วยังมีเรื่องหมั้นอีก มันจะต้องอะไรขนาดนั้น แค่ให้รักษาพิษด้วยการไปมีอะไรกับคนอื่นที่เป็นแอนไทอะไรนั่นก็เยอะแล้วนะครับ นี่ยังต้องหมั้นอีกหรอ?”

ปฏิกิริยาของลมหนาวตอนนี้ทำเอาพราวฟ้าหัวใจหล่นวูบ สิ่งที่เธอกลัวมากที่สุดคือการที่ลมหนาวปฏิเสธในทางเลือกสุดท้ายที่เธอมีให้

ในฐานะของคนเป็นแม่ ตลอดระยะเวลาที่เธอเฝ้ามองลูกชายที่ทรมานจากความรัก ทรมานจากพิษ ช่วงนั้นแสนจะเจ็บปวดไม่ต่างกัน เธอไม่อยากให้เขาไม่ทำตามเธอในเรื่องนี้ แม้ว่าจะต้องบังคับเธออาจจะจำเป็นต้องทำ

“แม่รู้ว่ามันกระทันหัน แม่รู้ว่ามันอาจจะดูมากไปสำหรับลูกที่เพิ่งผ่านเรื่องแย่ ๆ มา แต่จะให้แม่ทำยังไง!? การที่แม่ต้องมาคอยดูรายชื่อพิสทิลที่รอคิวการรักษากว่าจะผ่านพ้นไปแต่ละราย กว่าจะถึงคิวลูก เผลอ ๆ รอนานเป็นปี แล้วคอยมองตอนลูกต้องทรมานกับอาการรอบพิษกำเริบ หรือลูกจะไปขอร้องอ้อนวอนให้ไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นกลับมารักลูกอีกครั้งงั้นหรอ!? … พอเถอะนะลมหนาว อย่าทรมานตัวเอง แค่นี้แม่ก็เจ็บปวดไปพร้อม ๆ กับลูกแล้วนะ”

ความเข้มแข็งของพราวฟ้าที่พยายามจะพูดคุยกับลมหนาว และพยายามจะเก็บกั้นความรู้สึกทั้งหมดได้ถูกพังทลายลงในพริบตา

ถึงเธอจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเพศรองนี้โดยเฉพาะ แต่เธอก็ไม่สามารถผิดจรรยาบรรณหรือทำอะไรกับระบบของโรงพยาบาลได้เลย ต่อให้มันทำได้สามารถลัดคิวเพื่อลูกของตัวเอง แต่ถ้าลัดคิวแล้วแอนไทสเตเมนเกิดปฏิเสธอีกเพราะพิษของลมหนาวอยู่ในระดับสูง มันก็จะทำให้เสียโอกาสของคิวที่ควรจะได้ อีกทั้งยังเกิดการต่อคิววนซ้ำอีก ความผิดถูกหลายอย่างที่ตลอดระยะเวลามานี้ตีกันมั่วไปหมดในหัวเธอ

 

“แม่เกือบจะเสียลูกไปครั้งนึงแล้วนะลมหนาว”

เธอบอกด้วยเสียงสั่นเครือพลางโอบกอดลูกชายตน น้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลอาบแก้มลงมาเมื่อนึกถึงวันที่เธอคิดว่ามันเลวร้ายที่สุดในชีวิต

“การหมั้นครั้งนี้ อาจจะดูเป็นการบังคับ แต่มันคือหลักประกันเดียวที่ทำให้แม่มั่นใจได้ว่าลูกจะปลอดภัย ทำให้แม่สบายใจขึ้นมาได้หน่อยว่าจะไม่เสียลูกไปเป็นครั้งที่สอง... ขอร้องล่ะลมหนาว ทำเพื่อแม่ได้ไหม”

ภาพของแม่ที่กำลังร้องไห้และน้ำเสียงที่แสนจะอ้อนวอนของเธอ ทำเอาเมฆินทร์น้ำตาไหลตาม มันบีบคั้นหัวใจ แม้ในหัวของเมฆินทร์จะต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง ด้วยความที่เขาไม่รู้อะไรมากนัก

