Beranda / วาย / เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL / ตอนที่ 9 : ร่องรอยของลมหนาว

Share

ตอนที่ 9 : ร่องรอยของลมหนาว

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-14 16:20:42

        

        สองวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าในห้องพักผู้ป่วยที่หรูหราแต่ไร้ชีวิตชีวา ในที่สุดเมฆินทร์ก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ร่างกายของเขาค่อนข้างอ่อนเพลียเบาโหวงอย่างไม่คุ้นชิน แต่ก็ดีขึ้นมากหลังจากได้รับวิตามินและสารอาหารอย่างต่อเนื่อง

        บรรยากาศในรถยนต์ระหว่างเดินทางกลับบ้านนั้นแสนสงบ มีเสียงเพลงบรรเลงเปียโนเบา ๆ ชวนให้ผ่อนคลาย พราวฟ้าดูคลายความกังวลมากกว่าเมื่อหลายวันก่อนที่เข้ามาคุยกับเขา เธอขับรถด้วยท่วงท่าเรียบนิ่ง ไม่ได้ชวนคุยอะไรมากนัก คงเพราะอยากให้เขาได้พักผ่อนและชื่นชมบรรยากาศนอกโรงพยาบาลอย่างเต็มที่ ซึ่งเมฆินทร์เองก็รู้สึกขอบคุณในใจสำหรับความเงียบนั้น ทำให้มีเวลาจมอยู่กับตัวเอง พิจารณาและทบทวนอะไรหลาย ๆ อย่างที่แทบจะตลอดเวลาตั้งแต่เขาฟื้นมาก็เอาแต่คิดวนซ้ำ ๆ ไม่เลิก

        ดวงตาสีเทาเข้มทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถ มันไม่ใช่ความตื่นตระหนกเหมือนครั้งแรกที่สัมผัสกับที่แห่งนี้ แต่เป็นการเฝ้ามองด้วยสายตาของนักสำรวจ ในการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อม ทำความเข้าใจโลกใบใหม่ที่เขาถูกเหวี่ยงเข้ามา...

        สถาปัตยกรรมของตึกระฟ้าดูเน้นความทันสมัยและสวยงามแปลกตา ไม่มีแม้แต่เสาไฟหรือสายไฟฟ้าให้รกหูรกตา การใช้โทนสีเทาเงินและกระจก ทำให้เมืองดูมีชีวิตชีวาและเป็นระเบียบมากกว่ากรุงเทพฯ ในโลกเดิมของเขาอย่างเห็นได้ชัด ดูน่าตื่นตาตื่นใจจนทำให้เมฆินทร์รู้สึกตื่นเต้นและอยากลงไปสำรวจโลกใบนี้ให้มากขึ้น

        เมื่อรถเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หรูหราในย่านที่เงียบสงบ เมฆินทร์รู้สึกได้ถึงความโอ่อ่าและงดงามของอาคารสไตล์วิกตอเรียนที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น สนามหญ้ากว้างใหญ่ เขารู้สึกทึ่งกับความงามและขนาดของบ้านหลังนี้อย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะก้าวลงจากรถพร้อมกับพราวฟ้าที่เดินนำหน้า

        “คิดถึงบ้านเราไหมลูก ไปอยู่โรงพยาบาลมาตั้งหลายเดือน” พราวฟ้าหันมาถามด้วยรอยยิ้ม

        “ครับ” เมฆินทร์พยักหน้าตอบรับด้วยแววตาเป็นประกาย

        ‘คิดถึงสิ คิดถึงโลกเดิมด้วย แต่บ้านแม่พราวฟ้า มันใหญ่เกินไปไหมเนี่ย รวยระดับไหนกัน?’

        ในโลกเดิมของเขาถึงแม้จะเป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีรายได้มหาศาล แต่เขาก็เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายในคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง แม้จะมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านหลังใหญ่เช่นนี้ได้ เขาก็ไม่เคยคิดที่จะทำเลยสักครั้ง เพราะการใช้ชีวิตคนเดียวทำให้เขาไม่ได้รู้สึกอยากมีบ้านหลังใหญ่ การอยู่คนเดียวในคอนโดขนาดพอเหมาะก็เพียงพอแล้ว แต่บ้านหลังนี้... มันทำให้เขาเห็นภาพตัวเองในอนาคต หากมีครอบครัวอบอุ่น ก็น่าจะเหมาะกับการได้มาอยู่รวมกัน

        “เข้าบ้านกันเถอะ ตากแดดตามลมนาน ๆ ยังไม่ดีต่อร่างการลูก” พราวฟ้าบอกก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน

        เมฆินทร์เดินตามเข้าไปในคฤหาสน์

        ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นตัวบ้าน... มันเหมือนการล่วงล้ำเข้าไปในชีวิตของคนอื่น ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นขโมยที่กำลังจะเข้าไปสำรวจร่องรอยของเจ้าของบ้านที่จากไปแล้ว

        ‘นี่คือชีวิตที่เราต้องสวมบทบาทต่อไปจริง ๆ อย่างนั้นสินะ?’

        “ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องก่อนนะลูก” พราวฟ้าบอกด้วยรอยยิ้มพลางตบบ่าลูกชายของตนเบา ๆ “เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวเสร็จจะเรียกนะ”

        “ครับ..” เมฆินทร์ตอบรับแบบไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่ แล้วทอดสายตามองไปยังบันไดที่อยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะเดินขึ้นไปด้านบนบ้านอย่างเชื่องช้า พร้อมกับความคิด ความสับสนมากมายในหัว จนถึงตอนนี้เขายังทบทวนมาตลอดจริง ๆ ว่าหลังจากนี้ต้องใช้ชีวิตแบบลมหนาวงั้นหรือ

        

        เมื่อเดินมาถึงด้านบนเขาพบว่ามีประตูอยู่สามบาน เขารู้สึกโล่งใจเล็ก ๆ เมื่อพบว่าบนบานประตูแต่ละห้องนั้นมีป้ายชื่อของงเจ้าของห้องแขวนเอาไว้อยู่ เขามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่มีชื่อว่า น้องหนาว มื่อเลื่อนไปจับเข้าที่ลูกบิดประตู สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง

        ห้องนอนของลมหนาวเป็นห้องที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยโทนสีฟ้าเทาและขาว ดูสะอาดตาสะท้อนรสนิยมของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี… เจ้าของห้องตัวจริงที่ไม่ใช่เขา ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยชั้นหนังสือ มีนิยายมากมายเรียงรายอยู่กินพื้นที่ไปมากกว่าสามส่วน อีกส่วนหนึ่งเป็นตำราเรียนที่ทำให้เมฆินทร์รับรู้ได้ว่าลมหนาวนั้นเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ สาขาศิลปะการแสดง บริเวณใกล้กับมีกีตาร์โปร่งวสงพิงมุมห้องที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนที่คงจะชื่อชอบทางด้านศิลปะความบันเทิงไม่ต่างจากตัวเขาเอง

        เมฆินทร์เดินไปยังโต๊ะทำงานเขาไล้มือสัมผัสขอบโต๊ะไม้โอ๊คช้า ๆ ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับตารางเรียนชั้นปีสาม นั่นทำให้เขาสามารถรับรู้ข้อมูลพื้นฐานของลมหนาวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง... ขาเรียวยาวก้าวเดินสำรวจห้องไปเรื่อย ๆ เก็บรายละเอียดทุกอย่างเท่าที่ตัวเขาจะสามารถทำความเข้าใจเจ้าของร่างนี้ได้ ก่อนจะหยุดลงที่อัลบั้มรูปเล่มหนา เขาตัดสินใจหยิบมันขึ้นมานั่งเปิดดูบนเตียง

        

        หน้าแรก ๆ ของอลับั้มเป็นรูปของเด็กชายผู้ชายหน้าตาน่ารักที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาตอนเด็กแบบไม่ผิดเพี้ยนเลยจริง ๆ กำลังยิ้มอย่างมีความสุขกับพราวฟ้าและผู้ชายที่ดูอบอุ่นใจดีอีกคนหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นพ่อของลมหนาว แต่เมื่อไล่เปิดไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มมีเด็กผู้ชายอีกคนปรากฏตัวขึ้นภายในรูป เด็กคนนั้นดูอายุน้อยกว่าลมหนาวเล็กน้อย มักจะยืนอยู่ข้างลมหนาวเสมอ บางรูปก็เกาะแขน บางรูปก็เหมือนจะแกล้งกัน มีตั้งแต่ช่วงวัยเด็กจนกระทั่งค่อย ๆ เติบโตขึ้นแต่ก็ยังมีเด็กคนนี้อยู่ในรูปอยู่บ่อยครั้ง

        สายตาของเขาไม่เคยเปลี่ยนไปจนเมฆินทร์สามารถจับความรู้สึกนั้นได้ แล้วมันก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า... เด็กผู้ชายในภาพเป็นใครกันแน่? มีความสำคัญยังไงกับลมหนาวถึงได้เหมือนกับจะอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต ดูจากชุดแล้วน่าจะถึงแค่ระยะเวลาช่วงมัธยมละมั้ง แล้วจู่ ๆ ช่วงหลังของอัลบั้มก็เหลือเพียงแค่ลมหนาวกับแม่พราวฟ้าในรูป ช่วงวัยที่น่าจะโตมากขึ้นหรือปัจจุบัน

        