มีแค่พราวฟ้าคอยเล่าและบอกทุกอย่าง ถ้าโดยปกติแล้วเขาจะต้องปฏิเสธวิธีการบ้า ๆ นี่อย่างแน่นอน คนอย่างเมฆินทร์... ทำไมต้องไปนอนอ้าขาให้ใครที่ไม่รู้จักด้วย! แถมยังจะมาบังคับหมั้นกับคนที่ไม่ได้รักอีกต่างหาก

แต่แล้ว… ภาพของแม่เนตรนภาที่นอนป่วยอยู่บนเตียงในวาระสุดท้ายของชีวิตก็ฉายชัดขึ้นมาให้เขาหวนนึกถึง ภาพของความเจ็บปวดที่เขาไม่มีแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้รักษาแม่ให้หายแล้วกลับมามีชีวิตดูความสำเร็จของเขา การจากลาที่ทำให้คนที่ยังอยู่ทรมานเพราะคนที่รักสุดหัวใจได้จากไป...

นั่นสินะ แม่พราวฟ้าในตอนนี้ อาจจะเปราะบางและพร้อมจะแหลกสลายเหมือนเขาในตอนนั้นก็เป็นได้ สำหรับเขายังถือว่ามีโอกาสที่จะรักษาและใช้ชีวิตอยู่ต่อกับผู้หญิงคนนี้ แม้จะคนละโลก หรือเธออยู่ในโลกคู่ขนานก็ยังคงเป็นแม่ของเขาอยู่เหมือนเดิม

ก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจในครานั้น เขาขอโอกาสในการได้มีชีวิตอีกครั้ง... อยากใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม อยากทำในสิ่งที่อยากทำเพื่อที่จะได้ไม่เสียใจในภายหลัง และที่สำคัญที่สุดเขาได้โอกาสนั้นมาแล้ว พร้อมกับการได้เจอแม่คนที่เขารักสุดหัวใจ แล้วทำไมถึงไม่คว้าทุกโอกาสเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองขอเอาไว้ล่ะ?

‘เอาเถอะ.. แม้จะยังไม่เข้าใจโลกใบนี้ และยังไม่รู้จักคนที่ชื่อน่านฟ้า หรือแม้กระทั่งแฟนเก่าเฮงซวยที่ทิ้งพิษบ้าบออะไรนี่ไว้... แต่อนาคตไม่ว่าจะเป็นยังไง ชะตาถูกกำหนดให้ต้องมาอยู่ที่นี่ ก็มาลองใช้ชีวิตดูกันสักตั้งแล้วกัน!’

“ผม... จะทำครับ”

เมฆินทร์ตัดสินใจเอ่ยบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เขาเห็นรอยยิ้มของผู้เป็นแม่ที่คลี่ออกมาอย่างโล่งอก และนั่นทำให้เขารู้สึกว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ผิดพลาดอะไรเลย

“ดีใจจัง... แม่รู้ว่าลูกต้องเข้าใจ และแม่มั่นใจว่าน่านฟ้าจะดูแลลูกได้เป็นอย่างดี เขาจะช่วยให้ลูกหายแล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ ไม่ต้องทนทรมานกับพิษร้าย”

พราวฟ้าบอก ก่อนจะสวมกอดลูกชายแน่นอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 72 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 2/2

    “ถ้าพี่ไม่ใช่อย่างที่นายคิดล่ะ? ถ้าพี่ในตอนนี้ไม่ได้น่ารักเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้อ่อนโยน ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ แถมยังมีความลับเยอะแยะ... นายจะยังรู้สึกดีกับพี่อยู่ไหม?” “...” “ที่นายทำดีกับพี่ทุกวันนี้... เพราะนายผูกพันกับภาพจำของพี่ในอดีตหรือเปล่า?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ เมฆินทร์ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา รอคอยคำตอบด้วยหัวใจที่บีบรัด สัมผัสอุ่นวาบแตะลงที่ข้างแก้ม น่านฟ้าประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างเบามือ “พี่ลมหนาวฟังผมนะ...” น่านฟ้าเอ่ยเสียงนุ่มลึก สายตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาคู่สวย “ผมยอมรับว่าอดีตมันสวยงาม... ผมอยากจะเก็บช่วงเวลานั้นเอาไว้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกกับพี่ในตอนนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะภาพจำในอดีต” น่านฟ้าขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “ตอนที่กลับมาเจอพี่อีกครั้ง ผมสารภาพตรง ๆ ว่าพยายามจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างเราไว้ เพราะกลัวว่าผมจะผิดหวัง... แต่ยิ่งได้อยู่ใกล้พี่ ยิ่งได้เห็นพี่ในมุมที่ผมไม่เคยเห็น”