        เมื่อเมฆินทร์เปิดดูรูปในอัลบั้มของลมหนาวจนหมด ก็พอจะทำให้เข้าใจในวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่ง ก่อนจะเอนตัวลงนอนขวางเตียงกลิ้งไปมาให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือไปโดนเข้ากับอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้หมอน เขาจึงเปิดมันขึ้นพบกับไดอารี่ที่ถูกซ่อนเอาไว้

        “ไดอารี่? ถ้าเปิดดู… จะเป็นอะไรไหมนะ” เมฆินทร์พูดขึ้นมาลอย ๆ กับตัวเอง ปลายนิ้วสอดเข้าไปในหน้าที่ถูกขั้นด้วยที่ขั้นหนังสือ เขาชั่งใจอยู่สักพัก เพราะถ้าลมหนาวรู้ว่ามีใครมาเสียมรายาทแบบนี้อาจจะโกรธก็ได้ แต่อีกใจก็ฉุกคิดได้ว่าตอนนี้ตัวเขากำลังอยู่ในร่างลมหนาวไม่ใช่หรอ บางทีการเปิดอ่านมันอาจจะช่วงให้เขารู้จักเจ้าของร่างมากขึ้นจนเขาใช้ชีวิตแบบลมหนาวได้แนบเนียนก็ได้

        ไม่ได้มีทางเลือกอะไรให้ตัวเขามากนัก..

        ‘เปิดอ่านเลยแล้วกัน... ตัดสินใจด้วยตัวเองนี่แหละ!’

        

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   ตอนที่ 60 : รุ่งอรุณแห่งความจริง

    ค่ำคืนอันหนักหน่วงผ่านพ้นไป... แทนที่ด้วยแสงแรกของรุ่งอรุณที่ค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาทางช่องว่างของผ้าม่าน เสียงคลื่นลมที่เคยบ้าคลั่งในความรู้สึก บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเสียงขับกล่อมที่แผ่วเบาและสม่ำเสมอ แสงสีทองอ่อนละมุนอาบไล้ไปทั่วห้อง ขับไล่ความมืดมิดและความสับสนของราตรีกาลให้เลือนหาย เหลือทิ้งไว้เพียงความสงบและบรรยากาศของการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง น่านฟ้าลืมตาขึ้นช้า ๆ เป็นคนแรก เขามองเห็นเพียงกลุ่มผมสีบลอนด์ทองที่ซบอยู่บนตัวเขาอย่างอ่อนแรง ลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนในอ้อมกอดบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังหลับสนิทและไม่เจ็บปวดอีกต่อไป มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นไปลูบกลุ่มผมนั้นอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจที่สามารถช่วยคนรักของเขาได้ เขารู้แล้วว่าการรักษาได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น... เมื่อเห็นว่าทุก

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   ตอนที่ 59 : รสชาติของการเยียวยา (Nc 18+)

    เมฆินทร์นอนหอบตัวโยน ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสแห่งความสุข ความเจ็บปวดจากพิษทุเลาลงไปวูบหนึ่ง... แต่แล้วมันก็กลับคืนมาพร้อมกับความต้องการที่มากกว่าเดิม คล้ายยังไม่ได้รับการเติมเต็มหรือการรดน้ำให้เติบโตอย่างเหมาะสม เขารู้แล้ว... การปลดปล่อยเพียงภายนอกมันไม่เพียงพออีกต่อไป ร่างกายต้องการการเยียวยาที่ 'ลึกซึ้ง' ยิ่งกว่านี้ ด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ เมฆินทร์ใช้แขนยันตัวเองขึ้น ดึงน่านฟ้าเข้ามาบดจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน ก่อนจะพลิกร่างสูงของคนน้องที่กำลังตกใจกับการกระทำนั้นให้นอนลงบนเตียงแทนที่ตัวเอง สองมือของเขาสอดประสานเข้ากับฝ่ามือของน่านฟ้าแล้วยึดไว้กับเตียง ก่อนจะเป็นฝ่ายกดจูบไปตามลำคอแกร่ง เคลื่อนกายไล้ริมฝีปากลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ไหปลาร้า แผ่นอกกว้าง และกล้ามท้องที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามจนน่าหลงใหล

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   ตอนที่ 58 : สัมผัสที่เฝ้ารอ (Nc 18+)

    เพียงเท่านั้น น่านฟ้าก็ดันร่างของลมหนาวให้นอนหงายราบไปกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล เขาขึ้นไปคร่อมทับร่างนั้นไว้ ปลายนิ้วลากไล้ตั้งแต่ข้อมือบางจวบจนฝ่ามือทาบทับสอดประสานกันแน่น มืออีกข้างประคองใบหน้าที่เห่อร้อนพลางเกลี่ยไล้อย่างอ่อนโยน แล้วประทับจูบลงไปอีกครั้ง... จูบที่เต็มไปด้วยความรัก, ความปรารถนาที่จะปกป้อง, และคำสัญญาที่ไม่มีเสียง เมฆินทร์ค่อย ๆ หลับตาลงเผยอริมฝีปากรับจูบจากน่านฟ้าอย่างเต็มใจ ซึมซับทุกสัมผัสที่เขารับรู้ได้ว่ามันทั้งอ่อนโยนและลึกซึ้ง แต่ความหอมหวานก็คงอยู่ได้ไม่นาน เขาวาดวงแขนขึ้นโอบรอบลำคอของน่านฟ้าพลางสอดมือเข้าใต้กลุ่มผม กดคนด้านบนให้จูบแนบแน่นมากขึ้น ในขณะเดียวกันเป็นฝ่ายสอดเรียวลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดในโพรงปากอุ่น เร่งเร้าจังหวะจูบให้รุนแรงตามความต้องการของร่างกาย ยิ่งได้รับสัมผัสที่แนบแน่นและอุ่นร้อนจากคนน้องเหมือนเป็นยารักษาที่ช่วยบรรเทาความเจ็บป

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   ตอนที่ 57 : เมื่อจูบไม่อาจเยียวยา

    เสียงของพราวฟ้าดังก้องในความทรงจำ ทำให้เขารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว... 'นี่คือโซ่ตรวนเส้นใหม่ที่หนักอึ้งกว่าเดิม และเราก็เป็นคนลากน่านฟ้าเข้ามาเจ็บปวดกับมันด้วย' "ทำไม..." เสียงแหบพร่าของเมฆินทร์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายังคงซบหน้าอยู่กับหมอน ไม่ได้หันกลับมา ถึงจะรู้สึกผิดที่น่านฟ้าจะต้องมาลำบาก แต่ก็อยากรู้เหตุผลที่น่านฟ้าเลือกกระทำลงไปในแบบนั้น เขารู้ว่าตัวเองทั้งการกระทำและความรู้สึกกำลังย้อนแย้งไปหมด "ทำไมนายไม่ไล่เธอไปตั้งแต่แรก" น่านฟ้ากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ซบใบหน้าลงกับกลุ่มผมสีบลอนด์ทองประกายเบจนั้นหวังปลอบประโลม ก่อนจะสารภาพความจริงที่หนักอึ้งอยู่ในใจออกม

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   ตอนที่ 56 : ละครฉากสำคัญและการช่วยเหลือที่รู้ใจ

    'บ้าน่า... ไม่ใช่ตอนนี้สิ...' เขาข่มความเจ็บปวดไว้ พยายามหายใจให้เป็นปกติที่สุด จนน่านฟ้าที่กำลังฟังมิลกี้พูดอยู่ จู่ ๆ จมูกของเขาก็ได้กลิ่นบางอย่าง... มันคือกลิ่นหอมเย็นที่แฝงความอันตรายของดอกอะโคไนต์... กลิ่นที่เขาจำได้ขึ้นใจ! สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที ร่างกายเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ แววตาที่เคยเรียบนิ่งฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่ง เขารีบหันขวับไปมองทางเตียงนอนที่บัดนี้เงียบกริบ 'พิษอะโคไนต์ของพี่ลมหนาวกลับมาแล้ว' สัญชาตญาณแรกสั่งให้เขาลุกขึ้นแล้วพุ่งไปท

  • เกิดใหม่ใต้รอยพันธะพิษ (Pistilverse+Omegaverse) | BL   ตอนที่ 55 : รอยยิ้มที่หาได้ยาก

    อาหารเลิศรสที่วางอยู่ตรงหน้าพลันหมดความหมาย ความอยากอาหารที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตึงเครียดที่เข้าปกคลุมบรรยากาศบนโต๊ะ น่านฟ้าโกรธจนขบกรามแน่น ดวงตาของเขาแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาโกรธที่อลิสากล้ามาคุกคามคนที่อยู่ในความดูแลของเขาถึงตรงนี้ ในจังหวะที่ความโกรธของน่านฟ้ากำลังจะปะทุขึ้นมานั้นเอง เมฆินทร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ค่อย ๆ เลื่อนมือของตัวเองไปวางลงบนท่อนแขนของน่านฟ้าที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เขาไม่ได้ออกแรงบีบ เป็นเพียงสัมผัสที่นิ่งและหนักแน่น เพื่อจะบอกว่า... ‘ไม่เป็นไร ฉันโอเค... ไม่ต้องโกรธแทนฉันขนาดนี้ก็ได้’ น่านฟ้ารู้สึกได้ถึงสัมผัสนั้น ความเกร็งที่แขนของเขาคลายลงวูบหนึ่ง เขาเหลือบมอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status