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 71 : ความในใจที่ซ่อนเร้น 1/2

    ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเข้าไปอย่างเบามือ เผยให้เห็นอาณาจักรส่วนตัวของน่านฟ้าที่ถูกซ่อนไว้หลังบานประตู ห้องนอนของน่านฟ้ากว้างขวางและคุมโทนด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีเทา ให้ความรู้สึกสุขุมและเงียบสงบเหมือนเจ้าของห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีของวางระเกะระกะแม้แต่ชิ้นเดียว ราวกับว่าห้องนี้เป็นห้องตัวอย่างในโครงการหรูมากกว่าห้องที่มีคนอาศัยอยู่จริง “พี่ลมหนาวตามสบายเลยนะครับ คิดซะว่าเป็นห้องตัวเอง” น่านฟ้าเอ่ยบอกขณะวางกุญแจรถและกระเป๋าตังค์ไว้ที่โต๊ะหัวเตียง เขาหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้คนพี่ที่ยังยืนกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความเกร็ง “อยากอาบน้ำก่อนไหม เดี๋ยวผมหาชุดเปลี่ยนให้ แต่ไซส์มันอาจจะใหญ่สักหน่อย” น่านฟ้าบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในโซนวอคอินโครเซท “ไม่เป็นไร ชุดไหนพี่ก็ใส่ได้หมดนะ” เมฆินทร์ตอบพลางถือวิสาสะก้าวเดินสำรวจห้องนอนของคนน้องอย่างสนใจ... สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับตู้โชว์กระจกใสที่มุมห้อง ภายในนั้นไม่ได้มีของสะสมราคาแพงอย่างโมเดลรถหรือนาฬิกาหรูอย่างที่ผู้ชายทั่วไปชอบสะสม แต่มันกลับเต็มไปด้วย ‘ความทรงจำ’ กร

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 70 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 2/2

    “มากันแล้วเหรอจ๊ะ” คุณหญิงณิรดาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานเมื่อเห็นทุกคนมาถึงอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านให้ขึ้นไปเชิญสามีของตนเองลงมารับประทานอาหาร ไม่นานนักกวินภพก็เดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทีภูมิฐาน แม้จะอยู่ในชุดลำลองแต่รัศมีของนักธุรกิจใหญ่เจ้าของค่ายเพลงระดับประเทศก็ยังแผ่ออกมาให้คนแปลกหน้าอย่างสายหมอกต้องลอบกลืนน้ำลาย ‘อยากกลับบ้านชะมัด อยู่ท่ามกลางไฮโซ อยู่บ้านคนรวยแล้วมันโคตรจะเกร็งเลย ไอ้บ้าเอ้ย!’ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดดูหรูหราแต่ก็อบอุ่นอย่างน่าประหลาด แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบเครื่องเงินบนโต๊ะจนเป็นประกายวับวาว “ลมหนาวเป็นยังไงบ้างลูก? ไม่ได้เจอกันนาน ดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะ” ณิรดาเอ่ยทักทายว่าที่ลูกสะใภ้อนาคตด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “น้องน่านฟ้าเขาดื้อหรือเปล่า? ทำอะไรให้หนูไม่สบายใจไหม ฟ้องแม่ได้เลยนะ” เมฆินทร์สบตากับผู้ใหญ่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงความจริงใจและน้ำเสียงเอ็นดู เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยเกร้งเท่าครั้งแรกที่เจอกัน ระบายรอยยิ้มบาง ๆ “สบายดีครับคุณน้า” เขาตอบ

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 69 : ตระกูลสิริพิพัฒนกุล 1/2

    กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและอาหารไทยรสเลิศลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนนำเข้าอย่างเรียบหรู คุณหญิงณิรดากำลังง่วนอยู่กับการปรุงรสอาหารด้วยตัวเอง ท่าทางของเธอดูสง่างามและคล่องแคล่วสมกับเป็นแม่ศรีเรือน แม้ในยามสวมผ้ากันเปื้อนทับชุดอยู่บ้าน“คุณน้าครับ”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้ณิรดาละมือจากหม้อแกง หันมามองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ตาคุณ มาแล้วเหรอจ๊ะ”สายหมอกที่เดินตัวลีบตามหลังมาติด ๆ รีบยกมือไหว้หญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างนอบน้อมโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา“มาช่วยครับ”ณคุณพูดพลางเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ครัว วางกุญแจรถลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาเหมือนเป็นบ้านตัวเอง“ดีเลยจ้ะ น้ากำลังต้องการลูกมือพอดี”ณิรดาพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปเห็นชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างหลัง “แล้วนี่... ใครเหรอจ๊ะณคุณ?”“เพื่อนครับคุณน้า ชื่อสายหมอก”“กูเป็นรุ่นพี่มึง... ไม่ใช่เพื่อนมึง”สายหมอกกัดฟันกระซิบเสียงรอดไรฟั

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 68 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 2/2

    “น่านฟ้าคะ ตกลงเรื่องที่ไปกินข้าว...”แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยค ร่างสูงของเดือนคณะบริหารก็ก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงผ่าวงล้อมออกไป... จุดหมายของเขามีเพียงที่เดียว คือจุดที่คนพี่ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนข้างเวทีทิ้งให้มิลกี้ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นราวกับธาตุอากาศ“พี่ลมหนาว คุณแม่ชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน...” น่านฟ้าเอ่ยบอกเมฆินทร์ทันทีที่เดินมาถึง ไม่มีการเกริ่นนำ ไม่มีความอ้อมค้อม สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยอย่างรอคอยคำตอบ“พี่ต้องอยู่คุยกับสตาฟฟ์ต่อหรือเปล่า?”ริวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาโต หันมามองเพื่อนสลับกับรุ่นน้องตัวสูงด้วยสายตาแซว ๆ"โหยยย... พ่อแม่สามีตามตัวซะแล้ว ไม่ต้องมาทำหน้าคิดเยอะ มึงก็รอกลับพร้อมน้องเขาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ”ริวตบหลังเพื่อนเบา ๆ เป็นเชิงเร่ง“พ่อแม่สามีอะไร! ยังไม่ใช่”เมฆินทร์หันไปกัดฟันพูดใส่เพื่อนตัวดีที่ตั้งแต่รู้เรื่องราวของเขาก็มักจะแซวทุกครั้งที่มีโอกาส ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกระทันหัน“วันนี้ยังไม่ใช่ อนาคตไม่แน่ป่าวว้าา&hell

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   บทที่ 67 : คำเชิญจากผู้ใหญ่ และ คนนอกสายตา 1/2

    หลังจากแยกย้ายกันที่หลังเวที เมฆินทร์กลับมาประจำตำแหน่งพิธีกรข้างเวที คอยรันคิวการซ้อมช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนน่านฟ้าก็กลับเข้าไปยืนประจำจุดในแถวเดือนคณะ... แม้จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาที่ลอบมองกันเป็นระยะนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม...เป็นความอุ่นวาบที่รู้กันอยู่แค่สองคนบรรยากาศภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยในช่วงบ่ายคล้อยอบอวลไปด้วยความร้อนจากแสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องลงมายังเวทีเบื้องล่าง ผสมปนเปไปกับกลิ่นอายของการแข่งขันที่เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เสียงประกาศจากทีมงาน เสียงรองเท้าคัตชูที่กระทบพื้นเวที และเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่คลอเบา ๆ สร้างความฮึกเหิมให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนยกเว้นเพียงคนเดียว...น่านฟ้าในชุดนักศึกษาถูกระเบียบยืนสงบนิ่งอยู่ในแถวรอซ้อม รัศมีความเย็นชาแผ่ออกมารอบตัวจนเพื่อนต่างคณะแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จะมีก็แต่มิลกี้ ดาวคณะบริหารธุรกิจที่ยังคงยืนเกาะติดอยู่ข้างกายไม่ห่าง“น่านฟ้าคะ พรุ่งนี้มิลกี้ว่าเราน่าจะนัดซ้อมกันเพิ่มอีกนิดนะ มิลกี้กลัวคิวเดินยังไม่เป๊ะ แล้วก็เพลงที่ต้องร้องตอนประกวด มิลกี้ว่ามั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status